เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 ความแข็งแกร่งของลู่หยาง

บทที่ 92 ความแข็งแกร่งของลู่หยาง

บทที่ 92 ความแข็งแกร่งของลู่หยาง


บทที่ 92 ความแข็งแกร่งของลู่หยาง

เมื่อลู่หยางเห็นวิญญาณปรากฏออกมาเป็นจำนวนมาก เขาก็รีบตะโกนสั่งการออกไปว่า

“ทุกคนโจมตีบอสต่อไปไม่ต้องไปสนใจวิญญาณพวกนั้น”

หลังจากพูดจบร่างของลู่หยางก็กลายเป็นแสงสีขาว ก่อนที่เขาจะไปปรากฏตัวข้าง ๆ อัลเฟร็ด

รีซิสท์ไฟร์ริง!

วิญญาณทั้ง 24 ดวงที่พึ่งเคลื่อนที่ลงถึงพื้นถูกผลักให้กระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง เมื่อพวกมันตกลงบนพื้นอีกครั้งแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้รับความเสียหาย แต่พวกมันก็พุ่งเข้าหาลู่หยางอย่างรวดเร็ว

มอนสเตอร์ระดับอีปิคมีความเร็วในการเคลื่อนที่ 1.5 เท่าของผู้เล่น พวกมันจึงสามารถเข้ามาในระยะ 10 เมตรห่างจากลู่หยางได้ในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ลู่หยางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อสถานการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย และทันใดนั้นบริเวณใต้เท้าของเขาก็ปรากฏเปลวไฟขึ้นมาอย่างรุนแรง โดยเปลวไฟนี้เกิดขึ้นมาจากการเปิดใช้งานสกิล

สคอร์ชิ่งสปีดที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับผู้เล่น 125%

“ฉันจะล่อวิญญาณพวกนี้ออกไปก่อน ทุกคนโจมตีบอสอย่างสุดกำลัง อดทนเอาไว้ประมาณ 30 วินาทีแล้วฉันจะรีบกลับมา” ลู่หยางตะโกนออกคำสั่งก่อนที่เขาจะวิ่งออกไปจากห้องโถง ซึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะวิ่งออกไปเขาก็ยังคงทิ้งสกิลคอมบัสชันเอาไว้กับบอสอีกห้าชั้น

ยิ่งซิลเวอร์วูฟเห็นว่าลู่หยางมีสกิลเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกนับถือและละอายใจขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เพราะถ้าหากลู่หยางใช้สกิลนี้ออกมาตั้งแต่แรกซิลเวอร์วูฟก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องอับอายขายขี้หน้าขนาดไหน

ขณะเดียวกันพวกลั่วซืออวี่ก็เคยคิดว่าพวกเธอไม่สามารถจะสู้กับบอสได้อีกต่อไปแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าลู่หยางยังคงซ่อนไพ่เด็ดของตัวเองเอาไว้ ขวัญกำลังใจของทุกคนจึงเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นทุกคนก็ทุ่มเทกำลังโจมตีบอสอย่างเต็มที่

ลู่หยางวิ่งลากวิญญาณร้ายจากห้องโถงในปราสาทไปจนถึงสวนบริเวณด้านนอก และเมื่อเขาได้วิ่งไปจนถึงกำแพงทางด้านขวาของสวนในที่สุดชายหนุ่มก็หยุดฝีเท้าลง

ปราสาทรัตติกาลนิรันดร์เคยผ่านสงครามในอดีตมาครั้งหนึ่งแล้วบนกำแพงจึงมีร่องรอยความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณที่ลู่หยางวิ่งผ่านที่แนวกำแพงบางส่วนถูกทำลายจนหายไปแล้ว

ลู่หยางหันกลับมามองวิญญาณที่ถูกเขาล่อให้รวมกันเป็นกลุ่มระหว่างวิ่งหลบหนีมาที่นี่ และเนื่องมาจากพวกมันไม่มีร่างกาย พวกมันจึงสามารถซ้อนทับกันได้อย่างสมบูรณ์

วิญญาณเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และปัจจุบันพวกมันก็กำลังวิ่งขึ้นบันไดของกำแพง เมื่อวิญญาณเหล่านี้มองเห็นลู่หยางอยู่ข้างหน้าพวกมันต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันวิ่งมาถึงพื้นที่บริเวณที่ไม่มีกำแพง ร่างของลู่หยางก็กลายเป็นลำแสงก่อนจะมาปรากฏตัวบริเวณด้านข้างของพวกวิญญาณอย่างฉับพลัน

รีซิสท์ไฟร์ริง!

วิญญาณทั้ง 24 ดวงถูกผลของสกิลรีซิสท์ไฟร์ริงกระแทกอย่างกะทันหัน และเนื่องมาจากบริเวณด้านข้างไม่มีแนวกำแพงคอยป้องกันจึงทำให้ร่างของพวกมันตกลงไปในคูน้ำข้างปราสาท

นี่คือบัคที่เคยโด่งดังในชาติก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็อาจจะไม่ได้ถือว่าเป็นบัคเพียงแต่ผู้เล่นสามารถใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมของเกมได้อย่างสมเหตุสมผล ลู่หยางจึงจดจำเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะในอดีตมันเคยมีผู้เล่นออกมาถกเถียงกันถึงเรื่องนี้เป็นเวลานาน

พวกวิญญาณพยายามดิ้นรนขึ้นฝั่งจากคูน้ำและพวกมันต้องวิ่งอ้อมไปทางประตูหน้า ก่อนที่จะกลับเข้ามาในห้องโถงของปราสาทได้อีกครั้งหนึ่ง กระบวนการเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที แล้วมันก็มีเวลามากพอให้ลู่หยางกลับไปเผชิญหน้ากับบอสอีกครั้ง

“ตอนนี้บอสเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางส่งข้อความหาฉือมู่

“บอสเหลือเลือดแค่ 25% ชิงเฟิงตายไปแล้ว ตอนนี้มันกำลังไล่ฆ่าทุกคนอยู่ บอสโหมดคลั่งมันรับมือยากจนเกินไป นายรีบออกไปจากดันเจียนเถอะ รอบนี้พวกเราฆ่ามันไม่ได้หรอก” ฉือมู่ตอบ

ลู่หยางคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ เขาจึงรีบกลับไปในห้องโถงและได้เห็นว่าบอสสังหารนักเวทไปแล้วสองคน โดยในปัจจุบันมันกำลังเล็งเป้าหมายไปที่ลั่วซืออวี่

ลั่วซืออวี่รีบใช้สกิลแฟลชทำการหลบหนีอย่างตื่นตระหนก แต่เธอกลับลืมไปว่าพื้นที่ด้านหลังคือกำแพง ร่างเธอจึงสิ้นสุดตรงบริเวณกำแพงเท่านั้น หรือพูดง่าย ๆ ว่าเธอหนีออกไปจากตำแหน่งเดิมได้เพียงแค่ 10 เมตร

อัลเฟร็ดก้าวเท้าเพียงแค่สามก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วซืออวี่แล้ว ในขณะที่หญิงสาวกำลังหลับตายอมรับชะตากรรมลู่หยางก็วิ่งเข้ามาในห้องโถง

ชายหนุ่มทำการถอดเสื้อคลุมสปอร์ออกในทันที จากนั้นเขาก็ยิงเบลซซิงเบิร์สเข้าใส่ศีรษะของบอสอย่างแม่นยำ

-500 (คริติคอล)

เมื่อไม่มีตัวแทงค์คอยชนบอสเอาไว้ ความเกลียดชังของบอสก็แทบที่จะลดลงเหลือศูนย์ การโจมตีติดคริตอคอลของลู่หยางจึงสร้างความเกลียดชังขึ้นมาอย่างฉับพลัน และมันก็ช่วยดึงความสนใจของอัลเฟร็ดไปที่เขา

อัลเฟร็ดหยุดชะงักค้างไปอย่างฉับพลันและมันก็ไม่ได้ฟาดค้อนลงใส่ลั่วซืออวี่อย่างที่ควรจะเป็น พ่อบ้านอันเดดหันไปมองลู่หยางด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะวิ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

“ไอ้พวกชั่วช้า ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” ค้อนภายในมือของอัลเฟร็ดเริ่มเปล่งประกายแสงสีดำขึ้นไปอีกครั้ง

ลู่หยางไม่เกรงกลัวสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ซึ่งในระหว่างที่เขาใช้สกิลคอมบัสชันเข้าใส่อัลเฟร็ด เขาก็ร้องตะโกนบอกทุกคนว่า

“นักเวทรีบเข้าประจำตำแหน่งแล้วโจมตีบอสเดี๋ยวนี้ คนอื่นรีบตั้งสติและใช้การโจมตีระยะไกล นักบวชให้โฟกัสไปที่ผู้เล่นที่ติดพิษ”

ลั่วซืออวี่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและเมื่อเธอเห็นว่าลู่หยางช่วยชีวิตเธอเอาไว้ มันก็ทำให้ภายในใจเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อผู้เล่นคนอื่น ๆ เห็นลู่หยางกลับมาแล้วทุกคนต่างก็พากันโล่งใจ เมื่อพวกเขาได้ยินคำสั่งของลู่หยาง ทุกคนก็รีบกลับไปประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็วราวกับว่าชายคนนี้คือเสาหลักที่มั่นคงของทีม

พลังชีวิตของอัลเฟร็ดลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเวลาเพียงแค่พริบตาพลังชีวิตของมันก็เหลืออยู่เพียงแค่ 20% แต่ในเวลานี้มันก็ได้มาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าลู่หยางด้วยเช่นกัน

“ลู่หยางหนีเร็ว! นายรับมือมันไม่ไหวหรอก” ลั่วซืออวี่ตะโกนอย่างร้อนรน

“รีบใช้แฟลชเร็วเข้า” ซิลเวอร์ไลท์แดนซ์ตะโกนเสียงดัง

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เพราะเขารอจนกระทั่งอัลเฟร็ดเคลื่อนที่มาอยู่ตรงหน้าพร้อมกับฟาดค้อนทั้งสองลงมา แล้วในตอนนั้นร่างของชายหนุ่มก็กลายเป็นแสงสว่างหายไปอย่างฉับพลัน

พลาด!

อัลเฟร็ดจู่โจมพลาดเป้าพร้อม ๆ กับลู่หยางที่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งห่างจากบอสไป 30 เมตร ทันทีที่ชายหนุ่มปรากฏตัวเขาก็วางโมบายดัมมี่เอาไว้ที่พื้นพร้อมกับวิ่งออกไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ยิ่งอัลเฟร็ดจู่โจมพลาดมันก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังต่อลู่หยางมากยิ่งขึ้น ตอนนี้บอสไม่ได้สนใจผู้เล่นคนอื่นแล้วแต่มันกลับหันหลังพร้อมกับวิ่งไล่ตามลู่หยางไป

เมื่อทุกคนเห็นว่าลู่หยางยอมเผชิญหน้ากับอันตรายเพื่อดึงดูดความสนใจของบอส พวกเขาก็เข้าใจความตั้งใจของอีกฝ่ายได้ในทันที ทุกคนจึงทุ่มเทการโจมตีอย่างสุดกำลังทำให้ในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาพลังชีวิตของบอสก็ลดลงมาเหลือ 15%

หลังจากวิ่งไล่ตามลู่หยางมานาน ในที่สุดชายหนุ่มก็ล่อบอสเข้ามาในระยะ 30 เมตรห่างจากโมบายดัมมี่

ตอนนี้ทุกคนคิดว่าลู่หยางคงจะต้องตายแน่ ๆ แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ออกคำสั่งให้โมบายดัมมี่ใช้สกิลยั่วยุออกมา

เมื่อโมบายดัมมี่ใช้สกิลยั่วยุมันก็ทำให้อัลเฟร็ดที่เกือบจะไล่ทันลู่หยางถูกเปลี่ยนเป้าหมายไปยังโมบายดัมมี่อย่างฉับพลัน

“ทุกคนโจมตีอย่างสุดกำลัง ซิลเวอร์วูฟยืนห่างจากหุ่นล่อทางขวา 30 เมตร ลอร์ดเดสทรอยเยอร์ยืนห่างไปทางขวาของซิลเวอร์วูฟอีก 30 เมตร” ลู่หยางตะโกนออกคำสั่ง

ทั้งซิลเวอร์วูฟและลอร์ดเดสทรอยเยอร์ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นระดับสูง พวกเขาจึงเข้าใจคำสั่งของลู่หยางได้ในทันที ทั้งคู่จึงรีบเคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายอยู่ที่ 30 เมตร

อัลเฟร็ดใช้เวลา 5 วินาทีเพื่อวิ่งมาจนถึงโมบายดัมมี่ ซึ่งทันทีที่บอสฟาดค้อนลงมาโมบายดัมมี่ที่มีพลังชีวิตเพียงแค่ 300 หน่วยก็แตกกระจายอย่างรวดเร็ว

เมื่อหุ่นล่อของลู่หยางถูกทำลาย อัลเฟร็ดก็มุ่งเป้าไปที่นักเวทหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งในตอนนี้ลู่หยางก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“ดึงบอสไปเดี๋ยวนี้!”

ซิลเวอร์วูฟเตรียมพร้อมเอาไว้อยู่ก่อนแล้วเมื่ออัลเฟร็ดทำลายหุ่นล่อของลู่หยาง เขาก็ใช้สกิลยั่วยุออกมาพร้อม ๆ กับคำสั่งของชายหนุ่ม

อัลเฟร็ดเปลี่ยนเป้าหมายวิ่งไปหาซิลเวอร์วูฟ ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้วางไฟร์วอลล์ 6 ชั้นติดต่อกันเพื่อกีดขวางเส้นทางระหว่างอัลเฟร็ดกับซิลเวอร์วูฟเอาไว้ ทำให้ตลอดเส้นทางการเคลื่อนไหวนี้บอสได้รับความเสียหายเข้าไปมากกว่า 3,000 หน่วย

เมื่อลู่หยางสร้างความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก ค่าความเกลียดชังต่อบอสของเขาก็เพิ่มขึ้นเหนือกว่าซิลเวอร์วูฟทำให้บอสเปลี่ยนเป้าหมายวิ่งมาที่เขาอีกครั้ง ซึ่งในระหว่างนี้มันก็ต้องวิ่งผ่านกำแพงไฟจนได้รับความเสียหายเข้าไปมากกว่า 3,000 หน่วยเช่นกัน

“เยี่ยม!” ทั้งฉือมู่และลั่วซืออวี่ต่างก็อุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้เห็นการแก้ไขสถานการณ์ของลู่หยาง

เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าอัลเฟร็ดกำลังจะวิ่งพ้นออกจากระยะไฟร์วอลล์ เขาก็ตะโกนบอกลอร์ดเดสทรอยเยอร์ที่อยู่ห่างออกไป

“ลอร์ดเดสทรอยเยอร์ใช้สกิลยั่วยุ”

ลอร์ดเดสทรอยเยอร์ใช้สกิลยั่วยุกับบอสในทันที ซึ่งเหตุการณ์มันก็ดำเนินไปเหมือนเดิมอีกครั้งโดยบอสวิ่งผ่านกำแพงไฟไป และเมื่อลู่หยางสร้างความเสียหายได้มากพอบอสก็หันกลับมามุ่งเป้าไปยังนักเวทหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง

ลู่หยางรู้ดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญแล้วเมื่อเขาได้เห็นว่าบอสเหลือพลังชีวิตอยู่แค่ 5% เขาก็รีบตะโกนสั่งการขึ้นมาเสียงดัง

“ทุกคนโจมตีอย่างสุดกำลัง อุปกรณ์จากบอสอยู่ใกล้กับเราแค่เอื้อมแล้ว!”

นักเวทคนอื่น ๆ ภายในทีมต่างก็อยากจะใช้ไฟร์บอลออกมาในทุก ๆ วินาที แต่พวกเขายังไม่รู้จักวิธีการย่อคาถา พวกเขาจึงทำได้แต่โจมตีตามความสามารถของตัวเองเท่านั้น ซึ่งในเวลานี้แม้แต่นักรบอย่างซิลเวอร์วูฟก็ยังเปลี่ยนอาวุธเป็นธนูมาโจมตีใส่บอส

7%

6%

5%

ร่างของอัลเฟร็ดเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ก่อนที่มันจะชูค้อนที่เปล่งประกายแสงสีดำวิ่งเข้าหาลู่หยางอย่างดุเดือด

4%

3%

2%

พลังชีวิตของอัลเฟรดลดลงอย่างรวดเร็วและในตอนนี้พ่อบ้านอันเดดก็มาถึงหน้าลู่หยางแล้ว แล้วในขณะที่บอสกำลังจะฟาดค้อนลงไปพลังชีวิตของมันก็เหลืออยู่เพียงแค่ 1% สุดท้าย

พลังชีวิต 1% หมายถึงพลังชีวิตเพียงแค่ 800 หน่วยเท่านั้น ทันใดนั่นเองเสียงหวีดร้องของนกเพลิงก็ปรากฏขึ้นจากมือของลู่หยาง

เฟลมเบิร์ด!

-1,084 (คริติคอล)

นกเพลิงบินเข้าปะทะศีรษะของอัลเฟร็ดอย่างแม่นยำทำให้ค้อนสีดำชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนที่พ่อบ้านอันเดดจะล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่เต็มใจ

“ท่านดยุก ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านผิดหวัง” อัลเฟร็ดส่งเสียงร้องขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย

ระบบ: คุณสังหารพ่อบ้านอัลเฟร็ดสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 4,533 หน่วย

จบบทที่ บทที่ 92 ความแข็งแกร่งของลู่หยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว