เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49: ไม่ใช่แค่พลัง แต่ต้องมีสถานะ!

บทที่ 49: ไม่ใช่แค่พลัง แต่ต้องมีสถานะ!

บทที่ 49: ไม่ใช่แค่พลัง แต่ต้องมีสถานะ!


ยามเช้าตรู่ ตึกสภายังคงตั้งตระหง่านเงียบสงัด

บนชั้นสูงสุด ภายในห้องทำงานที่มีเพียงแสงสลัว ลิงค์ สตาร์ พังหน้าต่างเข้ามา เศษกระจกแตกกระจายขณะเขาก้าวย่างอย่างระมัดระวัง ดวงตากวาดสำรวจไปรอบห้อง

“จันน่า เจ้าส่งข่าวให้เมดาร์ด้าแล้วหรือยัง?” เขาถามเสียงเบา

“นางกำลังมาทางนี้” เสียงของจันน่าดังสะท้อนในหูเขา ฟังแผ่วเบาแต่มั่นคง ลิงค์พยักหน้านิด ๆ

“ช่วยจับตาดูจิ๊งซ์กับเอคโค่แทนข้าด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ บอกข้าทันที”

“รับทราบ ข้าจะคอยเฝ้า”

จันน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปนสงสัย

“แต่ทำไมเจ้าถึงสั่งให้เอคโค่ไปทำเรื่องแบบนั้นล่ะ? ชุมชนที่ให้ที่พักพิงและช่วยเหลือผู้คนในซอน… มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ? ทำไมต้องไปขัดขวางด้วย?”

ลิงค์ไม่ตอบคำถามตรง ๆ แต่ย้อนถามกลับแทน

“จันน่า เจ้าว่าบนโลกนี้มีอุดมคติแบบยูโทเปียอยู่จริงหรือ?”

จันน่าเงียบไปพักใหญ่ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก

“ข้าอยู่มานานตั้งแต่ยุคโบราณ เคยเห็นนครและอาณาจักรสวยงามนับไม่ถ้วน แต่ยูโทเปียที่แท้จริงหรือ? ไม่เลย ข้าไม่เคยเห็น”

“นั่นล่ะ…”

ลิงค์ถอนหายใจเบา ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของเมดาร์ด้า

“เพราะแบบนั้น ข้าถึงต้องให้เอคโค่ไปขัดขวางไม่ให้คนเข้าไปในชุมชนนั้นมากเกินไป”

“ชายที่ก่อตั้งชุมชนแห่งนั้น เป็นคนที่น่านับถือ เขาไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์ ไม่เคยลืมจุดเริ่มต้นของตนเอง”

“แต่ก็เพราะเหตุนี้ ข้าถึงต้องหยุดเขาก่อนที่เขาจะก้าวพลาดครั้งใหญ่”

ลิงค์เงยหน้ามองเพดาน เสียงของเขาต่ำและเปี่ยมด้วยความครุ่นคิด

“ความก้าวหน้าของสังคม ไม่เคยเกิดจากคนเพียงคนเดียว แต่มันเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนมากมาย”

“การฝากความหวังทั้งหมดไว้กับบุคคลคนเดียว การสร้างสังคมที่ต้องอาศัยเพียงคน ๆ เดียวเพื่อค้ำจุน มันก็ไม่ต่างจากหอไพ่ที่พร้อมจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ”

จันน่าไม่ได้ตอบ เพียงเงียบฟังเขาด้วยความสงบ ราวกับสายลมอ่อนที่โอบล้อมอยู่รอบตัว

ครู่หนึ่ง ลิงค์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนผ่อนออกช้า ๆ

“ตราบใดที่ข้ายังเตรียมตัวไม่พร้อม ข้าจำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกเพื่อสกัดกั้นเขาไว้ก่อน”

“แต่เมื่อข้ามั่นใจในวิธีของตัวเองแล้ว ข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง”

“เมดาร์ด้าใกล้จะมาถึงแล้ว” จันน่าเตือนเขาเบา ๆ ลิงค์ปรับท่านั่งให้สงบและสำรวม

ไม่นานนัก ประตูห้องทำงานก็เปิดออก เมดาร์ด้าก้าวเข้ามาพร้อมโคมไฟในมือ แสงสีเหลืองนวลสะท้อนในดวงตาที่ฉายแววระแวดระวังแต่ก็แฝงด้วยความมั่นใจ

“การพบกันครั้งนี้ค่อนข้างกะทันหันนะ เฮรัลด์”

เมดาร์ด้ากล่าวด้วยรอยยิ้มบาง ขณะเดินตรงมายังโต๊ะ

“ข้าต้องขออภัย เมดาร์ด้า”

ลิงค์พยักหน้าให้นางอย่างเคารพ

“ภาระหน้าที่มากมายทำให้ข้าต้องเก็บตัวในเงามืดไปก่อน นี่จึงเป็นหนทางเดียวที่พอจะทำได้”

“ไม่เป็นไรหรอก”

เมดาร์ด้ายิ้มอย่างอบอุ่น

“แต่ข้าอยากให้ท่านอย่าเว้นระยะห่างนักในครั้งต่อไป พึ่งพาพวกเรามากกว่านี้ก็ได้ ตระกูลเมดาร์ด้าจะเป็นกำลังสนับสนุนที่จงรักภักดีที่สุดของท่านเสมอ เฮรัลด์” #เฮรัลด์ หมายถึง ผู้นำสารหรือตัวแทนของจันน่า

“ขอบใจมาก เมดาร์ด้า”

ลิงค์พยักหน้าอีกครั้ง

“แล้วสถานการณ์ในสภาเป็นอย่างไรบ้าง?”

คำถามนั้นทำให้สีหน้าของเมดาร์ด้ามืดลงทันที

“ไม่สู้ดีนัก”

“แม้จะมีตำแหน่งในสภาว่างอยู่มาก แต่ทั้งข้ากับซาโรกลับไม่สามารถขยับอิทธิพลไปครอบงำพิลโทเวอร์ได้ตามที่หวัง”

“ติดปัญหาอะไร?”

ลิงค์ขมวดคิ้ว

“อย่างแรก ครอบครัวอื่น ๆ ในพิลโทเวอร์กำลังเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อเติมตำแหน่งที่ว่างอยู่ พวกเขาต้องการฟื้นจำนวนที่นั่งในสภาให้กลับมาเต็ม พร้อมทั้งเพิ่มทรัพยากรเพื่อ ‘ปฏิรูป’ และ ‘ควบคุม’ อันเดอร์ซิตี้”

“ในขณะเดียวกัน ครอบครัวเหล่านั้นก็ยืนกรานว่าต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ห้ามกระทบอัตราภาษีหรือเส้นทางการค้า”

“นอกจากนี้ ครอบครัวมากกว่าครึ่งยังรวมตัวกันกดดันพวกข้าให้จัดเลือกตั้งใหม่ให้ได้”

“เมื่อไหร่?”

น้ำเสียงของลิงค์เริ่มตึง

“หลังจบการประชุมประเมินผล”

เมดาร์ด้าตอบ

“เรื่องนี้ลำบากจริง ๆ”

ลิงค์พึมพำ พลางเคาะปลายนิ้วกับโต๊ะ

เมดาร์ด้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

“เฮรัลด์ ข้าเองก็อยากพูดบางอย่างมานานแล้ว”

“พูดมาเถอะ”

“ถ้าพวกเราต้องการเผยแพร่ความศรัทธาต่อจันน่าและสร้างอิทธิพลให้กว้างขวาง การเข้าร่วมกับเหล่าครอบครัวชนชั้นสูงของเมืองย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ด้วยพลังของพวกเขา พวกเราสามารถเผยแพร่การบูชาจันน่าไปทั่วพิลโทเวอร์ได้รวดเร็ว และเมื่อมีพรจากจันน่า เมืองก็จะยิ่งรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก”

“แล้วทำไมท่านต้องลำบากทำเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยล่ะ…?”

เมดาร์ด้าหยุดพูด แต่ลิงค์เข้าใจคำถามที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมา

“เจ้าพูดถูกในแง่นั้น”

ลิงค์ยอมรับ

“แต่ข้าถามหน่อย เมดาร์ด้า แล้วซอนล่ะ?”

“อันเดอร์ซิตี้…”

เมดาร์ด้าเงียบไป สีหน้าสับสนและขัดแย้งอยู่ในใจ

นานพอสมควร เธอจึงพูดช้า ๆ

“ข้ายอมรับตามตรงว่า ข้าไม่ค่อยมีความรู้สึกดีนักต่อซอน สำหรับข้า พวกเขาไม่ต่างจากหนูในท่อระบายน้ำ คอยชอนไช หาทางทำลายความมั่นคงและความรุ่งเรืองของพิลโทเวอร์อยู่ตลอดเวลา”

“นั่นแหละ เมดาร์ด้า นั่นคือขอบเขตที่เจ้ามองไม่พ้น”

ลิงค์ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้

“สำหรับเจ้า ซอนคือภาระ คือโรคเรื้อรังที่พิลโทเวอร์สลัดไม่พ้น เป็นตัวถ่วงที่ฉุดพวกเราไว้”

“แต่สำหรับผู้คนในซอน พิลโทเวอร์ต่างหาก คือพวกที่กักตุนทรัพยากร กักขังโอกาสเอาไว้ ปล่อยให้พวกเขาไม่มีแม้แต่ อากาศสะอาด น้ำสะอาด หรือแม้แต่ที่อยู่”

“แต่มันไม่เหมือนกันนะ!”

เมดาร์ด้าเถียงเสียงดัง

“แล้วมันต่างตรงไหน?”

ลิงค์ย้อนทันที

เมดาร์ด้าอ้าปากจะเถียงต่อ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาแน่วแน่ของลิงค์ กลับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

“มันไม่ต่างกันหรอก”

น้ำเสียงลิงค์นิ่งสนิท

“ที่มันดูต่าง ก็เพราะมีใครบางคนทำผิดพลาด จนผลักให้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้”

“แล้วใครล่ะ ที่ทำผิดพลาด?”

ลิงค์ถามกดดัน

เมดาร์ด้านิ่งเงียบ ลิงค์จึงถอนหายใจ

“ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะพูดเอง คนที่ทำผิด คือพวกชนชั้นสูง พวกที่กักตุนความมั่งคั่งและทรัพยากร ครอบครองอำนาจไว้เพียงไม่กี่คน และไม่ยอมปล่อยมือจากการควบคุมซอน พวกเขาเอาเปรียบผู้คนในซอน แล้วทำให้ที่นั่นยากจน วุ่นวาย และล้าหลัง”

“นั่นแหละ รากเหง้าของความขัดแย้งระหว่างพิลโทเวอร์กับซอน และนั่นคือสิ่งที่ข้าอยากเปลี่ยน”

“ข้าอยากให้ทั้งสองเมืองรวมเป็นหนึ่งเดียว อยู่ร่วมกันอย่างรุ่งเรือง ไม่ใช่ให้พิลโทเวอร์ต้องร่ำรวยบนความทุกข์ยากของซอน”

“เข้าใจหรือไม่?”

น้ำเสียงของลิงค์หนักแน่น เมดาร์ด้ามองเขาด้วยสายตาขัดแย้งอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างลังเล

“อุดมการณ์ของท่าน… ตระกูลเมดาร์ด้าจะสนับสนุนมันเท่าที่จะทำได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ได้ในชั่วข้ามคืน”

“เราต้องใช้ยุทธวิธี แบ่งแยกและสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจเดิม ค่อย ๆ สร้างอิทธิพลของพวกเราเอง แล้วเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ”

“เจ้าพูดไม่ผิด”

ลิงค์ยอมรับ

“แต่แนวทางนั้น สุดท้ายมันก็จะกลับไปสู่ปัญหาเดิม”

“พวกตระกูลใหญ่ก็ยังคงครองอำนาจอยู่ ความมั่งคั่งกับทรัพยากรก็ยังกระจุกตัวอยู่ในมือพวกเขา ต่อให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้น แต่ปัญหารากเหง้าก็ยังไม่ถูกแก้”

“พวกนักปฏิรูปในวันนี้ จะกลายเป็นทรราชในวันข้างหน้า และรอวันที่การปฏิวัติครั้งใหม่จะโค่นล้มพวกเขา”

“แล้วท่านคิดจะทำยังไง?” เมดาร์ด้าถามด้วยเสียงแผ่วที่ปนความไม่สบายใจ

“ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด”

ลิงค์กล่าวเรียบ ๆ

ดวงตาเมดาร์ด้าเบิกกว้าง

“แต่นั่นจะสร้างแรงต่อต้านมหาศาลนะ!”

“ใช่ เพราะงั้นเราต้องโจมตีให้เด็ดขาด รวดเร็ว และเฉียบขาด”

ลิงค์สูดลมหายใจลึก น้ำเสียงหนักแน่น

“เราต้องทำให้เหล่าชนชั้นสูงสะดุ้งจนต้องยอมจำนน สร้างระบบใหม่ขึ้นมา และปฏิวัติทุกอย่างอย่างฉับไว”

“แต่ตอนนี้ เรายังไม่มีพลังมากพอที่จะทำแบบนั้น”

เมดาร์ด้ากล่าวเสียงอ่อน

“ท่านเองก็กันแม่ของข้าออกไปจากเรื่องนี้ ข้าก็จะไม่ดึงนางเข้ามาเช่นกัน ถ้าท่านคิดจะเปลี่ยนทุกอย่างด้วยพลังของตัวเองเพียงลำพัง มันจะเป็นไปไม่ได้เลย”

“ไม่ใช่แค่พลังเท่านั้นที่เราต้องมี แต่เรายังต้องมี ‘สถานะ’ ที่จะทำให้พวกตระกูลใหญ่ต้องยอมก้มหัวให้ด้วย”

“เพราะงั้นได้โปรดอดทนไว้ เราต้องเดินเกมอย่างรอบคอบ”

เมดาร์ด้าพูดไป ลิงค์ยังคงเงียบ เขาก้าวไปยืนตรงหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังนครพิลโทเวอร์ที่ทอดตัวไกลสุดสายตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

แก่นแท้ของความขัดแย้งระหว่างพิลโทเวอร์กับซอว์น ซ่อนอยู่ในตัวพิลโทเวอร์เอง หากอยากแก้ปัญหา จำเป็นต้องปฏิวัติพิลโทเวอร์ก่อน จึงจะสร้างระบบใหม่เพื่อฟื้นฟูซอนได้

แต่ก็อย่างที่เมดาร์ด้าบอก เวลานี้เขายังไม่มีทั้งพลังที่จะปฏิวัติได้ทันที และยังไม่มีสถานะสูงส่งที่จะบีบให้ตระกูลใหญ่ต้องก้มหัว

“หากจะเปลี่ยนพิลโทเวอร์ เราต้องมีทั้งพลังและสถานะ พลังคือแรงที่จำเป็นสำหรับปฏิวัติจากเบื้องล่าง ส่วนสถานะ คือรากฐานที่จะปฏิรูประบบจากเบื้องบน”

ลิงค์คิดอยู่ในใจ

“การสร้างสถานะต้องใช้เวลา เว้นแต่ข้าจะหาวิธีหยิบยืมอิทธิพลมาได้”

“ส่วนพลัง… ตอนนี้ ข้าทำได้เพียงพึ่งพาความรู้และเทคโนโลยีที่ข้าครอบครองอยู่”

“บางที ถึงเวลาแล้วที่จะเร่งโปรเจกต์ ‘Original Sin’ ที่ข้าเคยวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนทดสอบพลังเวท ข้าต้องสร้าง ‘Blitzcrank’ ของข้าขึ้นมาเอง”

จบบทที่ บทที่ 49: ไม่ใช่แค่พลัง แต่ต้องมีสถานะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว