เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.23 ที่บ้านข้างๆ มีซอมบี้กำลังเติบโต

EP.23 ที่บ้านข้างๆ มีซอมบี้กำลังเติบโต

EP.23 ที่บ้านข้างๆ มีซอมบี้กำลังเติบโต


เดือนสอง กลิ่นหอมของไม้จันทน์ฟุ้งกระจาย

ภายในร้านรับจัดงานศพ หนูสีเทาตัวผอมเล็กที่มีพู่ขนสีขาวบนหัว กำลังนั่งยองอยู่ในจาน กอดแผ่นปลาดิบตากแห้งแผ่นหนึ่งไว้แน่น แทะกินอย่างเอร็ดอร่อย

แสงแดดเส้นหนึ่งส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง ตกกระทบลงบนขอบโต๊ะทำงานที่เงียบสงบ ฝุ่นผงในอากาศลอยละล่องอย่างแผ่วเบา

ในช่วงเวลาที่เงียบสงบและวังเวงเช่นนี้เอง โลงไม้สีหม่นที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะทำงานและไม่เคยมีความเคลื่อนไหวใดๆ ก็พลันส่งเสียงเบาๆขึ้นมา ฝาโลงที่มีฝุ่นเกาะอยู่ค่อยๆเปิดออกจนเห็นรอยแยกชัดเจน

เจ้าหนูสีเทาตัวเล็กที่กำลังแอบกินของคาวอยู่ชะงักทันที จ้องมองไปทางต้นเสียงด้วยดวงตากลมดำคล้ายเมล็ดถั่ว ราวกับรูปปั้นที่ถูกสาปให้หยุดนิ่ง

“โครม!” เสียงฝาโลงถูกดันกระแทกตกลงพื้นเสียงดัง ตามมาด้วยมือเรียวยาวราวกับเพิ่งถือเกิดใหม่ข้างหนึ่ง ค่อยๆยื่นออกมาจากในโลง

ที่ปลายนิ้วทั้งห้านั้น มีเล็บยาวเรียวแหลมโผล่ออกมา ดูละม้ายคล้ายกับปลอกเล็บโลหะที่องค์ไทเฮาเคยสวมใส่

“ซี่...ฮ่า——” เสียงหายใจเข้าออกที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นอีกครั้ง

ซู่ชิงที่กำลังหลับฝันหวานอยู่ ในฝันนั้นเขากลายเป็นดักแด้ตัวหนึ่ง ห้อยอยู่บนต้นไม้เก่าแก่ในหุบเขาลึกที่เขียวขจี รอบข้างเต็มไปด้วยแสงจันทร์ สายลม เสียงนกร้องและกลิ่นหอมของมวลดอกไม้

เมื่อวันเวลาผ่านไป ฟ้าแจ่มใส อากาศอุ่น เขาก็สลัดเปลือกดักแด้ทิ้ง กลายเป็นผีเสื้อโบยบิน

ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกว่าร่างกายเบาราวกับไร้น้ำหนัก แค่กระพือปีกเบาๆ ก็สามารถลอยขึ้นไปถึงก้อนเมฆได้แล้ว

ภายในร้าน ซู่ชิงที่เพิ่งตื่นจากฝันก็เอื้อมมือไปคว้าขอบท่อนไม้โลงไว้แน่น ออกแรงยกตัวให้ขึ้นนั่งตัวตรง กระดูกทั่วร่างก็พร้อมใจกันส่งเสียงดังเป๊าะแป๊ะออกมาโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อเขาลืมตาขึ้น ภาพที่กลับมาชัดเจนอีกครั้งก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ใกล้ๆนั้น มีหนูสีเทาตัวหนึ่งที่ตกใจสุดขีดร้องจี๊ดๆ วิ่งหนีไปยังมุมห้องอย่างรวดเร็ว

เขาสามารถมองเห็นขนบนตัวมันได้อย่างชัดเจนทีละเส้น

“ทำไมดูเหมือนว่าข้าจะขาวขึ้นนะ?”

ซู่ชิงก้มมองแขนของตนเอง ผิวในเงามืดขาวซีดอย่างผิดปกติ แต่บริเวณที่แสงอาทิตย์ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างนั้น กลับสะท้อนเป็นประกาย

เหมือนกับเวลาจุดตะเกียงดูดาบในยามค่ำคืน แล้วเห็นแสงวาววับที่สะท้อนออกมา

เมื่อซู่ชิงเห็นเช่นนั้น ไม่เพียงไม่ตกใจ กลับยินดีเสียด้วย เพราะในตำราซอมบี้เคยบันทึกไว้ว่า การพัฒนาของซอมบี้มีทั้งหมดห้าขั้น ได้แก่ ซอมบี้เร่ร่อน, ซอมบี้หมอบ, ซอมบี้ไร้กระดูก, ซอมบี้บิน และ ซอมบี้เซียน

ซอมบี้เร่ร่อนมีสามประเภท คือ ซอมบี้เกราะเหล็ก, ซอมบี้เกราะเงิน และซอมบี้เกราะทอง

ซอมบี้ทั้งสามนี้ มักแยกแยะด้วยตาเปล่าได้ยากในยามปกติ แต่ก็พอมีวิธีอยู่บ้างทีจะแยกออก นั่นคือให้แสงแดดส่องลงบนผิวหนัง แล้วดูจากผิวและประกายแสงที่สะท้อน

แสงแดดเป็นพลังหยางที่บริสุทธิ์และแข็งกล้า ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับซอมบี้พเนจรที่ชื่นชอบความมืดและพลังหยิน

ในตอนนี้ แสงสะท้อนบนผิวของซู่ชิงคือสัญลักษณ์ของการเลื่อนขั้นสู่ซอมบี้เร่ร่อนเกราะเหล็กโดยสมบูรณ์

ส่วนซอมบี้เกราะเงินนั้น เมื่อผิวต้องแสงอาทิตย์ จะสะท้อนประกายคล้ายจุดแสงระยิบระยับบนหิมะในฤดูหนาว ดูราวกับดวงดาวสีเงินแต่งแต้มอยู่ทั่วร่าง

ส่วนซอมบี้เกราะทองนั้น ผิวจะสะท้อนแสงราวกับถูกฝังด้วยหยก ทองและเพชรวิบวับ งดงามเจิดจ้าถึงขีดสุด

โชคดีที่ในตำราเลี้ยงศพมีวิธีแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เพียงโรยผงยาที่ใช้ร่วมกับคาถาสุนัขใบ้ลงบนร่าง ก็สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาผิวสะท้อนแสงแดดได้

ซู่ชิงรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดใจ สายตาจึงหันไปยังมุมฝั่งตะวันตกของผนัง ที่มีโลงศพสองใบถูกคลุมไว้ด้วยผ้ายันต์

ว่าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่านอาหยางหรือหลิวโย่วเต๋า อาจารย์กับศิษย์คู่นี้ต่างก็เป็นช่างต้อนศพมาทั้งชีวิต เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเลี้ยงได้แค่ซอมบี้ธรรมดาทั่วไป พวกเขาจะไม่เคยลองฝึกซอมบี้เกราะเหล็กหรือเกราะเงินเลยงั้นหรือ?

ซู่ชิงสวมใส่เสื้อผ้า เดินเงียบ ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าโลงศพสองใบ

โลงศพสองใบนี้ดูหนาและหนักกว่าปกติมาก กระดาษยันต์ที่ติดอยู่บนโลงก็ไม่รู้ทำจากวัสดุอะไร แม้เวลาจะผ่านมานานเท่าไร ก็ยังคงใหม่เหมือนเพิ่งเขียนและติดไว้ไม่นาน

ซู่ชิงเพิ่งได้สัมผัสด้วยตัวเองกับการฝึกและเลี้ยงดูซอมบี้เกราะเหล็ก ตอนนั้นเขานอนอยู่ในโลงไม้ทึบขนาดเล็กจนกลายเป็นดักแด้ ภาพเหตุการณ์นั้นเหมือนจะซ้อนทับกับโลงศพสองใบที่อยู่ตรงหน้าอย่างลางๆ

“หลิวโย่วเต๋าคนนั้น คงไม่เอาซอมบี้เกราะทองสองตัวมาฝากเลี้ยงไว้ที่ร้านของข้าแน่ๆใช่ไหม?”

ถ้าเป็นซอมบี้เกราะเหล็ก ตามความเร็วที่เขากลายเป็นดักแด้ก่อนหน้านี้ สองตัวนี้ก็ควรจะลุกขึ้นจากโลงไปนานแล้ว!

ถึงแม้แต่ซอมบี้เกราะเงินก็น่าจะไม่เงียบสงบอยู่นานขนาดนี้เช่นกัน

ซู่ชิงเดินวนดูโลงศพสองใบที่ดูน่ากลัวเหล่านี้อยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าการปิดผนึกต่างๆ รวมถึงยันต์ทั้งหมดยังอยู่ครบถ้วน จึงรู้สึกวางใจขึ้นบ้าง

ร้านถูกปล่อยว่างไว้หลายวัน ไม่มีใครทำความสะอาด ในร้านจึงมีฝุ่นจับให้เห็นได้ชัดตามที่ต่าง ๆ

ซู่ชิงเก็บกวาดอย่างเร่งรีบ ข้างบนเคาน์เตอร์วางนาฬิกาทรายที่เขาซื้อมาเพื่อจับเวลา น้ำในนั้นหยดหมดไปตั้งนานแล้ว

การบำเพ็ญเพียรไร้ซึ่งปีเดือน การรู้แจ้งในหนทางก็ไม่ขึ้นกับกาลเวลา

“การพัฒนาเป็นซอมบี้เกราะเหล็กยังต้องใช้เวลานานขนาดนี้ ถ้าคิดจะพัฒนาเป็นซอมบี้เกราะทอง ข้าไม่อยากจะคิดเลย?”

ซู่ชิงพูดด้วยความรู้สึกคิดไปไกล จากนั้นเดินผ่านสวนหลังร้าน ปีนกำแพงอ้อมไปยังประตูหน้าร้าน

ในตอนนั้น อู๋เย่าเซิงที่นั่งยองๆ อยู่หน้าร้านเครื่องกระดาษ กำลังม้วนกระดาษก็เกิดหยุดชะงักขึ้นทันที

“ท่านซู่ กลับมาแล้วเหรอ!”

อู๋เย่าเซิงวางงานที่ทำอยู่ทันที วิ่งเข้ามาหาซู่ชิงในไม่กี่ก้าว พร้อมกับสอดส่องดูเขาอย่างถี่ถ้วน

“ขาวขึ้นแล้วนะ ไม่ผอมเหมือนแต่ก่อน ดูเหมือนคนที่จ้างท่านไปดูฮวงจุ้ยต้องเป็นบ้านใหญ่บ้านโตเลยใช่ไหม ถึงได้กินอาหารดีๆ ทุกวัน?”

ซู่ชิงยิ้มเล็กน้อย พลางเปิดประตูพูดว่า

“ท่านเดาถูกจริงๆ นั่นแหละ เจ้าของบ้านมีอาหารให้กินเยอะ ดูแลดีมาก บางครั้งก็ฆ่าแกะฆ่าหมูตลอด จะให้ผอมลงก็คงยาก!”

“อ้วนขึ้นก็ดี คนอื่นจะได้เห็นว่าอาหารที่เรากินมันดี นี่แหละจะได้ง่ายเวลาหาเมีย ไม่งั้นถ้าเห็นหน้าเหลืองๆ ตัวซีดผอมแห้ง ใครจะอยากมาเป็นเมียล่ะ?”

“พูดถึงเรื่องนี้ ท่านก็น่าจะตั้งตัวได้แล้วนะ จะให้คนที่บ้านช่วยหาคู่ให้ไหม?”

ซู่ชิงเปิดประตูร้านออก ฝุ่นผสมกับแสงแดดส่องเข้ามาในร้าน

“ไม่เป็นไรหรอก ท่านเองก็รู้ว่า วันทั้งวันข้าอยู่ไม่เป็นที่ ข้าอยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ อีกซักพัก ถ้าหากมีเมียแล้ว จะมีเวลามีความสุขแบบนี้ได้ยังไง?”

คำพูดของซู่ชิงนั้นครึ่งจริงครึ่งลวง

เขาก็มีเหตุผลอื่นที่ไม่อยากแต่งงานด้วย

อย่างแรกคือเขาเป็นซอมบี้ หากแต่งงานมีเมียและต้องอยู่ร่วมกันทุกวัน ตัวตนเขาจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า

อย่างที่สองคือซอมบี้ไม่มีอายุขัย เขาจะเป็นอมตะไปตลอด

ถ้ามีเมีย แล้วเมียเริ่มแก่ลงเรื่อยๆ แล้วอย่างนี้เขาจะต้องฆ่าเมียตัวเอง แล้วเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นซอมบี้ เพื่อให้เป็นอมตะเหมือนอย่างเขางั้นหรือ?

อู๋เย่าเซิงยังอยากจะพูดโน้มน้าวต่อ แต่ซู่ชิงกลับเปลี่ยนเรื่องไปพูดอย่างอื่นแทน

“ท่านอู๋ ช่วงนี้มีใครมาหาข้าบ้างไหม?”

“มีครับ! เจ้าออกไปได้4วัน ก็มีเจ้าหน้าที่ทางการหลายคนมาหาท่าน มีช่างต้อนศพท่านหนึ่งถือหมูแห้งมาสองชิ้น บอกว่าเพึ่งมาถึงหลินเหอ บอกว่าเป็นเพื่อนเก่าของอาจารย์เจ้าที่เซียงอิ้น อยากมาหาอาจารย์เจ้า อยากพูดคุยเรื่องราวในอดีต”

(จบบทนี้)

จบบทที่ EP.23 ที่บ้านข้างๆ มีซอมบี้กำลังเติบโต

คัดลอกลิงก์แล้ว