เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

32 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 8

32 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 8

32 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 8


32 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 8

เหอเว่ยถอนหายใจยาว “ยังไงก็เป็นยาพิษที่ทางการห้ามผลิต ห้ามขาย ห้ามใช้โดยเด็ดขาด…”

“แต่ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนี้หรอก” เฉิงนั่วพูดขัด “ที่ฉันอยากรู้คือ...ทำไมตอนนั้นนายถึงพูดแบบนั้นกับฉัน รู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?”

เหอเว่ยโบกมือให้เฉิงนั่วนั่ง ก่อนอธิบาย “เพราะว่าหม่าเฉียนจื่อที่พบในเค้กมันดูไม่เข้ากัน มันไม่สมเหตุผลถึงจะบดหรือละลายน้ำ แต่รสชาติมันก็จะยังอยู่”

“แล้วถ้าเป็นยาพิษอย่าง ยาเบื่อหนู ล่ะ? มันไม่มีรสเลย ไม่แปลกใช่มั้ย?”

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ถึงมันจะไม่มีรส แต่ก็ยากที่จะใส่ลงเค้กโดยไม่ให้ใครรู้”

เหอเว่ยไม่พูดอะไร แต่สมองของเขากลับเริ่มเชื่อมโยงเส้นเหตุการณ์ต่างๆ เข้าหากัน ภาพจากกล้อง กับคำพูดของเสี่ยวหมินที่หน้าจุดเกิดเหตุ…

‘นี่คืออะไร?’

‘น่าจะเป็นผงน้ำตาลไอซิ่ง เดี๋ยวนี้เค้กหลายแบบก็โรยแบบนี้แหละ’

เหอเว่ยเงยหน้าขึ้นทันที “ผงน้ำตาลไอซิ่ง”

เฉิงนั่วอึ้ง เขาชี้นิ้วสั่นๆ “หมายถึง...ฆาตกรไม่ได้ใส่ยาพิษไว้ในเนื้อเค้ก แต่ โรยมันไว้ด้านบนเลยต่างหาก!”

ให้เหยื่อ เห็นกับตา ว่าตัวเองกำลังกินพิษเข้าไป

“ใจโหดเกินไปแล้ว…” เฉิงนั่วแทบไม่เชื่อสายตา “ถ้านายเดาถูก ฆาตกรนี่ไม่ใช่แค่เยือกเย็นธรรมดา ต้องเป็นพวกโรคจิตขั้นสุดด้วยแน่ๆ”

เหอเว่ยมองนาฬิกา ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกัดฟันพูดว่า “การฆ่าคนมันก็ไม่ใช่เรื่องของคนปกติอยู่แล้ว”

“แล้วเอาไงต่อ? ตอนนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยเลยนะ”

“ไม่เป็นไร” เหอเว่ยเหลือบมองเวลา “รอเฟยเฉินกลับจากร้านเค้กก่อน เขาน่าจะมีข้อมูลเพิ่ม”

“เดี๋ยว…” เฉิงนั่วเรียกเขาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้อง “ยังมีอีกรายงานที่นายยังไม่ได้อ่าน”

เหอเว่ยหรี่ตา สีหน้าเฉิงนั่วดูนิ่งผิดปกติ การแบ่งรายงานชันสูตรออกเป็นสองชุดไม่ใช่วิธีปกติของเขา เว้นแต่ว่า…จะมีบางอย่างที่ไม่ปกติจริงๆ

***

เวลาประมาณสิบโมงสิบสิบนาที เฟ่ยเฉินกับเฉินเจ๋อหยางกลับมาพร้อมวิดีโอกล้องวงจรปิดจากร้านเค้ก ทั้งคู่แยกย้ายทันที คนหนึ่งตามหาผู้ที่เข้าร้านตรงตามช่วงเวลา อีกคนมุ่งหน้าไปหาเหอเว่ย…

หว่อเหว่ยลุกขึ้นแทบจะทันที เดินไปยังห้องทำงานของทีมสาม แล้วเคาะประตูแรง ๆ พลางตะโกนว่า “ทุกคนไปที่ห้องประชุม เดี๋ยวนี้!”

