- หน้าแรก
- มาร์เวล จุดเริ่มต้นของผู้ครอบครองชินระเท็นเซย์
- บทที่ 14 หนึ่งต่อสอง
บทที่ 14 หนึ่งต่อสอง
บทที่ 14 หนึ่งต่อสอง
บทที่ 14 หนึ่งต่อสอง
“พลเรือเอกเซ็นโงคุ กับพลเรือโทการ์ป...จะโจมตีพร้อมกันงั้นเหรอ?!”
“หึ! ดูท่าพวกนั้นจะหมดสิทธิรอดแล้ว! นี่มันไพ่ตายของกองทัพเรือเลยนะ!”
“พลเรือเอกเซ็นโงคุ! พลเรือโทการ์ป! ลุยเลย!”
เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารเรือดังกระหึ่มยิ่งขึ้นทุกขณะ พลังศรัทธาระเบิดออกในทุกถ้อยคำ แม้แต่หนวดขาวเองยังต้องหันไปมองฉากตรงหน้า
“สองแก่บ้านั่น...ร่วมมือกันงั้นเรอะ?”
ใบหน้าของหนวดขาวเริ่มเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัดแม้แต่เขาเองก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะทนต่อพลังรวมของสองตำนานนั้นได้โดยไม่บาดเจ็บ
เขากำลังจะละทิ้งการต่อสู้อย่างลังเล เพื่อเข้าไปช่วยฮาโอและพวก
แต่แล้ว...สายตาของเขาก็เห็นฮาโอยกมือขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะส่งสัญญาณว่าอย่าเพิ่งเข้ามา
“โอ้...เซ็นโงคุ พุทธทองคำ กับการ์ป หมัดเหล็ก...ศัตรูระดับนี้ เหมาะที่จะใช้ทดสอบพลังของเธอดีเลยล่ะ”
ฮาโอกล่าวขึ้นเรียบ ๆ พลางหันไปทางวันด้า
พลังของเซ็นโงคุในร่างพุทธองค์ กับหมัดทรงพลังของการ์ปที่ใส่แรงเต็มที่นั้น เปรียบได้ดั่งพายุมหาศาลที่โหมกระหน่ำรุนแรง
ในโลกแห่งท้องทะเลกว้างไกลนี้น้อยคนนักที่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาพร้อมกัน
น่าเสียดาย...ศัตรูของพวกเขาคือวันด้า
วันด้าไม่มีแม้แต่แววสะท้าน เธอค่อย ๆ ชักมือออกจากกระเป๋า และในขณะนั้นเอง ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน นิ้วมือกำแน่นก่อนที่พลังสีแดงเลือดอันวุ่นวายจะระเบิดออกจากร่าง เธอแผ่สนามพลังเวทแห่งโกลาหลออกไป
ทันใดนั้น...ทั่วสนามรบเหมือนถูก บีบอัด ด้วยแรงกดดันที่มิอาจมองเห็นผู้คนจำนวนมากแทบขยับตัวไม่ได้ บางคนถึงกับกระอักเลือดปนเศษสิ่งแปลกประหลาดออกมา
มีเพียงผู้แข็งแกร่งไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดได้ ด้วยพลังของตนเองหรือผลปีศาจที่ช่วยพยุงไว้แต่สิ่งน่าประหลาดก็คือสนามพลังนี้กลับส่งผลเฉพาะต่อฝ่ายกองทัพเรือเท่านั้น
เหล่าโจรสลัดที่ไม่รู้เรื่องยืนมองหน้ากันอย่างงุนงงก่อนจะเริ่มเข้าใจในสถานการณ์
“เป็นผู้หญิงคนนั้น! โอกาสมาแล้วบุกเลย!”
“บุก!!”
เหล่าโจรสลัดตะโกนลั่น เงื้ออาวุธขึ้นเตรียมฟาดฟันแต่ก่อนที่คมดาบจะฟันลง อาวุธในมือของพวกเขากลับ บิดเบี้ยวผิดรูปอย่างไร้เหตุผล
“ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยพวกนายหนี ไม่ใช่ช่วยฆ่าใคร” เสียงของวันด้าดังขึ้นอย่างเย็นชา แฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“พาคนของพวกนายออกไปเดี๋ยวนี้!”
ฉากตรงหน้านั้นทำให้ฮาโอยิ้มออกมาเล็กน้อย ขณะยังคงใช้พลังรักษาเอซอย่างต่อเนื่อง
“ดีแล้ว...เธอยังไม่หลงไปกับเวทมนตร์แห่งความโกลาหล ถ้าวันด้าเผลอสูญเสียตัวตนไปจริง ๆ ฉันคงต้องปิดผนึกพลังที่ปลุกขึ้นด้วยมือของตัวเอง”
ฮาโอพาวันด้าและพวกมายังโลกใบนี้ ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือให้พวกเขาได้สัมผัสโลกใหม่ อีกหนึ่งคือเพื่อทดสอบใจของวันด้า ว่าท่ามกลางพลังอำนาจมหาศาล เธอจะยังสามารถรักษาหัวใจอันอ่อนโยนของตนไว้ได้หรือไม่
เพราะในหลายโลกที่ผ่านมา ผู้คนที่ได้รับพลังมากเกินไป...มักจะแปรเปลี่ยนแต่ตอนนี้ ฮาโอไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
“พลังแบบนี้มันอะไรกัน...สุดยอดเกินไปแล้ว!”
แม้แต่เซ็นโงคุเอง...ก็ยังต้องยอมรับว่า พลังของวันด้านั้นเหนือกว่าที่คาดไว้
แต่ทันใดนั้น เขาก็ชะงักไปชั่วขณะเพราะร่างของวันด้า...หายไปต่อหน้าต่อตาเขา
“เสียสมาธิระหว่างการต่อสู้เนี่ย...บางทีมันอาจถึงตายได้นะ” เสียงเย็นยะเยือกกระซิบชิดข้างหูของเซ็นโงคุ
ยังไม่ทันได้หันกลับไปดู เขาก็เห็นจากหางตาเพียงแวบเดียวฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยพลังเวทสีแดงกำลังขยายใหญ่ขึ้นในมุมมองของเขา
สัญชาตญาณจากประสบการณ์การรบยาวนานกระตุ้นให้เซ็นโงคุและการ์ปตอบสนองทันทีทั้งสองต่างปล่อยหมัดสวนกลับโดยไม่ลังเล
ฝ่ามือปะทะกับหมัด!
แรงปะทะที่ตามมาแผ่กระจายเป็นคลื่นกระแทกอย่างเห็นได้ชัด ทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองพื้นดินแตกร้าว วัตถุปลิวกระจายและผู้คนที่ไม่ทันหลบ...สูญสลายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่
ผู้ที่อยู่แนวหลังถึงกับถอยหนีด้วยความหวาดกลัวแต่ก็ยังมีบางคนที่หนีไม่ทัน...ถูกคลื่นพลังซัดหายไปกับความว่างเปล่า
แรงกระแทกแผ่กระจายออกไปไกลกว่า 500 เมตร ทิ้งไว้เพียง ผืนดินที่แห้งแล้งและแตกเป็นเสี่ยง
“พลังบ้าอะไรกันนี่?! พลเรือเอกเซ็นโงคุกับพลเรือโทการ์ป...เป็นยังไงบ้าง?!”
“ไม่รู้เลย!”
เหล่าทหารเรือจ้องมองไปยังใจกลางของคลื่นระเบิดด้วยดวงตาตื่นตระหนก แรงปะทะนั้นรุนแรงจนทั้งสองฝ่ายถูกผลักให้ห่างจากกันโดยสมบูรณ์
ท่ามกลางซากปรักหักพัง มีเพียง ร่างหนึ่งที่ยังคงยืนอยู่ส่วนอีกสองร่าง...ทรุดลงคุกเข่า
คนที่ยืนอยู่คือ วันด้า ส่วนผู้คุกเข่าคือ เซ็นโงคุ กับ การ์ป
แม้จะร่วมมือกัน พลังของทั้งสองก็ ไม่อาจโค่นเธอได้ ไม่เพียงแต่ทหารเรือ แม้แต่ฝั่งโจรสลัดเองก็พากันเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำสิ่งที่พวกเขาเห็นตรงหน้า
สองยอดนักรบแห่งกองทัพเรือ...กลับพ่ายให้กับผู้หญิงเพียงคนเดียว?
วันด้าถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนหัวเราะเบา ๆ เธอเก็บพลังกลับเข้าร่าง มือข้างที่เพิ่งปล่อยพลังเวทยังคงสงบนิ่ง
แรงปะทะที่เธอรับไว้ไม่ได้ทำให้บาดเจ็บแม้แต่น้อยร่างของเธอเพียงแค่ถอยหลังเล็กน้อย ทิ้งรอยเท้าลึกลงบนพื้นเป็นทางยาว
ตรงกันข้าม...ร่างของเซ็นโงคุ พุทธทองคำ และการ์ป หมัดเหล็ก ...กลับทรุดหนัก แขนที่ใช้โจมตูกลับถูกบิดงอในมุมที่ไม่ควรเป็น
ถ้าเป็นคนธรรมดา คงกรีดร้องลั่นหรือสลบไปนานแล้วแต่ทั้งสองคนยังคงฝืนยืนหยัดด้วยความทรหด ใบหน้าแดงก่ำ ข่มความเจ็บไว้โดยไม่ยอมเปล่งเสียงแม้แต่คำเดียว
“...เธอเป็นใครกันแน่?” เซ็นโงคุถามเสียงแผ่ว ขณะกัดฟันทนความเจ็บ
ผู้หญิงที่มีพลังถึงเพียงนี้ ไม่มีทางจะเป็นคนธรรมดาอย่างน้อย...เธอต้องอยู่ในระดับเดียวกับ เจ็ดเทพโจรสลัด แน่นอน
วันด้าเดินกลับมาหาฮาโออย่างสงบ เธอเสยผมเบา ๆ แล้วตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“...ก็แค่พนักงานร้านโชห่วยธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
เมื่อครู่...วันด้ายังทรงพลังพอจะรับมือทั้งเซ็นโงคุและการ์ปพร้อมกันได้แต่ตอนนี้ เธอกลับดูอ่อนโยนบอบบางดุจสตรีผู้สูงศักดิ์ในค่ำคืนเงียบสงบ
ชายหนุ่มทั้งจากฝั่งทหารเรือและโจรสลัดต่างก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ผู้หญิงที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ใครเล่าจะไม่หลงใหล?
"เอาล่ะ งานของฉันจบแล้ว...ได้เวลาไป!"
เมื่อเสียงฮาโอเอ่ยจบ เขาก็ดีดนิ้วเบา ๆ แสงสีเขียวนับไม่ถ้วนปะทุออกจากร่างของเขา พุ่งไปเกาะตัวเหล่าลูกเรือหนวดขาวทีละคน
ในพริบตา ร่างของพวกเขาก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งออกไปราวกับสายฟ้าเป็นลำแสง ก่อนจะหายลับไปจากสายตา
"เดี๋ยวสิ! ฉันยังเล่นไม่เสร็จเลย! อย่าเพิ่งเอาฉันไป!"
ปีเอโตรร้องลั่นขณะถูกพลังสีเขียวพาตัวลอยขึ้นฟ้าแต่ดูเหมือนพลังนั้นจะไม่สนใจเสียงประท้วงของเขาเลยกลับเร่งความเร็วขึ้นแทน
"พวกเขาหายไปไหน?!"
"เตรียมพร้อม!"
"ระวังรอบตัวไว้!"
เหล่าทหารเรือต่างตะโกนสั่งอย่างตื่นตระหนก พร้อมยกอาวุธขึ้นระวังภัย การ์ปกับเซ็นโงคุมองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหัวช้า ๆ
เซ็นโงคุกล่าวกับทหารใต้บังคับบัญชาเสียงเข้ม
"ถอนกำลังได้ เขาหายไปหมดแล้ว พลังของเขาหายไปสิ้นเชิง"
การ์ปพึมพำเบา ๆ "หมอนั่นเป็นใครกันแน่... ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงอะไรมาก่อนเลยในทะเลนี้"
เมื่อฮาโอจากไป หนวดขาวก็ไม่มีเหตุผลใดจะต่อสู้อีก เขาปล่อยพลังของผลแผ่นดินไหวอีกระลอก กระแทกใส่แนวรับของทหารเรือจนเปิดช่องทางหลบหนี
ในพริบตา เขาก็พุ่งไปคว้าตัวเอซ แล้วหายวับไปในสายหมอก
ทหารเรือได้แต่ยืนมอง...ไร้หนทางจะหยุดยั้ง
ในใจของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยคำถาม
"ฮาโอเป็นใคร?"
"ชายคนนี้ที่โผล่มาอย่างกะทันหัน...เราไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อมาก่อน"
“เมื่อกี้...ผู้หญิงคนนั้นพูดถึง ‘ร้านโชห่วย’ ด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“หมายถึงร้านไหนกัน?”
บนเรือของกลุ่มหนวดขาวเหล่าลูกเรือที่รอดชีวิตต่างยืนมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ก่อนเสียงเฮจะดังขึ้นพร้อมกัน
“นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ!”
“เมื่อกี้เราลอยได้ใช่มั้ย?! เจ๋งสุด ๆ เลย!”
“บอสฮาโออยู่ไหน?! ต้องเป็นฝีมือเขาแน่!”
แม้จะเพิ่งรอดตายมาอย่างหวุดหวิด แต่พวกโจรสลัดกลับเต็มไปด้วยความคึกคัก พวกเขาต่างมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ราวกับเด็ก ๆ ที่เฝ้ารอพบฮีโร่ในตำนาน
“ดีใจที่พวกนายยังมีแรงกันอยู่แฮะ…”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากยอดเสาเรือทุกสายตาเงยขึ้นมอง และก็ได้เห็นฮาโอยืนอยู่บนนั้น โดยมีวันด้าและปีเอโตรยืนเคียงข้าง
ทั้งสามต่างยิ้มบาง ๆ พลางมองลงมาอย่างอารมณ์ดี
ฮาโอกระโดดลงจากเสาด้วยท่วงท่าที่งดงามเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง...แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำ ลูกเรือกลุ่มใหญ่ก็วิ่งกรูกันเข้ามา
เสียงหัวเราะก้องไปทั่วขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าใส่ฮาโอ กอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความตื่นเต้น
แม้จะดูป่าเถื่อน แต่พฤติกรรมของพวกเขาก็แสดงออกชัดเจนเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ ไม่สำคัญว่าฮาโอคือใคร เขาช่วยพวกเขาไว้ ช่วยเอซไว้ ช่วยหนวดขาวไว้และนั่น...คือหนี้บุญคุณที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
“เฮ้ๆๆ! หนักนะเฟ้ย! ถอยไปหน่อย! ฉันหายใจไม่ออกแล้ว!”
ฮาโอร้องโวยวายแต่ในน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู ราวกับพี่ชายที่กำลังถูกน้อง ๆ ซนเกาะเต็มตัว
“ฮาโอ...วันนี้พวกเราติดค้างเจ้าแล้วจริง ๆ”
หนวดขาวเดินเข้ามา กล่าวอย่างจริงจัง
“หากวันใดนายต้องการความช่วยเหลือ อย่าได้ลังเลที่จะเอ่ยปาก พวกเราจะทุ่มเททุกสิ่ง...เพื่อชดใช้บุญคุณในวันนี้!”
ฮาโอกวาดตามองใบหน้าที่ยิ้มแย้มของทุกคน เห็นได้ชัดว่าลูกเรือทุกคนต่างยินดีสนับสนุนคำพูดของหนวดขาวอย่างเต็มใจ
"แต่ก่อนอื่น...ควรขอบคุณเธอคนนี้ก่อน"
เขาหันหน้าไปทางวันด้า
“เธอชื่อวันด้า เป็นคนที่ช่วยกันการโจมตีแทนฉัน หากไม่มีเธอ คงช่วยเอซได้ยากกว่านี้เยอะเลย”
พวกโจรสลัดต่างเบิกตากว้าง แล้วก็หันไปทางวันด้า ดูเหมือนจะเตรียมใจกระโดดกอดขอบคุณเหมือนกับที่ทำกับฮาโอเมื่อครู่
แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว ฮาโอก็โบกมือเบา ๆ ทันใดนั้นกลุ่มโจรสลัดก็ปลิวกระเด็นเป็นกลุ่มลงไปกองรวมกันบนดาดฟ้าเรืออย่างทุลักทุเล
เสียงหัวเราะดังลั่น
“เจ้านั่นมันบ้าไปแล้ว! คิดจะกอดเมียผู้มีพระคุณเนี่ยนะ? อยากตายรึไง?!”
วันด้าได้ยินคำพูดนั้นถึงกับหน้าแดงซ่าน เธอแอบเหลือบมองฮาโอ แล้วรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่าเขากำลังยิ้มให้
สีหน้าของเธอแดงยิ่งขึ้นไปอีก ก่อนจะวิ่งหนีไปหลบอย่างเขินอายส่วนปีเอโตร...ไม่มีใครแน่ใจว่าเขาได้ยินอะไรเลยหรือเปล่าชายหนุ่มเจ้าสำราญคนนั้นปะปนกับพวกโจรสลัดไปเสียแล้ว
หัวเราะเฮฮา ดื่มเหล้า กระโดดโลดเต้นราวกับเป็นพวกเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไรช่วยให้ฮาโอไม่ต้องแนะนำตัวอะไรให้ยุ่งยาก
“เอาล่ะ! ฉลองให้กับการช่วยเอซสำเร็จ! ฉลอง!!!”
“โอ้~~~~~~~~!!!”
เสียงเฮสนั่นไปทั่วเรือ บรรยากาศของความสุขและชัยชนะอบอวลทั่วท้องทะเลอีกครั้ง...