เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 ความยากระดับอีปิค

บทที่ 43 ความยากระดับอีปิค

บทที่ 43 ความยากระดับอีปิค


บทที่ 43 ความยากระดับอีปิค

พวกเซี่ยหยู่เว่ยมองชิงเฟิงด้วยความสงสัย เพราะพวกเธอไม่รู้ว่าคนคนนี้มีที่มาที่ไปเป็นยังไงถึงได้พูดแบบนั้นกับลู่หยาง

“ไม่ทราบว่าคุณคือ…?” จางจื่อโป๋ตัดสินใจถามแทนเซี่ยหยู่เว่ย

“ฉันเป็นเพื่อนของลู่หยาง” ชิงเฟิงตอบ

คำตอบนี้ไม่ได้เป็นเหมือนคำตอบแต่มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชิงเฟิงยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตัวเองออกมา

จางจื่อโป๋อยากจะถามอะไรเพิ่มเติม แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาถาม

“ทุกคนตรวจสอบไอเท็มของตัวเองให้พร้อม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามฉันมา” ลู่หยางกล่าว

“ไม่ทราบว่าผมยังจะต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?” ชิงเฟิงถาม

“สำหรับคุณไม่จำเป็นจะต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมแล้ว พลังป้องกันของคุณสูงมาก แค่มีคุณกับเฮ่ยเจียอยู่ในทีม การลงดันเจียนครั้งนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ลู่หยางตอบ

“มันจะต้องไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แค่ตอนที่พลังป้องกันของผมอยู่ที่ 80 เราก็สามารถผ่านดันเจียนได้อย่างไม่ยากเย็น และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงตอนนี้ที่พลังป้องกันของผมเกินกว่า 100 แต้มเลย” ชิงเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ

ลู่หยางหัวเราะเบา ๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร จากนั้นเขาก็โบกมือเพื่อเรียกทุกคน

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”

พวกเซี่ยหยู่เว่ยพยักหน้าเดินตามลู่หยางไป ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ออกจากเมืองมาประมาณ 20 นาที ทุกคนก็มาถึงป่าที่แน่นขนัดซึ่งเป็นแผนที่ของมอนสเตอร์เลเวล 3 อย่างมนุษย์หมาป่า

บริเวณกลางแผนที่มีภูเขาสูงและมีถ้ำอยู่บริเวณทางลาดภูเขาด้านหนึ่ง แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้นั่นก็คือดันเจียนขนาด 20 คนชื่อดังที่มีชื่อว่าดทเคฟนั่นเอง

ตอนนี้หน้าทางเข้าดันเจียนมีผู้เล่นมารวมตัวกันหลายร้อยคน ส่วนมากพวกเขาจะจับกลุ่มกันจำนวน 20 คนแล้วพวกเขาก็เดินทางมาที่นี่เพื่อเตรียมตัวจะลงดันเจียนด้วยเช่นกัน

“เมื่อวานยังไม่ค่อยมีคนเลย ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะมีคนเยอะขนาดนี้”

“จำนวนมันจะต้องเพิ่มขึ้นแน่อยู่แล้ว ในช่วง 3 วันมันก็มีคนหลาย ๆ คนที่เพิ่มจนถึงเลเวล 3 และถ้าหากพวกเขาอยากได้อุปกรณ์ดี ๆ ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ต้องมาลงดันเจียน”

ถึงแม้ดันเจียนในโหมดปกติจะดรอปแต่อุปกรณ์ระดับหิน แต่มันก็ยังดีกว่าการฟาร์มมอนสเตอร์ภายนอก เพราะมอนสเตอร์พวกนั้นแทบที่จะไม่ดรอปอุปกรณ์ลงมาเลย ผู้เล่นจึงอยากจะลองมาเสี่ยงโชคที่ดันเจียนเพื่อได้รับอุปกรณ์ดี ๆ กลับไป

ตอนนี้รอบเมืองเซนต์กอลล์มีดันเจียนเลเวล 3 เปิดอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง ซึ่งตามคู่มือจากเว็บไซต์มันก็บอกว่าดันเจียนเดทเคฟคือดันเจียนที่ผ่านได้ง่ายที่สุด แต่ว่าการลงดันเจียน 1 ครั้งจะมีบอสอยู่เพียงแค่ 4 ตัวและบอสแต่ละตัวก็การันตีดรอปอุปกรณ์ลงมาแค่ 1 ชิ้น เมื่อผู้เล่นภายในทีมมี 20 คนมันก็ไม่จำเป็นจะต้องคิดเลยว่าการหาอุปกรณ์ภายในเกมนี้เป็นสิ่งที่ยากมากแค่ไหน

“ขาด 1 คน ขอนักรบที่มีพลังป้องกันสูง ๆ”

“ขาดนักบวช 2 คน ใครเล่นนักบวชทักเข้ามาได้เลย”

“หาปาร์ตี้ครับ!”

“ขอติดทีมไปด้วยหน่อย”

บริเวณปากทางเข้าดันเจียนมีผู้เล่นประกาศตามหาสมาชิกในปาร์ตี้กันอย่างมากมาย ซึ่งลู่หยางได้พาทีมผ่านผู้เล่นกลุ่มนั้นไปยังปากถ้ำ ก่อนที่จะยื่นมือออกไปเพื่อแตะเสาโลหะ

ระบบ: คุณค้นพบถ้ำประหลาดที่มีกลิ่นอายแห่งความตายลอยโชยออกมาจากด้านใน ไม่ทราบว่าคุณต้องการจะเข้าไปสำรวจดูทางด้านในหรือไม่?

ลู่หยาง: “ใช่”

ระบบ: กรุณาเลือกระดับความยาก

ปกติ, ยาก, เอ็กซ์เพิร์ท, อีปิค

ลู่หยาง: “อีปิค”

ระบบ: คุณยืนยันที่จะเลือกความยากระดับอีปิคหรือไม่?

ลู่หยาง: “ใช่”

ลู่หยางยืนยันอีกครั้ง ก่อนที่จะพาทุกคนเข้าไปในดันเจียน

ร่างของพวกเขากลายเป็นแสงสว่างหายวับไปจากตำแหน่งเดิม ก่อนที่ทุกคนจะปรากฏในถ้ำที่มืดทึบโดยที่ทั้งสองฟากฝั่งของผนังถ้ำถูกประดับไปด้วยคบไฟที่ลุกโชน

ระบบ: คุณเข้ามาในดันเจียนเดทเคฟระดับอีปิคเรียบร้อยแล้ว

ดันเจียนเริ่มต้นในเกมเซคคัลเวิลด์ถูกแบ่งความยากออกเป็น 4 ระดับตั้งแต่ระดับปกติไปจนถึงระดับอีปิค โดยความยากจะเพิ่มขึ้น 30% ในแต่ละระดับ หรือมันก็หมายความว่าดันเจียนระดับอีปิคมีความยากมากกว่าดันเจียนในระดับปกติอยู่ประมาณ 2.1 เท่านั้นเอง

เซี่ยหยู่เว่ยตกใจมาก เพราะเธอคิดว่าทีมจะมาลงดันเจียนระดับปกติเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่าลู่หยางจะพาทุกคนเข้ามาในดันเจียนระดับอีปิคแบบนี้

“ลู่หยาง คุณมีวิธีผ่านดันเจียนระดับนี้งั้นเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามด้วยแววตาอันเปล่งประกาย

“ที่ฉันให้พวกคุณรายงานค่าสถานะก็เพื่อจะมาผ่านดันเจียนระดับอีปิคนี่แหละ” ลู่หยางตอบพร้อมกับพยักหน้า

เจิ้งหยวนพยายามหาจังหวะเอาคืนลู่หยางมาโดยตลอด และเมื่อเขาได้เห็นว่าอีกฝ่ายพาทุกคนมายังดันเจียนระดับอีปิค เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า

“คิดว่าตัวเองอยู่ในอันดับ 1 ของตารางจัดอันดับแล้วจะทำได้ทุกอย่างหรือไง?! ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าหลังจากนี้แกจะไปได้สักกี่น้ำ”

“ผมเชื่อว่าลู่หยางพาทุกคนผ่านพ้นมันไปได้” ชิงเฟิงกล่าว

การที่ลู่หยางขึ้นไปยังอันดับ 1 ของกระดานจัดอันดับและได้รับอุปกรณ์ชั้นยอดมาอย่างมากมาย มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ในเมื่อเขากล้าเลือกเผชิญหน้ากับดันเจียนระดับอีปิค มันก็หมายความว่าลู่หยางมีความมั่นใจว่าจะพาทุกคนผ่านพ้นดันเจียนไปได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการตามลู่หยางมาลงดันเจียนแบบไม่คาดหวังอะไร แท้ที่จริงแล้วมันจะกลายเป็นลาภลอยก้อนใหญ่แบบนี้

“แกเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรถึงมาพูดแบบนี้!” เจิ้งหยวนไม่พอใจที่ลู่หยางกำลังจะพาทุกคนเข้ามาตาย เขาจึงชี้หน้าชิงเฟิงและตะโกนออกมาด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

“ฉันชื่อชิงเฟิง รองหัวหน้ากิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่ นักรบระดับแนวหน้าใต้บังคับบัญชาของท่านฉือมู่ ไม่ทราบว่าคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” ชิงเฟิงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา

“คุณคือรองหัวหน้ากิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่…” เจิ้งหยวนพึมพำพร้อมกับช็อคตาตั้ง

จางปีโป้ช็อค!

เซี่ยหยู่เว่ยโคตรช็อค!!

เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่คือกิลด์ชั้นยอดที่มีสมาชิกในตอนนี้มากกว่า 60,000 คน คำสั่งของรองหัวหน้ากิลด์ใหญ่ในระดับนี้เพียงคำเดียว มันก็มากเพียงพอที่จะบดขยี้สตูดิโอหนานปิงที่มีสมาชิกเพียงแค่ 20 กว่าคนของเซี่ยหยู่เว่ยได้แล้ว

“ขอโทษด้วยค่ะ เราไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นรองหัวหน้ากิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่ ลูกน้องของฉันทำตัวปัญญาอ่อนเกินไปหน่อย ขอให้คุณอย่าถือสาหาความอะไรกับเขาเลย” เซี่ยหยู่เว่ยรีบพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิด

ชิงเฟิงเผยรอยยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร วันนี้ฉันมาเพื่อรับใช้ลู่หยางตามคำสั่งของท่านฉือมู่ หัวหน้าสั่งการมาแล้วว่าให้ฉันคอยสนับสนุนลู่หยางอย่างเต็มที่ หากพวกคุณไม่ต้องการลงดันเจียนฉันก็ยินดีจะเรียกสมาชิกของเพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่มาแทนที่พวกคุณในทันที”

พวกเซี่ยหยู่เว่ยมองไปยังลู่หยางอย่างประหลาดใจ เพราะพวกเธอไม่คิดเลยว่าฉือมู่จะสนิทกับลู่หยางมากขนาดนี้

“ขอบคุณมาก” ลู่หยางหันไปพูดกับชิงเฟิง

เซี่ยหยู่เว่ยคิดว่าลู่หยางจะเปลี่ยนสมาชิกภายในปาร์ตี้จริง ๆ เพราะในตอนนี้ชายหนุ่มคือหัวหน้าทีม หากเขาต้องการจะเปลี่ยนแปลงสมาชิกในปาร์ตี้พวกเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะคัดค้านใด ๆ

“ฉันรับรองว่าหลังจากนี้ฉันจะไม่ให้เจิ้งหยวนสร้างปัญหาอีกต่อไปแล้ว และพวกเราก็พร้อมจะลงดันเจียนระดับอีปิคไปพร้อมกับคุณ” เซี่ยหยู่เว่ยพูดอย่างร้อนรน

อุปกรณ์ที่แย่ที่สุดที่จะดรอปในดันเจียนระดับอีปิคคืออุปกรณ์ระดับทองแดง ขณะที่อุปกรณ์ที่ดีที่สุดคืออุปกรณ์ระดับเงิน หากลู่หยางต้องการเพียงแค่อุปกรณ์ของนักเวท มันก็หมายความว่าอุปกรณ์ของอาชีพอื่น ๆ มันจะตกเป็นของพวกเธอ แล้วเซี่ยหยู่เว่ยจะยอมพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปได้ยังไง

“ก็ได้ แต่ฉันหวังว่าครั้งนี้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายนะ” ลู่หยางกล่าว

เขาเชื่อว่าเซี่ยหยู่เว่ยไม่ใช่คนโง่และถ้าหากเขาหยิบยื่นความมีน้ำใจให้มากขนาดนี้ เธอก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าเขากำลังหมายความว่าอะไร

เซี่ยหยู่เว่ยรู้สึกอับอายอยู่เล็กน้อย แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าเรื่องนี้มันเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่เห็นคุณค่าของลู่หยาง หญิงสาวจึงฝืนอารมณ์โกรธพยักหน้าและหันไปบอกกับเจิ้งหยวนว่า

“นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของนายแล้วนะ ถ้าหากนายยังกล้าจะพูดอะไรอีก ฉันรับรองว่าทีมนี้จะไม่มีที่ให้กับนายอีกต่อไป”

เจิ้งหยวนไม่ยอมรับภายในใจ แต่เขาก็ทำได้เพียงแต่ก้มหน้ารับอย่างเงียบ ๆ

“อาจารย์ พวกเรามาเริ่มลุยดันเจียนกันเถอะ รับรองว่าพวกเราทุกคนพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของคุณทุกอย่าง” จางจื่อโป๋พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์

ลู่หยางค่อนข้างจะชื่นชอบจางจื่อโป๋เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“เอาล่ะทุกคนตามฉันมา ช่วงแรกนี้มันยังไม่มีมอนสเตอร์ออกมาทำร้ายพวกเราหรอก”

จบบทที่ บทที่ 43 ความยากระดับอีปิค

คัดลอกลิงก์แล้ว