- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!
บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!
บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!
บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!
ระยะเวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาฝึกซ้อมตลอดหลายวันนี้ ลู่ชวนได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่บริเวณชั้นหกจนมันเกือบจะกลายเป็นห้องฝึกฝนทักษะการต่อสู้ไปแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
เสียงทึบดังขึ้นเป็นระยะจากห้องนั่งเล่นชั้นหก พร้อมกับเสียงคำรามของซอมบี้ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กร๊อบ!
ลู่ชวนขยับตัวจับแขนซอมบี้ตัวหนึ่ง ก่อนจะล็อกข้อต่อของมันและออกแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนซอมบี้ตัวนั้นพุ่งตัวเข้ากระแทกกับซอมบี้อีกตัวที่แอบเข้ามาโจมตีด้านหลังจนล้มลงไปพร้อมกัน
จากนั้น ด้วยท่าเตะก้านคอของลู่ชวนที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาก็ทำให้ซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียงล้มลงไปอีกตัว…เเถมแรงเตะยังทำให้ศีรษะของซอมบี้ตัวนั้นหลุดกระเด็นออกจากกัน
หลังจากที่เขาพึ่งจะจัดการซอมบี้ไปสามตัว ซอมบี้อีกสองตัวก็พุ่งตัวเข้ามาโจมตีลู่ชวนจากข้างหลังอย่างรวดเร็ว
ลู่ชวนเพียงเหลือบมองและยกยิ้มให้พวกมันอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าปะทะและจัดการทุ่มซอมบี้ทั้งสองลงพื้นพร้อมกันในการโจมตีครั้งเดียว
ในตอนนี้ถึงจะมีซอมบี้ห้าตัวเข้าโจมตีเขาพร้อมกัน ลู่ชวนคิดว่าตัวเองสามารถรับมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย
หลังจากวิวัฒนาการรอบนี้แล้ว เขาก็พบว่าสมรรถภาพทางกายได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างมาก…ไม่เพียงแต่ในด้านพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ความเร็ว เเละปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆรวมถึงความยืดหยุ่นของร่างกายโดยรวมก็ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน!
การพัฒนาขึ้นอย่างมากนี้ ทำให้ลู่ชวนสามารถเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงซอมบี้ได้ราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้
ร่างกายที่พลิ้วไหวราวกับผีเสื้อ ทำให้สามารถหลบหลีกโจมตีของซอมบี้ธรรมดาเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องออกแรง อีกทั้งทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมาช่วงนี้ ลู่ชวนก็ใช้มันได้คล่องแคล่วจนสามารถโค่นซอมบี้ทั้งหมดลงได้อย่างรวดเร็ว
เเถมยิ่งพลังของลู่ชวนเพิ่มขึ้น เพียงการโจมตีด้วยหมัดและเท้า เขาก็
สามารถทุบหัวซอมบี้ให้แตกได้ทันที!
เมื่อมองดูผลงานด้านหน้า ลู่ชวนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
พลังของเขาในตอนนี้ ค่อยคู่ควรกับการเป็นผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกขึ้นมาหน่อยเเล้ว
ก่อนหน้านี้ร่างกายของเขาอ่อนแอและแข็งทื่อ จนแม้แต่การป้องกันตัวเองจากการถูกซอมบี้ธรรมดาล้อมก็ยังทำได้อย่างยากลำบาก
แต่ตอนนี้มันกลับต่างออกไปอย่างมาก…ลูช่วนแทบจะไม่เหลือความกังวลในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อฝึกฝนจบ ลู่ชวนก็สั่งการซอมบี้จำนวนหนึ่งให้ขนซอมบี้ที่ถูกเขาทุบจนหัวแตกออกไปด้านนอกทีละตัว หลังจากนั้นเขาก็จัดการล้างคราบเลือดออกจากตัวให้เรียบร้อย
ตอนนี้ ใกล้ถึงเวลาที่ลูช่วนจะต้องไปให้นมเจ้าตัวเล็กแล้ว หากเขาปล่อยให้ตัวเองมีเลือดของพวกซอมบี้ติดไปด้วยคงจะดูไม่ดีแน่
….
เมื่อถึงเวลา เขาก็เดินกลับไปยังชั้น 7 และจัดการชงนมตามกิจวัตรที่เคยทำ ก่อนจะนำไปป้อนให้ฉีฉีดื่มทีละช้อน
เมื่อเห็นรอยยิ้มใสซื่อของเจ้าตัวเล็ก ลู่ชวนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มตามอย่างเอ็นดู
ช่วงนี้เจ้าตัวเล็กของเขากินเก่งขึ้นเรื่อยๆ
แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ถึงแม้จะอยู่ในโลกที่ล่มสลายแล้ว ฉีฉีก็ยังไม่รู้สึกเบื่ออาหาร
หลังจากให้ฉีฉีดื่มนมแล้ว ลู่ชวนก็หยิบของเล่นที่เขาขโมยมาจากอาคารด้านข้างออกมาหลายชิ้น
ในมือสองข้างของเขาตอนนี้มีทั้งตุ๊กตาบาร์บี้ รถยนต์ ตุ๊กตาหมี และอื่นๆอีกมากมาย
ขณะเดียวกัน จีรู่เสวี่ยที่กำลังมองดูคุณพ่อซอมบี้ของเธอพยายามเล่นกับเธออย่างทุลักทุเลอยู่นั้นในใจของเธอก็รู้สึกพูดไม่ออก
ถึงแม้ว่าภายนอกเธอจะดูเหมือนทารกก็
ตาม แต่จิตวิญญาณภายในเธอกลับเป็นถึงจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุขุมเยือกเย็นและเด็ดขาด
ของเล่นหลอกเด็กแบบนี้….จะไปทำให้เธอสนใจได้อย่างไรกัน!
แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความหวังดีของพ่อซอมบี้ของเธอ…แม้จีรู่เสวี่ยเลยวัยที่จะถูกของเล่นเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ทำให้รู้สึกขบขันได้ไปนานแล้ว แต่ว่าตอนนี้ในใจของเธอกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาติปัจจุบัน เธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์การถูกใครรักเอ็นดูเช่นนี้มาก่อน
ดังนั้นเมื่อเห็นท่าทางที่พยายามจนดูน่าสงสารของคุณพ่อซอมบี้…จีรู่เสวี่ย จึงให้ความร่วมมือด้วยการฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย
….
ลู่ชวนที่พยายามมาพักใหญ่ เดิมเมื่อเห็นว่าฉีฉีไม่มีสีหน้าเปลี่ยนใดๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้ขึ้นในใจ
ตัวเขาในอดีตไม่เคยมีความรักมาก่อน การเลี้ยงเด็กยิ่งไม่ต้องพูดถึง…เขาจึงทำได้เพียงใช้วิธีที่แอบเรียนรู้จากละครโทรทัศน์บางเรื่องมาดูแลฉีฉี
เดิมทีเขาจึงคิดว่าตัวเองล้มเหลวไปแล้ว หากเเต่อยู่ๆเจ้าตัวน้อยก็ยิ้มตอบกลับมาจริงๆ
รอยยิ้มนั้นทำให้ลู่ชวนรู้สึกตื้นตันใจ เเละเขาก็พยายามทำให้จีรู่เสวี่ยหัวเราะอย่างเต็มที่กว่าเดิม
ท่าทีของคุณพ่อซอมบี้ตอนนี้ทำให้เปลือกตาของ จีรู่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะกระตุก
ดูเหมือนว่าการใจดีมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปงั้นซินะ (-____-)
หลังจากเล่นกับเจ้าตัวเล็กอยู่พักใหญ่ ลู่ชวนที่รู้สึกพึงพอใจก็เดินยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา
….
เมื่ออกมา เเล้วหันมองลงไปที่หน้าต่าง ลู่ชวนก็ยกยิ้มอย่างเย็นชาด้วยความพึงพอใจ
ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่เขาต้องการจะถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว…คงถึงเวลาที่ต้องไปหยั่งเชิงดูท่าทีของเจ้านั่นดูสักหน่อย
ลู่ชวนเริ่มคัดเลือกสมาชิกในทีมอีกครั้งจากฝูงซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่รอบๆอาคาร
ถึงแม้ว่าพวกซอมบี้ประเภทวิวัฒนาการจะพบเห็นได้ค่อนข้างยาก แต่ซอมบี้ระดับล่างทั่วไปก็ยังมีอยู่จำนวนมากมายบนท้องถนน
ดังนั้น เขาจึงสามารถเติมกำลังพลจากรอบข้างมาได้ตลอดเวลา
ไม่นานนัก หลังจากที่เขาคัดเลือกทีมแล้ว ลู่ชวนก็ทำการควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้สิบตัวพร้อมกันอีกครั้ง
หุ่นเชิดซอมบี้แต่ละตัวที่เขาเลือกมามีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงสมบูรณ์ และไม่มีร่องรอยถูกกัดกินจากพวกเดียวกัน
เขาจำได้ว่าสัตว์ประหลาดสีเลือด ได้สร้างความน่าสะพรึงกล้วเป็นอย่างมากจากการพบเจอกันครั้งที่แล้ว
ในตอนนั้นซอมบี้หุ่นเชิดทั้งสองที่เขาคุมอยู่แทบจะไม่มีแรงต้านทาน และถูกมันกำจัดทิ้งได้ในพริบตา
เเละนั่น ทำให้ครั้งนี้ลู่ชวนจึงเตรียมตัวอย่างไม่ประมาท
เขามองไปยังซอมบี้ร่างกำยำทั้งสิบตนที่ถือขวานดับเพลิง เเล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อซอมบี้หุ่นเชิดทั้งสิบตัวยืนเรียงกัน แรงกดดันของพวกมันก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
ลู่ชวนเชื่อว่าต่อให้พวกมันเจอเข้ากับซอมบี้ร่างใหญ่สักตัว ทีมซอมบี้หุ่นเชิดที่ถูกคัดเลือกมาก็สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้
เเต่เมื่อเขามองตรวจสอบไปยังทีมซอมบี้ของตัวเองอีกรอบ…ลู่ชวนกลับเริ่มรู้สึกว่าทีมนี้มีบางอย่างขาดหายไป
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตบศีรษะตัวเองอย่างแรงที่หลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ทำไม เขามัวแต่จัดหาอาวุธให้ซอมบี้พวกนี้แต่เขากลับลืมเตรียมเครื่องป้องกันตัวให้พวกมันไปนะ!
ลู่ชวนจำได้ว่าที่ตรงหัวมุมถนนมีร้านขายรถจักรยานไฟฟ้าร้านหนึ่งตั้งอยู่ และที่นั้นก็
มีหมวกกันน็อคขายด้วย
เมื่อนึกได้ดังนั้น ลู่ชวนก็สั่งการนำทีมซอมบี้มุ่งตรงไปพังประตูร้าน แล้วจัดแจงเอาหมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์มาสวมให้ซอมบี้ทุกตัว
เมื่อเขามองดูทีมซอมบี้ที่เปลี่ยนโฉมมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ลู่ชวนก็รู้สึกพึงพอใจขึ้นมาทันที
ทีมซอมบี้สวมหมวกกันน็อคสีดำและถือขวานดับเพลิงยืนเรียงแถวสร้างออร่าที่ทรงพลังขึ้นอย่างน่าประหลาด
ลู่ชวนเดินเข้าไปเคาะหมวกเหล่านั้นและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะเท่านี้พลังป้องกันของพวกมันก็คงจะเพียงพอแล้ว
ลู่ชวนตั้งใจไม่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ให้กับพวกมันเพิ่มอีก เพราะยังไงพวกมันก็เป็นเพียงซอมบี้ระดับต่ำเท่านั้น
และถึงเขาจะไม่มีพวกมัน เขาก็ยังสามารถควบคุมซอมบี้ตัวใหม่จากฝูงซอมบี้มาแทนได้
อีกอย่างจากการสังเกตุของเขา พวกซอมบี้เป็นอมตะ และขัดต่อหลักสรีรวิทยาโดยสิ้นเชิง…สำหรับซอมบี้เหล่านี้ มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่เป็นจุดที่อันตรายถึงชีวิตที่สุด
ตราบใดที่เขาสามารถป้องกันศีรษะของพวกมันได้…แม้แขนขาจะขาด พวกมันก็ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้เสมอ
การสวมหมวกกันน็อคจึงถือว่าสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของทีมหุ่นเชิดซอมบี้ได้อย่างมาก และตราบใดที่ศีรษะยังไม่ถูกทำลาย มันก็ยังสามารถเหวี่ยงขวานโจมตีกลับไปได้อยู่ดี
เมื่อคิดดังนั้นลู่ชวนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับผลงานตัวเอง
หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็นำทีมหุ่นเชิดซอมบี้ มุ่งหน้าไปยังอาคารหมายเลข 1 อย่างยิ่งใหญ่!
…………………….