เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31: ซอมบี้อสูรกายปรากฏตัวอีกครั้ง!

บทที่ 31: ซอมบี้อสูรกายปรากฏตัวอีกครั้ง!

บทที่ 31: ซอมบี้อสูรกายปรากฏตัวอีกครั้ง!


บทที่ 31: ซอมบี้อสูรกายปรากฏตัวอีกครั้ง!

เมื่อเห็นคุณพ่อซอมบี้กำลังเหวี่ยงดาบอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่ระเบียงไม่หยุดหย่อน ในที่สุดจีรู่เสวี่ยก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกวันที่เธอนอนอยู่บนเตียง ถึงได้ยินเสียงดังปึงปังมาจากชั้นล่างอยู่เสมอ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ จีรู่เสวี่ยก็ถึงบางอ้อขึ้นมา มิน่าล่ะ หลายวันที่ผ่านมานี้คุณพ่อซอมบี้ถึงไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ที่แท้ก็เพราะสัมผัสได้ถึงอันตรายจากโลกภายนอก เลยแอบมาฝึกฝนทักษะการต่อสู้อยู่ในบ้านนี่เองซินะ

ถึงแม้ว่าเพลงดาบของคุณพ่อซอมบี้มันจะดูไม่ได้เรื่องไปหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง

ซอมบี้ภายนอกที่กลายพันธุ์หลังจากคืนจันทราสีเลือดล้วนเกิดการวิวัฒนาการและมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ค่อนข้างมาก

แต่ทว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยจนถึงตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นแค่ซอมบี้ระดับต่ำที่เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการฝึกเหวี่ยงดาบอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อเพิ่มความชำนาญในการใช้ดาบ และพยายามเสริมพลังโจมตีกับพลังป้องกันของตัวเองให้มากที่สุด ก็นับว่าเป็นวิธีที่ไม่เลวเลยทีเดียว

อย่างน้อยที่สุด ในความทรงจำจากชาติก่อนของจีรู่เสวี่ย ผู้รอดชีวิตจำนวนมากจะออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายของตนเอง ก็เพื่อที่จะมีพละกำลังที่มากขึ้นและเพียงพอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้

ในฐานะซอมบี้ธรรมดาที่ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร ก็คงทำได้เพียงใช้วิธีง่ายๆ แบบนี้เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในยุคสุดท้ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จีรู่เสวี่ยมองลู่ชวนที่กำลังฝึกเหวี่ยงดาบ ขณะเดียวกันในใจของเธอก็ครุ่นคิดถึงเรื่องอื่นๆ ไปด้วย

ส่วนลู่ชวนเมื่อเห็นว่าจีรู่เสวี่ยมองเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็คิดไปว่ายัยหนูน้อยคงจะสนใจเรื่องพวกนี้

ด้วยเหตุนี้เแง ลู่ชวนจึงยิ่งเหวี่ยงดาบเล่มนั้นอย่างมีพลังมากขึ้น เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเป็นระลอกส่งเสียงหวีดหวิว

“คิดไม่ถึงเลยว่ายัยหนูน้อยจะสนใจเรื่องรุนแรงแบบนี้ด้วย ดูท่าทางว่าฉันคงต้องฝึกฝนให้มากขึ้นกว่านี้แล้ว พอโตขึ้นจะได้ถ่ายทอดเพลงดาบชุดนี้ให้นาง”

ลู่ชวนครุ่นคิดอย่างภาคภูมิใจ

ในยุคสุดท้ายแบบนี้ สิ่งที่ลู่ชวนพอจะคิดออกในตอนนี้ ก็คือวิธีการง่ายๆที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตแบบนี้นี่แหละ

โดยเฉพาะเมื่อยัยหนูน้อยเป็นเด็กผู้หญิง แต่กลับสนใจเรื่องการใช้ดาบใช้ปืนแบบนี้ ในความคิดของลู่ชวนถือว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก

ถึงอย่างไรวันสิ้นโลกมันก็โหดร้ายมาก และมันก็ไม่ปรานีใครเพียงเพราะอายุหรือเพศ

เมื่อลู่ชวนคิดเช่นนั่น เขาก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้แบ่งปันประสบการณ์ของเขาให้เธอฟังเมื่อเธอโตขึ้น และอย่างน้อยที่สุดเขาก็สามารถเพิ่มความสามารถในการเอาชีวิตรอดให้ยัยหนูน้อยได้

….

ในอีกไม่กี่วันต่อมา ลู่ชวนก็เริ่มปล่อยให้ฉีฉีเล่นเองอยู่ในห้องนั่งเล่นของเขา

อย่างไรเสีย หน้าต่างห้องนอนชั้นเจ็ดก็ถูกเขาใช้แผ่นไม้ตอกปิดไว้เพื่อป้องกันเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนั้นไปแล้ว แสงสว่างภายในห้องจึงไม่ค่อยดีนัก

ในขณะที่ห้องนั่งเล่นชั้นหกนั้นสว่างกว่ามาก และเนื่องจากเขาใช้ที่นี่ฝึกฝนการต่อสู้บ่อยๆ มันจึงกว้างขวางกว่าด้วย

ลู่ชวนฝึกทักษะการต่อสู้ระยะประชิดและเพลงดาบของเขาที่ระเบียง ส่วนจีรู่เสวี่ยก็ฝึกยืนเดินอยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมกันนั้นเธอก็ฝึกฝนความสามารถในการควบคุมพลังจิตของเธอไปด้วย

ภายใต้การดูแลของลู่ชวน จีรู่เสวี่ยก็เดินได้มั่นคงขึ้นทุกวัน

ในสายตาของลู่ชวน เมื่อเทียบกับเด็กทั่วไปแล้ว พัฒนาการของฉีฉีนั้นก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นที่ว่าจะเรียกว่าเป็นเด็กอัจฉริยะก็ไม่เกินเลย

ทว่าแววตาของจีรู่เสวี่ยในตอนนี้นั้นกลับยิ่งแน่วแน่ขึ้นทุกที ในดวงตาสีดำขาวที่กระจ่างใสนั้นไม่ปรากฏความไร้เดียงสาของเด็กทารกเลยแม้แต่น้อย

เมื่อวันสิ้นโลกดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ในใจของจีรู่เสวี่ยก็เริ่มรู้สึกถึงวิกฤตที่ใกล้เข้ามา และเธอห็ยิ่งรู้สึกร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ

ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเหตุการณ์ประหลาดในคืนจันทราสีเลือด โลกทั้งใบก็เริ่มเต็มไปด้วยภยันตรายนานับประการ

การปลดปล่อยปัจจัยพลังงานในอากาศอย่างมหาศาล ได้ส่งผลให้ซอมบี้จำนวนมากเกิดการกลายพันธุ์และวิวัฒนาการในรูปแบบต่าง ๆ

ซึ่งตอนนี้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หาดยิ่งเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงนี้ก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมายที่จะมาเข้าร่วมในกองทัพแห่งการวิวัฒนาการด้วย

ซอมบี้ระดับเบี้ยล่างธรรมดาๆ อย่างคุณพ่อซอมบี้ของเธอ เกรงว่าอีกไม่นานก็คงจะไม่มีที่ยืนให้เอาชีวิตรอดอีกต่อไปแน่ๆ

ดังนั้น จีรู่เสวี่ยจึงรู้ดีแก่ใจว่าเธอต้องรีบเติบโตขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้…อย่างน้อยที่สุดก็ต้องรีบฝึกการยืนเดินให้คล่องแคล่ว และมีความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างดีในเร็ววัน

ถ้าเป็นแบบนั้นถึงจะสามารถช่วยคุณพ่อซอมบี้ได้ และอย่างน้อยที่สุดเธอก็ต้องไม่เป็นตัวถ่วงให้เขา

ในยุคสุดท้ายที่ค่อยๆ โหดร้ายขึ้นทุกทีเช่นนี้ ซอมบี้ธรรมดาที่ยังไม่วิวัฒนาการหนึ่งตัว บวกกับทารกอีกหนึ่งคนที่ยังเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว ในความคิดของจีรู่เสวี่ย นี่มันคือการเริ่มต้นยุคที่ย่ำแย่ที่สุดแล้ว

ในฐานะจักรพรรดินีอย่างเธอ หากต้องการจะพลิกสถานการณ์จากการเริ่มต้นแบบนี้ให้เป็นให้ได้ ก็มีเพียงแต่ต้องหาทางเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของตัวเองให้เร็วที่สุด

….

โฮก!

ในขณะที่ลู่ชวนและจีรู่เสวี่ยต่างกำลังพัฒนาตัวเองไปตามลำดับขั้นนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวมาจากนอกตึก

เมื่อได้ยินเสียงคำรามนั้น ลู่ชวนที่กำลังมองจีรู่เสวี่ยเดินอยู่ก็พลันใจกระตุก

ในวินาทีต่อมา มุมมองของลู่ชวนก็เปลี่ยนไป เขารีบบังคับหุ่นเชิดซอมบี้ให้ไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ณ บริเวณสวนหย่อมของหมู่บ้านซันไชน์ มีซอมบี้สองตัวที่เห็นได้ชัดว่าผ่านการกลายพันธุ์และวิวัฒนาการหลังจากคืนจันทราสีเลือดกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

ซอมบี้ตัวหนึ่งมีร่างกายใหญ่โตมโหฬาร สูงเกือบสองเมตรครึ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แขนทั้งสองข้างที่แข็งแกร่งราวกับมังกรของมัน เมื่อเหวี่ยงหมัดออกไปก็เกิดเสียงแหวกอากาศจนน่าขนลุก

เเน่นอนว่าเจ้านี่ก็คือซอมบี้ประเภทรถถัง (Tank) ที่ลู่ชวนเคยเห็นและยังได้กลืนกินผลึกแกนกลางของมันไปแล้วนั่นเอง

ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นลู่ชวนยิ่งคุ้นเคยกว่า เจ้านั่นมีร่างกายสีเลือดทั้งตัว รูปลักษณ์ภายนอกน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง มันใช้ขาทั้งสี่ยันพื้นและลดลำตัวให้ต่ำลง

ถึงแม้ว่าเจ้าอสูรกายตัวนี้จะดูไม่มีร่างกายใหญ่โตเท่าซอมบี้ประเภทรถถัง และไม่ได้สร้างความตกตะลึงทางสายตาได้รุนแรงเท่า แต่การเคลื่อนไหวของมันกลับรวดเร็วอย่างยิ่ง

และทุกครั้งที่มันโจมตีออกไป พลังทำลายก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

กรงเล็บแหลมคมของมันฟาดผ่านอากาศอย่างต่อเนื่อง หากว่าเปลี่ยนเป็นซอมบี้ธรรมดา เกรงว่าคงจะถูกฆ่าตายไปไม่รู้กี่รอบแล้ว

ซอมบี้ที่มีรูปร่างท่าทางแปลกประหลาดเช่นนี้ ทำให้ลู่ชวนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เพราะว่าวิวัฒนาการจนกลายเป็นอสูรกายแบบนี้ เห็นแล้วแม้แต่ซอมบี้ด้วยกันเองก็คงจะรังเกียจ...

อย่างไรก็ตาม พลังต่อสู้ของเจ้าอสูรกายสีเลือดชนิดนี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ…ขนาดที่ว่าทีมหุ่นเชิดซอมบี้ที่ลู่ชวนควบคุมอยู่ ก็รอดมาได้เพราะมีหมวกกันน็อกแบบเต็มใบนั่นแหละ

มิฉะนั้นแล้ว ทีมที่เข้าไปในตึกครั้งนั้นจะเหลือรอดกลับมากี่ตัวก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสงสัย

เพียงแต่ว่าเมื่อมองผ่านมุมมองของหุ่นเชิดซอมบี้ ลู่ชวนกลับรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง

เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งจะระเบิดซอมบี้รถถังไปตัวหนึ่ง แล้วตัวนี้โผล่มาจากไหนอีก?

ซอมบี้วิวัฒนาการพวกนี้มันโผล่มาบ่อยขนาดนี้เลยเหรอ?

ที่สำคัญที่สุดคือลู่ชวนสังเกตเห็นว่า บาดแผลบนร่างกายของเจ้าซอมบี้อสูรกายสีเลือดตัวนั้นหายดีแล้ว

แม้กระทั่งแขนข้างที่ถูกหุ่นเชิดของเขาฟันขาดไป ในตอนนี้ก็งอกกลับออกมาแล้ว!!

ซอมบี้ที่แข็งแกร่งทั้งสองตัวนี้กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสียงที่เกิดจากการปะทะกันนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

ลู่ชวนคาดเดาว่าซอมบี้วิวัฒนาการทั้งสองตัวนี้คงจะเต็มไปด้วยจิตสังหาร และคงจะเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงผลึกแกนกลางของกันและกันอีกตามเคย

……………………………..

จบบทที่ บทที่ 31: ซอมบี้อสูรกายปรากฏตัวอีกครั้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว