เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!

บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!

บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!


บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!

ระยะเวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเวลาฝึกซ้อมตลอดหลายวันนี้ ลู่ชวนได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่บริเวณชั้นหกจนมันเกือบจะกลายเป็นห้องฝึกฝนทักษะการต่อสู้ไปแล้ว

ปัง ปัง ปัง!

เสียงทึบดังขึ้นเป็นระยะจากห้องนั่งเล่นชั้นหก พร้อมกับเสียงคำรามของซอมบี้ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กร๊อบ!

ลู่ชวนขยับตัวจับแขนซอมบี้ตัวหนึ่ง ก่อนจะล็อกข้อต่อของมันและออกแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนซอมบี้ตัวนั้นพุ่งตัวเข้ากระแทกกับซอมบี้อีกตัวที่แอบเข้ามาโจมตีด้านหลังจนล้มลงไปพร้อมกัน

จากนั้น ด้วยท่าเตะก้านคอของลู่ชวนที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาก็ทำให้ซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียงล้มลงไปอีกตัว…เเถมแรงเตะยังทำให้ศีรษะของซอมบี้ตัวนั้นหลุดกระเด็นออกจากกัน

หลังจากที่เขาพึ่งจะจัดการซอมบี้ไปสามตัว ซอมบี้อีกสองตัวก็พุ่งตัวเข้ามาโจมตีลู่ชวนจากข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ลู่ชวนเพียงเหลือบมองและยกยิ้มให้พวกมันอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าปะทะและจัดการทุ่มซอมบี้ทั้งสองลงพื้นพร้อมกันในการโจมตีครั้งเดียว

ในตอนนี้ถึงจะมีซอมบี้ห้าตัวเข้าโจมตีเขาพร้อมกัน ลู่ชวนคิดว่าตัวเองสามารถรับมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย

หลังจากวิวัฒนาการรอบนี้แล้ว เขาก็พบว่าสมรรถภาพทางกายได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างมาก…ไม่เพียงแต่ในด้านพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ความเร็ว เเละปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆรวมถึงความยืดหยุ่นของร่างกายโดยรวมก็ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน!

การพัฒนาขึ้นอย่างมากนี้ ทำให้ลู่ชวนสามารถเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงซอมบี้ได้ราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้

ร่างกายที่พลิ้วไหวราวกับผีเสื้อ ทำให้สามารถหลบหลีกโจมตีของซอมบี้ธรรมดาเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องออกแรง อีกทั้งทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมาช่วงนี้ ลู่ชวนก็ใช้มันได้คล่องแคล่วจนสามารถโค่นซอมบี้ทั้งหมดลงได้อย่างรวดเร็ว

เเถมยิ่งพลังของลู่ชวนเพิ่มขึ้น เพียงการโจมตีด้วยหมัดและเท้า เขาก็

สามารถทุบหัวซอมบี้ให้แตกได้ทันที!

เมื่อมองดูผลงานด้านหน้า ลู่ชวนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

พลังของเขาในตอนนี้ ค่อยคู่ควรกับการเป็นผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกขึ้นมาหน่อยเเล้ว

ก่อนหน้านี้ร่างกายของเขาอ่อนแอและแข็งทื่อ จนแม้แต่การป้องกันตัวเองจากการถูกซอมบี้ธรรมดาล้อมก็ยังทำได้อย่างยากลำบาก

แต่ตอนนี้มันกลับต่างออกไปอย่างมาก…ลูช่วนแทบจะไม่เหลือความกังวลในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

เมื่อฝึกฝนจบ ลู่ชวนก็สั่งการซอมบี้จำนวนหนึ่งให้ขนซอมบี้ที่ถูกเขาทุบจนหัวแตกออกไปด้านนอกทีละตัว หลังจากนั้นเขาก็จัดการล้างคราบเลือดออกจากตัวให้เรียบร้อย

ตอนนี้ ใกล้ถึงเวลาที่ลูช่วนจะต้องไปให้นมเจ้าตัวเล็กแล้ว หากเขาปล่อยให้ตัวเองมีเลือดของพวกซอมบี้ติดไปด้วยคงจะดูไม่ดีแน่

….

เมื่อถึงเวลา เขาก็เดินกลับไปยังชั้น 7 และจัดการชงนมตามกิจวัตรที่เคยทำ ก่อนจะนำไปป้อนให้ฉีฉีดื่มทีละช้อน

เมื่อเห็นรอยยิ้มใสซื่อของเจ้าตัวเล็ก ลู่ชวนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มตามอย่างเอ็นดู

ช่วงนี้เจ้าตัวเล็กของเขากินเก่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ถึงแม้จะอยู่ในโลกที่ล่มสลายแล้ว ฉีฉีก็ยังไม่รู้สึกเบื่ออาหาร

หลังจากให้ฉีฉีดื่มนมแล้ว ลู่ชวนก็หยิบของเล่นที่เขาขโมยมาจากอาคารด้านข้างออกมาหลายชิ้น

ในมือสองข้างของเขาตอนนี้มีทั้งตุ๊กตาบาร์บี้ รถยนต์ ตุ๊กตาหมี และอื่นๆอีกมากมาย

ขณะเดียวกัน จีรู่เสวี่ยที่กำลังมองดูคุณพ่อซอมบี้ของเธอพยายามเล่นกับเธออย่างทุลักทุเลอยู่นั้นในใจของเธอก็รู้สึกพูดไม่ออก

ถึงแม้ว่าภายนอกเธอจะดูเหมือนทารกก็

ตาม แต่จิตวิญญาณภายในเธอกลับเป็นถึงจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุขุมเยือกเย็นและเด็ดขาด

ของเล่นหลอกเด็กแบบนี้….จะไปทำให้เธอสนใจได้อย่างไรกัน!

แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความหวังดีของพ่อซอมบี้ของเธอ…แม้จีรู่เสวี่ยเลยวัยที่จะถูกของเล่นเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ทำให้รู้สึกขบขันได้ไปนานแล้ว แต่ว่าตอนนี้ในใจของเธอกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง

ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาติปัจจุบัน เธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์การถูกใครรักเอ็นดูเช่นนี้มาก่อน

ดังนั้นเมื่อเห็นท่าทางที่พยายามจนดูน่าสงสารของคุณพ่อซอมบี้…จีรู่เสวี่ย จึงให้ความร่วมมือด้วยการฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย

….

ลู่ชวนที่พยายามมาพักใหญ่ เดิมเมื่อเห็นว่าฉีฉีไม่มีสีหน้าเปลี่ยนใดๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้ขึ้นในใจ

ตัวเขาในอดีตไม่เคยมีความรักมาก่อน การเลี้ยงเด็กยิ่งไม่ต้องพูดถึง…เขาจึงทำได้เพียงใช้วิธีที่แอบเรียนรู้จากละครโทรทัศน์บางเรื่องมาดูแลฉีฉี

เดิมทีเขาจึงคิดว่าตัวเองล้มเหลวไปแล้ว หากเเต่อยู่ๆเจ้าตัวน้อยก็ยิ้มตอบกลับมาจริงๆ

รอยยิ้มนั้นทำให้ลู่ชวนรู้สึกตื้นตันใจ เเละเขาก็พยายามทำให้จีรู่เสวี่ยหัวเราะอย่างเต็มที่กว่าเดิม

ท่าทีของคุณพ่อซอมบี้ตอนนี้ทำให้เปลือกตาของ จีรู่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะกระตุก

ดูเหมือนว่าการใจดีมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปงั้นซินะ (-____-)

หลังจากเล่นกับเจ้าตัวเล็กอยู่พักใหญ่ ลู่ชวนที่รู้สึกพึงพอใจก็เดินยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา

….

เมื่ออกมา เเล้วหันมองลงไปที่หน้าต่าง ลู่ชวนก็ยกยิ้มอย่างเย็นชาด้วยความพึงพอใจ

ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่เขาต้องการจะถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว…คงถึงเวลาที่ต้องไปหยั่งเชิงดูท่าทีของเจ้านั่นดูสักหน่อย

ลู่ชวนเริ่มคัดเลือกสมาชิกในทีมอีกครั้งจากฝูงซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่รอบๆอาคาร

ถึงแม้ว่าพวกซอมบี้ประเภทวิวัฒนาการจะพบเห็นได้ค่อนข้างยาก แต่ซอมบี้ระดับล่างทั่วไปก็ยังมีอยู่จำนวนมากมายบนท้องถนน

ดังนั้น เขาจึงสามารถเติมกำลังพลจากรอบข้างมาได้ตลอดเวลา

ไม่นานนัก หลังจากที่เขาคัดเลือกทีมแล้ว ลู่ชวนก็ทำการควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้สิบตัวพร้อมกันอีกครั้ง

หุ่นเชิดซอมบี้แต่ละตัวที่เขาเลือกมามีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงสมบูรณ์ และไม่มีร่องรอยถูกกัดกินจากพวกเดียวกัน

เขาจำได้ว่าสัตว์ประหลาดสีเลือด ได้สร้างความน่าสะพรึงกล้วเป็นอย่างมากจากการพบเจอกันครั้งที่แล้ว

ในตอนนั้นซอมบี้หุ่นเชิดทั้งสองที่เขาคุมอยู่แทบจะไม่มีแรงต้านทาน และถูกมันกำจัดทิ้งได้ในพริบตา

เเละนั่น ทำให้ครั้งนี้ลู่ชวนจึงเตรียมตัวอย่างไม่ประมาท

เขามองไปยังซอมบี้ร่างกำยำทั้งสิบตนที่ถือขวานดับเพลิง เเล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เมื่อซอมบี้หุ่นเชิดทั้งสิบตัวยืนเรียงกัน แรงกดดันของพวกมันก็แข็งแกร่งขึ้นมาก

ลู่ชวนเชื่อว่าต่อให้พวกมันเจอเข้ากับซอมบี้ร่างใหญ่สักตัว ทีมซอมบี้หุ่นเชิดที่ถูกคัดเลือกมาก็สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้

เเต่เมื่อเขามองตรวจสอบไปยังทีมซอมบี้ของตัวเองอีกรอบ…ลู่ชวนกลับเริ่มรู้สึกว่าทีมนี้มีบางอย่างขาดหายไป

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตบศีรษะตัวเองอย่างแรงที่หลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

ทำไม เขามัวแต่จัดหาอาวุธให้ซอมบี้พวกนี้แต่เขากลับลืมเตรียมเครื่องป้องกันตัวให้พวกมันไปนะ!

ลู่ชวนจำได้ว่าที่ตรงหัวมุมถนนมีร้านขายรถจักรยานไฟฟ้าร้านหนึ่งตั้งอยู่ และที่นั้นก็

มีหมวกกันน็อคขายด้วย

เมื่อนึกได้ดังนั้น ลู่ชวนก็สั่งการนำทีมซอมบี้มุ่งตรงไปพังประตูร้าน แล้วจัดแจงเอาหมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์มาสวมให้ซอมบี้ทุกตัว

เมื่อเขามองดูทีมซอมบี้ที่เปลี่ยนโฉมมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ลู่ชวนก็รู้สึกพึงพอใจขึ้นมาทันที

ทีมซอมบี้สวมหมวกกันน็อคสีดำและถือขวานดับเพลิงยืนเรียงแถวสร้างออร่าที่ทรงพลังขึ้นอย่างน่าประหลาด

ลู่ชวนเดินเข้าไปเคาะหมวกเหล่านั้นและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะเท่านี้พลังป้องกันของพวกมันก็คงจะเพียงพอแล้ว

ลู่ชวนตั้งใจไม่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ให้กับพวกมันเพิ่มอีก เพราะยังไงพวกมันก็เป็นเพียงซอมบี้ระดับต่ำเท่านั้น

และถึงเขาจะไม่มีพวกมัน เขาก็ยังสามารถควบคุมซอมบี้ตัวใหม่จากฝูงซอมบี้มาแทนได้

อีกอย่างจากการสังเกตุของเขา พวกซอมบี้เป็นอมตะ และขัดต่อหลักสรีรวิทยาโดยสิ้นเชิง…สำหรับซอมบี้เหล่านี้ มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่เป็นจุดที่อันตรายถึงชีวิตที่สุด

ตราบใดที่เขาสามารถป้องกันศีรษะของพวกมันได้…แม้แขนขาจะขาด พวกมันก็ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้เสมอ

การสวมหมวกกันน็อคจึงถือว่าสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของทีมหุ่นเชิดซอมบี้ได้อย่างมาก และตราบใดที่ศีรษะยังไม่ถูกทำลาย มันก็ยังสามารถเหวี่ยงขวานโจมตีกลับไปได้อยู่ดี

เมื่อคิดดังนั้นลู่ชวนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับผลงานตัวเอง

หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็นำทีมหุ่นเชิดซอมบี้ มุ่งหน้าไปยังอาคารหมายเลข 1 อย่างยิ่งใหญ่!

…………………….

จบบทที่ บทที่ 25 : กองทัพซอมบี้ติดอาวุธครบครัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว