เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ผู้นำทีมชั้นยอด

บทที่ 44 ผู้นำทีมชั้นยอด

บทที่ 44 ผู้นำทีมชั้นยอด


บทที่ 44 ผู้นำทีมชั้นยอด

เสี่ยวเหลียงจ้องไปยังพวกเจิ้งหยวนอย่างมาดร้ายขณะเดินตามลู่หยางไป ส่วนทางด้านชิงเฟิงก็เดินตามชายหนุ่มไปอย่างเงียบ ๆ เพราะเขาคิดว่าการลดตัวลงไปโต้เถียงกับเจิ้งหยวนถือเป็นการลดเกียรติของตัวเอง

ทุกคนเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำ ซึ่งหลังจากที่หลานอวี่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเซี่ยหยู่เว่ย เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินไปขนาบข้างกับลู่หยางแล้วใช้ข้อศอกสะกิดชายหนุ่มเบา ๆ และพิมพ์ข้อความส่งไปหาอีกฝ่ายหนึ่งว่า

“อาจารย์ คราวนี้คุณเล่นบทหมาป่าห่มหนังแกะได้แนบเนียนจริง ๆ”

ตอนแรกลู่หยางยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลานอวี่ถึงมาสะกิดเขาแบบนี้ แต่เมื่อเขาได้เห็นข้อความมันก็ทำให้เขาอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

“มันมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?”

“มีปัญหาสิ คุณทำให้พวกเราตกใจกันหมด ทั้งเรื่องที่คุณเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของเซิฟเวอร์และเรื่องที่คุณชวนผู้เล่นระดับ 2 ของเซิร์ฟเวอร์มาร่วมปาร์ตี้อีก ไหนจะรองหัวหน้ากิลด์อันดับ 1 ที่โผล่มาอย่างกะทันหัน แล้วใครมันจะไม่ตกใจกับเรื่องนี้บ้าง” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับเบ้ริมฝีปาก

ลู่หยางเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปว่า

“โอเค ๆ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันก็ได้ เอาเป็นว่าต่อไปฉันจะบอกความจริงกับเธอตั้งแต่แรก”

ชายหนุ่มไม่อยากทำให้หญิงสาวคนนี้รู้สึกโกรธเคืองมากนัก ซึ่งย้อนกลับไปในชาติก่อนหลังจากพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตและตัวเขาถูกบีบให้ต้องหนีไปอยู่ในต่างประเทศ ช่วงเวลานั้นถือได้ว่าเป็นช่วงชีวิตที่เขายากลำบากมากที่สุด แต่หลานอวี่ก็ยังคงอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เธอจึงเป็นหนึ่งในคนที่เขารู้สึกติดหนี้บุญคุณมากที่สุดด้วยเช่นกัน

เขาจำได้ว่าในปีที่ 3 หลังจากหนีไปในต่างประเทศ วันหนึ่งเขาได้เข้าร่วมเกมและได้ยินหลานอวี่ร้องไห้บอกว่าพ่อแม่ของเธอบังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่เธอไม่ชอบ ตอนนั้นชายหนุ่มเกลียดตัวเองที่ไม่มีความสามารถจะช่วยเหลือเธอได้เลย แต่ในชาตินี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจนหมดแล้ว ลู่หยางจึงเชื่อว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งและปกป้องหลานอวี่เอาไว้ให้ได้

“ยิ้มหน่อย อย่าพึ่งโกรธกันเลย” ลู่หยางพยายามง้อหลานอวี่

ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าลู่หยางกำลังโกรธ เธอจึงไม่คิดว่าชายหนุ่มจะหันมาพูดง้อเธอแบบนี้ หลานอวี่จึงอดไม่ได้ที่จะเล่นละครต่อไปว่าเธอยังคงงอนเขาอยู่

“ฉันไม่ได้โกรธสักหน่อย ใครบอกว่าฉันโกรธ”

“ฉันผิดไปแล้ว เอาเป็นว่าคราวหน้าฉันจะให้ของขวัญเธอชิ้นหนึ่งก็แล้วกัน” ลู่หยางบอกพร้อมกับยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่ายอมแพ้

“ไม่เอา” หลานอวี่เชิดริมฝีปากแล้วเดินจากไป

ระหว่างนั้นชิงเฟิงกับเสี่ยวเหลียงก็หันมามองหน้ากันโดยที่ทั้งคู่ต่างก็เข้าใจความคิดของกันและกันได้เป็นอย่างดี ชิงเฟิงจึงส่งข้อความไปหาเสี่ยวเหลียงเป็นการส่วนตัวว่า

“ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าทำไมลูกพี่ของนายถึงยอมพาคนพวกนั้นมาร่วมปาร์ตี้ แท้ที่จริงเขาก็กำลังพยายามเอาใจสาวคนนี้อยู่นี่เอง”

“อือ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” เสี่ยวเหลียงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ทั้งคู่เข้าขากันได้ดีเป็นอย่างมากและพวกเขาก็ได้กลายเป็นเพื่อนกันเพราะเหตุผลนี้นี่เอง

หลานอวี่กลับมาหาเซี่ยหยู่เว่ยด้วยแววตาที่นิ่งสงบ ซึ่งในคราวนี้เซี่ยหยู่เว่ยไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะเธอเริ่มสังหรณ์ใจขึ้นมาแล้วว่าผลงานของลู่หยางอาจจะไม่ได้มีเพียงแค่สิ่งที่เธอได้เห็นในตอนนี้เท่านั้น

พวกจางจื่อโป๋ก็กำลังแอบส่งข้อความกันอย่างลับ ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกคนต่างก็รู้สึกเหมือนกันว่าลู่หยางไม่ใช่คนธรรมดา

สมาชิกปาร์ตี้ทั้ง 20 คนยังคงเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางในอุโมงค์ ซึ่งหลังจากที่พวกเขาหักเลี้ยวตรงบริเวณมุมทางเดิน ลู่หยางก็ได้เห็น NPC สวมชุดเกราะหนัง 2 คน ซึ่งพวกเขาก็มีชื่อเหมือนกันนั่นก็คือทหารกบฏ

ตามเนื้อเรื่องของเกม ดันเจียนเดทเคฟคือสถานที่หลบซ่อนของกลุ่มกบฏที่ต้องการจะปฏิวัติเมืองเซนต์กอลล์ โดยก่อนหน้านี้เมืองแห่งนี้ไม่ได้มีชื่อว่าเซนต์กอลล์แต่มีเชื่อว่าเมืองฟาลส์ อย่างไรก็ตามตัวเมืองก็ถูกราชากอลล์จู่โจมจนแตกพ่าย ส่วนทางด้านราชาฟาลส์ก็ถูกสังหารจนทำให้จักรวรรดิเดิมล่มสลาย

เหล่าบรรดาทหารของจักรวรรดิฟาลส์บางส่วนยังคงไม่ยอมแพ้ พวกเขาจึงแอบรวมตัวกันเพื่อกอบกู้จักรวรรดิของตัวเองกลับคืนมา ดันเจียนเดทเคฟจึงกลายเป็นป้อมปราการด่านหน้าที่พวกกบฏใช้ในการหลบซ่อนตัว

แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ลับแต่พอพวกเขาได้เห็นว่าทหารภายในเมืองเซนต์กอลล์ถูกส่งไปประจำการตามแนวชายแดน พวกเขาจึงได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้จู่โจมกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางผ่านไปผ่านมาเพื่อสร้างความตึงเครียดขึ้นมาภายในดินแดน

ชิงเฟิงดูพลังชีวิตของมอนสเตอร์ ก่อนที่เขาจะอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“พลังชีวิต 8,000 เลยงั้นเหรอเนี่ย?! สมกับเป็นดันเจียนระดับอีปิคจริง ๆ พลังชีวิตของมันเยอะกว่าระดับปกติตั้งสองเท่า”

พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยเช่นกัน เพราะมอนสเตอร์เลเวล 3 พวกนี้มีพลังชีวิตสูงถึง 8,000 หน่วย ขณะที่สมาชิกภายในทีมมีพลังโจมตีเฉลี่ยเพียงแค่ 50 กว่า ๆ เท่านั้น หากหักลบตัวแทงค์ 3 คนกับนักบวชอีกห้าคน มันก็เท่ากับว่าภายในทีมเหลือผู้เล่นที่สามารถสร้างความเสียหายได้เพียงแค่ 12 คน

แค่การจะสังหารมอนสเตอร์ธรรมดาสักตัวเดียว มันก็เป็นเรื่องที่เหนื่อยมากแล้ว!

“ไม่ต้องไปสนใจ พวกนี้มันเป็นเพียงแค่มอนสเตอร์ธรรมดา ชิงเฟิงจัดการทางฝั่งซ้าย เฮ่งเจียจัดการทางฝั่งขวา ส่วนคนที่เหลือรอให้ชิงเฟิงโจมตีไปก่อน 3 วินาทีแล้วค่อยโจมตีหลังจากที่ค่าความโกรธถูกดึงไปที่เขาจนหมดแล้ว” ลู่หยางสั่งการ

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง

“เริ่มได้” ลู่หยางสั่ง

เสี่ยวเหลียงกับชิงเฟิงพยักหน้าให้แก่กัน ก่อนที่จะใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าชนมอนสเตอร์และทำให้นักรบกบฏทั้งสองตัวติดสตั๊นไป 1 วินาที

“พยายามอ้อมไปอยู่ด้านหลังของพวกมัน” ลู่ยางกำชับ

นี่คือตำแหน่งที่ดีที่สุดหลังจากได้รับการวิจัยในชาติก่อน เพราะมันช่วยป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์หันหลังหนีไปได้ และยังทำให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ โจมตีได้อย่างสะดวกขึ้นด้วย เพียงแต่ในตอนนี้มันยังไม่มีผู้เล่นคนไหนคิดค้นกลยุทธ์นี้ขึ้นมาได้เลย

ในช่วงแรกชิงเฟิงยังไม่เข้าใจความคิดของลู่หยางมากนัก แต่พอเขาตระหนักถึงจุดประสงค์ที่ต้องอ้อมไปอยู่ด้านหลัง มันก็ทำให้เขาชื่นชมลู่หยางภายในใจขึ้นมาไม่ได้

“โจรอย่าเข้าทางด้านข้างให้อ้อมไปทางด้านหลังแล้วค่อยโจมตี นักธนูใช้สกิลพอยซั่นแอรโรว์แล้วค่อยยิงสกิลมิสเทอร์เรียสตามไปทีหลัง” ลู่หยางสั่ง

หากโจรเข้าจู่โจมจากทางด้านหลังมันจะทำให้พลังโจมตีของพวกเขาเพิ่มขึ้นอีก 30% ส่วนในทีมมีนักธนูอยู่เพียงแค่คนเดียว แล้วสกิลพอยซั่นแอรโรว์ก็เป็นสกิลที่ทำให้เป้าหมายติดพิษและทำให้เป้าหมายได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง การใช้สกิลนี้ขึ้นมาก่อนมันก็จะทำให้นักธนูสามารถสร้างความเสียหายได้เพิ่มมากขึ้น

วอลอคใช้เคิสออฟเพนแล้วค่อยใช้ชาโดว์แอรโรว์ พาลาดินโจมตีตามปกติ ส่วนนักเวททุกคนใช้สกิลธาตุไฟ” ลู่หยางอธิบายพร้อมกับใช้สกิลคอมบัสชันใส่มอนสเตอร์ไปด้วย

คอมบัสชัน

ประเภท: เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้: 12

ระยะเวลาร่าย: 1.5 วินาที

ระยะ: 30 เมตร

รายละเอียด: ปล่อยเปลวไฟเข้าใส่เป้าหมาย ทำให้เป้าหมายถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟและรับความเสียหายจากไฟได้ง่ายขึ้น สามารถซ้อนทับได้ 5 ชั้น แต่ละชั้นจะเพิ่มพลังโจมตีเวทไฟ 15 หน่วยและสร้างความเสียหายธาตุไฟ 10 หน่วยเป็นเวลา 30 วินาที

นี่คือสกิลสุดโกงของนักเวทไฟในการลงดันเจียนช่วงต้น เพราะเมื่อมันซ้อนทับกันถึงห้าชั้นแล้ว ทุกครั้งที่เป้าหมายโดนโจมตีด้วยสกิลธาตุไฟ พวกมันก็จะได้รับความเสียหายพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 75 หน่วย

ในทีมของเซี่ยหยู่เว่ยมีนักเวททั้งหมดห้าคน ซึ่งทั้งห้าคนไม่มีอุปกรณ์ระดับสูงและเพิ่มค่าสถานะไปที่ค่าความฉลาดเพียงอย่างเดียว ทำให้สกิลไฟร์บอลสร้างความเสียหายได้แค่ประมาณ 50 หน่วย อย่างไรก็ตามเมื่อมันได้มีสกิลคอมบัสชันของลู่หยางคอยสนับสนุน มันก็ทำให้การโจมตีแต่ละครั้งสร้างความเสียหายได้ประมาณ 125 หน่วยเลยทีเดียว

ถึงแม้มอนสเตอร์จะมีพลังชีวิตสูงถึง 8,000 หน่วย แต่เมื่อทั้งห้าคนนี้รวมตัวกันทุก ๆ 3 วินาทีพวกเขาก็จะสามารถสร้างความเสียหายได้มากถึง 600 หน่วย เมื่อมันรวมกับพลังโจมตีของผู้เล่นอาชีพอื่นภายในทีมด้วย พวกเขาก็สามารถใช้เวลาไม่ถึง 20 วินาทีในการสังหารนักรบกบฏ

ถึงแม้ลู่หยางจะวางแผนมาดีแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาจริงสมาชิกภายในทีมของเซี่ยหยู่เว่ยกลับมีนักเวทที่ใช้สกิลไฟร์บอลออกมาเพียงแค่ 4 คน ชายหนุ่มจึงมองสำรวจนักเวททีละคนและได้พบว่าเจิ้งหยวนกำลังใช้สกิลอาร์เคนบลาสท์ซึ่งไม่ใช่สกิลธาตุไฟ

มาแล้วตัวปัญหาประจำตี้

จบบทที่ บทที่ 44 ผู้นำทีมชั้นยอด

คัดลอกลิงก์แล้ว