- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 30 : เพลงดาบของคุณพ่อซอมบี้นี่มันห่วยแตกชะมัด!
บทที่ 30 : เพลงดาบของคุณพ่อซอมบี้นี่มันห่วยแตกชะมัด!
บทที่ 30 : เพลงดาบของคุณพ่อซอมบี้นี่มันห่วยแตกชะมัด!
บทที่ 30 : เพลงดาบของคุณพ่อซอมบี้นี่มันห่วยแตกชะมัด!
หลังจากความตกตะลึงผ่านพ้นไป แววตาของลู่ชวนก็เต็มไปด้วยความปิติยินดีเต็มเปี่ยม จนกระทั่งมุมปากของเขาเริ่มยกยิ้มขึ้นอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
ถึงแม้ว่าลู่ชวนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะช่วยให้ยัยหนูน้อยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและมีความสุข แต่ทว่าในใจของลู่ชวนก็รู้ดีเช่นกันว่ายัยหนูน้อยจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในยุคสุดท้ายนี้ด้วยตัวเอง และนั่นคือความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป
ดังนั้น ต่อให้เขาจะสามารถปกป้องฉีฉีไปได้ตลอด แต่สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรยัยหนูน้อยก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตในยุคสุดท้ายด้วยตัวเองอยู่ดี
เพียงแต่ว่า แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น ลู่ชวนก็ไม่ได้เตรียมใจที่จะให้ยัยหนูน้อยต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตในยุคสุดท้ายเร็วขนาดนี้
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าฉีฉีอายุเท่าไหร่ แต่เมื่อดูจากขนาดตัวแล้ว ลู่ชวนก็คาดว่าเธอน่าจะเพิ่งเกิดได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ยัยหนูน้อยที่ยังไม่หย่านมเลยด้วยซ้ำ ควรทำได้เพียงแค่นอนอยู่บนเตียงเด็กและขยับตัวไปมาเท่านั้น
ซี่งเดิมทีลู่ชวนคิดว่ายัยหนูน้อยคงจะต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะเรียนรู้เรื่องการเดินได้…แต่ใครจะไปคิดว่าเขาเพียงแค่ไม่ทันได้สังเกตไม่กี่วัน ยัยหนูน้อยก็กลับเรียนรู้การเดินได้ด้วยตัวเองเสียแล้ว!
เมื่อเห็นฉีฉีที่เดินโซซัดโซเซอยู่บนเตียงไปมา ลู่ชวนก็รีบเดินเข้าไปอุ้มเธอขึ้นมา แล้วพาไปวางไว้ที่ห้องนั่งเล่นเพื่อให้เธอได้เริ่มฝึกเดินจริงๆ
เนื่องจากที่นอนบนเตียงนั้นนุ่มมาก ประกอบกับพื้นผิวของเตียงที่ไม่เรียบเสมอกัน ดังนั้นต่อให้ยัยหนูน้อยจะเริ่มเดินได้แล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะเรียนรู้การควบคุมการเดินบนพื้นราบได้
ถ้าฝึกบนพื้นเรียบๆในห้องนั่งเล่นโดยตรง แบบนี้จะทำให้ก้าวหน้าได้เร็วกว่า
…แต่สำหรับจีรู่เสวี่ยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นหรือพื้นดิน ขอแค่ใช้เวลาสักพักเธอก็สามารถคุ้นเคยกับมันได้อย่างชำนาญ
เพราะว่าพลังจิตที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ ถึงขั้นที่สามารถทำให้ร่างกายของเธอลอยอยู่ในอากาศได้ในระยะเวลาสั้นๆแล้ว ดังนั้นการใช้มันเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายจึงเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
ในช่วงแรก จีรู่เสวี่ยยังเดินได้ค่อนข้างเงอะงะอยู่บ้าง เพราะท้ายที่สุดแล้วเธอก็เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ที่จะยืนและเดิน ร่างกายนี้ยังต้องการเวลาอีกสักพักเพื่อให้เธอปรับตัว
แต่ทว่าในไม่ช้า เมื่อจีรู่เสวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับร่างกายนี้มากขึ้น บวกกับพลังที่เธอฝึกฝนมาตลอดช่วงหลายวันนี้ ในที่สุดจีรู่เสวี่ยก็สามารถเดินได้อย่างมั่นคงแล้ว
จีรู่เสวี่ยเงยหน้าขึ้นไปเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของคุณพ่อซอมบี้ ในใจของเธอก็อดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาไม่ได้
