- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 26: ศึกใหญ่…ปะทะซอมบี้ลิ้นยาว
บทที่ 26: ศึกใหญ่…ปะทะซอมบี้ลิ้นยาว
บทที่ 26: ศึกใหญ่…ปะทะซอมบี้ลิ้นยาว
บทที่ 26: ศึกใหญ่…ปะทะซอมบี้ลิ้นยาว
จริงๆ แล้ว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าอสูรกายในตึกหนึ่งหลังนี้ มันวิวัฒนาการมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร
แต่เมื่อเขานึกย้อนไปถึงตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด ภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นของคาวเลือดและความน่าสะพรึงกลัวของมันก็ทำให้ลู่ชวนรู้สึกเกรงกลัวอีกฝ่ายขึ้นมา
อย่างน้อยถ้ามันเป็นซอมบี้เหมือนกับเขา มันก็ควรจะยังคงรูปร่างของคนอยู่บ้างไม่ใช่หรือ…แต่ทว่าเจ้าอสูรกายที่โชกเลือดที่เขาเห็น ตอนนี้ร่างกายของมันแทบจะดูไม่ออกเลยว่าก่อนตายเคยเป็นมนุษย์มาก่อน
….
เมื่อครั้งก่อนหุ่นเชิดซอมบี้ของเขาถูกเจ้าอสูรกายตัวนี้ฆ่าตายในพริบตาด้วยการโจมตีที่หัว ครั้งนี้ลู่ชวนจึงเตรียมตัวมาอย่างดี ดังนั้นในใจเขาจึงพอจะมีความมั่นใจในการต่อกรกับมันอยู่บ้าง
“ขอดูหน่อยเถอะว่าแก๊งขวานซิ่งของฉันจะสู้กับเจ้าอสูรกายประหลาดอย่างแกได้ไหม!”
ลู่ชวนยังคงปักหลักอยู่ที่ตึกห้าเช่นเดิม และจดจ่อสมาธิไปกะบการควบคุมทีมหุ่นเชิดซอมบี้ของเขาอย่างเต็มที่
ในตอนนี้รัศมีการแผ่กระแสจิตของเขานั้นกว้างขึ้นกว่าเดิมสามพันเมตร และด้วยเหตุนี้เองเขาจึงไม่จำเป็นต้องลงสนามรบด้วยตัวเองเลย
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ซอมบี้ตัวนั้นก็ดูน่าเกรงกลัวอยู่มาก ลู่ชวนจึงไม่คิดว่าถ้าเขาเข้าไปสู้กับมันด้วยตัวเองในระยะประชิดเขาจะรับมือมันไหวหรือไม่
การซ่อนตัวอยู่ในฐานที่มั่นจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา
….
ลู่ชวนเริ่มควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้สิบตัวจากระยะไกล หลังจากที่พวกมันเดินเข้าไปในประตูใหญ่ของตึกหนึ่ง พวกมันก็เริ่มไช่ตรวจสอบทีละห้องตั้งแต่ชั้นแรกขึ้นไป
ลูช่วนไม่ได้ควบคุมอย่างรีบร้อนบุ่มบ่าม ตรงกันข้ามเขากลับค่อยๆตรวจสอบอย่างรอบคอบที่สุด เพราะกลัวว่าจะพลาดแม้แต่ซอกมุมเล็กๆ
โดยเฉพาะตามเพดาน ลู่ชวนจะคอยสังเกตร่องรอยที่เกิดขึ้นบริเวณนั้นเป็นพิเศษ เนื่องจากเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้ ไม่รู้ว่าเกิดการวิวัฒนาการมาอย่างไร โครงสร้างร่างกายของมันถึงได้ออกมาแปลกประหลาดขนาดนี้
เมื่อมันทิ้งรูปลักษณ์ของมนุษย์ที่ด้อยกว่าในด้านการต่อสู้ไป แล้วแลกมากับกรงเล็บแหลมคมทั้งสี่ กับพละกำลังทางกายภาพอันมหาศาล ที่ทำให้มันสามารถไต่ไปตามกำแพงและเพดานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับนินจา
ภายใต้การค้นหาอย่างช้าๆของลู่ชวน เหล่าหุ่นเชิดซอมบี้ก็ค่อยๆ ตรวจสอบร่องรอยต่างๆไปทีละนิด
ในไม่ช้า พวกมันก็ค้นหาทั่วจนครบทั้งชั้นไล่มามาจนถึงชั้นสี่ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนั้นเลย
ลู่ชวนขมวดคิ้วแน่นขึ้นเมื่อผลลัพธุ์ไม่เป็นไปตามคาด
“ค้าหามาสี่ชั้นแล้วยังไม่เจอ เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าอสูรกายกระหายเลือดนี่มันจะหนีไปก่อนแล้ว?”
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทีมหุ่นเชิดซอมบี้ก็ขึ้นมาถึงชั้นห้า และเริ่มค้นหาภายในห้องอย่างระมัดระวังต่อไป
เพียงแต่ว่าในมุมมองของทีมหุ่นเชิดซอมบี้ที่ถูกลู่ชวนควบคุมอยู่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า เหนือประตูที่พวกมันเพิ่งจะเดินเข้ามา มีอสูรกายสีเลือดตัวหนึ่งเกาะอยู่
กรงเล็บทั้งสี่ของมันปักลึกเข้าไปในผนังราวกับมีดเหล็กชั้นดี มันหมอบอยู่เหนือประตูเหมือนแมงมุม โดยไม่ส่งเสียงใดๆออกมาให้ศัตรูรู้ตัวแม้แต่น้อย
ดวงตาของมันจ้องมองเหล่าหุ่นเชิดซอมบี้เบื้องล่างอย่างโหดเหี้ยม
ตำแหน่งที่เจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้ซ่อนตัวอยู่นั้นเรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายของลูช่วน เพราะมันอยู่ในจุดบอดสายตาของเหล่าหุ่นเชิดพอดิบพอดี
และถึงอย่างไร ลู่ชวนก็ควบคุมหุ่นเชิดจากระยะไกลมาก ดังนั้นเขาขึงทำได้เพียงแค่แชร์มุมมองร่วมกับพวกมันเท่านั้น จึงไม่สามารถสังเกตการณ์ได้อย่างรอบด้านเหมือนตอนที่ตัวเองอยู่ในสถานการณ์จริงๆ
“เจ้าอสูรกายตัวนี้มันหายตัวไปไหนกันแน่นะ? หวังว่าคงไม่ได้หนีออกจากตึกนี้ไปแล้วหรอกนะ!”
ลู่ชวนอดที่จะกังวลในใจไม่ได้
เจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้ดูจะรับมือยากมาก…ถ้าหากว่ามันหนีออกจากตึกหนึ่งไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง ความอันตรายของมันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะมันจัดได้ว่าเป็นซอมบี้นักฆ่าระดับสุดยอดได้เลยทีเดียว
ฟิ้ว!
ทันใดนั้นเอง เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างสีเลือดที่พุ่งตัวลงมาจากด้านบนอย่างกะทันหัน
เจ้าอสูรกายสีเลือดตวัดกรงเล็บ หุ่นเชิดซอมบี้ของลู่ชวนตัวที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรง ร่างของมันกระเด็นลอยออกไปและกระแทกพื้นอย่างจัง
ปังงงง!
โชคยังดีที่ลู่ชวนเตรียมการรับมือมันมาล่วงหน้า เขาจัดการให้ซอมบี้ทุกตัวสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ตอนนี้หมวกกันน็อกมอเตอร์ไซค์แม้จะถูกฉีกขาดไปกว่าครึ่งจนหัวของหุ่นเชิดซอมบี้เกือบจะถูกขยี้จนแหลกละเอียด…แต่ก็ถือว่ายังดีที่มีหมวกกันน็อกป้องกันเอาไว้ หุ่นเชิดตัวนี้จึงยังไม่ตายสนิทและยังคงสามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายต่อได้
เมื่อการโจมตีเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ลู่ชวนก็ตอบสนองทันที
เขาบังคับฝูงหุ่นเชิดให้หันกลับมาที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว แล้วเหวี่ยงขวานดับเพลิงเข้าใส่ร่างสีเลือดของศัตรู
ขวานที่หนักอึ้งฟาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังหวือๆ
ถ้าหากว่าจีรู่เสวี่ยอยู่ที่นี่ละก็ เธอจะต้องจำประเภทของซอมบี้อสูรกายตัวนี้ได้ในทันที
เพราะมันคือซอมบี้ลิ้นยาว (Licker) ที่ในความทรงจำจากชาติก่อนของเธอได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับเหล่าผู้รอดชีวิตในช่วงแรกของวันสิ้นโลกนั่นเอง!
เจ้าลิ้นยาวสีเลือดตัวนี้ดูเหมือนจะโกรธจัดที่ถูกทีมหุ่นเชิดซอมบี้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน…ดังนั้นมันจึงไม่สนใจคมขวานที่กำลังจะฟาดเข้ามาเลยแม้แต่น้อย และยังคงเลือกที่จะพุ่งตัวเข้าโจมตีทีมหุ่นเชิดต่อไป
เมื่อเห็นดังนั้น มุมปากของลู่ชวนก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นชา
ถึงอย่างไรซอมบี้ก็คือซอมบี้ ต่อให้มันมีวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหน แต่ถ้าสมองไม่พัฒนาตามไปด้วยก็ไร้ประโยชน์
แม้เจ้าลิ้นยาวตัวนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก และวิ่งวนเวียนอยู่ท่ามกลางฝูงหุ่นเชิดสร้างความหวาดหวั่นให้กับศัตรู….แถมเพียงแค่ตวัดกรงเล็บอันน่าสะพรึงกลัว ก็อาจทำให้หุ่นเชิดซอมบี้หลายตัวถูกฟาดกระเด็นออกไป
แต่ว่าภายใต้การควบคุมของลู่ชวนนั้น ตราบใดที่หัวของพวกหุ่นเชิดซอมบี้ยังไม่ถูกบีบจนแหลกละเอียด พวกมันก็จะยังสามารถโจมตีเป้าหมายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
นั่นทำให้ถึงแม้ร่างกายจะถูกแทงทะลุ ขวานในมือก็ยังคงฟาดลงมาที่หัวของศัตรูเสมอ
ฉัวะ!
เจ้าลิ้นยาวใช้กรงเล็บแทงทะลุร่างของหุ่นเชิดตัวหนึ่ง แต่ทว่าลู่ชวนกลับควบคุมให้หุ่นเชิดตัวนั้นไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ และใช้แขนของมันกอดรัดกรงเล็บของเจ้าลิ้นยาวไว้แน่น
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ขวานอีกด้ามก็ฟันลงมาที่หัวของมันทันที
จากนั้นหุ่นเชิดอีกหลายตัวพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับขวานดับเพลิงในมือ และรัวฟันอาวุธอันแหลมคมใส่อย่างต่อเนื่อง
ถึงเจ้าลิ้นยาวจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก แต่เมื่อมันตกอยู่ในวงล้อมของฝูงหุ่นเชิด แม้จะกระโดดหนีออกไปได้สำเร็จ แต่ก็ยังหลบไม่พ้นจนถูกฟันเข้าไปหลายครั้ง
ในช่วงเวลานี้เอง ลู่ชวนไม่ได้ฝึกแค่ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดด้วยมือเปล่ามาเท่านั้น แต่เขายังฝึกฝนการใช้ดาบและขวานมาเพิ่มอีกด้วย
และเพื่อให้หุ่นเชิดซอมบี้สามารถแสดงพลังการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ลู่ชวนถึงกับศึกษาเทคนิคการออกแรงสำหรับการใช้ขวานโดยเฉพาะ
ทั้งหมดนี้ เขาก็ทำเพื่อให้ทีมหุ่นเชิดซอมบี้ของเขาสามารถเหวี่ยงขวานได้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อต่อสู้…ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ลู่ชวนยังควบคุมหุ่นเชิดสองสามตัวให้พยายามฟันซ้ำๆที่จุดเดิมบนร่างของเจ้าอสูรกายสีเลือดอีกด้วย
นั่นเพราะจากการปะทะกันครั้งก่อน เขาเห็นว่ากล้ามเนื้อของเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนี้ดูแข็งแกร่งและหนาแน่นมาก…ลู่ชวนจึงคิดว่าลำพังแค่พลังต่อสู้ของหุ่นเชิดซอมบี้ระดับต่ำ คงยากที่จะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้มันได้
โชคดีที่กลยุทธ์ที่เขาใช้ มันไม่ใช่การสู้ตัวต่อตัว แต่เป็นยุทธวิธีแบบใช้จำนวนเข้าสู้
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อลู่ชวนควบคุมฝูงซอมบี้ให้รัวฟันอย่างต่อเนื่องในจุดเดิมซ้ำๆ ในที่สุดก็สามารถสร้างบาดแผลไว้บนร่างของเจ้าลิ้นยาวได้มากมาย
เเต่มันเป็นไปอย่างที่ลู่ชวนคาดการณ์ไว้ กล้ามเนื้อของเจ้าลิ้นยาวตัวนี้แข็งแกร่งมาก…แม้จะรัวฟันหลายครั้ว ขวานดับเพลิงที่ฟันลงไปทำได้เพียงแค่เฉือนเนื้อออกไปเล็กน้อย ยังไม่สามารถสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ได้
ดังนั้นลู่ชวนจึงสั่งการให้หุ่นเชิดสามตัวช่วยกันออกแรงเหวี่ยงขวานทั้งหมดลงไปยังจุดเดียวกันทันที
ฉัวะ!
การโจมตีจากขวานยาวสามด้ามพร้อมเพรียงกันในที่สุดก็ได้ผล เมื่อขวานดับเพลิงของหุ่นเชิดตัวสุดท้ายฟันลงไปที่จุดเดิม เจ้าลิ้นยาวที่หลบเลี่ยงไม่ทัน ในที่สุดมันก็ถูกลู่ชวนฟันแขนขาดไปข้างหนึ่ง
หลังจากเสียแขนไปข้างหนึ่งแล้ว เจ้าลิ้นยาวตัวนี้ก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความร้ายกาจของทีมซอมบี้ตรงหน้า ในที่สุดมันจึงรู้ตัวและกระโดดหนีออกจากวงล้อมของฝูงหุ่นเชิด ก่อนจะปีนไต่ขึ้นไปบนเพดาน
เมื่อเห็นดังนั้น ลู่ชวนสั่งให้หุ่นเชิดเหล่านั้นขว้างขวานดับเพลิงขึ้นไปบนเพดานทันที
ปัง!
ปัง!
ปัง!
แต่ว่าน่าเสียดาย หลังจากที่หลุดจากวงล้อมของฝูงหุ่นเชิดไปได้ ความเร็วของเจ้าลิ้นยาวก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก
ในขณะที่หุ่นเชิดระดับต่ำที่เขาควบคุมอยู่ตอนนี้ ทั้งความเร็ว พลัง และความแม่นยำของมันกลับลดลงฮวบฮาบ
ซอมบี้ประหลาดตอบสนองต่อการโจมตีได้อย่างเร็วมาก หลังจากที่มันหลบขวานได้ มันก็พุ่งตัวไปทุบกระจกหน้าต่างจนแตกละเอียด และหนีออกไปข้างนอกทันที
ม่านตาของลู่ชวนหดเล็กลงเล็กน้อย เมื่อมองผ่านมุมมองของหุ่นเชิด เขาสามารถเห็นเจ้าอสูรกายสีเลือดตัวนั้นกำลังไต่ไปตามผนังด้านนอกของตึกราวกับเดินบนพื้นราบ!
แถมการเคลื่อนไหวของมันยังรวดเร็วอย่างยิ่ง เพราะเพียงแค่พริบตาเดียว ร่างของมันก็หายไปจากสายตาเเล้ว!
………………………..