เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 74 ขายเจ้าก่อนค่อยว่ากัน

บทที่ 74 ขายเจ้าก่อนค่อยว่ากัน

บทที่ 74 ขายเจ้าก่อนค่อยว่ากัน


สองสิงห์/ผู้แปล

นึกถึงตรงนี้ หวังเย่ก็โกรธจนแทบระเบิด

เมื่อครั้งนั้นชัดเจนว่าเทพสืบ ถูกฝ่ามือตนเองตบจนกระเด็น แล้วหนีไปอย่างลำบากยากเย็น

แต่พอถึงตอนนี้ จากปากของเทพสืบกลับกลายเป็นว่าตนเองพ่ายแพ้ให้เทพสืบเสียได้!

ไม่เพียงเท่านั้น ยังถอยร่นพ่ายแพ้ คุกเข่าขอความเมตตาอีก!?

ไอ้หมอนี่ช่างกล้าพูดออกมาจริงๆ!

เทพสืบคงคิดว่าตนเองตายไปแล้ว ไม่มีใครจะรู้ความจริงของเขา

จึงกล้าพูดเสริมความให้ตัวเองจนเต็มที่

หากไม่ติดปัญหาเรื่องตัวตน ตอนนี้หวังเย่อยากจะตบฝ่ามือใส่เทพสืบจนล้มลง

บังคับให้คุกเข่าบนพื้นแล้วร้องขอความเมตตาเสียจริงๆ!

เดี๋ยวก่อน!

นึกถึงตรงนี้ หวังเย่ก็รู้สึกเอะใจ

"หรือว่า เทพสืบสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เลยตั้งใจจะทดสอบข้า?"

คิดได้ดังนี้ หวังเย่เตรียมจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง

โครม!

แต่ในเวลานั้นเอง เสียงเบาๆ แว่วเข้ามาในหูของหวังเย่

ฟังจากเสียงแล้ว เหมือนมีคนเดินอยู่บนหลังคา

ตอนนี้ค่ำมืดแล้ว แต่กลับมีเสียงดังมาจากหลังคา

หรือว่า...

ตุบ!

ขณะที่หวังเย่กำลังคิดสับสน ประตูใหญ่ของโรงเตี๊ยเมี่ยวเซียนโหลว ก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง

ตามมาด้วยชายสวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิง ผมดำยาวยุ่งเหยิง เดินเข้ามาอย่างโจ่งแจ้ง!

!!!

เมื่อเห็นชายคนนี้ หัวใจของหวังเย่กระตุกวูบอย่างแรง

ชายตรงหน้าไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นอวิ๋นถิงอย่างไม่ต้องสงสัย! แม้ว่าเมื่อครู่เทพสืบจะพูดว่าอวิ๋นถิงอยู่แถวเมืองจิ่งหลิง แต่แม้แต่หวังเย่เอง ก็ไม่เคยคิดเลยว่าอวิ๋นถิงจะมาปรากฎตัวถึงที่เช่นนี้!

"อวิ๋นถิง!?"

ตอนนี้ อาจี๋ก็จำอวิ๋นถิงได้ เขาอุทานด้วยความตกใจว่า "เป็นเจ้าจริงๆ หรือ!?"

"โอ้?"

ได้ยินดังนั้น อวิ๋นถิงขมวดคิ้ว เผยรอยยิ้มเยาะ

"พวกเจ้าไร้ค่าพวกนี้ ยังจำข้าได้อีกหรือ! ก็ดี ประหยัดเวลาข้า ไม่ต้องพูดมาก!"

"ส่งมอบป้ายจั่นเทียนมา ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า หากไม่เช่นนั้น ข้าจะสับพวกเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"

ขณะพูด ร่างของอวิ๋นถิงก็ขยับเล็กน้อย กระแสพลังอันน่าสะพรึงแผ่ออกมา!

!!!

เมื่อกระแสพลังอันน่าสะพรึงนี้ปรากฏ หัวใจของหวังเย่กระตุกวูบ

เพียงไม่นานที่ไม่ได้พบกัน วรยุทธ์ของอวิ๋นถิงเมื่อเทียบกับคราวก่อนนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว!

ไม่เพียงเท่านั้น กระแสพลังของเขาเมื่อเทียบกับคราวที่แล้ว ไหลลื่นแกร่งกล้ามากขึ้น

ชัดเจนว่าเขาได้พบเคล็ดลับบางอย่าง

"วรยุทธ์เขา... เหตุใดจึงก้าวหน้าถึงเพียงนี้!?"

ขณะที่หวังเย่กำลังตกตะลึง เทพสืบที่อยู่ข้างๆ ก็อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจว่า

"หรือว่าเขาได้พบเคล็ดลับบางอย่าง?!"

ใช่แล้ว เทพสืบ!

เมื่อได้ยินเสียงของเทพสืบ หัวใจของหวังเย่ก็กระตุกวูบ แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของเขา

ไม่ต้องสนว่าไอ้เทพสืบนี่คิดยังไง ตอนนี้อวิ๋นถิงมาถึงที่นี่แล้ว และเจ้าก็อยู่ที่นี่พอดี ถ้าเจ้าไม่ลงมือแล้วใครจะลงมือเล่า!?

เจ้าหมอนี่อ้างว่าตีจนข้าต้องถอยร่นพ่ายแพ้ คุกเข่าขอความเมตตาไม่ใช่หรือ?

เมื่อเป็นเช่นนี้ กระทะใบนี้ก็ตกเป็นของเจ้าแล้ว!

คิดถึงตรงนี้ หวังเย่ก็หัวเราะเยาะ

เขาก้าวออกไปข้างหน้า ชี้ไปที่อวิ๋นถิงแล้วพูดว่า

"ถุย! อวิ๋นถิง เจ้าอย่าเหิมเกริมนัก!"

"วันนี้เจ้ามาได้เวลาเหมาะเจาะ พอดีท่านเทพสืบอยู่ที่นี่ กำลังจะมาจับกุมเจ้า

แต่เจ้าก็กลับมามอบตัวเสียเอง"

"วันนี้ปีหน้า จะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า!"

พูดพลาง หวังเย่ก็หันสายตา มองไปที่เทพสืบข้างๆ

"ท่านเทพสืบ เชิญลงมือเลย!"

???

คำพูดนี้ทำให้เทพสืบหันมามองหวังเย่ด้วยความตกใจอย่างยิ่ง

ถึงแม้การต่อสู้กับอวิ๋นถิงในครั้งนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า หวังเย่จะเป็นคนแรกที่กระโดดออกมาขายเขาเช่นนี้!

เห็นภาพนี้แล้ว อาจี๋ก็ตื่นเต้นจนน้ำตาไหลพราก คราวนี้ไอ้เถ้าแก่ขี้งก ไม่ได้ขายข้าเสียที!

"เทพสืบ!?"

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ อวิ๋นถิงก็หันสายตาไปที่เทพสืบ

"ไม่คาดคิดว่าสุนัขอย่างเจ้า ถึงกับตามมาถึงที่นี่!"

"อวิ๋นถิง!"

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเทพสืบก็เปลี่ยนไป พูดอย่างจริงจังว่า

"เจ้าได้ฆ่าคนในตระกูลของราชเลขาธิการคนปัจจุบัน..ทั้งเจ็ดสิบสามคน ..เพื่อชิงไฟธาตุนิพพาน วันนี้ข้าจะจับเจ้ากลับไปรับโทษ!"

พูดพลาง เทพสืบก็สะบัดร่าง กระบี่ดูดวิญญาณที่หลังก็ถูกชักออกจากฝักทันที

"จับข้ากลับไปรับโทษ?"

มองเทพสืบตรงหน้า อวิ๋นถิงก็หัวเราะเยาะ "เจ้าคิดว่าตัวเองมีฝีมือถึงหรือ?"

"พวกเราต่างหาก!"

ไม่รอให้เทพสืบพูดจบ หวังเย่ก็พูดขึ้นว่า

"อวิ๋นถิง แม้แต่ประมุขนิกายมารผู้มีชื่อเสียงน่าเกรงขามในปีนั้น ยังไม่ใช่คู่มือของท่านเทพสืบ

วรยุทธ์ขี้ริ้วของเจ้าจะสู้ได้อย่างไร!?"

"วันนี้ข้าจะยืนดูอยู่ตรงนี้ว่าเจ้าจะถูกท่านเทพสืบตีจนถอยร่นพ่ายแพ้ คุกเข่าขอความเมตตาอย่างไร!"

"ไม่ใช่แล้ว เถ้าแก่..."

ได้ยินคำพูดของหวังเย่ อาจี๋ก็พูดว่า

"วันนี้ท่านดูแปลกไป หากเป็นปกติ ท่านคงวิ่งหนีไปเป็นคนแรกแล้ว!

แต่วันนี้ท่านกลับยืนตะโกนอยู่ตรงนี้ ช่างเหิมเกริมเหลือเกิน!"

"เจ้าเด็กนี่รู้อะไร!"

ได้ยินดังนั้น หวังเย่ก็พูดว่า

"วันนี้มีท่านเทพสืบอยู่ เรามีที่พึ่งแล้ว ย่อมต้องเหิมเกริมหน่อย!"

"ข้าจะบอกเจ้านะ เมื่อท่านเทพสืบลงมือ เจ้าต้องยืนดูอยู่ตรงนี้อย่างเรียบร้อย

หากเจ้ากล้าเข้าไปก่อกวน ข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้า!"

"แต่ว่า..."

ได้ยินคำพูดของหวังเย่ อาจี๋กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

"ไม่ต้องแต่ว่าอะไรทั้งนั้น ปิดปากซะ ยืนดูให้ดีๆ"

ไม่รอให้อาจี๋พูดจบ หวังเย่ก็เขกศีรษะเขาทันที

"วันนี้พวกเราจะได้เห็นว่า อวิ๋นถิงจะถูกท่านเทพสืบจับได้อย่างไร!

แม้แต่ประมุขนิกายมารยังไม่ใช่คู่ประมือ?"

ได้ยินคำพูดของหวังเย่ สายตาของอวิ๋นถิงก็หรี่ลง จ้องมองไปที่เทพสืบ

"เจ้าสุนัขราชสำนัก มีฝีมือถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

ก็ดี วันนี้ข้าจะลองดูว่าฝีมือของเจ้าเป็นอย่างไรกันแน่!"

พูดพลาง อวิ๋นถิงก็ขยับร่าง ซัดฝ่ามือกราดเกรี้ยวใส่อกของเทพสืบ!

"ฝีมือไม่เลว!"

เห็นอวิ๋นถิงลงมือ เทพสืบก็เพ่งสายตา

เขาชักกระบี่ดูดวิญญาณในมือขึ้น เปล่งประกายวาววับ พุ่งตรงไปที่จุดชันจง*ของอวิ๋นถิง!

เห็นเทพสืบลงมือ อวิ๋นถิงก็หัวเราะ เขาขยับร่างเปลี่ยนท่าฉับพลัน หลบกระบี่ ที่จะแทงอกของเทพสืบได้ทัน แล้วซัดฝ่ามืออีกครั้งใส่เทพสืบ

ตูม!

ฝ่ามือนี้ออกมาพร้อมกระแสพลังภายในอันแกร่งกล้า เกิดเสียงดังทุ้มในอากาศ ฟังคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้าย

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฝ่ามือนี้กำลังจะซัดถูกเทพสืบ ประกายวาววับเส้นหนึ่งก็พลันผุดขึ้นจากเอว

พุ่งตรงไปที่ใบหน้าของอวิ๋นถิง

ประกายวาววับนี้ไม่ใช่สิ่งอื่น

มันคือเชือกเหล็กมังกรที่พันรอบเอวของเทพสืบนั่นเอง!

ไม่เข้าทีแล้ว!

เห็นประกายวาววับผุดขึ้น อวิ๋นถิงก็เบิกตาโพลง ขยับร่างก้มตัวลง ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

แต่ในเวลานี้ เทพสืบไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป

เขากระทืบพื้น กระบี่ดูดวิญญาณในมือเปล่งพลังภายในสีเขียวอ่อน ไล่ตามอวิ๋นถิงไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองคนสลับกัน คนหนึ่งรุกคนหนึ่งถอย แล้วพุ่งออกจากโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลวในพริบตา

*"จุดชันจง" เป็นจุดลมปราณสำคัญในทฤษฎีการแพทย์แผนจีนและวรรณกรรมกำลังภายใน ตั้งอยู่ตรงกลางหน้าอกระหว่างหัวนม เป็นจุดสำคัญบนเส้นลมปราณเยิ่นหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเส้นลมปราณพิเศษ

จบบทที่ บทที่ 74 ขายเจ้าก่อนค่อยว่ากัน

คัดลอกลิงก์แล้ว