เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: คุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ!

บทที่ 27: คุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ!

บทที่ 27: คุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ!


บทที่ 27: คุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ!

“บ้าเอ๊ย, ดันปล่อยให้เจ้าสัตว์ประหลาดนี่หนีไปซะได้!”

ลู่ชวนมองร่างที่ขยับตัวอย่างรวดเร็วหายลับไปนอกหน้าต่าง พลางสบถในใจอย่างอดเสียดายไม่ได้

เขาไม่คิดเลยว่าที่ตัวเองอุตส่าห์วางแผนนำหุ่นเชิดซอมบี้มาถึงสิบตัว อีกทั้งยังเตรียมตัวมาอย่างดี แต่สุดท้ายกลัยยังต้องปล่อยให้มันหนีรอดไปได้อยู่ดี

แม้ผนังด้านนอกของตึกที่ตั้งฉากเก้าสิบองศา เจ้าซอมบี้ตัวนั้นก็ยังสามารถเคลื่อนที่ไปมาราวกับเดินบนพื้นราบ

การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วและรุนแรงอย่างยิ่ง ราวกับว่ามันเกิดมาเพื่อเป็นนักฆ่าโดยแท้

ลู่ชวนแอบดีใจที่ตัวเองเตรียมหมวกกันน็อกไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นแล้ว ศึกในวันนี้ไม่เพียงแต่จะจัดการเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้ไม่ได้ แต่ยังต้องสูญเสียหุ่นเชิดซอมบี้ไปเป็นจำนวนมากอีกด้วย!

เจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินไปจริงๆ ลู่ชวนมองตามการเคลื่อนไหวของมันแทบไม่ทัน

การนำทีมมากำจัดมันแต่ผลลัพท์กลับล้มเหลวอาจมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เจ้าอสูรกายตัวนี้เกิดความระแวง และอาจถึงขั้นคิดจะกลับมาแก้แค้นเขา!

จากที่มองเห็นพละกำลังของแขนขาทั้งสี่ของมันช่างน่าสะพรึงกลัว มันสามารถห้อยหัวลงมาจากที่ใดก็ได้ และพร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อตลอดเวลา

เจ้าอสูรกายสีเลือดนับว่าเป็นซอมบี้กลายพันธุ์ที่รับมือยากที่สุดเท่าที่ลู่ชวนเคยเจอมา

การที่เขาปล่อยให้เจ้าอสูรกายตัวนี้หนีไปได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยระเบิดเวลาเอาไว้

หากว่ามันตกใจกลัวและเลือกจะหนีออกจากหมู่บ้านไปเลยเขาก็ยังพอว่า …แต่ที่น่ากลัวก็คือมันอาจจะยังคงซุ่มซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ และกลายเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่สำหรับเขา

เนื่องจากมันเคลื่อนไหวได้เงียบกริบจนยากที่จะตามรอยได้ และถ้าหากเขาจะต้องสู้กันตัวต่อตัว…ลูช่วนคิดว่าตัวเองคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอย่างแน่นอน

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ผนังด้านนอกของตึกสำหรับซอมบี้ตัวนั้นก็เหมือนกับพื้นราบ เพราะมันสามารถปีนป่ายไปมาได้อย่างอิสระราวกับแมงมุม

ที่ลู่ชวนกังวลที่สุด ถ้าหากวันดีคืนดีเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้แอบย่องมาถึงตึกห้าได้ล่ะก็ เขาคงแย่แน่ ๆ

มันไม่จำเป็นต้องใช้บันไดเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้เขาจะวางหุ่นเชิดซอมบี้สองสามตัวคอยดักซุ่มตามทางเดินบันได ก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่

และหากว่ามันปีนจากผนังด้านนอกขึ้นมา และบังเอิญมาเจอตัวยัยหนูน้อยของเขาละก็…

ในตอนนี้ลู่ชวนก็ยังไม่มีวิธีรับมือที่ดีกว่านี้ ซึ่งอีกส่วนหนึ่งของเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตก็เป็นความผิดของเขา

ใครใช้ให้เขาประเมินความสามารถของอีกฝ่ายต่ำเกินไป จนปล่อยให้มันหนีไปได้กันล่ะ...

แต่ถึงเขาจะพลาดไปแล้ว มันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข

ลู่ชวนปรับอารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เริ่มวางแผนป้องกันทันที

เขาสั่งให้หุ่นเชิดซอมบี้ที่แข็งแกร่งสามตัวติดอาวุธเต็มยศและคอยลาดตระเวนอยู่ภายในตึกห้าทุกวัน แบบนี้ต่อให้เจ้าอสูรกายแอบลอบเข้ามาได้ เขาก็จะสามารถรู้ตัวได้ทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลอบโจมตีจนตั้งตัวไม่ทัน

เมื่อมองไปที่รอยซอมบี้ตัวนั้นทิ้งไว้บนกำแพง ลู่ชวนก็ถึงกับเดาะลิ้นในใจอย่างอดไม่ได้

ตัวตนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ พลังงานที่อัดแน่นอยู่ในผลึกแกนกลางของมันคงจะเหนือกว่าทั้งเจ้าซอมบี้รถถัง​และซอมบี้ว่องไวที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้อยู่หลายขุม

หากว่าเขาสามารถกลืนกินผลึกแกนกลางของซอมบี้ตัวนี้ได้ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับได้อย่างแน่นอน

ในตอนนี้ลู่ชวนทำได้เพียงแค่ส่งหุ่นเชิดซอมบี้ตัวอื่นๆ ออกไปเดินสำรวจในบริเวณใกล้เคียง เผื่อว่าจะเจอกับซอมบี้ที่วิวัฒนาการในรูปแบบอื่น ๆ อีก

หลังจากที่ได้กลืนกินผลึกแกนกลางไปสองเม็ด เดิมทีลู่ชวนรู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจขึ้นมาก ทว่าเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้กลับมามอบบทเรียนแห่งความเป็นจริงให้แก่เขา

และมันก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ลู่ชวนรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองโดยด่วน เพราะหากเขาไปเจอกับซอมบี้ที่แข็งแกร่งกว่านี้เข้าในอนาคต ต่อให้เขามีหุ่นเชิดซอมบี้อยู่สองสามตัวก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้

แม้ลูช่วนจะสามารถควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้ให้เคลื่อนไหวในรัศมีสามพันเมตรได้แล้ว และระยะทางนี้ก็ถือว่าไกลพอสมควร หากความคิดของเขาก็ยังมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

….

อีกด้านหนึ่งในห้องนอนชั้นเจ็ด

ตอนนี้พลังจิตของจีรู่เสวี่ยก็ก้าวหน้าไปมากเช่นเดียวกัน

เธอกำลังควบคุมตุ๊กตาผ้าสองตัวให้ลอยคว้างไปมาอยู่กลางอากาศ

ตามปกติแล้ว ในฐานะของจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ จีรู่เสวี่ยไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเล่นของเล่นเด็กเล่นแบบนี้เลย

ส่วนหนึ่งเธอทำเพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจของคุณพ่อซอมบี้ แต่หลังจากนั้นก็พบว่าการควบคุมตุ๊กตาไม่เพียงแต่สนุก แต่มันกลัยยังสามารถฝึกฝนพลังจิตของเธอได้อีกด้วย

เธอก็เลยติดใจขึ้นมาซะอย่างนั้น...

เมื่อเธอสัมผัสได้ว่าคุณพ่อซอมบี้มาถึงหน้าประตูแล้ว จีรู่เสวี่ยก็รีบหยุดใช้พลังจิตของตัวเอง แล้วดึงตุ๊กตาผ้ามากอดไว้ในอ้อมแขน

ลู่ชวนพอเข้ามาในห้อง เขาก็เห็นฉีฉี กำลังกอดตุ๊กตาผ้าและเล่นอยู่อย่างมีความสุข

รอยยิ้มของเธอนั้นแสนช่างบริสุทธิ์ ดวงตาของเธอก็สดใสไร้เดียงสายิ่งนัก

เมื่อเขาเห็นเด็กน้อยที่ทั้งใสซื่อและงดงามอยู่ตรงหน้า อารมณ์ที่ตึงเครียดของลู่ชวนก็ดูเหมือนจะได้รับการเยียวยาไปด้วย

“ยัยหนูน้อย โลกใบนี้มันช่างมืดมนและผุพังเหลือเกิน หวังว่าเมื่อหนูโตขึ้น หนูจะไม่ผิดหวังกับโลกใบนี้นะ...”

“หวังว่าหนูจะสามารถเติบโตขึ้นอย่างไร้กังวล แบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ และพวกเราสองคนจะยังสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ในโลกที่ถึงจุดจบใบนี้อย่างมีความสุข”

เมื่อมองดูเด็กน้อยตรงหน้า ลู่ชวนก็รู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะต้องทำอะไรก็มีแรงผลักดันขึ้นมา

ถึงแม้ว่านอกหน้าต่างจะเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แต่ภายในห้องนอนแห่งนี้ก็ยังคงมีความงดงามและความบริสุทธิ์ของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่

ในโลกใบนี้ หากเขาต้องการจะเอาชีวิตรอดก็ต้องเข่นฆ่าอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะฉะนั้นห้องนอนห้องนี้จึงเปรียบเสมือนดินแดนบริสุทธิ์ผืนสุดท้ายที่ลู่ชวนเลือกจะเก็บไว้ให้กับตัวเอง

ทันใดนั้นเขาเมื่อมองไปที่หน้าต่างห้องนอน สีหน้าของลู่ชวนก็พลันเคร่งขรึมขึ้น เเละเขารีบเดินออกไป

จีรู่เสวี่ยได้แต่มองคุณพ่อซอมบี้ของเธอด้วยความสงสัย ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้เขาแทบจะไม่ได้ออกไปหาเสบียงเลย และเอาแต่อยู่ในบ้านตลอด

แล้วตอนนี้เขาก็พึ่งเข้ามาแล้วก็ออกไปข้างนอกอีก แถมสีหน้ายังดูไม่ค่อยดีอีกด้วย เป็นไปได้ไหมว่าข้างนอกจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?

หลังจากนั้นไม่นานนัก จีรู่เสวี่ยก็เห็นคุณพ่อซอมบี้ของเธอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับแผ่นไม้และตะปูจำนวนมาก

หลังจากนั้น เขาก็เริ่มตอกแผ่นไม้เหล่านั้นปิดทับหน้าต่างทีละบาน

ในหัวของลู่ชวนในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับเจ้าอสูรกายสีเลือดที่แตกต่างจากซอมบี้ทั่วไปตัวนั้น

แม้ว่ามันจะไม่สามารถเดินตัวตรงได้ แต่มันกลับสามารถปีนป่ายไปตามกำแพงและเพดานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ความคิดที่ว่าผนังด้านนอกของตึกมันก็ยังเคลื่อนที่ไปมาราวกับพื้นราบ ทำให้ชั้นเจ็ดที่เคยปลอดภัยในตอนนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

ถึงแม้ว่าเพื่อความปลอดภัย ลู่ชวนได้จัดให้มีหุ่นเชิดคอยลาดตระเวนในทางเดินบันไดอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม

แต่ทว่าเจ้าซอมบี้ตัวนี้กลับไม่เดินในเส้นทางปกติ และถ้าหากมันปีนเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนล่ะก็ เขาคงจะป้องกันได้ยากมาก

อีกอย่างตัวเขาเองไม่สามารถคอยจับตาดูหน้าต่างห้องนอนได้ตลอดเวลา ดังนั้นตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงแค่ใช้แผ่นไม้ตอกปิดหน้าต่างเอาไว้ก่อนชั่วคราว

อย่างน้อยการปิดเส้นทางก็ทำให้ไม่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน และอาจจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้ฉีฉีได้ในระดับหนึ่ง

จีรู่เสวี่ยที่นอนอยู่บนเตียง เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเธอก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

คุณพ่อซอมบี้ของเธอเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ไม่ยอมออกไปไหนก็เรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ทำไมถึงได้เริ่มเอาไม้มาตอกปิดหน้าต่างด้วยล่ะ?

เมื่อมองดูท่าทีที่จริงจังของคุณพ่อซอมบี้ จีรู่เสวี่ยก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

หรือว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอจะสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้ว และเขาก็หวาดกลัวจนอยากจะหลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอก?

จีรู่เสวี่ยคิดไปคิดมาก็ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เพราะโดยปกติแล้ว จะมีซอมบี้ที่ไหนมาตอกปิดหน้าต่างกัน?

ถึงแม้ว่าจีรู่เสวี่ยจะเข้าใจดีว่าซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้กลายพันธุ์ที่วิวัฒนาการแล้ว ย่อมจะรู้สึกหวาดกลัวอย่างมากโดยสัญชาตญาณ

และซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาที่ยังไม่ผ่านการวิวัฒนาการ หากว่าจะต้องไปสู้กับซอมบี้กลายพันธุ์พวกนั้น พวกมันก็คงไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน

แต่ว่า... เธอไม่คิดว่าคุณพ่อซอมบี้จะหวาดกลัวถึงกับต้องเอาไม้มาตอกปิดหน้าต่าง

เมื่อคิดดังนั้นจีรู่เสวี่ยก็ส่ายหัวไปมาอย่างจนใจ

“ดูเหมือนคุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่…เขาช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ”

…………………

จบบทที่ บทที่ 27: คุณพ่อซอมบี้ของฉันนี่ช่างเป็นคนขี้ขลาดจริงๆเลยนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว