เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 : วิชาการหายใจแก้วผลึก!

บทที่ 15 : วิชาการหายใจแก้วผลึก!

บทที่ 15 : วิชาการหายใจแก้วผลึก!


บทที่ 15 : วิชาการหายใจแก้วผลึก!

ลู่ชวนสังเกตเห็นอย่างชัดเจน

หลังจากซอมบี้รถถังตัวนั้นกินผลึกสีขาวเข้าไป มันก็ทุบอกด้วยมือทั้งสองข้างและส่งเสียงคำรามออกมากึกก้อง

จากเสียงคำรามเหล่านี้ ลู่ชวนรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด

ปัง ปัง ปัง!

ดูเหมือนว่าผลึกสีขาวนี้จะมีพลังงานที่ไม่ธรรมดาอยู่จริงๆ เพราะมันทำให้ซอมบี้รถถังตัวนี้ตื่นเต้นและยินดีอย่างมาก  ยินดีจนรถยนต์สองสามคันที่จอดอยู่รอบๆ ถูกมันทุบอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งและอีกครั้ง

ชั่วครู่ หลังจากนั้นซอมบี้รถถังก็ยืนอยู่กับที่และคำรามออกมาอีกหลายครั้ง….ซึ่งมันก็ทำให้ซอมบี้ธรรมดาบางตัวที่อยู่รอบๆต่างก็ชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นพวกมันก็เลือกที่จะถอยห่างออกไป ราวกับว่าตามสัญชาตญาณแล้ว พวกมันรู้สึกหวาดกลัวซอมบี้รถถังตัวนี้

และหลังจากระบายอารมณ์ที่อัดแน่นภายในเสร็จแล้ว ซอมบี้รถถังก็เดินเข้าไปในร้านค้าฝั่งตรงข้าม

ลู่ชวนรออยู่พักใหญ่ก็ไม่เห็นมันออกมา แต่เขาก็ได้ยินเสียงคำรามของซอมบี้ดังแว่วมาจากในร้านเป็นระยะๆ

ลู่ชวนคาดเดาว่าซอมบี้ตัวนั้นน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ และกำลังย่อยพลังของผลึกสีขาวที่พึ่งได้รับไป

ถึงแม้ลู่ชวนจะไม่รู้ว่าผลึกสีขาวนั่นคืออะไร ก็ตาม แต่จากสถานการณ์นี้เขามั่นใจได้เลยว่า ผลึกสีขาวนั่นต้องมีประโยชน์ต่อพวกซอมบี้อย่างแน่นอน

เขานึกถึงความปรารถนาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในใจเมื่อครู่ ซึ่งตอนนี้มันยังทำให้ลู่ชวนยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลย

หลังจากกลายร่างเป็นซอมบี้ ช่วงแรกลู่ชวนรู้สึกถึงความปรารถนาในเลือดเนื้อ…ทันทีที่เห็นมนุษย์ เขาก็อยากจะกัดกินโดยสัญชาตญาณภายใน

หากแต่ลู่ชวนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยังคงรักษาสติของมนุษย์ไว้ได้ เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับเจตจำนงของมนุษย์ที่หนักแน่นยิ่งกว่า ความปรารถนาในเลือดเนื้อนี้ก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

ยิ่งนานวันเข้า มันก็ยิ่งทำให้ลู่ชวนแทบจะไม่รู้สึกอยากกินเนื้อคนอีกต่อไป

แต่เมื่อลู่ชวนมองเห็นผลึกสีขาวนั่น ความอยากที่ดั้งเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ครั้งนี้มันกลับมารุนแรงกว่าความอยากเนื้อคนซะอีก!

ลู่ชวนคิดว่าถ้าหากเขาได้กินผลึกในสมองของซอมบี้ตัวอื่นมันน่าจะมีประโยชน์มหาศาลต่อตัวเขาแน่ๆ…ไม่แน่ว่าผลึกแบบนี้อาจจะช่วยเพิ่มความสามารถหลังจากซอมบี้วิวัฒนาการแล้วก็ได้!

ถ้าเรื่องราวเป็นแบบนี้ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมซอมบี้สองตัวที่มีขนาดต่างกันลิบ ถึงได้ระเบิดศึกสู้กันอย่างดุเดือดขนาดนั้น

นั่นคงเป็นเพราะพวกมันก็อยากกลืนกินกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง!

