เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 : ลอยได้แล้ว!

บทที่ 21 : ลอยได้แล้ว!

บทที่ 21 : ลอยได้แล้ว!


บทที่ 21 : ลอยได้แล้ว!

เพียงไม่กี่วันหลังจากที่พระจันทร์สีเลือดเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่เขากลับต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่แปลกประหลาดเช่นนี้หลายครั้งหลายหน นี่จึงทำให้ลู่ชวนรู้สึกหนักใจเล็กน้อย

เดิมทีลู่ชวนคิดว่าซอมบี้ร่างใหญ่กำยำ และซอมบี้ว่องไวที่เขาพึ่งเจอ พวกมันจะเป็นซอมบี้วิวัฒนาการที่มีความแข็งแกร่งมากแล้ว…แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินโลกใบนี้ต่ำเกินไป

ร่างสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัวด้านหน้ามีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินกว่ามาก…ต่อให้ซอมบี้ร่างใหญ่และซอมบี้ว่องไวร่วมมือกัน แม้แต่พวกมันก็คงโดนร่างสีเลือดสังหารได้ในพริบตา

การควบคุมซอมบี้ให้เข้าใกล้สัตว์ประหลาดสีเลือดด้านหน้า และสัมผัสประสบการณ์ความตายจากการถูกสังหาร ได้สร้างความกดดันให้กับลู่ชวนเป็นอย่างมาก

ซอมบี้สัตว์ประหลาดที่แปลกประหลาดนี้ไม่มีผิวหนังปลุกคลุมผิว ร่างของพวกมันเผยให้เห็นเพียงกล้ามเนื้อสีเลือดน่าสยดสยอง แต่พลังร่างกายของมันดูจะไม่น้อยไปกว่าซอมบี้ร่างใหญ่ที่เขาพึ่งพบมากนัก

ที่สำคัญที่สุดและแตกต่างคือมันกลับมีความเร็วในการเคลื่อนที่ที่น่าสะพรึงกลัวของซอมบี้ประเภทนั้นอีกด้วย

รวมถึงยังสามารถพลิกแพลงกระโดดข้ามกำแพง ปีนป่าย และห้อยตัวบนเพดานได้อย่างง่ายดาย

ความแข็งแกร่งก็มากพอแล้ว แต่มันกลับยังมีมุมโจมตีที่ร้ายกาจแฝงไว้อีก ทั้งหมดนั่นยิ่งทำให้ยากต่อการป้องกันและต่อกรอย่างแท้จริง

หากแต่สิ่งที่ทำให้ลู่ชวนหวาดกลัวมากที่สุดในตัวประหลาดด้านหน้า ไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาเอ่ยถึง แต่เป็นลิ้นที่ยืดหยุ่นได้นั่นต่างหาก!

ลู่ชวนไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาอาจต้องถูกฆ่าด้วยลิ้น...

และถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่ในอาคารเดียวกันกับมัน แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

ลู่ชวน พอจะคาดการณ์ได้ว่า ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้รูปร่างประหลาดตัวนั้นด้วยตัวเองแน่ๆ

ระยะห่างแค่นี้จะไม่ให้เจอกันเลยคงเป็นไปได้ยาก...

ชั่วขณะหนึ่ง ลู่ชวนรู้สึกหนักใจมาก…ความสุขที่ได้จากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จนสามารถจัดการซอมบี้ไปหนึ่งตัวที่พึ่งเกิดขึ้นจางหายไปไม่น้อย

ลู่ชวน เข้าใจดีว่าโลกใบนี้โหดร้ายเกินไปสำหรับความอ่อนแอ หากเขายังต้องการมีชีวิตรอดต่อไปได้ ก็ต้องรีบเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถึงแม้มันจะเป็นซอมบี้เหมือนกัน แต่เห็นได้ชัดว่าสัตว์ประหลาดที่แปลกประหลาดนั่นไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "ทำร้ายกันเองทำไม" ...

