เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

29 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 5

29 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 5

29 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 5


29 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 5

เฉิงลั่วหันไปมอเหอเว่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ไม่เลวเลย เจ้าเด็กนี่ยังพอมีหวังอยู่”

สองคนพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ แต่เหอเว่ยกลับไม่ได้ฟังสักคำ เขายืนอยู่ตรงปลายโต๊ะชันสูตร มองดูศพชายหญิงวัยหนุ่มสาวสองร่างอย่างครุ่นคิด

“คิดอะไรอยู่?” เฉิงลั่วเอ่ยถาม

เหอเว่ยส่ายหน้า “ไม่มีอะไร แม้ผลของหวังเสี่ยวจือจะออกมาแล้ว แต่ก็ทำเหมือนไม่รู้อะไรทั้งนั้น ทำตามแผนเดิมไป”

ทำเหมือนไม่รู้อะไร?

“หมายความว่ายังไง?”

เหอเว่ยทิ้งคำตอบไว้แค่ว่า “หมายความตามที่บอก” จากนั้นก็พาเฉินเจ๋อหยางออกไปทันที

เฉินเจ๋อหยางสังเกตเห็นว่าเหอเว่ยดูมีความกังวลอยู่ไม่น้อย จึงถามตามออกไปว่า “หัวหน้าครับ มันมีอะไรแปลกๆ ใช่ไหม?”

“อืม มีจุดแปลกอยู่จริง แต่ยังบอกไม่ได้ ต้องรออีกหน่อย รอรายงานจากแพทย์นิติเวชและตรวจลายนิ้วมือก่อน”

เมื่อกลับถึงสำนักงาน เหอเว่ยนั่งลงที่เก้าอี้ ขยับหลังที่เริ่มตึงเล็กน้อย เขาเอามือกอดศีรษะ พิงพนักเก้าอี้ ดวงตาจ้องมองรูปถ่ายกล่องเค้กสีฟ้าน้ำทะเลซึ่งวางอยู่กลางโต๊ะ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง เหอเว่ยอนุญาตให้เข้ามา

“ได้อะไรบ้าง?”

เฟยเฉินเดินเข้ามา สีหน้าลำบากใจ “จากตัวอักษรภาษาอังกฤษบนกล่องเค้ก เราเจอร้านเค้กโฮมเมดแห่งหนึ่ง แต่น่าเสียดายว่าตอนนี้ร้านปิดแล้ว ไม่มีคนอยู่ข้างใน ข้างนอกก็ไม่มีเบอร์ติดต่อเจ้าของร้าน”

“แล้วบริการส่งล่ะ? บนกล่องน่าจะมีเบอร์โทรบ้าง”

“โทรไปแล้ว เป็นเบอร์โทรร้าน ไม่มีใครรับ”

เหอเว่ยถอนหายใจ “งั้นก็ช่วยไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าเมื่อร้านเปิด เหนื่อยก็พาคนไปที่นั่น”

“ไปเดี๋ยวมันก็ไปได้อยู่แต่พวกเราไม่มีเบาะแสอะไรเลย”

“เบาะแส?”

“ใช่ครับ เราหาร้านเค้กจนเจอก็เพราะว่าเจอกล่องเค้ก แต่ในกล่องกลับไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้กรูปร่างหน้าตาแบบไหน”

ข้อกังวลของเฟยเฉินก็สมเหตุสมผล ร้านเค้กแบบโฮมเมดแม้จะไม่ใช่เค้กสั่งทำพิเศษ แต่เค้กที่ขายก็คงไม่ได้มีแบบเดียว อีกทั้งเค้กก็ไม่จำเป็นต้องกินในวันเดียวกัน ถ้าหากคนร้ายไม่ใช่คนในร้าน ใครก็ตามที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านก็ล้วนเป็นคนแปลกหน้า แบบนี้จะหาตัวคนร้ายได้อย่างไร?

อย่างน้อยที่สุดก็ต้องย้อนดูช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ทุกคนที่เคยไปซื้อเค้กทุกรูปแบบ รวมถึงพนักงานส่งเค้ก ล้วนเป็นผู้ต้องสงสัย

หรือเขาจะต้องเชิญทุกคนมาสอบสวนทีละคน?

ไม่มีวิธีใดเลยหรือ ที่จะช่วยจำกัดขอบเขตได้บ้าง?

“เอาเถอะนายไปพักก่อน ขอฉันคิดดูอีกทีแล้วจะโทรหา”

เฟยเฉินพยักหน้า แล้วหมุนตัวจะออกจากห้อง แต่ตอนที่มือขวาเขากำลังจะเปิดลูกบิด เขากลับหยุดมือไว้ แล้วหันกลับมามองเหอเว่ยที่ยังคงจ้องภาพกล่องเค้กด้วยสีหน้าหนักใจ แล้วเอ่ยเตือนว่า

“หัวหน้าครับ ขยันทำงานไม่ใช่เรื่องผิดแต่ก็อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนด้วยถ้าหัวหน้าล้มป่วยขึ้นมาหน่วย 3 ของพวกเราคงไม่มีผู้นำ”

เหอเว่ยโบกมือเป็นเชิงไล่ให้เขาหยุดพูดอะไรเลี่ยนๆ แล้วรีบไปเสียที

“ผมพูดจริงนะ อย่าทำเป็นไม่ใส่ใจเชียว!”

เหอเว่ยเงยหน้าขึ้นร้องเสียงอ่อน “รู้แล้วๆ กลับไปได้แล้ว!”

หลังเฟยเฉินออกไป เหอเว่ยก็เดินวนรอบภาพถ่ายนั้นอีกหลายรอบ ถึงอย่างนั้นไม่ว่าเขาจะมองมุมไหน ก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นแค่กล่องธรรมดาใบหนึ่ง จะว่าดูดีก็ไม่ใช่ จะว่าแย่ก็ไม่เชิง เรียกได้ว่าธรรมดาเสียจนไม่น่าจดจำ

เขาเอามือขยี้เส้นผมอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังฝั่งซ้าย

เวลาตอนนี้คือห้าทุ่มสี่สิบห้านาที

ไม่น่าจะหลับแล้ว...อืม ไม่น่าหลับหรอก หมอนั่นเพิ่งกลับมา นาฬิกาชีวิตยังกลับตาลปัตรอยู่เลย!

เหอเว่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างหน้าชื่นตาบาน เขารู้สึกโชคดีที่ชื่อย่อของไป๋จี้อันเป็นตัว B ทำให้รายชื่อนั้นอยู่หน้าแรกของสมุดโทรศัพท์ ไม่ต้องเลื่อนหาให้เสียเวลา ในสายตาเขา เบอร์นั้นไม่ต่างอะไรกับคัมภีร์แห่งคำตอบ รอคอยเขาเรียกใช้เพื่อไขความกระจ่างเสมอ

เสียงรอสายดังอยู่สี่ครั้ง ก่อนที่ปลายสายจะกดรับ

“เที่ยงคืนแล้วนะ เหอเว่ย นายยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า?”

ของฟรีก็มักมีข้อเสีย...เข้าใจได้

เหอเว่ยหัวเราะแห้งๆ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นด้านหนาทันใด “นายหลับไปแล้วหรอ ทำไมถึงนอนเร็วนักล่ะ?”

“เร็ว?” ไป๋จี้อันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับพยายามข่มอาการงัวเงียให้หายไป “นี่นายยังไม่เลิกงานอีกเหรอ”

“ยังเลย ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ฉันใกล้จะตายแล้ว”

“...อย่ามาทำเป็นน่าสงสารหน่อยเลย ถ้านายเชื่อฟังคำพูดของคุณแม่ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องมานั่งลำบากแบบนี้หรอก”

“เฮ้!” พออีกฝ่ายยกเรื่องเก่าขึ้นมา เหอเว่ยก็ขึ้นเสียงสูงทันที “อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ ฉันแค่ลำบากนะ ไม่ได้พูดว่ารู้สึกเสียใจสักหน่อย”

“แต่ฉันรู้สึกเสียใจ”

“เฮ้ แค่ปลุกมาคุยกลางดึกไม่เห็นต้องเสียใจถึงขั้นนั้นเลย”

“ไม่ใช่หรอกฉันแค่เสียใจที่ไม่ได้ปิดเครื่องก่อนนอน”

“งั้นครั้งหน้าก็ปิดสิ แต่คราวนี้…ช่วยฉันก่อนเถอะ”

“อะไร?”

ติ้งดอง เหอเว่ยได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือของไป๋จี้อัน

“ส่งไปให้แล้ว ทาง WeChat”

ครู่หนึ่ง ไป๋จี้อันก็เอ่ยขึ้นว่า “นายส่งภาพกล่องเค้กมาให้ฉันทำไม?”

เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถามเช่นนั้น เหอเว่ยจึงเพิ่งรู้ตัวว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ ไป๋จี้อันยังไม่รู้อะไรเลย ข้อมูลของทั้งสองคนอยู่ในระดับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

“เรื่องมันยาวเอาเป็นว่านายบอกฉันมาก่อนเถอะว่านายเห็นอะไรในภาพนี้?”

“อย่างแรกคือขนาดของกล่องเค้ก เทียบกับปากกาที่นายถ่ายติดด้านข้างแล้วขนาดของเค้กน่าจะประมาณ 6 นิ้ว อย่างที่สอง ในกล่องไม่มีเค้ก และไม่ได้ถูกกดทับ แต่กลับมีถาดรองที่ยังไม่ใช้ ส้อมพลาสติกที่ยังไม่ได้แกะใช้ และมีมีดพลาสติกที่ใช้แล้วอยู่ข้างใน มีดมีเพียงเล่มเดียว แสดงว่าเค้กนี้ถูกตัดครั้งเดียวหมด นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบจำนวนส้อมกับถาดรอง ก็พอคาดการณ์จำนวนคนที่กินเค้กได้ แต่อาจมีบางคนใช้ถาดสองใบ หรือเปลี่ยนถาดกลางคันก็เป็นได้”

“แล้วมีอะไรอีกไหม?”

“กล่องนี้นายไปเอามาจากถังขยะใช่ไหม?”

“ดูแค่นี้ก็รู้เลยเหรอ?”

“ก็มันเป็นหลักฐานนายถึงไม่ได้แตะต้องมัน มุมล่างขวาและโบที่ผูกกล่องมีรอยเปื้อนชัดเจน”เงียบไปครู่หนึ่ง ไป๋จี้อันกล่าวต่อ “คนที่ทิ้งกล่องเค้กนี้เป็นคนละเอียด หรืออาจมีอาการย้ำคิดย้ำทำเล็กน้อย มีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้หญิง หรืออีกอย่าง ตอนที่ทิ้งกล่องนั้นอารมณ์เธอกำลังดี เลยคิดอยากจัดของให้เรียบร้อย”

เหอเว่ยเริ่มรู้สึกว่าเรื่องมันออกจะเหลือเชื่อ “นายรู้ได้ไง?”

“ถ้าเป็นนายจะเก็บกล่องให้เรียบร้อยก่อนทิ้งไหม? แม้แต่โบว์ที่ติดอยู่ในกล่องเค้กก็ยังต้องผูกคืนให้ เรื่องยุ่งยากขนาดนี้จะทำไปทำไม?”

เหอเว่ยนึกในใจ ก็ไม่จริงแน่ ของที่จะทิ้งก็คือของที่จะทิ้ง จะไปเสียเวลาเก็บเข้ารูปเพื่ออะไร

ไป๋จี้อันว่า “ยังมีอีกเรื่อง ฉันจะสามารถตัดสินใจได้หลังจากที่นายให้คำตอบข้อนี้กับฉัน”

“คำตอบอะไร?”

“เวลาที่ถ่ายภาพนี้”

เหอเว่ยเหลือบมองนาฬิกาโดยอัตโนมัติแล้วตอบ “ประมาณสองทุ่ม ก่อนที่ฉันจะเอากล่องนี้ไปที่หน่วยเพื่อส่งตรวจ”

“ผลตรวจลายนิ้วมือออกหรือยัง?”

“ออกแล้ว แต่มีลายนิ้วมือเยอะมาก ยังจับคู่เจ้าของลายนิ้วมือไม่เสร็จ” เหอเว่ยนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของไป๋จี้อันแล้วถาม “สิ่งที่นายจะถามมีแค่นี้ใช่ไหม”

“ไม่ อันนั้นเป็นแค่คำถามเสริม ฉันสนใจเวลาถ่ายภาพเพราะคราบครีมที่ยังเหลืออยู่ในกล่องต่างหาก”

“ครีม?”

เหอเว่ยหยิบภาพขึ้นมาดู กล่องเค้กด้านหน้ามีหน้าต่างใสเล็กๆ ด้านในเดิมควรจะมองเห็นรูปแบบของเค้ก แต่ตอนนี้เค้กไม่มีแล้ว เหลือเพียงครีมที่เปื้อนอยู่ด้านใน พร้อมถาดกับมีดส้อม

“ครีมมันทำไม?”

“มันยังตั้งอยู่ดี และสีของมันก็ขาวสว่างเกินกว่าจะเป็นครีมเทียมที่ทำจากพืช”

จบบทที่ 29 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 5

คัดลอกลิงก์แล้ว