เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 : ซอมบี้ประหลาดในอาคารหมายเลขหนึ่ง!

บทที่ 20 : ซอมบี้ประหลาดในอาคารหมายเลขหนึ่ง!

บทที่ 20 : ซอมบี้ประหลาดในอาคารหมายเลขหนึ่ง!


บทที่ 20  : ซอมบี้ประหลาดในอาคารหมายเลขหนึ่ง!

หลังจากที่ได้สัมผัสการต่อสู้จริง ลู่ชวนก็พบว่าการที่เขาพึ่งพาแค่ทฤษฎีและการสำรวจด้วยตัวเองนั้น มันยังคงมีช่องว่างอีกมากเมื่อเทียบกับการต่อสู้ในสถานการณ์จริง

ก่อนหน้านี้ ลู่ชวนไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงซ้อมต่อยกระสอบทรายอย่างเชียวชาญ แต่พอพวกเขาได้ขึ้นเวทีจริงแล้ว กลับกลายเป็นฝ่ายผ่ายแพ้อย่างง่ายดาย

แต่หลังจากที่เขาได้เรียนรู้แล้ว เขาก็เริ่มเข้าใจว่าการควบคุมระยะห่างของตัวเอง รวมถึงการศึกษาปฏิกิริยาตอบสนองของคู่ต่อสู้  ทักษะพวกนี้ล้วนพัฒนาขึ้นได้จากการต่อสู้จริงเท่านั้น

การฝึกซ้อมโดยการต่อยลมหรือเป้าซ้อม จึงไม่สามารถสร้างประสบการณ์การต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้!

หลังจากเผชิญหน้ากับการต่อสู้แบบประจันหน้าจริงๆกับซอมบี้ทั้งสองตัว ลู่ชวนพบว่าการพึ่งพาทักษะการต่อสู้ของตัวเองเพียงอย่างเดียวเพื่อเอาชนะพวกมันค่อนข้างทำได้ยากจริงๆ

ดังนี้เขาจึงสรุปว่าเพียงอ่านตำราไม่ได้ช่วยให้เขาได้พัฒนาฝีมือ และการฝึกฝนด้วยตัวเองก็ใช้ไม่ได้เช่นเดียวกัน

เพียงแค่โชคดีที่ตอนนี้เขามีซอมบี้ที่ไม่กลัวตายมาเป็นคู่ซ้อมให้ นั่นจึงทำให้ลู่ชวนได้ใช้ทักษะการต่อสู้ต่างๆออกมาได้อย่างเต็มที่

จากการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายชั่วโมง ความเร็วในการชกของลู่ชวนก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ความแม่นยำของเขาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ แถมยังเริ่มสามารถหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้พร้อมกับตอบโต้ได้อีกด้วย

การฝึกฝนการต่อสู้แบบนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมความสมดุลของร่างกายเขาได้อีกด้วย

แม้ว่าในอนาคตเขาจะเลือกไม่เผชิญหน้าโดยตรงกับอีกฝ่าย แต่ก็ยังมีความได้เปรียบในการหลบหนี

ปัง ปัง ปัง!

ภายในห้องนั่งเล่นมีเสียงดังของการต่อสู้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซอมบี้ผู้น่าสงสารตรงหน้าพยายามพุ่งตัวเข้าใส่ลู่ชวนอย่างไม่หยุดยั้ง….แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รอคอยปะทะมันอยู่กลับเป็นความว่างเปล่าด้วยคล่องแคล่วของลู่ชวน

หลังจากที่ลู่ชวนหลบพ้นการโจมตีของซอมบี้ แล้ว เขาก็หันมาจับไหล่มันแล้วทุ่มลงพื้น

ปัง!

ทันทีที่ซอมบี้ลุกขึ้นยืน ลู่ชวนก็ทุ่มมันซ้ำอีกครั้ง จนกระดูกสันหลังแทบหัก

ลู่ชวนมองซอมบี้ที่ถูกเขาทำร้ายจนเลือดอาบ แล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ

หัวของซอมบี้แตกและเต็มไปด้วยเลือดจากการถูกลู่ชวนทำร้าย ฟันที่โยกคลอนอยู่แล้ว ถูกลู่ชวน ต่อยจนหลุดกระเด็นไปหมด จมูกของมันก็ถูกต่อยจนยุบ มีแต่เลือดสีดำไหลออก

แม้แต่ข้อศอกและหัวเข่า ลู่ชวน ก็ยังใช้เทคนิคการหักข้อต่อ ถอดออกอย่างง่ายดาย

ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของซอมบี้ธรรมดาเพียงตัวเดียว ลู่ชวนสามารถรับมือกับมันได้อย่างง่ายดายและชำนาญขึ้นเเล้ว

ด้วยการฝึกฝนและการฝึกซ้อมการต่อสู้จริงต่าง ๆ…ลู่ชวน ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจากมือใหม่ด้านการต่อสู้ กลายเป็นสุดยอดนักสู้ที่มีทักษะสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการฝึกที่ทันสมัยและเป็นวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน ยังไงก็คงไม่สามารถหาคู่ซ้อมที่ไม่รู้จักความเจ็บปวดและไม่กลัวตายอย่างซอมบี้ได้

ลู่ชวนในตอนนี้พึงพอใจกับทักษะของตัวเองในปัจจุบันมาก

การเผชิญหน้ากับซอมบี้ธรรมดาแบบตัวต่อตัวตอนนี้จึงไม่สามารถพัฒนาทักษะของเขาได้แล้ว

…ลู่ชวนจึงใช้พลังจิต เตรียมที่จะเรียกหุ่นเชิดซอมบี้ตัวอื่นมทเพิ่มความยาก

แต่ในขณะนั้นเอง ลู่ชวนก็รู้สึกแปลกๆ เเละภาพที่น่าประหลาดใจก็แวบเข้ามาในหัวของเขาชั่วครู่

ในตลอดช่วงหลายวันมานี้ ลู่ชวนฝึกฝนการทำงานหลายอย่างพร้อมกันตลอดเวลา ด้านหนึ่งก็ฝึกทักษะการต่อสู้กับซอมบี้ในบ้าน อีกด้านหนึ่งเขาก็ส่งหุ่นเชิดซอมบี้ออกไปหาทรัพยากร

ในมุมมองที่ใช้ร่วมกัน ลู่ชวนพบว่าหุ่นเชิดซอมบี้สองตัวที่เขาส่งออกไปค้นหาเสบียง ที่อาคารหมายเลข 1 ของซันไชน์อพาร์ตเมนต์…กลับเจอเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก!

ที่ชั้น 3 ของอาคารหมายเลข 1 ในตอนนี้มีซอมบี้สองตัวกำลังกอบโกยเสบียงอย่างมีมนุษยธรรมอยู่…แต่ในขณะนั้นเอง ร่างสีเลือดกลุ่มหนึ่งก็โผล่แวบผ่านสายตามาจากเพดาน

ความเร็วของมันน่าสะพรึงกลัวมาก และหากมันไม่ทิ้งร่องรอยบนเพดานแล้ว ลู่ชวนคงคิดว่าตัวเองตาฝาดไป

จากนั้น เขารีบควบคุมหุ่นเชิดให้เดินตามไป

ซูบ ซูบ ซูบ!

ร่างสีเลือดนั้นเคลื่อนที่ไปมาบนผนังและเพดานอย่างต่อเนื่อง เเถมยังด้วยความเร็วที่รวดเร็วจนการเคลื่อนที่และสายตาของหุ่นเชิดที่ลู่ชวนควบคุมอยู่ตามความเร็วของอีกฝ่ายแทบไม่ทัน!

ลู่ชวนรีบควบคุมหุ่นเชิด หยิบท่อนไม้สองท่อนที่อยู่ข้างๆมาป้องกันตัว

บางทีอาจเป็นเพราะเห็นซอมบี้สองตัวตรงหน้ามีท่าทางที่แปลกประหลาด ร่างบนเพดานนั้นจึงหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ

เเละนั่นจึงทำให้ลู่ชวนได้มองเห็นร่างสีเลือดบนเพดานได้อย่างชัดเจน รูปร่างหน้าตาของสัตว์ประหลาดตัวใหม่นี้ทำให้ลู่ชวนกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม

ซอมบี้บนเพดาน ดูเหมือนจะเกิดการกลายพันธุ์ที่แปลกประหลาด

ผิวหนังบนร่างกายของมันหลุดลอกออก และเผยให้เห็นสีเนื้อแดงสด ดูน่าสยดสยองมาก

แม้บนโลกจะซากศพมีลักษณะที่น่ากลัวอยู่แล้ว…แต่สิ่งมีชีวิตประหลาดบนเพดานนี้เป็นเหมือนสัตว์ประหลาดในหมู่ซากศพอีกที

อีกทั้งซากศพนี้ไม่สามารถมองเห็นเปลือกกะโหลกได้ แต่สามารถมองเห็นสมองที่เต็มไปด้วยเลือดด้านนอก

และสำคัญที่สุดคือในปากที่เปิดอยู่นั้น มีฟันที่ยาวและแหลมคม และลิ้นที่แตกต่างจากปกติ คล้ายกับงูสีเลือด

รวมทั้งมือและเท้าของมันก็มีการกลายพันธุ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้น ทำให้กลายเป็นเหมือนกรงเล็บของสัตว์ร้าย

