เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 : ซอมบี้ที่พยายามเรียนรู้ทักษะการต่อสู้!

บทที่ 19 : ซอมบี้ที่พยายามเรียนรู้ทักษะการต่อสู้!

บทที่ 19 : ซอมบี้ที่พยายามเรียนรู้ทักษะการต่อสู้!


บทที่ 19 : ซอมบี้ที่พยายามเรียนรู้ทักษะการต่อสู้!

ในช่วงแรกๆของวันสิ้นโลก ทุกคนคิดว่าซอมบี้ธรรมดาจะเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการกลายพันธุ์

แต่ใครจะคิดว่าหลังจากพระจันทร์สีเลือดเกิดขึ้น โลกทั้งใบกลับเริ่มวิวัฒนาการและสิ่งมีชีวิตในโลกต่างก็กลายพันธุ์ไปหมด

เส้นทางแห่งวิวัฒนาการที่เปิดขึ้นใหม่อย่างกะทันหันทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ทัน

แต่คุณพ่อซอมบี้ของเธอเป็นซอมบี้ธรรมดาที่ไม่ได้วิวัฒนาการ ดังนั้นในโลกที่กลายพันธุ์นี้…เขาก็คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร

ไม่เพียงแต่เขาอาจจะถูกสังหารได้ง่ายๆโดยผู้รอดชีวิตที่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่เขายังถูกซอมบี้พวกเดียวกัน หรือแม้กระทั่งถูกสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งกว่าเหล่านั้น...ปลิดชีพได้ง่ายๆด้วย

ในฐานะซอมบี้ระดับล่างแล้ว การจะเอาชีวิตรอดในโลกวันสิ้นโลกเป็นเรื่องยากมาก

แถมเขายังต้องแบ่งพลังงานมาเพื่อเลี้ยงดูเธอ ดูแลเรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของเธอ ซึ่งทั้งหมดมันดูเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับซอมบี้ระดับต่ำแบบเขา

ยิ่งเธอคิดถึงความทุ่มเทของคุณพ่อซอมบี้ จีรู่เสวี่ยก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจมากขึ้น

ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ แต่ว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธอก็ไม่ได้คิดที่จะทอดทิ้งเธอไปไหนเลย

แม้ตอนนี้ความเป็นมนุษย์กลายเป็นสิ่งที่หายากอย่างยิ่งไปแล้วด้วยซ้ำ…คนดีๆในอดีต หลังจากได้เผชิญกับความโหดร้ายของยุคสิ้นโลก พวกเขาก็สามารถทำเรื่องสกปรกโสมมทุกอย่างได้

หรือบางคนที่เป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนน้อมถ่อมตนก่อนวันสิ้นโลก แต่หลังจากวันสิ้นโลกพวกเขาก็อาจกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็นได้เลย

แม้มันยากที่จะตัดสินว่าถูกหรือผิด

เมื่อสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญในวันสิ้นโลกคือการเอาชีวิตรอด …และสำหรับหลายๆคน การมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็เป็นความปรารถนาสูงสุดแล้ว

ในเวลานี้แม้แต่ค่ายผู้รอดชีวิตที่มีทรัพยากรมากมายและมีกำลังป้องกันที่แข็งแกร่ง ก็ยังเลือกทิ้งเด็กและคนชราเพื่อเอาชีวิตรอดในเวลาที่จำเป็น

แต่ว่าคุณพ่อซอมบี้นั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

แม้เขาจะได้เผชิญความโหดร้ายของวันสิ้นโลกมาแล้วจนตัวเองกลายเป็นซอมบี้ แต่เขากลับยังคงรักษาประกายแห่งมนุษยธรรมเอาไว้ได้

จีรู่เสวี่ยจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ ดวงตากลมโตของเธอกลับเผยให้เห็นความสุขุมและความเยือกเย็นที่แตกต่างจากวัย

ดูเหมือนว่าเธอจำเป็นจะต้องเร่งความเร็วในการฝึกฝนขึ้นไปยิ่งกว่าเดิมแล้ว

ต่อไปจะต้องมีซอมบี้กลายพันธุ์และสัตว์ร้ายปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ…ด้วยความสามารถของคุณพ่อซอมบี้ตอนนี้ การจะเอาตัวรอดในวันโลกาวินาศอาจเป็นเรื่องยาก

ดังนั้น…เธอจะต้องช่วยเหลือเขา!

จีรู่เสวี่ยหายใจเข้าออกอย่างมีสติ นั่นทำให้ปัจจัยต่างๆทั่วบริเวณ สามารถเข้าไปในร่างกายของเธอได้อย่างต่อเนื่อง

ด้วยความที่จีรู่เสวี่ย ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่าในอนาคตที่จะถึง ความโหดร้าย​ของโลกทำให้เธอไม่สามารถรอเพียงพึ่งพาพ่อของเธอได้เท่านั้น ดังนั้นเธอจึงต้องพึ่งพาตัวเองด้วยเช่นกัน

โชคดีที่หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน จีรู่เสวี่ย ก็ก้าวหน้าขึ้นในระดับหนึ่ง ตอนนี้ความแข็งแกร่งของพลังจิตของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

นั่นทำให้ ภายใต้การกระตุ้นพลังจิตของจีรู่เสวี่ย, เข็มเงินบนตู้ข้างเตียงก็พุ่งขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

วูบ วูบ วูบ!

ตอนนี้ เหล่าเข็มเงินกำลังบินว่อนอยู่ในอากาศอย่างต่อเนื่อง เเถมยังบินด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

เมื่อรวมกับความสามารถในการควบคุมเวลาของตนเอง, จีรู่เสวี่ยเริ่มมั่นใจว่าในตอนนี้เธอสามารถลงมือฆ่าคนธรรมดาได้ง่ายๆเลย

อย่างไรก็ตามแต่ จีรู่เสวี่ยก็ยังไม่ได้รู้สึกพอใจกับการพัฒนาเพียงเท่านี้

การที่เธอจะเอาชีวิตรอดในวันโลกาวินาศนี้ได้ เพียงแค่มีวิธีการเหล่านี้ใช้ยังไม่เพียงพอหรอก

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เหล่าซอมบี้หรือสัตว์ร้ายภายนอกก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และพวกมันก็จะจะค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นด้วย

เธอจำเป็นต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอีก…เพื่อจะได้มีชีวิตรอดต่อไป

……

อีก​ด้าน ในห้องนั่งเล่น

ลู่ชวนกำลังตั้งใจดูตำราเรียนศิลปะการต่อสู้เล่มหนึ่งอย่างมุ่งมั่น

ตำรานี้เป็นตำราที่พึ่งจะค้นพบขณะส่งหุ่นเชิดออกไปค้นหาตามอาคารโดยรอบ

เจ้าของห้องเดิมนั้นคงเป็นแฟนศิลปะการต่อสู้แน่ๆ เพราะเขามีตำราเรียนศิลปะการต่อสู้มากมายสะสมอยู่ในห้อง

และภายในตำราเหล่านั้นก็บันทึกเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งซานโชว ยูโด มวยสากล รวมถึงฟรีสไตล์และศิลปะการจับล็อค

ลู่ชวนค่อยๆอ่านและจดจำมาฝึกฝนตามบันทึกในหนังสืออย่างต่อเนื่องภายในห้อง

ด้วยการที่เขากลายร่างเป็นซอมบี้ไปแล้วและยังผ่านการวิวัฒนาการมา…สภาพร่างกายของลู่ชวนตอนนี้จึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก

มันมากจนสภาพร่างกายของนักสู้มืออาชีพหลายคนอาจจะเทียบไม่ได้กับลู่ชวนในตอนนี้ด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ร่างกายของเขาไม่ได้แข็งทื่อเหมือนซอมบี้ระดับล่างทั่วไปแล้ว นั่นจึงทำให้เขาสามารถใช้การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนเหล่านี้ง่ายยิ่งขึ้น

ความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือการพัฒนาตัวเองและมีมันสมอง

เทคนิคการต่อสู้สมัยใหม่เหล่านี้ล้วนผ่านการฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน อีกทั้งได้ผ่านการสรุปผลทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้สามารถฝึกฝนและโจมตีศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาแล้ว

จากการสังเกตมาหลายวัน ลู่ชวนพบว่าวิธีการโจมตีของซอมบี้ยังค่อนข้างดั้งเดิมและหยาบกระด่าง

ท้ายที่สุดเมื่อพวกมันยังคงปราศจากสติปัญญาของมนุษย์แล้ว ซอมบี้พวกนั้นก็ทำตามสัญชาตญาณ ไม่ว่าจะเป็นการโบกกรงเล็บหรือการกัดด้วยฟันแหลมคม

วิธีการโจมตีที่ไร้ระเบียบพวกนี้อาจใช้ได้ผลกับพวกที่ไม่ได้เตรียมตัว แต่ถ้าหากพวกมันเจอผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนการต่อสู้มาอย่างแท้จริงแล้วพวกมันก็คงจะต่อกรได้ยาก

ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงนั้น นักมวยแชมป์โลกที่ผ่านการฝึกฝนการต่อสู้มา ก็คงไม่กล้าเข้าประชิดตัวและต่อสู้กับซอมบี้เหล่านี้

เนื่องจากมนุษย์แตกต่างออกไป

มนุษย์มีความกังวลและความกลัวมากกว่า…เพราะเมื่อถูกกัด นั่นคือจุดจบ

มนุษย์ส่วนใหญ่จึงไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงแบบนี้…ถึงแม้จะสู้ได้ก็ตาม

แต่ลู่ชวนไม่เหมือนกัน ท้ายที่สุดเมื่อเขาเป็นซอมบี้อยู่แล้ว แม้ว่าเขาจะถูกกัดอีกครั่งก็ไม่เป็นไร

การรักษาจิตสำนึกของมนุษย์ไว้ได้ของลู่ชวนกลับเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องใช้มันออกมาให้ดีที่สุด

ถ้าหากเขาสามารถใช้อาวุธในการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ละก็…แม้ว่าทิศทางการวิวัฒนาการของเขาจะไม่ได้เน้นไปที่การเสริมความแข็งแกร่งในการต่อสู้ระยะประชิดก็จริง แต่ทักษะการต่อสู้ทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงแบบนี้ อาจช่วยให้เขาชดเชยความแตกต่างด้านสมรรถภาพทางกายได้เหมือนกัน

พลังหนึ่งอาจเอาชนะได้สิบ…สี่ตำลึงก็สามารถปัดป้องได้พันชั่ง!

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ทักษะการต่อสู้ในตำราเหล่านี้ยังมีเทคนิคการต่อต้านข้อต่อ ซึ่งเป็นท่าที่สะดวกและเด็ดขาด ถึงแม้เขาจะใช้รับมือกับซอมบี้ มันก็ยังถือว่าเป็นท่าที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งอยู่ดี

ถ้าหากพวกซอมบี้ไม่มีแรงจูงใจในการกระทำที่แข็งแกร่งเหมือนมนุษย์ และพวกมันไม่รู้จักการเรียนรู้และการป้องกัน ทำได้เพียงโจมตีตามสัญชาตญาณ…พวกมันก็จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ต่อสู้

แม้เขาจะมีความมั่นใจ แต่ลู่ชวนเข้าใจดีว่าการอ่านความรู้จากตำรานั้นตื้นเขินเกินไปเช่นกัน

เขาเคยเห็นเรื่องพวกนี้จากข่าวมาบ้าง คนที่ฝึกฝนการต่อสู้แบบทหารอย่างหนัก กลับถูกคนร้ายแทงจนพรุนกว่าสามสิบแผล...

….

หลังจากเรียนรู้หลักการต่อสู้เบื้องต้นและฝึกฝนด้วยตัวเองมาสักระยะหนึ่งแล้ว ลู่ชวนจึงตัดสินใจเลือกเดินขึ้นมาถึงชั้นหกด้วยความฮึกเหิม

เขาควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้ตัวหนึ่งมาที่ห้องนั่งเล่นของเขา หลังจากนั้นก็ยกเลิกการควบคุมด้วยพลังจิต

ซอมบี้ตัวนี้ได้ถูกลู่ชวนใช้เป็นคู่ซ้อมปะมือ โดยใช้ทักษะการต่อสู้ต่าง ที่เขาได้เรียนรู้ในช่วงเวลานี้กับอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์จริง

แน่นอนว่า ในเวลานี้

ซอมบี้ที่เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้อย่างเขา ใครจะสามารถ​หยุดได้!?

………………………

จบบทที่ บทที่ 19 : ซอมบี้ที่พยายามเรียนรู้ทักษะการต่อสู้!

คัดลอกลิงก์แล้ว