- หน้าแรก
- มาร์เวล จุดเริ่มต้นของผู้ครอบครองชินระเท็นเซย์
- บทที่ 25 สิทธิ์ในการใช้ไวเบรเนียม
บทที่ 25 สิทธิ์ในการใช้ไวเบรเนียม
บทที่ 25 สิทธิ์ในการใช้ไวเบรเนียม
บทที่ 25 สิทธิ์ในการใช้ไวเบรเนียม
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างสองฝ่ายหนึ่งคือผู้รุกรานจากต่างโลก อีกฝ่ายคือเหล่านักรบผู้ห้าวหาญแห่งวากานดา
ยืนอยู่แนวหน้าของวากานดาคือทีชัลล่า เขาสวมชุดแบล็กแพนเธอร์เต็มยศ ทว่าบัดนี้ เขาไม่ใช่ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไฟสงครามดังวันวานอีกต่อไป หากแต่เปล่งประกายความสงบนิ่งและบารมีของผู้นำที่แท้จริง
การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายปะทุขึ้นอย่างดุเดือด ทว่าเพียงพริบตา ฉากเบื้องหน้าก็เปลี่ยนแปลง ภาพต่อมาคือร่างของทีชัลล่าที่ค่อย ๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ภาพนิมิตจบลงในฉับพลัน ทีชาก้าสะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่าตนกลับมาอยู่ในห้องบัลลังก์วากานดาดังเดิม
เขาเหลียวมองรอบตัวเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างกลับสู่ความเป็นจริงแล้ว เมินเสียงถามอย่างห่วงใยจากบรรดาที่ปรึกษา ก่อนหันไปมองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเอ่ยเสียงขรึม
“สิ่งที่เจ้าทำให้ข้าเห็นเมื่อครู่นั้นคืออะไร?”
ฮาโอยิ้มเพียงน้อย
“คืออนาคต”
สิ่งที่เขาทำก็คือใช้พลังจากแหวนกรีนแลนเทิร์น ฉายภาพความทรงจำของตนจากเหตุการณ์ใน Avengers: Infinity War ถ่ายทอดออกมาราวกับเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นต่อหน้า
ทีชาก้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปสั่งการองครักษ์ “พาทีชัลล่าไปพัก ข้าต้องการพูดกับเขาเป็นการส่วนตัว”
“แต่ว่า…”
องครักษ์คนหนึ่งลังเลจะทักท้วง ทว่าถูกสายตาคมดุของกษัตริย์ทำให้ต้องกลืนคำพูดลงคอ พวกเขาทำความเคารพแล้วรีบพาร่างหมดสติของทีชัลล่าออกไป
เมื่อในห้องเหลือเพียงทีชาก้า ฮาโอ และวันด้า ความเงียบก็โรยตัวลงอย่างหนักแน่น
“อนาคตที่เจ้าฉายให้ข้าเห็น...จะมาถึงในอีกนานเท่าใด?”
ทีชาก้าก้าวเข้าใกล้ฮาโอ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ฮาโอพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ “อย่างมากก็ห้าปี”
อนาคตที่เขากล่าวถึง คือสงครามอินฟินิตี้เหตุการณ์ที่จะนำไปสู่บทสรุปใน Avengers: Endgame ซึ่งหากเทียบกับข้อมูลจากชีวิตก่อน ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงห้าปี ทว่าเขาก็ไม่แน่ใจว่าการมีอยู่ของตนจะเร่งให้ทุกอย่างเดินหน้าเร็วยิ่งขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้ดำเนินไปตามบทหนังอีกต่อไป หากแต่แปรเปลี่ยนได้ตามกระแสแห่งชีวิตจริง
“ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพลังของเจ้าจะปกป้องแผ่นดินของข้าได้จริง?”
เป็นที่แน่ชัดว่า ทีชาก้าเริ่มเชื่อในคำพูดของชายหนุ่ม ภาพแห่งอนาคตที่เขาเห็นเต็มไปด้วยความพินาศเกินกว่าที่เทคโนโลยีของโลกจะรับมือได้ หากวากานดายังปรารถนาจะยืนหยัดอยู่ พลังอันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าที่เหล่าอเวนเจอร์สมีคือสิ่งที่จำเป็น และเขากำลังพิจารณาว่า คนผู้นี้อาจคือคำตอบที่วากานดากำลังเฝ้าค้นหา
“ฉันเชื่อว่า...สิ่งนี้คงพอจะเป็นคำตอบ”
ฮาโอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสงบ
เพียงพริบตา พลังสีเขียวมรกตก็ปะทุจากร่างของเขาราวพายุคลั่ง ห้องบัลลังก์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อากาศรอบตัวบีบอัดจนแทบแตกร้าว
คลื่นพลังอันเกรียงไกรนั้นดำรงอยู่เพียงไม่ถึงสิบวินาที ก่อนที่เขาจะเรียกมันกลับเข้าสู่กายอีกครั้ง เขายังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบสงบ ราวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงสายลมพัดผ่าน
ทีชาก้ากัดฟันแน่น ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“ก็ได้ ข้ายอมรับข้อเสนอของเจ้า แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะช่วยให้วากานดาผ่านพ้นหายนะครั้งนี้ไปได้!”
ฮาโอหัวเราะเบา ๆ
“ฉันสัญญา”
แม้คำสัญญานี้จะมีน้ำหนัก แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ไม่มีหลักประกันหรือพันธะผูกมัดใด ๆ
เหตุผลที่ทีชาก้ายอมตกลงนั้นเรียบง่ายยิ่งเพราะแม้จะมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ย่อมไร้ความหมายอยู่ดี ด้วยพลังที่ฮาโอแสดงให้เห็นเมื่อครู่ เขาเชื่อว่า หากชายผู้นี้ตั้งใจจะชิงไวเบรเนียมด้วยกำลัง วากานดาก็อาจไร้ความสามารถจะต้านทาน
พลังของฮาโอเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์วากานดาจะอธิบายได้ แม้เทคโนโลยีของพวกเขาจะล้ำหน้าที่สุดบนโลกใบนี้ ทว่าพลังของชายหนุ่มกลับเปรียบได้กับเทพเจ้า หากเขาเลือกจะช่วงชิงไวเบรเนียมด้วยอำนาจ ก็ไม่ต่างจากการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว
และเพียงแค่นั้น...ก็เพียงพอให้เห็นถึงความจริงใจของฮาโอ
ทีชาก้าไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ เว้นแต่เขาจะมั่นใจว่าวากานดาจะสามารถยืนหยัดท่ามกลางมหาสงครามที่กำลังใกล้เข้ามาในอีกห้าปี
ในฐานะกษัตริย์ผู้ชาญฉลาด ทีชาก้ารู้ดีว่า...การที่ตนไม่ปรากฏในภาพอนาคต อาจมีเพียงสองความเป็นไปได้เขาอาจติดภารกิจที่อื่น หรือไม่ก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ทว่าไม่รอดพ้นสายตาของฮาโอ รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากของเขาในวินาทีนั้น เพราะเสียงกลไกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว
ติ๊ง! ตรวจพบไอเท็มใหม่จากจักรวาลมาร์เวล : สิทธิ์การใช้ ‘ไวเบรเนียม’ (ไม่จำกัดเวลา) รางวัลที่ได้รับ : แต้มอัปเกรด 30 แต้ม!
ฮาโอรู้ดีว่า หากทีชาก้ายังลังเล เสียงจากระบบก็คงไม่ปรากฏขึ้น
“กษัตริย์ทีชาก้า ในฐานะของแลกเปลี่ยน ฉันขอมอบสิ่งนี้ให้”
ฮาโอยกมือขึ้น แผ่ฝ่ามือออกทันที เส้นพลังงานสีเขียวมรกตทะลักออกมาจากปลายนิ้วทั้งห้า ไหลรวมกันอย่างนุ่มนวล ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที พลังเหล่านั้นก็หล่อหลอมกลายเป็นรูปแหวน แล้วลอยตรงไปยังทีชาก้าอย่างสง่างามภายใต้การควบคุมของฮาโอ
ทีชาก้าเบิกตากว้างเล็กน้อยกับวิธีมอบของราวเทพเจ้า เขายื่นมือรับแหวนเรืองแสงเขียวมรกตด้วยท่าทีระมัดระวัง
“นี่มันอะ..” เขากำลังจะเอ่ยถาม แต่กลับหยุดชะงัก “หือ? พวกเขาหายไปไหน?”
ทีชาก้าจ้องมองแหวนสีเขียวที่นอนนิ่งในฝ่ามือ แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน ทว่าเบื้องหน้ากลับไร้วี่แววของฮาโอและวันด้า
เขารีบเดินไปยังตำแหน่งที่ฮาโอยืนอยู่เมื่อครู่ สอดส่องสายตาไปรอบห้อง แต่ไม่พบแม้แต่เงา พวกเขาหายไปแล้ว
ฮาโอจากไปโดยไม่ทิ้งคำอธิบายใด ๆ ไว้ เพราะเขารู้ดีว่า หากคนอย่างโทนี่ สตาร์ก หรือบรูซ แบนเนอร์สามารถวิเคราะห์พลังในแหวนได้ เทคโนโลยีของวากานดาก็ย่อมทำได้ไม่แพ้กัน
ไม่นานจากนี้ ฮาโอมั่นใจว่า แหวนวงนั้นจะกลายเป็นแหล่งพลังงานทดแทนไวเบรเนียมในระบบพลังงานของวากานดา และอาจกลายเป็นรากฐานของระบบป้องกันแห่งชาติยุคใหม่
สำหรับคนอื่น มันจะดูคล้ายเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่มอบพลังงานไม่รู้จบและตราบใดที่ฮาโอยังมีชีวิตอยู่ พลังจากแหวนวงนั้น...จะไม่มีวันเหือดหาย
ที่ร้านโชห่วย ฮาโอหันไปหาวันด้าแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน
"คืนนี้ฉันอาจนอนในเวิร์กช็อป ไม่ต้องรอฉันนะ เข้านอนไปได้เลย"
วันด้าสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าจาง ๆ บนใบหน้าของเขา จึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เธอเตือนเขาเบา ๆ ว่าอย่าหักโหมงานเกินไปก่อนจะโน้มตัวไปจูบแก้มเขาแผ่วเบา แล้วจึงเดินขึ้นไปพักบนชั้นสอง
ฮาโอยกมือแตะแก้มที่ยังอุ่นอยู่จากสัมผัสนั้น ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะมุ่งหน้าสู่เวิร์กช็อปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเปิดประตูออก สิ่งที่เห็นกลับทำให้ต้องชะงัก
"ไอทรี? ท่านมาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือ ไอทรี ผู้นำแห่งเผ่าคนแคระ และเป็นช่างตีเหล็กระดับตำนานของจักรวาลมาร์เวล ชื่อเสียงของเขาโด่งดังจากการสร้างอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นค้อนโยเนียร์ของธอร์ หรือหอกกุงเนียร์ของโอดิน
แม้แต่โอดินเองก็ยังให้เกียรติไอทรีเพราะผลงานของเขาแต่ละชิ้นล้วนเป็นของวิเศษระดับจักรวาลที่ไม่มีใครเทียบได้
"ข้าต้องมีเหตุผลด้วยหรือถึงจะมาเยี่ยม?" ไอทรีหัวเราะพลางก้าวเข้ามาใกล้
เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฮาโออนุญาตให้เข้าเวิร์กช็อปได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า
แม้จะเป็นคนแคระ แต่ไอทรีก็สูงถึง 5.4 เมตร รูปร่างของคนแคระในจักรวาลนี้ต่างจากมนุษย์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง ด้วยสัดส่วนที่เหมือนร่างจำลองที่ถูกขยายขนาดขึ้น กล้ามเนื้อแน่นตึง หน้าตาแข็งกร้าวราวกับรูปสลักฃ
"ไม่ต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว ท่านมาเมื่อไหร่ก็ยินดีเสมอ" ฮาโอตอบด้วยรอยยิ้มพลางเดินไปที่เตาหลอมดาวเคราะห์ จากนั้นเปิดระบบจุดไฟขึ้น
เปลวเพลิงพวยพุ่งลุกโชนราวกับจะเผาผลาญทั้งจักรวาล
หากปีเตอร์ ปาร์คเกอร์อยู่ตรงนี้ด้วย คงต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เพราะความร้อนที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ที่ฮาโอเคยแสดงให้เขาเห็น อากาศรอบตัวสั่นไหว บิดเบี้ยวจากความร้อนมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากเตาไฟ