- หน้าแรก
- ชีวิตสงบหลังเกษียณของประมุขมาร?!!
- บทที่ 88 การเปลี่ยนแปลง
บทที่ 88 การเปลี่ยนแปลง
บทที่ 88 การเปลี่ยนแปลง
สองสิงห์/ผู้แปล
"เถ้าแก่ ข้าพานางกลับมาแล้ว!"
หลังจากแบกไป๋ลู่ฮั่นกลับมาถึงห้องของหวังเย่ อาจี๋ก็เอ่ยปากขึ้น
พูดจบ เขาก็วางไป๋ลู่ฮั่นลงบนพื้น
ขณะนี้ไป๋ลู่ฮั่นราวกับรูปปั้นยืนอยู่กับที่ ทั้งเคลื่อนไหวไม่ได้และพูดไม่ได้ มีเพียงดวงตาคู่โต ที่กลอกไปมาไม่หยุด
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เมื่อเห็นไป๋ลู่ฮั่นที่เหมือนรูปปั้น หวังเย่จึงเอ่ยถาม
"ก็ถูกข้าจี้จุดไงล่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น อาจี๋ก็เกาศีรษะพลางยิ้มเขินๆ กล่าวว่า
"ไม่ใช่ท่านบอกหรือ? ให้จี้จุดใบ้ก่อน"
"แล้วข้าก็คิดว่าเด็กหญิงคนนี้วรยุทธ์ก็พอใช้ได้ หากต่อสู้กันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดเสียงดัง ถึงตอนนั้นอาจเป็นปารปลุกเทพสืบให้ตื่นขึ้นมา ก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งใหญ่"
"สู้จี้จุดทั้งตัวจากระยะไกลเสียเลย ทั้งเงียบและยังประหยัดแรงได้อีกมาก!"
พอได้ยินดังนั้น หวังเย่ก็พยักหน้า
"เข้าใจได้ลึกซึ้งทีเดียว" หวังเย่รู้สึกทึ่งในความจริงจังของอาจี๋
แต่เดิม ตามความคิดของเขา เพียงแค่จี้จุดใบ้ของไป๋ลู่ฮั่น ไม่ให้เด็กหญิงคนนี้ส่งเสียงเอะอะโวยวายปลุกเทพสืบก็พอแล้ว
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า อาจี๋จะนำคำพูดของเขาไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถึงเพียงนี้
จี้จุดใบ้ก่อน แล้วจึงปิดจุดลมปราณของไป๋ลู่ฮั่น ทำให้นางขยับเขยื้อนไม่ได้ และยังเป็นการจี้จุด
จากระยะไกล ทำให้คนไม่ทันตั้งตัว
เทคนิคการทำงานช่างเชี่ยวชาญเสียจนพวกโจรลักพาตัวสาวในยุทธภพยังต้องอิจฉา
หากตอนนี้อาจี๋จะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นโจรลักพาตัวสาว ในวงการโจรลักพาตัวสาวแห่งยุทธภพก็จะมีดาวดวงใหม่ผุดขึ้นอย่างเจิดจรัส
คิดถึงตรงนี้ หวังเย่ก็โบกมือ เอ่ยว่า
"ปลดจุดให้นางซะ"
"อะไรนะ?"
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของอาจี๋ก็เปลี่ยนไป เขาเอ่ยขึ้นว่า
"เถ้าแก่ขี้งก ท่านปลดจุดให้นางแล้ว ไม่กลัวนางจะหนีอีกหรือ?"
"ต้องรู้ว่าเทพสืบอยู่ที่ห้องพักชั้นสอง หากนางส่งเสียงโวยวาย พวกเราทั้งหมดนี้ก็จะวงแตกหมด!"
ตอนนี้อาจี๋ระมัดระวังขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ไม่กลัว!"
เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของอาจี๋ หวังเย่ก็ค่อยๆ เดินเข้ามา
"วันนี้ข้าจะอธิบายให้นางเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่อง หากฟังแล้วนางยังคงส่งเสียงเรียกหาเทพสืบ
ข้าก็ช่วยไม่ได้"
พอได้ยินเช่นนั้น อาจี๋ก็ถอนหายใจ
แล้วเขาก็เร่งพลังภายใน ตบลงบนแผ่นหลังของไป๋ลู่ฮั่น
ทันใดนั้น พลังภายในสีทองก็ไหลเข้าสู่ร่างของไป๋ลู่ฮั่น เปิดจุดลมปราณทั้งหมดที่ถูกปิดไว้
ทันทีที่จุดลมปราณถูกเปิด ไป๋ลู่ฮั่นก็หดตัวเข้าไปที่มุมกำแพง เอ่ยว่า
"ข้าไม่หนีแล้ว ข้าไม่กล้าหนีอีกแล้ว!"
"จริงๆ แล้วเจ้าไม่ต้องหนีหรอก หากเจ้าตั้งใจจะไปจริงๆ พวกเราก็ไม่ห้าม"
หวังเย่มองไป๋ลู่ฮั่นที่อยู่ตรงมุมกำแพงแล้วเอ่ยว่า
"แต่ข้าจำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้าเข้าใจเสียก่อน!"
"อธิบาย?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ ร่างของไป๋ลู่ฮั่นก็สะดุ้ง "อธิบายอะไร?"
"ก็เรื่องป้ายจั่นเทียนไงล่ะ!"
พูดพลาง หวังเย่ก็หยิบป้ายจั่นเทียนออกมาจากอกเสื้อ แล้วส่งให้ไป๋ลู่ฮั่น
"ป้ายจั่นเทียน!"
เมื่อเห็นป้ายที่ใสแวววาว เขียวทั้งแผ่นในมือของหวังเย่ ไป๋ลู่ฮั่นก็สะดุ้งเล็กน้อย
"อวิ๋นถิงทุ่มเทพลังงานมากมาย และสมาคมครองใต้หล้าถึงกับประกาศรางวัลก้อนโต ก็เพียงเพื่อจะได้สิ่งนี้มาเท่านั้นหรือ?"
พูดจบ ไป๋ลู่ฮั่นก็รับป้ายจั่นเทียนมาพิจารณาอย่างละเอียด
แต่ตอนนี้ป้ายจั่นเทียนสูญเสียพลังภายในที่หล่อเลี้ยงไปแล้ว กลับคืนสู่สภาพเดิม ดูไม่ออกเลยว่ามีอะไรพิเศษ
"นี่มันไม่มีอะไรเลยนะ" เมื่อมองป้ายจั่นเทียนในมือ ไป๋ลู่ฮั่นก็สงสัย
"อวิ๋นถิงและสมาคมครองใต้หล้าใช้ความพยายามมากมาย เพียงเพื่อป้ายแผ่นนี้เท่านั้นหรือ?"
"หากข้าหาหยกที่มีลักษณะคล้ายๆ กันสักชิ้น ข้าก็จะได้เป็นหัวหน้าสมาคมครองใต้หล้าใช่ไหม?"
"เด็กหญิงคนนี้ช่างไร้ความรู้..."
เมื่อเห็นท่าทางของไป๋ลู่ฮั่น หวังเย่ก็กล่าวอย่างดูแคลน "ลองใส่พลังภายในเข้าไปดูสิ"
"อืม"
ไป๋ลู่ฮั่นรับคำ แล้วเริ่มใส่พลังภายในเข้าไปในป้ายจั่นเทียน
แต่เมื่อไป๋ลู่ฮั่นเพิ่มพลังภายในมากขึ้นเรื่อยๆ ก้อนสีเขียวนั้นกลับดูเหมือนแข็งตัว ไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนเมื่อครู่
ป้ายในมือยังคงเขียวทั้งแผ่น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
"เถ้าแก่ขี้งก..."
เมื่อเห็นสภาพป้าย ไป๋ลู่ฮั่นก็เอ่ยว่า
"ป้ายนี้ใสแวววาว สวยงามมาก แต่ไม่มีอะไรเลยนะ?"
"เห็นไหมๆ..."
เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ลู่ฮั่น หวังเย่ก็เอ่ยว่า
"เรื่องดีทำไม่เป็น เรื่องร้ายถนัดนัก เจ้ายังจะทำอะไรได้อีก?"
"เจ้าส่งป้ายให้อาจี๋ ให้เขาแสดงให้เจ้าดู!"
"อืม!"
ไป๋ลู่ฮั่นรับคำ แล้วยื่นป้ายในมือให้อาจี๋
"ดูให้ดีนะเด็กน้อย!"
อาจี๋รับป้ายจั่นเทียนมาแล้วเอ่ยว่า
พร้อมกันนั้น พลังภายในในร่างของเขาก็พลุ่งขึ้น ไหลเข้าสู่ป้ายจั่นเทียน
แต่ถึงกระนั้น ป้ายนี้ก็ยังคงเขียวทั้งผืน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...
"นี่มัน..."
เมื่อเห็นดังนั้น อาจี๋ก็งงงัน เขามองหวังเย่แล้วกล่าวด้วยความสงสัย
"เถ้า...เถ้าแก่ขี้เหนียว ข้าทำไม่ได้ผลเหมือนกันนะ!"
"อะไรนะ?"
พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของหวังเย่ก็เปลี่ยนไป
เขารับป้ายจั่นเทียนจากมืออาจี๋ แล้วพิจารณาอย่างละเอียด
แต่กลับพบว่าป้ายนี้เขียวทั้งแผ่น ใสสะอาด สวยงาม แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
ให้ตายเถอะ!
เมื่อเห็นสภาพตรงหน้า หวังเย่ก็ชะงักงันอยู่กับที่
ป้ายจั่นเทียนของล้ำค่าเช่นนี้ เนื้อหาภายในกลับเป็นแบบใช้ครั้งเดียว?
"เฉินชง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
เมื่อเห็นเช่นนี้ หวังเย่จึงหันไปถามเฉินชง
"เอ่อ..."
เมื่อถูกหวังเย่ถามเช่นนี้ เฉินชงก็ตกใจเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยว่า
"ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินเจ้านายพูดว่า หยกเก็บตำราชั้นดี ทำมาจากหินเปลี่ยนสี"
"หินเปลี่ยนสีเป็นหินวิเศษชนิดหนึ่ง หลังจากถูกกระตุ้นด้วยพลังภายใน จะเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว
หลังจากนั้นก็จะคงรูปไว้"
"ครั้งก่อนผู้มีวรยุทธ์สูงส่งใช้มันส่งข้อความ ป้ายจั่นเทียนนี้ อาจจะทำมาจากหินเปลี่ยนสีกระมัง?"
ให้ตายเถอะ...
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาจี๋ก็หมดคำพูด เขากระทืบเท้าแล้วเอ่ยว่า
"ไอ้หมอนั่นที่สร้างป้ายจั่นเทียนนี้ ..ช่างกินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำจริงๆ"*
"ข้อมูลสำคัญขนาดนี้เขากลับทำให้เป็นของใช้ครั้งเดียว แล้วเขาจะให้คนอื่นรู้ข้อมูลในนั้นได้อย่างไร?"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ หวังเย่แทบจะหัวเราะออกมา
คนที่สร้างป้ายจั่นเทียนตั้งใจปกปิดข้อมูล แล้วยังจะสนใจว่าคนอื่นจะรู้หรือไม่รึ?
"ดังนั้นเนื้อหาบนป้ายนี้ ก็หายไปแล้วหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ ไป๋ลู่ฮั่นก็เริ่มตอบสนอง
"ข้าผู้เป็นยอดกระบี่เทพหาวเทียน เดิมทีควรเป็นผู้เหนือเมฆาท่องยุทธภพ ไม่สนใจวันพรุ่งนี้"
"แต่ใครจะคิดว่าจะถูกพวกเจ้ากักตัวให้เป็นลูกมือ"
"เป็นลูกมือก็ช่างเถอะ ยังถูกพวกเจ้าลากลงเรือโจร"
"ตอนนี้ดีแล้ว เนื้อหาบนป้ายจั่นเทียนหายไป หากอวิ๋นถิงรู้เข้า วันหน้าจะต้องมาหาเรื่องพวกเราแน่..."
"น่าสงสารข้าเด็กสาวงามดั่งบุปผา ยังไม่ทันได้พบคู่ครองในฝัน ก็ต้องตกนรกไปพร้อมกับชายหนุ่มทั้งสามคนนี้เสียแล้ว!"
ตอนนี้ไป๋ลู่ฮั่นนั่งยองๆ ลงบนพื้นแล้วร้องไห้อีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของไป๋ลู่ฮั่น หวังเย่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ทันใดนั้น ใจของเขาก็สะท้าน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอย่างกะทันหัน
*เป็นสำนวนจีนที่ใช้บรรยายคนที่ไม่มีเรื่องสำคัญทำ จึงไปทำเรื่องไร้สาระหรือสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ความหมายเทียบเคียงได้กับสำนวนไทยว่า "กินอิ่มแล้วไม่รู้จะทำอะไร" หรือ "อยู่ว่างจนคันไม้คันมือ"