ความคิดนี้ทำให้ ลู่ชวนไม่กล้าที่จะเสียเวลาแม้แต่น้อย…ในทุกวันเขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ด้วยการต่อสู้จริงกับซอมบี้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าในขณะที่ฝึกฝนการต่อสู้ ลู่ชวนก็ไม่ลืมที่จะส่งหุ่นเชิดศพออกไปค้นหาสิ่งของรอบๆต่อเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เวลานี้ลู่ชวนก็เริ่มมีเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง ซึ่งนั่นก็คือการตามหาซอมบี้กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ

ซอมบี้สีเลือดที่ปรากฏตัวที่ชั้นหนึ่ง ยังเป็นประเภทที่ลู่ชวนไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับมันมากนัก

แต่สัตว์ประหลาดชนิดนี้น่าจะรับมือได้ยากมาก ลู่ชวนจึงไม่คิดจะหาเรื่องใส่ตัว

หากเขายังไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะไปยั่วยุอีกฝ่าย การเข้าหามันก็ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย

แต่ถ้าเป็นพวกที่เจอในช่วงแรกๆ อย่างซอมบี้ร่างใหญ่กับซอมบี้ว่องไวนั่นละก็ เขาคิดว่าตัวเองยังสามารถรับมือได้

แม้ว่าซอมบี้ทั้งสองประเภทนี้จะมีการวิวัฒนาการจนทำให้ความสามารถในการต่อสู้แข็งแกร่งขึ้นมากก็ตาม แต่สำหรับลู่ชวนที่เป็นซอมบี้ที่มีสมอง อีกทั้งยังสามารถควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้ได้แล้ว…การรับมือยังถือว่าเป็นเรื่องง่าย!

หลังจากการทดลองในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ลู่ชวนได้ค้นพบอีกเรื่องว่าผลึกส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในสมองของซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้วเท่านั้น

เพราะช่วงหลายวันมานี้เขาฆ่าซอมบี้ธรรมดาไปไม่น้อย แต่กลับไม่พบอะไรในสมองของพวกมันเลย

….

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไป

ปัง ปัง ปัง!

ณ ชั้นหกของอาคารแห่งหนึ่ง ลู่ชวนกำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีจากซอมบี้สามตัวพร้อมๆกัน

ห้องนั่งเล่นดูแคบลงเพราะจำนวนซอมบี้ที่เพิ่มขึ้นมาจากตอนแรก แต่ในพื้นที่แคบเช่นนี้ ร่างกายของลู่ชวนกลับคล่องแคล่วว่องไวขึ้นอย่างมาก

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของซอมบี้ ลู่ชวนหลบหลีกการโจมตีของพวกมันได้อย่างง่ายดายด้วยทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว

และในขณะเดียวกัน เขาก็สามารถฉวยโอกาสจากการโจมตีที่เปิดช่องว่างของซอมบี้ และชกหมัดลงไปที่ขากรรไกรของซอมบี้ได้

หมัดของลู่ชวนทรงพลังและหนักแน่น เมื่อชกลงไปสามารถทำให้ซอมบี้กระเด็น และศีรษะคลอนแคลนได้

หลังจากชกล้มซอมบี้ไปหนึ่งตัว ลู่ชวนก็ย่อตัวลงหลบการโจมตีของซอมบี้ที่อยู่ด้านหลัง ในขณะที่ก็โอบเอวซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้า

จากนั้นชั่วครู่ เขาก็รวมพลังจากเอวและหลัง ใช้แรงจากแกนกลางลำตัวทุ่มซอมบี้ตัวนั้นลงพื้น

กร๊อบ!

กระดูกสันหลังของมันหัก ต่อให้ซอมบี้ด้านหน้าแม้จะไม่ตายก็หมดพิษสงไปแล้ว

เมื่อเผชิญหน้ากับการจู่โจมของซอมบี้ตัวสุดท้าย ลู่ชวนเลือกจะมองหาจังหวะและใช้มือเพียงข้างเดียวจับข้อมือของมันไว้อย่างเด็ดขาด

กร๊อบ! กร๊อบ!

ด้วยทักษะการหักข้อต่อที่ฝึกฝนมา ลู่ชวนออกแรงเพียงเล็กน้อยก็บิดข้อต่อของซอมบี้ตัวนั้นจนหลุดออกจากกัน

แทบจะในพริบตา ซอมบี้ที่น่ากลัวทั้งสามตัวก็ลงไปนอนกองกับพื้นขยับเขยื้อนไม่ได้

ไม่ใช่โดนลู่ชวนต่อยจนหัวหลุด ก็กระดูกสันหลังหัก ไม่ก็ข้อต่อหลุดไปทั้งตัว

เสียงกระดูกลั่นในห้องนั่งเล่นชั้น 6 นี้ ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยิมก่อนวันสิ้นโลกแล้วละก็ มันคงทำให้ทุกคนขนลุกเกรียว

เมื่อการเผชิญหน้าเป็นไปอย่างที่คาดหวัง ลู่ชวนยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นก็พยักหน้าอย่างพอใจ

ซอมบี้ที่เขาหามานั้นค่อนข้างแข็งแรงกว่าตัวเก่าๆ แต่มันก็ยังถูกเขาจัดการได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนว่า หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน ทักษะการต่อสู้ของเขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จขึ้นในระดับหนึ่ง

ขณะนี้ ที่ด้านนอกประตูทางเข้าอพาร์ตเมนต์ของลู่ชวนมีซอมบี้จำนวนมากนอนกองอยู่บนพื้น

ซอมบี้เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกลู่ชวนแยกชิ้นส่วนในระหว่างการฝึกฝนทักษะการต่อสู้...

ยอดนักแม่นปืนสร้างได้ด้วยกระสุนฉันใด ยอดนักสู้ก็สร้างได้จากการฝึกฝนให้ตัวเองได้ฉันนั้น

ในตอนนี้ลู่ชวนมั่นใจมากว่า แม้เขาต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของซอมบี้ เขาก็จะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน

และต่อให้ย้อนเวลากลับไปก่อนวันสิ้นโลก ลู่ชวนก็มั่นใจว่าทักษาตอนนี้คงจะคว้าแชมป์ต่อสู้ประเภทฟรีสไตล์มาครองได้อย่างง่ายดาย

ท้ายที่สุด แม้แต่แชมป์โลกมวย ก็คงไม่มีใครกล้าฝึกซ้อมแบบไม่คิดชีวิตเหมือนเขา...

…..

ในห้องนอนชั้นเจ็ด

ขณะที่ลู่ชวนฝึกฝนทักษะการต่อสู้ที่ชั้นล่าง จีรู่เสวี่ยในร่างทารกก็ไม่ได้ละเลยการฝึกฝนของตนเองด้วยเช่นกัน

แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นเพียงทารกที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้…แต่ด้วยการหายใจแบบแก้วผลึก เธอจึงสามารถรับพลังงานจากโลกได้อย่างต่อเนื่อง ความเร็วในการวิวัฒนาการของจีรู่เสวี่ยก็ไม่ได้ช้า

ตอนนี้เอง เมื่อจีรู่เสวี่ยรวบรวมพลังจิตและใช้มันกับตัวเอง เธอก็เห็นว่าร่างกายขนาดเล็กของเธอค่อยๆลอยขึ้น!

แม้ว่าร่างกายของจี้หรูเสวี่ยจะไม่ได้เติบโตเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่พลังจิตของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก!

หลังจากฝึกฝนอย่างหนักในช่วงเวลานี้ พลังจิตของจีรู่เสวี่ยนั่นสามารถทำให้ตัวเองลอยขึ้นไปในอากาศได้ประมาณหนึ่งถึงสองเซนติเมตรแล้ว!

ซึ่งการที่สามารถทำให้ร่างกายลอยขึ้นได้แล้ว นี่ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมาก…เพราะสำหรับมนุษย์ การเหาะเหินเดินอากาศคงเป็นความฝันของทุกคน

แม้ว่าตอนนี้จีรู่เสวี่ยจะยังไม่สามารถทำได้อย่างที่คาดหวัง แต่หลังจากฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้….ในที่สุดเธอก็เริ่มมีความสามารถในการเอาตัวรอดในวันสิ้นโลกขึ้นมากกว่าเดิมแล้ว

………………………

จบบทที่ บทที่ 21 : ลอยได้แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว