เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.21 บทที่ 21: การลอบขโมยแสงอาทิตย์ในเงามืด

EP.21 บทที่ 21: การลอบขโมยแสงอาทิตย์ในเงามืด

EP.21 บทที่ 21: การลอบขโมยแสงอาทิตย์ในเงามืด


บทที่ 21: การลอบขโมยแสงอาทิตย์ในเงามืด

            ลมพัดแรงในย่านหลินเหอ คล้ายพายุฝนกำลังจะโหมกระหน่ำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดราวกับพายุลูกใหญ่กำลังใกล้เข้ามา ในขณะที่ภายนอกวุ่นวายอยู่นั้น “ซู่ชิง”ผู้ที่อาศัยอยู่ในหลินเหอ กลับดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงสนใจเพียงเรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตประจำวัน จู้จี้ขี้บ่นกับเรื่องเล็กน้อยแทบทุกอย่าง

“ใคร ๆ ก็พูดกันว่าโรงฝึกวรยุทธ์เหมือนหลุมดำดูดเงิน—จ่ายเงินค่าเรียนวรยุทธ์แล้วยังไม่พอ ต้องควักเงินเพิ่มซื้อยาบำรุงร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีก พอซื้อยาครบแล้ว ถ้าอยากเรียนวิชาให้สูงขึ้น ก็ต้องจ่ยเงินเพิ่มอีกอยู่ดี”

วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา—ในเมื่อพรสวรรค์ก็เท่าๆกัน คนที่ใช้เงินมากกว่า ก็ย่อมแข็งแกร่งกว่าคนอื่น

พอมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง แค่เลื่อนขั้นเป็น “ซอมบี้เกราะเหล็ก” ก็ปาเข้าไปเกือบสองร้อยตำลึงแล้ว กว่าจะถึงพวก “ซอมบี้เกราะเงิน” “ซอมบี้เกราะทอง” หรือแม้กระทั่ง “สามขั้นแห่งซอมบี้” ไม่รู้ว่าจะต้องทุ่มเงินอีกเท่าไหร่!

สิ่งเดียวที่พอจะน่ายินดีอยู่บ้างก็คือ—ซอมบี้มีอายุยืนยาว เขาจึงสามารถค่อย ๆ “สะสมเงิน” และรวบรวมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการทะลวงขีดจำกัดของซอมบี้แต่ละระดับไปทีละนิดได้

วันนี้ตรงกับวันที่ได้นัดกับพรานป่าไว้ ซู่ชิงก็ปิดร้านแต่เช้าตรู่ รีบเดินทางไปยังตลาดตะวันออกเพื่อไปรับหนังสัตว์ที่เขารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

พรานป่าคนนั้นไม่ได้ตั้งแผงขายของ ดูท่าแล้วคงตั้งใจมารอเขาโดยเฉพาะในฐานะลูกค้ารายใหญ่เมื่อเงินถึงมือ สินค้าถูกส่งมอบเรียบร้อย พรานป่าก็กอดเสื้อคลุมหนังหมีของเขาไว้แน่น แล้วก็เดินจากตลาดตะวันออกไปอย่างเงียบๆ

เมื่อกลับมาถึงถนนใกล้บ่อน้ำ ซู่ชิงก็เห็นจากระยะไกลว่ามีเจ้าหน้าที่สวมชุดเครื่องแบบข้าราชการสีดำ กำลังเดินวนเวียนอยู่ที่หน้าร้าน

ทั้งสองฝ่ายก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว พอเดินเข้าไปใกล้ ซู่ชิงก็ถามออกมาตามความเคยชินว่า

“พวกท่านเอาศพมาส่งอีกแล้วเหรอ? ไหนให้ข้าดูหน่อย... หน้าตาก็ดูดีอยู่ไม่น้อย ท่าทางเรียบร้อยใช้ได้—แล้วตายยังไงมาล่ะ?”

เจ้าหน้าที่ในชุดดำที่อยู่แถวหน้าหัวเราะแล้วพูดว่า

“ไอ้ซวยนี่น่ะ เดิมทีก็เป็นหัวขโมยขาประจำที่มีชื่ออยู่ในหมายจับ ไม่รู้เมื่อวานไปล่วงเกินใครเข้าถึงได้ถูกเชือดคอ ตายอยู่กลางถนน ตอนพวกข้าไปเจอ ร่างมันแข็งโป๊กไปแล้วด้วยความหนาว”

อีกหนึ่งผู้จากไปจากยุทธภพที่ไม่มีวันหวนคืน

ซู่ชิงส่ายหน้า—สมัยนี้คนที่ออกท่องยุทธภพ ต่างก็เอาหัวมาผูกไว้กับขอบกางเกง ไม่รู้วันไหนจะกลายเป็นผีหัวขาดวิ่งตูดเปล่าอยู่กลางถนน

แถมแม้แต่จะตายให้ดูมีศักดิ์ศรีหน่อย ยังแทบไม่มีโอกาส!

พอส่งพวกเจ้าหน้าที่กลับแล้ว ซู่ชิงก็หยิบหนังสัตว์สองผืนไปพาดไว้บนราวแขวนเสื้ออย่างลวกๆ จากนั้นก็สวมถุงมือหนังลาอย่างเคย แล้วหยิบน้ำยาฆ่าเชื้อที่เขาทำขึ้นเองมาฉีดลงบนโต๊ะทำงานตามเคย

เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดเสร็จ ก็เริ่มพิธีปลุกศพ ส่งวิญญาณ และเปิดคัมภีร์โปรดวิญญาณ เพื่อท่องบทสวดไปทีละหน้า

ชีวิตที่ผ่านมาของศพผู้นี้ ก็ได้เผยออกมาต่อหน้าเขาอย่างหมดเปลือก โดยไม่มีสิ่งใดปิดบัง

จอมยุทธ์เร่ร่อนผู้ถูกเชือดคอผู้นั้นชื่อ ‘เฉินเสี่ยวอี้’ เป็นศิษย์ของ “สำนักหรง” หนึ่งในแปดสายลับ(กลุ่มหรือสำนักลึกลับที่ดำเนินกิจกรรมในเงามืด) ของยุทธภพ

ที่เรียกว่า “แปดสำนักลับ” หรือ “อั้นปาเหมิน” นั้น ก็คือสำนัก ผึ้ง, ป่าน, นกนางแอ่น, จามรี, บุปผา, กล้วยไม้, เถาวัลย์ และ หรง(เกียรติยศ)

แปดสำนักนี้คือกลุ่มที่เคลื่อนไหวในเงามืดของยุทธภพ มีบทบาทลับๆ และมักเกี่ยวข้องกับงานสอดแนม ลอบสังหาร หรือภารกิจพิเศษ

ในบรรดาสำนักทั้งหมดนั้น “สำนักหรง” ว่ากันง่ายๆก็คือทำอาชีพโจรกรรมโดยตรง—แต่ใครที่จะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นศิษย์สำนักหรงได้ล่ะก็ ห้ามเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย ขโมยไก่ขโมยหมาเด็ดขาด ต้องเป็น “จอมโจรผู้เดียวดาย” ระดับพระกาฬของแท้เท่านั้น!

เงินของชาวบ้านธรรมดาไม่แตะ เงินของเด็ก คนแก่ หรือคนป่วยก็ไม่เอา—มีแต่จะขโมยจากพวกที่มีชาติตระกูลสูงส่ง หรือไม่ก็ลงมือเฉพาะงานใหญ่ที่เงินถึงเท่านั้น

ดังนั้น คนพวกนี้จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า “พ่อค้าระดับสูง” หรือ “เกาไหม่” — เปรียบพวกเขาเหมือน “พ่อค้ารายใหญ่” ที่ไม่ลงมือกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่เลือกเป้าหมายใหญ่ ที่มีระดับในการ “เลือกขโมย”

‘เฉินเสี่ยวอี้’ ผู้นี้ก็คือ “เกาไหม่” หรือจอมโจรระดับสูงแห่งสำนักหรง และยังมีสายสืบทอดชัดเจนอีกด้วย—เขาเป็นศิษย์ของ “เงาพันมือ” หรือ พานเชียนอิ๋ง หนึ่งในยอดฝีมือแห่งยุทธภพ โดยเฉินเสี่ยวอี้มีฉายาว่า ร้อยมือ –อยู่ในลำดับที่ยี่สิบเอ็ดของศิษย์ในสายนี้

ระดับต่ำสุดคือ “สิบมือ” –มีมือที่รวดเร็วจนฝ่ายตรงข้ามแยกไม่ออกว่ามือไหนคือมือจริง—แล้วเจ้าตัวก็ขโมยถุงเงินของเจ้าไปเรียบร้อยแล้ว

ร้อยมือ” ก็คือระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้น ส่วน “พันมือ” นั้น—ว่ากันว่าเป็นระดับปรมาจารย์โดยแท้!

มีคนเล่าว่า หากใครถึงขั้น “พันมือ” จริง ๆ เพียงแค่เดินเฉียดผ่านสามารถล้วงเอากางเกงในให้หายไปโดยที่เจ้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!

ต่อให้เจ้ามีสายตาเฉียบคม ฝีมือเยี่ยมยอดทุกด้าน จับได้ว่าอะไรบางอย่างผิดปกติ แล้วหันกลับไปจะหวังจะสู้—ก็ยังมองไม่เห็น หรือหาไม่เจอแม้แต่ “กางเกงใน” ที่โดนขโมยไปนั่นแหละ!

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นน่ะหรือ?

เพราะฝีมือของ “พันมือ” นั้นเหนือชั้นถึงขีดสุด ไม่ใช่แค่เร็วอย่างเดียว แต่ยังแฝงด้วยการคิดคำนวณ การลวงตา และความเข้าใจในจิตวิทยาของเหยื่ออย่างลึกซึ้ง—จนแม้แต่ตอนที่เจ้ารู้ตัวว่ามีบางอย่างหายไป ก็ยังไม่รู้ว่ามันถูกขโมยไป เมื่อไร หรือ อย่างไร?

เพราะในเสี้ยววินาทีที่กางเกงในของเจ้าหายไป—มันก็ถูกอีกฝ่าย สวมใส่แทนแล้ว!

‘เฉินเสี่ยวอี้’คนนี้ แม้จะยังเทียบฝีมือกับ’อาจารย์พานเชียนอิ๋ง’ไม่ได้ แต่ในสำนักก็ถือว่าเป็นศิษย์ “ร้อยมือ” ระดับต้นๆ ฝีมือเอาเรื่องไม่ใช่เล่น—อย่าว่าแต่ชาวบ้านธรรมดาเลย แม้แต่นักวรยุทธ์ชั้นในที่หูตาไว พลังฝึกแน่นปึ้ก พอมาเจอเขาเข้า ยังต้องโดนล้วงไปสักสองสามตำลึงก่อนจะรู้ตัวเสียอีก!

แต่อีกอย่างเถอะ—คนเราจะไม่มีพลาดเลยสักครั้งได้ยังไง?

จะว่าก็ว่าไป—มันก็มีอยู่จริงๆ นั่นแหละ!

เมื่อวานนี้เอง ‘เฉินเสี่ยวอี้’เดินอยู่บนถนนแล้วดันเจอเข้ากับชายคนหนึ่ง ชายผู้นั้นสวม’ผ้าไหมฉู’ชั้นเลิศ สีขาวสะอาดตา ทั้งชุดขาวดูนุ่มนวลราวกับเมฆมงคลลอยมาจากสวรรค์

ที่เอวก็ห้อยหยกน้ำระดับดีเลิศจากแคว้นอวิ๋นเตี้ยน เรียกได้ว่า คุณชายผู้นั้นรวยจนน่าตกใจ—เดินไปไหนก็เหมือน “คลังเงินเคลื่อนที่” ชัด ๆ!

ไหน ๆ ก็เจอแล้ว—ถ้าไม่ขโมยก็เหมือนเสียของฟรี! ด้วยความคิดแบบนั้น ‘เฉินเสี่ยวอี้’ก็เดินเฉียดเข้าใกล้ร่างชายผู้นั้นอย่างไม่ให้ผิดสังเกต เหมือนแค่บังเอิญเดินเบียดกันเท่านั้น แต่ในพริบตา ทั้งหยกที่เอวและถุงเงินของอีกฝ่ายก็มาอยู่ในมือเขาเรียบร้อยแล้ว!

          แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดีใจ—เพิ่งเดินสวนกันไม่กี่ก้าว

ชายหนุ่มในชุดขาวที่อยู่ข้างหลังเขาก็เอ่ยขึ้นมาทันที

“มือเจ้าก็เร็วใช้ได้... แต่น่าเสียดาย—ดาบข้าเร็วกว่านั้น”

คำพูดนั้นเพิ่งสิ้นสุด ‘เฉินเสี่ยวอี้’ถึงได้รู้ตัว แต่ก็ช้าไป—เขารีบยกมือขึ้นมากุมคอทันที

เลือดสดๆ ก็พุ่งทะลักออกมาจากร่องนิ้วราวไม่หยุด

ในห้วงสุดท้ายก่อนสิ้นใจ—เขาจะไม่เข้าใจได้ยังไงเล่า... ก็เขานี่แหละ ที่เผชิญหน้ากับ “ยอดคน” เข้าให้แล้ว!

เมื่อเห็นถึงตรงนี้ ซู่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเหยเก เผยให้เห็นฟันอขาวอกมา อย่างไม่รู้จะสงสารหรือเวทนาดี

แต่อาการนั้นกลับไม่ได้เกิดเพราะเฉินเสี่ยวอี้—หากแต่เป็นเพราะ คนที่ชักดาบออกมานั้น คือพวกปีศาจแห่งนิกายเทียนซิน ผู้เดียวกับที่เคย ฟันหัวหลิวโหยวเต้าหลุดกระเด็น มาแล้ว!

“ไอ้คนคนนี้อารมณ์ขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอนจริง ๆ แต่เรื่องที่ชอบฆ่าคน—อันนั้นไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด”

ซู่ชิงนึกไว้ในใจแน่ชัด—หากวันหน้าเจอกับชายหนุ่มชุดขาวผู้นี้อีก ไม่ว่าจะอยู่ห่างแค่ไหน ก็ต้องเดินห่างให้ไกลที่สุด! และจะไม่มีทางปริปากพูดด้วยแม้แต่คำเดียว!

ก็เพราะในความทรงจำอันน้อยนิดของเขานั้น—ใครก็ตามที่มีเรื่องพัวพันกับชายหนุ่มชุดขาวผู้นี้… มักจะไม่มีจุดจบที่ดีนักสักคนเดียว

คัมภีร์โปรดวิญญาณ ประเมินศพนี้ให้อยู่ในระดับ “มนุษย์ ระดับกลาง”

ส่วนรางวัลที่ซู่ชิงได้ได้รับในครั้งนี้เป็น—วิชาโจรกรรมสายพันเงา “ลอบขโมยแสงตะวัน เจาะหีบควักถุง” – ขโมยอย่างคล่องแคล่วถึงขั้นหยิบได้แม้ของอยู่ในที่ลึก เป็นหนึ่งในเทคนิคขโมยขั้นสูงแห่งเงาพันมือ!

วิชา “เงาพันมือ” หากฝึกจนถึงขั้นลึกซึ้งสูงสุด—ก็อาจถึงขั้น ฝีมือกลมกลืนดั่งเทพเจ้า ว่าไปแล้ว ก็อาจมีโอกาสจริงๆที่จะ “ขโมยกางเกงในของคนอื่น” ได้แบบไม่ให้รู้ตัวเลย!

แต่น่าเสียดาย—เขาได้รับมาเพียงพลัง “ร้อยมือ” จากเฉินเสี่ยวอี้เท่านั้น เรื่องจะไปถึงขั้นลักกางเกงในอะไรนั่น คงยังไม่เป็นจริงในเร็ววัน

แต่ถ้าจะแอบหยิบต่างหูหรือปิ่นปักผมอะไรแบบนั้น—ก็ถือว่าง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแล้วล่ะ!

ซู่ชิงทำตามเคล็ดวิชาของ “เงาพันมือ” ทั้งสองมือราวกับถูกกดปุ่มเร่งความเร็ว เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเงามือทั้งหมดจางหายไป—เขาก็สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของวิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์

เขายังจะต้องฝึกวิชา “เงาพันมือ” ให้มากขึ้นจนกว่าจะเชี่ยวชาญ

ถ้า เวลาจะขโมยต่างหู เราจะใช้วิชา “ลอบขโมยอย่างเงียบเชียบ” โดยไม่ต้องแตะต้องผิวหนังหรือเส้นผมของอีกฝ่ายเลย แต่กลับสามารถถอดต่างหูออกมาได้โดยง่าย

แต่ถ้าจะขโมยปิ่นปักผม ก็ต้องใช้วิชา “การปล้นอย่างเปิดเผย : หยางเปียว” ที่เป็นวิชาที่ลอบสับเปลี่ยนอย่างแยบยล—ใช้ตะเกียบแทนปิ่นปักผม ในขณะที่สัมผัสตัวอีกฝ่าย ก็รีบเปลี่ยนตะเกียบกับปิ่นปักผมในทันที วิธีนี้แหละคือ “หยางเปียว”

ซู่ชิงตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่า ทำไม’เฉินเสี่ยวอี้’ถึงพลาดท่า—เพราะปีศาจนิกายเทียนซินนั้นมีฝีมือลึกซึ้งเกินคาด

’เฉินเสี่ยวอี้’ ใช้วิชา “ลอบขโมยอย่างเงียบเชียบ” ทำให้ปีศาจนิกายเทียนซินรู้สึกถึงน้ำหนักของถุงเงินหรือหยกหายไป

เมื่อความแตกต่างของระดับฝีมือมีมากขนาดนี้ขนาดนี้—เกรงว่า’เฉินเสี่ยวอี้’คงไม่พอที่จะประชันฝีมือ คงต้องให้ “จอมโจรสูงสุด” อย่างพานเชียนอิ๋งลงมือด้วยตัวเองเท่านั้น

หลังจากทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณศิษย์สำนักหรงผู้ถูกเชือดคอเรียบร้อยแล้ว ซู่ชิงก็เริ่มลงมือปรุงยาตามตำรา เพื่อนำพาเขาไปสู่การเป็น “ซอมบี้เกราะเหล็ก”

แต่ต่างจากช่างต้อนศพธรรมดาๆที่เลี้ยงศพคนอื่น

ครั้งนี้ศพที่ซู่ชิงจะเลี้ยงดู… ก็คือตัวเขาเอง!

(จบบทนี้)

จบบทที่ EP.21 บทที่ 21: การลอบขโมยแสงอาทิตย์ในเงามืด

คัดลอกลิงก์แล้ว