ตำรวจทั้งทีมรีบหยิบสมุดจดแล้วตามเหอเว่ยเข้าไปในห้องประชุม จังหวะเดียวกับที่เฉิงนั่วกำลังยืนรออยู่หน้าโต๊ะแล้ว

เฉิงนั่วหันไปกดรีโมต เปิดภาพฉายบนจอโปรเจ็กเตอร์ ด้านหลังเขาคือภาพบัตรประชาชนเรียงเป็นแถว ชายสอง หญิงสอง

“ข้อมูลของผู้เสียชีวิต” เขากล่าว พลางชี้ไปที่มุมบนซ้ายของภาพ

“คนแรก เปาหลี่ หญิง อายุ 33 ปี เจ้าของร้านอาหาร

ถัดมา จ้าวเจิ้งซิง ชาย อายุ 30 ปี เชฟของร้าน

คนที่สาม หลี่เฟิ่ง หญิง อายุ 52 ปี ทำหน้าที่ผู้ช่วยในครัว

สุดท้าย จางหมิงฮั่ว ชาย อายุ 54 ปี พนักงานล้างจาน และเป็นคนเดียวที่เราพบศพอยู่ในครัวหลังร้าน”

“เวลาตายคือช่วงหนึ่งทุ่มถึงหนึ่งทุ่มครึ่งของเมื่อคืนนี้”

ทันใดนั้น นักสืบสาวคนเดียวของทีม สาม ซางซือเหวิน ก็ถามขึ้นว่า “แล้วสาเหตุการตายล่ะ?”

หานหยางพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเหมือนเล่าเรื่องซุบซิบ “โดนวางยาพิษไง ไม่รู้เหรอ?”

ยังไม่ทันที่ซางซือเหวินจะหันมาค้อนใส่ เฉิงนั่วก็รีบพูดต่อ “หานหยางพูดถูก วางยาพิษ แล้วใครพอจะเดาได้ไหมว่าเป็นพิษอะไร?”

ทันใดนั้นสายตาทุกคู่ในห้องก็จับจ้องมาที่หานหยาง

เจ้าตัวหน้าเสียทันที เขาไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าโดนวางยา! ยิ่งมาเจอเหอเว่ยที่นั่งหน้าเรียบเฉยแบบนี้เข้าไปอีก ยิ่งพูดไม่ออก

เฉิงนั่วถอนหายใจ “ดูหน้าจอแล้วฟังฉันให้ดี”

เขากดรีโมต เปลี่ยนหน้าจอให้เหลือภาพผู้เสียชีวิตเพียงสามคน พร้อมขีดวงกลมล้อมไว้

“ผลชันสูตรระบุว่า เหยื่อเสียชีวิตจากระบบหายใจล้มเหลว พบจุดเลือดออกที่สมองและก้านสมอง รวมถึงเส้นใยหัวใจที่มีการหดตัวอย่างรุนแรง ลักษณะศพแสดงอาการขาดอากาศหายใจอย่างชัดเจน”

“หลังการตรวจพิษ ผลออกมาว่า... พวกเขาถูกวางยาด้วยสารตูซูเชียง (ยาเบื่อหนู)”

“ตูซูเชียง?!”

ไม่ใช่แค่หานหยางทุกคนในห้องที่ยังไม่รู้เรื่องนี้ต่างพากันอุทานพร้อมกัน

“ตูซูเชียงไม่ใช่สารต้องห้ามที่ถูกสั่งห้ามผลิตตั้งแต่ยุค 80 แล้วเหรอ? ทำไมถึงยังมีอยู่ได้?”

“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีบ้านพักวันต่อวัน ที่มีการใช้ยานอนหลับ?” เฟยเฉินตั้งคำถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

หานหยางถึงกับอุทาน “อย่าบอกนะว่าเป็นพวกค้ายาอีกแล้ว?!”

แต่เหอเว่ยกลับไม่ตอบอะไร เขาไม่ได้ใส่ใจกับแหล่งที่มาของยาพิษมากนัก เพราะในคดีนี้ ยังมีจุดที่น่าพิศวงยิ่งกว่านั้นอีก…

เขาหันไปมองเฉิงนั่ว ทำสัญญาณให้เขาพูดต่อ

ทันทีที่เหอเว่ยส่งสัญญาณ บรรยากาศในห้องประชุมก็เงียบกริบทันที ทุกคนตรงตัวนั่งหลังตรงอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรอฟังในสิ่งที่เฉิงนั่วกำลังจะเปิดเผย

เฉิงนั่วพยักหน้ารับความเข้าใจ แล้วหมุนตัวไปที่หน้าจอ จากนั้นกดสไลด์ถัดไป

ภาพถ่ายสามคนก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นอีกสองคนแทน

“ชายทางซ้ายคือ จางหมิงฮั่วคนล้างจานที่ผมเพิ่งกล่าวถึงไป ส่วนทางขวา คือผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์วางยาครั้งนี้ หวังเสี่ยวจือ อายุ 28 ปี ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟส่วนที่ผมนำทั้งสองคนมาแยกจากกลุ่มแรก ไม่ใช่แค่เพราะลำดับเหตุการณ์ แต่เพราะยาพิษที่ทั้งสองได้รับ ไม่เหมือนกับอีกสามคนแรก”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งทีมสืบสวนถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

เหอเว่ยเห็นแบบนั้นจึงขยับคางขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เฉิงนั่วพูดต่อ

เฉิงนั่วพยักหน้า แล้วกล่าวสรุปตรงประเด็น

“จางหมิงฮั่ว และหวังเสี่ยวจือ ถูกวางยาด้วย ‘หม่าเฉียนจื่อ’ ซึ่งเป็นสมุนไพรจีน แต่มีพิษร้ายแรง ไม่ใช่ ‘ยาเบื่อหนู’ อย่างที่พวกเราเข้าใจในเบื้องต้น”

ว่าแล้วเขาก็กดเปลี่ยนภาพในสไลด์อีกสองครั้ง

“หม่าเฉียนจื่อ มีสารพิษชื่อว่า ‘สตริคนิน’ หรือ ‘ฟานมู่เปี้ยนเจี้ยน’ มันออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีนในระบบประสาท ส่งผลให้ระบบประสาทส่วนกลางของร่างกายตื่นตัวอย่างรุนแรง ทำให้สมองเกิดภาวะกดทับ จนกระตุ้นไขสันหลังอย่างรุนแรง และเกิดอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง จนสุดท้ายกล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดเกร็งและขาดอากาศหายใจตาย”

เฉินเจ๋อหยางเอนตัวมาข้างหน้า พลางถามด้วยความสงสัย

“หมายความว่า... ทั้งสองชนิดยาถูกใส่ลงในเค้กก้อนเดียวกันอย่างนั้นเหรอ?”

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังชัดเจนในหัวของเขาทั้งสามคนนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่บ่ายโมง ตอนที่เค้กปรากฏตัว ไปจนถึงเกือบหนึ่งทุ่ม ตอนที่ผู้เสียชีวิตทั้งห้าคนกินเค้กชิ้นนั้นเข้าไป

ระหว่างนั้น สิ่งที่พวกเขากินมีเพียงเค้กเท่านั้น ไม่ได้แตะอาหารอื่นเลย

ที่น่าพิศวงที่สุดคือ หลังจากทุกคนกินเค้กเสร็จ กล้องวงจรปิดก็จบลงอย่างกะทันหัน ไม่มีภาพต่ออีกเลย

พวกเขายังจำได้ดี ตอนเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ไม่พบทั้งจาน ช้อน หรือแม้แต่ร่องรอยของเค้ก

ตอนนั้นเอง เหอเว่ยได้สันนิษฐานทันทีว่า ฆาตกรย้อนกลับมาที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมดไป

กล้องวงจรปิดถูกปิดโดยคนร้าย ก่อนที่พิษจะออกฤทธิ์…

จบบทที่ 32 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 8

คัดลอกลิงก์แล้ว