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าคุณพ่อซอมบี้จะตกใจจนเกินไป ตอนนี้เธอสามารถตีลังกาให้เขาดูได้เลยด้วยซ้ำ
ลู่ชวนยืนอยู่ข้างๆ พลางมองดูยัยหนูน้อยที่เพิ่งหัดเดินเป็นครั้งแรกแต่กลับปรับตัวได้เร็วขนาดนี้ แถมยังทรงตัวได้อย่างมั่นคง ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง
ฉีฉีตัวน้อยกำลังเติบโตขึ้นอีกนิดแล้วสินะ
ในวินาทีนี้ ในใจของลู่ชวนมีความรู้สึกถึงความสำเร็จอย่างบอกไม่ถูก
ยัยหนูน้อยอายุแค่นี้ก็สามารถเรียนรู้ที่จะยืนเดินได้ด้วยตัวเองแล้ว นี่มันเรียกว่านำหน้าเด็กในวัยเดียวกันไปไกลโขเลยทีเดียว
ลูกสาวเขา…มีแววจะเป็นเด็กอัจฉริยะ!
ทว่าหลังจากฝึกฝนอยู่ครู่หนึ่ง จีรู่เสวี่ยก็หยุดลง
เพราะว่าด้วยสภาพร่างกายของเธอในตอนนี้ การที่จะใช้เพียงแค่พละกำลังของร่างกายเพื่อรักษาสมดุลในการยืนเดินนั้นยังคงเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่…ดังนั้นหากต้องการจะรักษาสมดุลของร่างกาย ก็จำเป็นต้องใช้พลังจิตอยู่ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานี้พลังจิตของเธอจะก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถทนทานต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถยืนเดินต่อไปได้นาน
ลู่ชวนที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็นึกว่าจีรู่เสวี่ยคงจะใช้พลังงานไปกับการฝึกเดินมากจนทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า…เขาจึงรีบเข้าไปอุ้มยัยหนูน้อยขึ้นมา แล้ววางเธอลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นเพื่อให้ได้พักผ่อนทันที
ลู่ชวนเข้าใจหลักการของการค่อยเป็นค่อยไปเป็นอย่างดี เขาจึงไม่ได้คาดหวังว่ายัยหนูน้อยจะสามารถเปลี่ยนจากการนอนอยู่บนเตียงเด็กไปเป็นการเดินเหินได้อย่างอิสระภายในวันเดียว เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันคงจะเกินจริงไปหน่อย...
ส่วนลู่ชวนเองก็ขยับตัวหยิบมีดดาบเหล็กกล้าขึ้นมา แล้วเดินไปที่ระเบียงเพื่อเริ่มฝึกฝน ‘เพลงดาบ’ ของเขา
หลังจากกลืนกินผลึกแกนกลางเข้าไป ร่างกายของลู่ชวนก็ได้รับการวิวัฒนาการไปอีกระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน…ทั้งความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนอง และพละกำลังล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นในระดับหนึ่ง ในตอนนี้เมื่อเขาเหวี่ยงมีดดาบเหล็กกล้าเล่มนี้ ตัวดาบที่ฟาดผ่านอากาศก็ส่งเสียงแหวกอากาศดังขึ้นเป็นระลอก
แสงสีเงินของคมดาบสาดประกายไปมาอยู่กลางอากาศ ในขณะนี้ลู่ชวนมีท่าทีราวกับจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ
ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ ลู่ชวนไม่เคยผ่านการฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาก่อนเลย…และการฝึกฝนของเขาในปัจจุบัน ก็เป็นเพียงแค่การเลียนแบบกระบวนท่าง่ายๆ ที่เคยเห็นจากความทรงจำเกี่ยวกับหนังกำลังภายในในชาติก่อน แล้วนำมาเหวี่ยงมีดดาบเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในความคิดของลู่ชวน ตราบใดที่เขาเร็วพอและแรงพอ ต่อให้เป็นอิฐก้อนเดียวเขาก็สามารถใช้การได้
หลังจากฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ลู่ชวนก็รู้สึกได้ว่าความชำนาญในการใช้มีดดาบของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเขาสามารถเหวี่ยงมันได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ถึงแม้ว่าเมื่อเทียบกับยอดฝีมือที่ใช้ดาบจริงๆ แล้วเพลงดาบของเขานี่มันช่างหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยช่องโหว่แต่ลู่ชวนก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย
เขาไม่เข้าใจว่าตัวเองจะสนทำไมว่าเพลงดาบจะดุดันหรือไม่
…..
ฟุ่บๆๆ
เสียงแหวกอากาศที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ดึงดูดความสนใจของจีรู่เสวี่ย เมื่อเห็นลู่ชวนกำลังฝึกดาบอยู่ที่ระเบียง เธอก็อดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้
คุณพ่อซอมบี้...เขากำลังฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่อย่างนั้นหรือ?
ในตอนนี้ จีรู่เสวี่ยได้ตัดสินไปแล้วว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอเป็นเพียงแค่ซอมบี้ธรรมดาๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น
และถึงแม้จะผ่านคืนจันทราสีเลือดมาแล้ว ก็ไม่ได้ปลุกพลังพิเศษอะไรขึ้นมา….แต่ว่าในใจของจีรู่เสวี่ยก็เข้าใจดีว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอกับซอมบี้ธรรมดาทั่วไปนั้นยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก
นั่นก็คือคุณพ่อซอมบี้มีจิตสำนึกของมนุษย์ และนี่คือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของเขา
เพราะว่าซอมบี้ธรรมดาตัวอื่นๆ ไม่สามารถคิดได้ และแน่นอนว่าไม่รู้จักการใช้อาวุธ
ตราบใดที่มีอาวุธแหลมคมอยู่ในมือ ถึงแม้คุณพ่อซอมบี้ของเธอจะยังไม่สามารถต่อกรกับซอมบี้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งเหล่านั้นได้ แต่ในหมู่ซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาด้วยกัน นี่ก็ถือว่าได้เปรียบอย่างมากแล้ว
จีรู่เสวี่ยพยักหน้าในใจ ถึงแม้ว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอจะดูไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเขาฉลาดไม่เบา
เพียงแต่ว่า... เพลงดาบนี่มันห่วยแตกเกินไปหน่อยไหมนะ?!
ในชาติก่อน ในฐานะจักรพรรดินีแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จีรู่เสวี่ยได้ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนในยุคสุดท้าย
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดหรือการใช้อาวุธ เธอก็มีประสบการณ์และความเข้าใจที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงหลังๆ จีรู่เสวี่ยยังได้ฝึกฝนวิทยายุทธ์อันแข็งแกร่งอีกมากมาย
ตอนนี้….ในสายตาของจีรู่เสวี่ย เพลงดาบที่คุณพ่อซอมบี้ของเธอกำลังฝึกอยู่นั้น ถึงแม้จะดูน่าเกรงขามและข่มขวัญคนทั่วไปได้อยู่บ้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเต็มไปด้วยช่องโหว่และห่วยแตกจนหาที่เปรียบไม่ได้...
ถ้าหากไปเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังการต่อสู้สูงกว่าสักหน่อย เกรงว่าจะสามารถสังหารคุณพ่อซอมบี้ของเธอได้ในพริบตา...
กระบวนท่าแต่ละท่าดูสวยงามตระการตา แต่แท้จริงแล้วกลับไม่มีอานุภาพในการใช้งานจริงเลยแม้แต่น้อย
ทั้งเปลืองแรงและไม่ได้ผล นี่มันห่วยแตกถึงขีดสุดแล้ว
….
ในขณะเดียวกัน ลู่ชวนที่กำลังเหวี่ยงมีดดาบอยู่ที่ระเบียง เมื่อเห็นว่าฉีฉีกำลังจ้องมองเขาตาไม่กระพริบ ในใจก็อดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาไม่ได้
ลู่ชวนนึกว่ายัยหนูน้อยกำลังหลงใหลในเพลงดาบของเขาอยู่ ในใจจึงรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ่งเหวี่ยงดาบอย่างขะมักเขม้นมากขึ้นไปอีก
………………………………….