ลู่ชวนสังเกตเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระดูกสันหลัง จึงทำให้ซอมบี้ประหลาดชนิดนี้ไม่สามารถยืนได้…ทำได้เพียงคลานด้วยสี่เท้าเท่านั้น

แค่กล้ามเนื้อที่น่าสะพรึงกลัวและพละกำลัง ก็ทำให้พวกมันมีความเร็วที่ไม่มีใครเทียบได้ เมื่อรวมกับกรงเล็บแหลมคมราวกับมีด พวกมันจึงสามารถปีนป่ายกำแพงได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเห็นภาพที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ลู่ชวนก็ตกใจมาก เขาไม่คาดคิดว่าจะมีซอมบี้ที่น่าเกลียดเช่นนี้อยู่ในโลก

ซอมบี้ทั่วไปต่อให้วิวัฒนาการไปแล้ว อย่างน้อยมันก็ควรยังดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์…แต่ภาพเงาเลือดตรงหน้า กลับดูเหมือนจะละทิ้งรูปร่างมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง

ลู่ชวนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวาดกลัวจากร่างซอมบี้ทั้งสองที่ถูกเขาควบคุมอยู่

เห็นได้ชัดว่าสัตว์ประหลาดสีเลือดตัวนี้ เป็นภัยคุกคามอย่างมากต่อซอมบี้ทั่วไปด้วย

ทันใดนั้น ลู่ชวนก็เลือกควบคุมหุ่นซอมบี้ทั้งสอง ให้โบกสะบัดท่อนไม้ในมือเข้าทุบไปข้างหน้า

ทว่าร่างอันน่าสะพรึงกลัวที่ห้อยอยู่บนเพดานนั้น กลับกระโดดลงมาอย่างแรง เเละด้วยกำลังแขนขา เพียงแค่กรงเล็บตวัดครั้งเดียว มันก็ขยี้ศีรษะของหุ่นเชิดไปในพริบตา

หุ่นเชิดหมายเลขสองของลู่ชวนยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็พบว่ามีวัตถุสีแดงเข้มยาวเหยียดพุ่งทะลุศีรษะของตนอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของสัตว์ประหลาดสีเลือดนี้เร็วเกินไป แม้แต่หุ่นเชิดสองตัวที่ถูกควบคุมโดยลู่ชวน ก็ยังไม่มีแรงต้านทานแม้แต่น้อย เเละถูกสังหารในทันที

นี่ มันเป็นสัตว์ประหลาดอะไรกันแน่?!

สายตาของเขาถูกดึงกลับมาที่ร่างเดิม เเต่ลู่ชวนยังคงรู้สึกใจหายใจคว่ำอยู่เลย

“ไอ้อาวุธที่ฆ่าหุ่นเชิดซอมบี้ของฉันในตอนสุดท้ายคืออะไรกัน? หรือว่าจะเป็นพวกลิ้นยาวๆ นั่น?!”

ลู่ชวนไม่คิดว่าซอมบี้ตัวนี้จะไม่เพียงแต่กลายพันธุ์จนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเท่านั้น แต่กระทั่งลิ้นซึ่งเป็นจุดอ่อนของมนุษย์ พวกมันก็ยังสามารถนำมาใช้โจมตีได้!

ลิ้นสีเลือดพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว แม้แต่หุ่นเชิดซอมบี้ที่เขาควบคุมก็ยังตอบสนองไม่ทัน

ขณะนั้นเอง ลู่ชวนก็รู้สึกหนักใจอย่างถึงที่สุด…ดูเหมือนว่าความสามารถของซอมบี้ที่พัฒนาขึ้นหลังจากพระจันทร์สีเลือด จะโหดร้ายเกินจินตนาการของเขาไปมาก...

หรือว่าซอมบี้ที่มีความสามารถพิเศษอย่างเขา ไม่ใช่เกิดขึ้นจากเรื่องบังเอิญ

แบบนี้…ต่อไปเขาต้องระมัดระวังให้มากขึ้น

เมื่อเขานึกถึงสัตว์ประหลาดสีเลือดที่ปีนป่ายบนกำแพง ลู่ชวนก็กลับมารู้สึกกังวลอย่างมากอีกครั้ง

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เกรงว่าเขาจะไม่มีทางต่อต้านมันได้เลย

เเละแม้ว่าซอมบี้หุ่นเชิดทั้งห้าตัวจะรุมเข้าใส่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศัตรูด้านนอก เกรงว่าพวกมันทั้งห้าจะถูกกำจัดในคราวเดียว

ลู่ชวนจึงทำได้เพียงหวังว่า…เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะไม่วิ่งมาที่อาคารหมายเลข 5 ที่เขาอยู่…

………………………..

จบบทที่ บทที่ 20 : ซอมบี้ประหลาดในอาคารหมายเลขหนึ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว