- หน้าแรก
- ชีวิตสงบหลังเกษียณของประมุขมาร?!!
- บทที่ 87 วิ่งหนี?
บทที่ 87 วิ่งหนี?
บทที่ 87 วิ่งหนี?
สองสิงห์/ผู้แปล
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ ไป๋ลู่ฮั่นก็ชะงักอยู่กับที่ นางหันกลับมามองหวังเย่ที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วเอ่ยปากว่า
"อย่างไรกัน พวกเจ้าคงไม่คิดจะปิดปากข้าหรอกนะ?"
"เจ้าคิดไปไกลแล้ว"
หวังเย่มองไป๋ลู่ฮั่นพลางส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า
"พวกเราล้วนเป็นพ่อค้าที่สุจริต เป็นราษฎรที่เคารพกฎหมาย จะทำเรื่องปิดปากอันเป็นการผิดต่อฟ้าดินเช่นนั้นได้อย่างไร"
"เถ้าแก่ช่างมีน้ำใจ ต่อไปข้าจะไม่เรียกท่านว่าเถ้าแก่ขี้งกอีกแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ ไป๋ลู่ฮั่นก็แสดงสีหน้ายินดี กล่าวว่า
"หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะกลับไปนอนก่อนละ!" พูดจบไป๋ลู่ฮั่นก็หมุนตัวเตรียมจะจากไป
"แต่ว่า!"
ทันทีที่ไป๋ลู่ฮั่นหมุนตัว เสียงของหวังเย่ก็ดังมาอีก
"เจ้ารู้เรื่องนี้แล้ว พวกเราก็ไม่อาจปล่อยให้เจ้าไปได้ง่ายๆ..."
พร้อมกับคำพูดของหวังเย่ ร่างของอาจี๋ก็เคลื่อนไหวแล้วไปยืนขวางประตูอีกครั้ง
แต่ทันทีที่อาจี๋ไปยืนขวางประตู ไป๋ลู่ฮั่นก็จรดนิ้ว ลงมือรวดเร็วดุจสายฟ้าจิ้มไปที่จุดลมปราณซิ่นเวยและยุ่นเหมิ่นของอาจี๋ หวังจะยับยั้งอาจี๋เพื่อหลบหนี
เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาไป๋ลู่ฮั่นหมั่นฝึกฝนพลังภายใน การลงมือของนางจึงรวดเร็วยิ่ง ทั้งแรงและดุดันกว่าครั้งแรกๆ มากนัก
เพียงลงมือครั้งเดียวก็มีเสียงลมฉีกอากาศดังขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาวะขั้นของไป๋ลู่ฮั่นยังห่างชั้นกับอาจี๋มากเกินไป จุดลมปราณที่นางจิ้มด้วยความรวดเร็ว ของอาจี๋นั้น ราวกับจิ้มลงบนแท่งเหล็กเย็น
การจู่โจมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไม่อาจยับยั้งอาจี๋ได้ แต่กลับทำให้ปลายนิ้วของนางปวดร้าวไปหมด
"เฮ้ย นังหนูน้อย"
เมื่อถูกไป๋ลู่ฮั่นจิ้มสองที อาจี๋ก็เอ่ยปากว่า
"พวกเราพูดดีๆ กับเจ้า เจ้ากลับลงมือเสียอย่างนั้น!"
"โชคดีที่ข้ามีวรยุทธ์เกราะทอง ไม่เช่นนั้นคงถูกเจ้าเล่นงานเข้าให้แล้ว"
พูดจบ อาจี๋ก็ยกมือขึ้นเตรียมจะจับตัวไป๋ลู่ฮั่น
"เจ้า...เจ้าอย่าเข้ามานะ!" เมื่อเห็นอาจี๋ยกมือขึ้น ไป๋ลู่ฮั่นก็เอ่ยปากว่า
"เจ้าเข้ามาอีก ข้าจะตะโกนว่าล่วงเกินนะ!"
"เฮ้ย!" เมื่อเห็นท่าทางของไป๋ลู่ฮั่น อาจี๋ก็ขมวดคิ้ว เอ่ยว่า
"ดูท่าทางเจ้าสิ ยังจะเป็นยอดกระบี่เทพหาวเทียนอีก"
"ข้าเป็นอะไร?" เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋ลู่ฮั่นก็เอ่ย
"ข้าเจอคนร้ายแข็งแกร่งเกินต้านอย่างเจ้า ข้าจะร้องไม่ได้หรือ?"
"สู้ก็สู้ไม่ได้ หนีก็หนีไม่ได้ เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า?"
"อย่างไรเสียข้าก็เป็นเพียงหญิงสาวนะ!"
ว่าแล้วน้ำเสียงของไป๋ลู่ฮั่นก็เริ่มสั่นเครือ นางมองหวังเย่และคนอื่นๆ ตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า
"ร่างกายของเด็กผู้หญิงก็อ่อนแอกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ตอนข้าอยู่บ้านยังไม่ต้องทำงานด้วยซ้ำ!"
"ถูกกักตัวไว้ในโรงเตี๊ยมให้ทำงานเป็นลูกมือ ทุกวันถูกพวกเจ้ารังแกก็ไม่เท่าไหร่"
"แต่ตอนนี้กลับเป็นเช่นนี้ ข้าเพียงแค่อยากรู้อยากเห็นจนได้ยินเรื่องของพวกเจ้าเข้า พวกเจ้าก็จะทำร้ายข้าแล้ว"
"พวกเจ้ายังจะให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่?"
พูดจบ ไป๋ลู่ฮั่นก็ย่อตัวลงร้องไห้เบาๆ
"ไม่ใช่..."
เมื่อเห็นสภาพของไป๋ลู่ฮั่น อาจี๋และเฉินชงต่างก็งงงันไปชั่วขณะ
ทั้งสองหันไปมองหวังเย่แล้วเอ่ยว่า
"เถ้าแก่ ทำให้นางร้องไห้เสียแล้ว พวกเราควรทำอย่างไรดี?"
เมื่อเห็นไป๋ลู่ฮั่นนั่งย่อๆ ร้องไห้สะอื้น หวังเย่ก็ขมวดคิ้ว
แต่เดิมเขาเพียงต้องการกักตัวไป๋ลู่ฮั่นไว้เพื่อชี้แจงความร้ายแรงของเรื่องนี้เท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าเด็กสาวคนนี้จะบอบบางเพียงนี้ ถึงกับร้องไห้ขึ้นมาอย่างนั้น หวังเย่ก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
ทันใดนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร ไป๋ลู่ฮั่นที่กำลัง "ร้องไห้โศกเศร้า" อยู่บนพื้นกลับกระโดดพรวดขึ้นมา เปิดประตูแล้ววิ่งออกไปข้างนอก
???
เมื่อเห็นภาพนี้ ทั้งสามคนก็ตะลึงงันไปทันที
ให้ตายเถอะ...
ยังเล่นเช่นนี้ได้อีกหรือ?
แกล้งร้องไห้เพื่อหลอกให้เห็นใจ แล้วฉวยโอกาสหลบหนี เด็กหญิงคนนี้ดูไร้เดียงสา แท้จริงแล้วก็มีเล่ห์เหลี่ยมไม่น้อยนี่!
หวังเย่ในกาลก่อน เขาในฐานะประมุขนิกายมาร ย่อมรู้จักวาจาของนางอสรพิษสาวเป็นอย่างดี
แต่เดิมเขาคิดว่านั่นเป็นเพียงคำอธิบายถึงหญิงในนิกายมารเท่านั้น
ใครจะคิดว่าแม้แต่เด็กสาวอย่างไป๋ลู่ฮั่น ก็ยังมีลูกเล่นมารยาเช่นนี้
จริงอย่างที่ว่า ยิ่งหญิงงามยิ่งมีเล่ห์เหลี่ยมหลอกคน แม่เฒ่าเจ้าของซ่องโหยวหงช่างไม่โกหกข้าเลย!
"เถ้าแก่ ทำอย่างไรดี?"
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า อาจี๋หันไปถามหวังเย่
"จะทำอย่างไรอีกล่ะ?" เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเย่ก็เบิกตากว้าง แล้วว่า
"รีบไปจับนางกลับมาเดี๋ยวนี้!"
"จำไว้ ก่อนลงมือ ให้จิ้มจุดใบ้ก่อน อย่าให้ปลุกเทพสืบเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นแผนที่เราเพิ่งวางแผนกันไว้ก็จะล้มเหลวหมด!"
"เข้าใจแล้ว!"
พอได้ยินเช่นนั้น อาจี๋ก็รับคำ
แล้วร่างของเขาก็เคลื่อนไหวตามออกไปทันที
ขณะนั้น ที่ลานหลังโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว
หลังจากที่ไป๋ลู่ฮั่นวิ่งออกมาจากห้องของหวังเย่ นางก็ตั้งใจจะวิ่งไปยังห้องพักด้านหน้า
เทพสืบพักอยู่ในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยม ขอเพียงหานางเจอก็จะไม่มีปัญหาอีก!
"ไม่ได้ จะวิ่งตรงไปไม่ได้!" คิดถึงตรงนี้ ไป๋ลู่ฮั่นก็ส่ายหน้า
"วรยุทธ์ของอาจี๋สูงกว่าข้า ความเร็วก็เร็วกว่าข้า ข้าคงวิ่งไปไม่ถึงห้องพักก็ถูกจับได้เสียก่อน!"
"สู้ทำเสียงดังเพื่อปลุกเทพสืบจะดีกว่า!"
คิดมาถึงตรงนี้ ไป๋ลู่ฮั่นก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว นางอ้าปาก ร้องเสียงดังว่า
"เทพ..."
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันได้เอ่ยคำว่าเทพออกมา ก็มีลมพลังสีทองพุ่งมาจากที่ไกล จิ้มลงที่จุดใบ้บนลำคอของนางโดยตรง
ทันใดนั้น ลำคอของไป๋ลู่ฮั่นก็ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีก
ในชั่วพริบตาเดียวกันนั้น ยังมีลมพลังอีกสองสายพุ่งมาจากที่ไกล ซัดเข้าที่จุดลมปราณซิ่นเวยและยุ่นเหมิ่นของไป๋ลู่ฮั่น
พอลมพลังทั้งสองสายนี้ออกฤทธิ์ ไป๋ลู่ฮั่นก็แข็งค้างอยู่กับที่ ขยับเขยื้อนไม่ได้
"นังเด็กคนนี้..."
ทันทีที่ไป๋ลู่ฮั่นขยับเขยื้อนไม่ได้ อาจี๋ก็ค่อยๆ เดินมาที่ด้านหน้าของนาง
"ระดับขั้นอาจารย์ * สามารถปล่อยลมพลังออกจากร่างทำร้ายศัตรูได้แล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าจะเร็วกว่าลมพลังได้หรือ?"
"ว่าง่ายๆ กลับไปกับข้าเถอะ!"
พูดจบ อาจี๋ก็แบกร่างของไป๋ลู่ฮั่นที่ขยับไม่ได้ เดินกลับไปยังห้องของหวังเย่
โดยปกติแล้ว คนที่ถูกจิ้มจุดยังสามารถพูดได้
แต่อาจี๋ฟังคำพูดของหวังเย่ กลัวว่าไป๋ลู่ฮั่นจะส่งเสียงเอะอะโวยวาย จึงรีบจิ้มจุดใบ้ของนางเสียก่อน
ดังนั้น ตอนนี้ไป๋ลู่ฮั่นจึงทั้งเคลื่อนไหวไม่ได้ทั้งพูดไม่ได้ ได้แต่มีน้ำตาคลอเบ้าให้อาจี๋แบกกลับไป
*ระดับอาจารย์ของอาจี๋ ถ้าเทียบกับระดับพลัง จะอยู่ในขั้น 6 7 และ 8