- หน้าแรก
- ชีวิตสงบหลังเกษียณของประมุขมาร?!!
- บทที่ 44 ฤดูแห่งความวุ่นวาย?
บทที่ 44 ฤดูแห่งความวุ่นวาย?
บทที่ 44 ฤดูแห่งความวุ่นวาย?
ได้ยินคำพูดจากเงาร่างนั้น หวังเย่เหลียวมอง
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบประแจงทันที
เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น คือเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา จากที่ว่าการเมืองนั่นเอง
"ว้า เถ้าแก่หวัง..."
เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว มองดูประตูที่โล่งโจ้ง ก็เอ่ยปากว่า
"ไม่ได้พบกันสองสามวัน โรงเตี๊ยมของท่านถึงกับรื้อบานประตูเลยหรือ?"
"โอ๊ย!"
ได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา หวังเย่เดินออกมาจากโต๊ะคิดเงิน
"บานประตูตากแดดตากลมมานาน ผุพังไปหมดแล้ว ข้าก็เลยรื้อออกมาเพื่อเปลี่ยนประตูใหม่สองบานน่ะ!"
"ว่าแต่ท่านเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา..."
หลังจากหาข้ออ้างมาเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่จับกุมเฉาได้แล้ว หวังเย่ก็เปลี่ยนเรื่องพูด ยิ้มถามว่า
"ไม่ได้พบสองสามวัน ท่านไปปฏิบัติหน้าที่ที่ใดมา?"
"อย่าพูดถึงเลย!"
ระหว่างพูดกับหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาก็หาโต๊ะนั่งลง
"ช่วงนี้ช่างไม่สงบเอาเสียเลย โรงเตี๊ยมเยว่ไหลเพิ่งถูกไฟไหม้ไปไม่นาน เจ้าของร้านเทียนซุ่นเฉิน
จินหม่านชางก็ตายในบ้านของตัวเอง..."
"จินหม่านชางตายแล้ว?"
ได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา หวังเย่ใจหายวาบ
"ไม่น่าเชื่อเลย? เมื่อสองสามวันก่อนเขาเพิ่งรับอนุภรรยาเข้าบ้าน แล้วจะตายได้อย่างไร?"
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?"
เห็นสีหน้าตกใจของหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
"เพิ่งเช้านี้เอง จินหม่านชางนอนตายอยู่บนเตียงของตัวเอง..."
"เฮ้อ ข้าว่าแล้วเชียว อยู่ดีไม่ว่าดีก็ไปเอาเมียน้อย มันไม่ดีหรอก..."
ได้ยินเช่นนั้น หวังเย่ส่ายหน้า ถอนหายใจกล่าวว่า
"ร่างกายจะแข็งแรงแค่ไหน ก็ไม่ควรทรมานร่างกายไปเรื่อย แม้แต่ร่างกายกินมากเที่ยวมาก
ปล่อยลมมากของหลี่ซานตัว ก็ไม่ใช่ว่าใครก็มีได้..."
"พูดถึงเรื่องนี้ สาวน้อยที่เขารับมาร้ายกาจไม่น้อย จินหม่านชางตอนหนุ่มๆ เคยอยู่ในกลุ่มนักเลงป่าเขียว ฝึกวิชาร่างกายแข็งแกร่งเป็นทุนเดิม นางกลับสามารถรีดจนเขาหมดแรงได้"
"เฉินบ้าบึ่งเจ้าของร้านทวยลี่พูดไม่ผิด มีแต่วัวที่ทำงานจนตายไม่มีที่นาที่ไถจนพัง..."
ระหว่างพูด หวังเย่พึมพำคนเดียวอย่างครุ่นคิด
"ท่านคิดไปไกลถึงไหนแล้ว?"
ได้ยินคำพูดของหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉามองหวังเย่อย่างงุนงง
"จินหม่านชางถูกคนฟันตายบนเตียงต่างหาก!"
!!!
คำพูดนี้ยิ่งทำให้หวังเย่ตกใจหนัก "ถูกคนฟันตาย!?"
"ก็ใช่น่ะสิ..."
เห็นสีหน้าตกตะลึงของหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉากล่าวว่า
"คนฆ่าเป็นยอดฝีมือแน่ จินหม่านชางแม้จะเลิกวงการนักเลงป่าเขียวไปแล้ว แต่วิชาร่างกายแข็งแกร่งยังอยู่ คนธรรมดาไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ได้"
"แต่ครั้งนี้ เขาถูกฟันคอขาดด้วยดาบเพียงดาบเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ดาบเหล็กกล้าที่เขาใช้ต่อสู้ยังมีรอยบิ่นถึงสิบแปดรอย..."
คำพูดนี้ทำให้หวังเย่ใจหายวาบ
รอยบิ่นถึงสิบแปดรอย แต่กลับถูกฟันคอขาดด้วยดาบเพียงดาบเดียว
นี่แสดงว่าก่อนตาย จินหม่านชางได้ต่อสู้สุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจเอาชนะฝ่ายตรงข้าม จึงถูกฟันตายคาที่!
"ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง..."
หวังเย่เกาศีรษะพลางกล่าว
"ข้าก็นึกว่าเขาสำมะเลเทเมากับหญิงสาวจนตายบนเตียงเสียอีก..."
"เถ้าแก่หวัง..."
ได้ยินคำพูดของหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาชี้ไปที่ศีรษะของตัวเอง
"ไปเที่ยวซ่องโหยวหงบ่อยเกินไป ไม่ใช่แค่ร่างกายที่โทรมนะ..."
ไป๋ลู่ฮั่นเดินผ่านด้านหลังของเจ้าหน้าที่จับกุมเฉาไป กล่าวว่า
"ร่างกายเขาโทรมหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้ว่าสมองเขาไม่ได้โทรมแน่"
"คิดบัญชีอย่างละเอียดทุกสตางค์ทุกหลี่ ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิด เจ้าเล่ห์ที่สุด!"
"เฮ้ย เด็กน้อยคนนี้ เพิ่งมาวันแรกก็ไม่มีมารยาทซะแล้ว!"
ได้ยินคำพูดของไป๋ลู่ฮั่น หวังเย่เบิกตากว้าง "ไปซักผ้าที่หลังเรือนไป!"
เฮอะ!
ไป๋ลู่ฮั่นกลอกตา เดินตรงไปยังหลังเรือน
"เถ้าแก่หวัง ไม่เลวนี่"
มองไป๋ลู่ฮั่นแวบหนึ่ง เจ้าหน้าที่จับกุมเฉากล่าวอย่างมีนัยยะ
"ไม่เจอสองวันโรงเตี๊ยมก็มีคนเพิ่ม แถมลูกจ้างคนนี้ช่างสดใสน่ามอง เกรงว่าจะมีเจตนาไม่ดีสินะ!"
ระหว่างพูด เจ้าหน้าที่จับกุมเฉายิ้มเจ้าเล่ห์
"หรือว่าท่านเบื่อไปเที่ยวซ่องโหยวหงแล้ว อยากจะหาภรรยาใหม่แล้วหรือ?"
"ก็แค่เด็กสาวบ้านนอกบ้าๆ เท่านั้น จะไปสู้สาวๆ ผมทองตาสีฟ้าในซ่องโหยวหงได้อย่างไร?"
หวังเย่ยิ้ม และกล่าว
"อีกอย่าง หาภรรยาใหม่ก็มีคนคอยควบคุม จะสนุกเท่าไปเที่ยวซ่องได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆๆ"
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเย่ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาหัวเราะลั่น
"มองชีวิตทะลุปรุโปร่งจริงๆ!"
"แน่นอน!"
หวังเย่พยักหน้า ตอบกลับไป
"ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เครื่องในหมูมาแล้ว!"
ยามนี้ อาจี๋นำก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งที่ยังมีไอร้อนฉุย วางลงตรงหน้าเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา
"ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เครื่องในหมู ใส่พริกเยอะๆ ท่านเจ้าหน้าที่จับกุมเฉาเชิญตามสบาย!"
"ดีเลย หิวจนแทบจะตายแล้ว"
มองดูก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า เจ้าหน้าที่จับกุมเฉากล่าว
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา กินคำใหญ่ แล้วกล่าวว่า
"อืม ต้องบอกว่าฝีมือการทำอาหารของเฉินชงนี่ไม่มีอะไรจะกล่าวถึงจริงๆ เครื่องในหมูหั่นพอเหมาะพอดี ตุ๋นรสชาติกำลังดี ข้าชอบแบบนี้ ให้กินทุกวันก็ยังได้!"
พูดจบ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาก็กินอีกคำใหญ่
"น่าเสียดายที่กินครั้งนี้แล้ว ยังต้องรออีกหลายวันกว่าจะได้มาอีก!"
"ยังต้องรออีกหลายวัน?"
ฟังคำพูดของเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา หวังเย่ก็กล่าว
"หากท่านอยากกินก็มาสิ ท่านเจ้าหน้าที่จับกุมเฉาได้รับเงินเดือนตั้งเยอะ จะกินก๋วยเตี๋ยวเครื่องในหมูสักชามราคาสองสามสตางค์ไม่ได้หรือ?"
"ไม่ใช่เรื่องเงิน!"
เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวพลางกล่าว
"ช่วงนี้ถือเป็นฤดูแห่งความวุ่นวาย ไม่เพียงแต่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นบ่อย พวกชาวยุทธภพก็ไม่สงบ
เช้านี้ท่านเจ้าเมืองได้รับจดหมายนกพิราบจากเมืองต่างๆ โดยรอบ แจ้งว่าช่วงนี้มีชาวยุทธภพจำนวนมากเดินทางอย่างพลุกพล่าน มุ่งหน้าสู่เมืองจิ่งหลิง..."
"หลังจากวันนี้ เมืองจิ่งหลิงจะเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ต่อไปจะมีการตรวจตราวันละสามครั้ง การจะมากินก๋วยเตี๋ยวเครื่องในหมูสักชาม ก็จะยากเสียแล้ว!"
พูดจบ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉายกชามใหญ่ตรงหน้าขึ้น ยกซดจนหมดเกลี้ยง
"ชาวยุทธภพจำนวนมากมุ่งหน้าสู่เมืองจิ่งหลิง?!"
คำพูดนี้ทำให้หวังเย่ใจหายวาบ เอ่ยถามว่า "เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้ว?"
ช่วงนี้แม้เมืองจิ่งหลิงจะมีเรื่องเกิดขึ้นไม่ขาดสาย แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าสงบ
แม้ก่อนหน้านี้จะมีชาวยุทธภพจำนวนมากแย่งชิงวานรไฟ แต่สถานที่แย่งชิงอยู่นอกเมือง
ดังนั้นผลกระทบจึงไม่มากนัก
อีกทั้งวานรไฟและเซินเซียงก็จากไปแล้ว พวกชาวยุทธภพควรจะแยกย้ายกันไปแล้ว เหตุใดจึงรวมตัวกันที่เมืองจิ่งหลิงอีกครั้ง?
"ใครจะไปรู้..."
เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาเช็ดคราบน้ำมันบนปาก กล่าวว่า
"พวกชาวยุทธภพพวกนี้ก็เหมือนแมลงวัน ที่ไหนมีกลิ่นคาวก็จะมุดไปที่นั่น ครั้งนี้ใครจะไปรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น..."
"ท่านดูแลลูกน้องอาจี๋ของท่านให้ดี บอกให้เขาอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพรรค์นี้ เรื่องในยุทธภพวุ่นวายนัก เมื่อพัวพันเข้าไปแล้ว ก็เป็นกลิ่นคาวที่ชำระไม่หมด..."
"เอาละ ข้าไปแล้ว!"
พูดจบ เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาเรอด้วยความอิ่ม วางเหรียญใหญ่สองสามเหรียญลง ก้าวเดินออกจากโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว
มองดูเงาร่างของเจ้าหน้าที่จับกุมเฉา ดวงตาของหวังเย่เผยแววกังวล
ไม่รู้เพราะเหตุใด ต่อการตายอย่างน่ากลัวของจินหม่านชางและการรวมตัวของชาวยุทธภพครั้งนี้ เขารู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
"เถ้าแก่ กลิ่นคาวอะไรหรือ?"
เจ้าหน้าที่จับกุมเฉาเพิ่งจะเดินออกไป อาจี๋ก็เข้ามาถามด้วยหน้าตาที่ดูอยากรู้อยากเห็น
"เจ้านั่นแหละกลิ่นคาว!"
ได้ยินเช่นนั้น หวังเย่ตอบอย่างไม่พอใจ
"วันๆ รู้จักแต่ถามๆๆ ยังไม่รีบไปเก็บโต๊ะอีก แล้วถ้าลูกค้ามาจะกินข้าวอย่างไร?"
สองสิงห์/ผู้แปล