- หน้าแรก
- ชีวิตสงบหลังเกษียณของประมุขมาร?!!
- บทที่ 43 ไป๋ลู่ฮั่น
บทที่ 43 ไป๋ลู่ฮั่น
บทที่ 43 ไป๋ลู่ฮั่น
เมื่อได้ยินถ้อยคำของหญิงสาวผู้นี้ หวังเย่ก็แย้มรอยยิ้มบนใบหน้า
เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าพลางเอ่ยปาก
"ให้เวลาท่านสองสามวัน กลับบ้านไปเอาเงินมา?"
"ถูกต้อง..."
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเย่ หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายลง
"ข้ายอดกระบี่เทพหาวเทียนเมื่อเอ่ยวาจามักไม่คืนคำ จะเอาเงินมาให้ท่านทันทีที่นำเงินมาได้ ไม่มีทางบิดพลิ้ว!"
หญิงสาวกล่าวอย่างหนักแน่น ใบหน้าเปี่ยมด้วยความจริงจัง
"คุณหนูท่านนี้..."
มองดูหญิงสาวตรงหน้า หวังเย่ส่ายหน้า
"ท่านเห็นข้าเหมือนคนโง่รึไร?"
"พี่เจ้าของโรงเตี๊ยมรูปงามสง่า จะเหมือนคนโง่ได้อย่างไรเล่า?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ หญิงสาวยิ้มพลางตอบ
"แล้วเหตุใดคุณหนูจึงมาหลอกข้าราวกับข้าเป็นคนโง่เล่า?"
หวังเย่กล่าวเรียบๆ
"หนึ่ง ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร สอง ข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ใด ปล่อยให้ท่านกลับไปเอาเงิน ท่านคิดว่าข้าโง่งั่งหรือไร?"
"แล้วท่านจะให้ทำอย่างไร?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ หญิงสาวกล่าวด้วยอารมณ์ไม่พอใจ
"ทำงานใช้หนี้สิ..."
ยามนี้ หวังเย่ลากเสียงยาว กล่าวอย่างเจ้าเล่ห์
"พอดีที่นี่ยังขาดคนงานรับใช้อยู่..."
"เฮอะ ข้านึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่ลูกมือรับใช้!"
ยังไม่ทันที่หวังเย่จะพูดจบ หญิงสาวแสดงสีหน้าดูแคลน
"หญิงสาวอย่างข้าเที่ยวท่องยุทธภพมาตั้งนาน คิดว่าข้าจะกลัวท่านด้วยหรือ?"
"บอกมาเถิด ข้าจะต้องทำงานเป็นลูกมือรับใช้นานเท่าใด ถึงจะชดใช้หนี้ก้อนนี้ได้หมด?"
ขณะพูด หญิงสาวสีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ราวกับชีวิตลูกมือรับใช้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับนาง
เมื่อเห็นความหยิ่งผยองบนใบหน้าของหญิงสาว หวังเย่ยิ้มออกมา
ช่างเป็นเด็กหนุ่มสาวที่เพิ่งก้าวออกจากชายคาเรือน ที่ไม่รู้อะไรเสียเลย...
คิดถึงตรงนี้ หวังเย่ใช้นิ้วเขี่ยลูกคิดสองสามที แล้วกล่าวว่า
"ท่านติดหนี้ข้าสี่สิบตำลึง ท่านในฐานะลูกมือรับใช้ จะได้ค่าตอบแทนเดือนละสามตำลึง..."
"ดังนั้น ท่านจะต้องทำงานเป็นลูกมือรับใช้ทั้งหมดสิบสี่เดือน!"
"เป็นลูกมือรับใช้สิบสี่เดือน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวเบิกตากว้าง เอ่ยปากว่า
"ท่านคิดว่าข้าคำนวณเลขไม่เป็นหรือไร!"
"ข้าติดหนี้ท่านสี่สิบตำลึง เดือนละสามตำลึง คำนวณแล้วต้องใช้เพียงสิบสามเดือนกว่าๆ ก็ชดใช้ได้หมดแล้ว!"
"อ้อ ลืมบอกเจ้าไป"
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว หวังเย่ยิ้มน้อยๆ
"ที่นี่ทำงานไม่ครบเดือนจะไม่จ่ายค่าตอบแทน ดังนั้น ท่านต้องทำงานสิบสี่เดือน!"
"เจ้า!"
ในเวลาเดียวกัน หญิงสาวคิ้วเรียวขมวดมุ่น
นางไม่เคยพบเจอคนที่ไร้ยางอายเช่นหวังเย่มาก่อน
ทำงานไม่ครบเดือนไม่จ่ายค่าตอบแทน ช่างคิดออกมาได้!
แม้จะโกรธ แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้
ใครให้นางติดหนี้เงินของหวังเย่ ทั้งยังมีอาจี๋ที่มีวรยุทธ์ล้ำลึกยืนอยู่ข้างๆ อีกเล่า?
คิดถึงตรงนี้ นางถอนหายใจยาว เอ่ยปากว่า
"สิบสี่เดือนก็สิบสี่เดือน!"
"เยี่ยมเลย!"
เมื่อเห็นภาพนี้ อาจี๋ที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า
"หญิงสาวแสนดีคนหนึ่งขึ้นเรือโจรเสียแล้ว!"
ระหว่างพูด ใบหน้าของอาจี๋แสดงแววกลั้นขำ
"อาจี๋ ทำไมเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้เล่า?"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ เฉินชงที่อยู่ข้างๆ สงสัย
"หรือว่าเถ้าแก่จะโกงหนี้?"
อาจี๋ส่ายหน้า
"โกงหนี้น่ะ คงไม่กล้า"
"พูดตามตรง แม้ไอ้เถ้าแก่ขี้งกผู้นี้จะเจ้าเล่ห์และไร้ยางอาย แต่ก็ยังนับว่าเป็นผู้ที่รักษาคำพูด"
"แล้วที่เจ้าพูดเมื่อครู่..."
ต่อคำพูดของอาจี๋ เฉินชงยิ่งสงสัยหนัก
"เฮ้อ เฉินชงเจ้าไม่ได้ติดหนี้เขาเลยไม่เข้าใจ ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังแบบนี้"
ยามนี้ อาจี๋เงยหน้า มองเฉินชงยิ้มอย่างเวทนาตัวเอง ราวกับนึกถึงบางสิ่ง
"เมื่อครั้งที่ไอ้เถ้าแก่ขี้งกผู้นี้ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าติดหนี้เขาแค่สามสิบตำลึงเป็นค่ายาต้ม..."
"มาถึงวันนี้ หลังหักค่ายาต้มแล้ว ข้ายังติดหนี้เขาอีกเจ็ดสิบแปดตำลึง"
"เช่นนี้ เจ้าลองคิดเองเถิด"
พูดจบ อาจี๋ตบไหล่เฉินชง สีหน้าเต็มไปด้วยความหมาย
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ เฉินชงมองไปที่หวังเย่ สีหน้าครุ่นคิด
"เอาเถอะ จากนี้ไปเจ้าก็เป็นลูกมือรับใช้ของโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลวของข้าแล้ว"
ยามนี้ หวังเย่มองหญิงสาวตรงหน้า หาวหวอดหนึ่ง
"อ้อ เจ้าชื่ออะไร?"
"อนาคตต่อไปก้มหน้าก็เจอเงยหน้าก็เจอ อย่างน้อยก็ต้องมีชื่อเรียกกันสักหน่อย"
"ไป๋ลู่ฮั่น..."
หญิงสาวกล่าวอย่างไม่พอใจ
"เป็นชื่อที่ดี เพียงแต่เจ้าของชื่อนั้นป่าเถื่อนไปหน่อย..."
"เจ้า!"
ไป๋ลู่ฮั่นฉุนเฉียว แต่ยังไม่ทันที่ไป๋ลู่ฮั่นจะเอ่ยปาก หวังเย่ก็แคะหูพลางกล่าวอย่างเกียจคร้าน
"พอเถอะ ไปหลังเรือนเลือกห้องสักห้องพักเถิด พรุ่งนี้เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ"
ในเวลาเดียวกัน เขาเหลือบมองไปที่อาจี๋
"อาจี๋ คืนนี้เจ้านอนที่ห้องโถงนะ..."
"ทำไมต้องเป็นข้าด้วย!"
เนื่องจากประตูโรงเตี๊ยมถูกอาจี๋ใช้สองฝ่ามือทุบจนเป็นเศษไม้ ดังนั้นจึงต้องมีคนนอนที่ห้องโถงเฝ้าร้าน
หวังเย่ยังพูดไม่ทันจบ อาจี๋ก็ตะโกนลั่น
"ทำไมท่านไม่นอนห้องโถงเองล่ะ?"
"ใครทำให้ประตูพังก็ต้องเป็นคนนั้นนอนสิ?"
ได้ยินเสียงตะโกนของอาจี๋ หวังเย่เลิกเปลือกตาขึ้น กล่าวอย่างเกียจคร้าน
"หรือว่าจะให้คิดเงินค่าประตูกับเจ้าแทนดี?"
เงิน!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อาจี๋ราวกับลูกโป่งที่แตก ไม่มีอารมณ์โกรธอีกต่อไป
ตอนนี้เขาติดหนี้หวังเย่ไปมากพอแล้ว หากติดหนี้ต่อไปอีก ชาตินี้คงไม่มีวันใช้หนี้หมดแล้ว
อีกอย่าง แลกกับการไม่นอนห้องโถง แล้วติดหนี้เพิ่ม ช่างไม่คุ้มค่าเลย...
"ข้านอนเอง!"
คิดถึงตรงนี้ อาจี๋เอ่ยอย่างไม่พอใจ
"ข้านอนเองก็ได้ พอใจหรือยัง?"
"แบบนี้ก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?"
พูดจบ หวังเย่ประสานมือไว้ด้านหลัง เดินอย่างสบายอารมณ์ไปทางหลังเรือน
มองดูเงาร่างของหวังเย่ อาจี๋เอ่ยปาก
"ไอ้เถ้าแก่ขี้งก!"
......
วันรุ่งขึ้นยามเที่ยงวัน
หวังเย่ยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน มองดูไป๋ลู่ฮั่น ใบหน้าเผยรอยยิ้มกลั้นขำ
ยามนี้ไป๋ลู่ฮั่นสวมใส่เสื้อผ้าผ้าฝ้ายหยาบๆ มือถือผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่ง กำลังใช้แรงเช็ดโต๊ะอย่างแรง
เดิมใบหน้าขาวนวลงดงาม ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง ขณะเช็ดโต๊ะราวกับจะทุบโต๊ะให้แตก
เดิมทีนางตั้งใจจะเป็นยอดหญิงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในใต้หล้า
แต่ผลปรากฏว่าเพิ่งก้าวออกสู่ยุทธภพ ก็ถูกเจ้าของโรงเตี๊ยมขี้งกผู้นี้กักตัวให้มาเป็นลูกมือรับใช้ในโรงเตี๊ยม
ยิ่งคิดถึงตรงนี้ นางก็ยิ่งโกรธเคือง
โกรธจนถึงขีดสุด นางยกมือขวาขึ้น เตรียมจะฟาดลงบนโต๊ะตรงหน้าเพื่อระบายความโกรธ
"โต๊ะหนึ่งตัวห้าตำลึงเงิน..."
เมื่อเห็นไป๋ลู่ฮั่นยกมือขวาขึ้น เสียงของหวังเย่ก็ลอยมาเข้าหู
"แน่นอน ข้าไม่ว่าอะไรหรอก เพียงแต่เจ้าจะต้องทำงานเพิ่มอีกสองเดือน..."
พูดจบ หวังเย่ยังจงใจลากเสียงยาว
"พิจารณาให้ดีเถิด!"
"เจ้า!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ ไป๋ลู่ฮั่นอยากจะบีบคอไอ้คนเลวที่ยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน ที่กำลังพูดจาโวหารนี้ให้ตาย
"อดทนหน่อยเถอะ!"
ในขณะที่ไป๋ลู่ฮั่นกำลังโกรธจัด เสียงของอาจี๋ดังมาจากด้านหลัง
"ถึงอย่างไรวันเวลาเช่นนี้ยังอีกยาวนาน!"
ข้าอดทนแล้ว!
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจี๋ ไป๋ลู่ฮั่นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความโกรธในใจไว้อย่างสุดความสามารถ
ในขณะที่ไป๋ลู่ฮั่นเพิ่งจะข่มความโกรธในใจได้ เงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาจากนอกประตู
"เถ้าแก่หวัง ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เครื่องในหมู หนึ่งชาม ใส่พริกเยอะๆ!"
หลังจากมาถึงโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว เงาร่างนี้ก็เอ่ยปาก
สองสิงห์/ผู้แปล