พอนึกถึงความอยากที่แกนผลึกสีขาวส่งสัญญาณมาให้แล้ว ลู่ชวนก็หรี่ตาลง

"ถ้าได้กินแกนผลึกของเจ้านี่เข้าไป ไม่แน่ว่าเราอาจจะควบคุมลูกน้องซอมบี้ได้เยอะขึ้นก็ได้!"

ตอนนี้พลังจิตของลู่ชวนยังไม่แข็งแกร่งพอ ขีดจำกัดคือควบคุมซอมบี้สองตัวนี้เท่านั้น

เมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวันสิ้นโลก ลู่ชวนก็กระตือรือร้นที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองยิ่งขึ้น….ถึงจะไม่ใช่เพื่อตัวเอง เขาก็ต้องพยายามทำให้ตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกเพื่อฉีฉี

แต่ปัญหาหลักก็คือ ความสามารถพิเศษที่ได้มาหลังจากการวิวัฒนาการของเขาคือการควบคุมซอมบี้…ถึงแม้ว่าร่างกายของตัวเองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับซอมบี้สองตัวที่ต่อสู้ข้างล่างนั่น

ซอมบี้รถถังนั้นมีรูปร่างที่แข็งแรงมาก แถมเต็มไปด้วยพลังมหาศาล…แขนทั้งสองข้างก็แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า

ส่วนซอมบี้ที่ถูกมันทุบกระดูกสันหลังและหัวแหลกละเอียด ถึงแม้ว่ารูปร่างจะผอมบางมาก แต่การเคลื่อนไหวของมันก็เร็วมากเช่นกัน อีกทั้งกรงเล็บแหลมคมคู่นั้นที่ทำให้ตัวเขาเองยังรู้สึกหวาดกลัว

เมื่อเทียบกันเห็นได้ชัดว่ามันได้รับการเสริมสร้างร่างกายและเพิ่มความสามารถในการต่อสู้…แต่เขาในตอนนี้ หากโดนซอมบี้ตัวร่างใหญ่ตัวนั้นต่อยมาสักหมัด เขาก็คงได้ตายสถานเดียว...

ดังนั้นแล้ว การต่อสู้ซึ่งหน้าในตอนนี้เขาไม่มีทางชนะแน่ๆ

เขาทำได้แค่ใช้สมอง!

จู่ๆลู่ชวนก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดชั่วขณะ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถังแก๊สในครัว แววตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

เขามีแผนแล้ว!

แม้จะมีแผนการในใจแต่ลู่ชวนก็ไม่ได้ผลีผลามทำอะไร แผนการในการแย่งชิงผลึกจำเป็นต้องคิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เพราะการที่ตัวเขาเองอยากแข็งแกร่งขึ้น ก็เพื่อที่จะให้ฉีฉี ได้เติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุขในโลกใบนี้เท่านั้น…แต่ถ้าเกิดเขาพลาดทำตัวเองตายด้วยมือของซอมบี้รถถังขึ้นมา ลูกสาวคนเดียวของเขาก็จะไม่มีใครเลี้ยงดูน่ะสิ

เขาปล่อยให้เป็นเเบบนั้นไม่ได้

….

อีกด้าน

จีรู่เสวี่ยที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้ยินเสียงดังโครมครามที่เกิดขึ้นข้างนอกอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายตอนนี้อาจจะไม่เอื้ออำนวยให้มองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่าง แต่หลังจากที่ได้เกิดใหม่ เธอก็พอจะเดาได้ว่าสถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไร

หลังจากคืนพระจันทร์สีเลือด โลกทั้งใบก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการวิวัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่…นอกจากมนุษย์จะได้รับพรสวรรค์ในการตื่นรู้มาแล้ว ในหมู่ซอมบี้ก็ยังมีตัวตนที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน

นั่นรวมถึงสัตว์อื่นๆที่รอดชีวิตจากฝูงซอมบี้ ก็จะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสัตว์ร้ายหลังจากคืนพระจันทร์สีเลือด

เหล่าซอมบี้และอสูรต่างก็เข้าเข่นฆ่าและกลืนกินกันเพื่อวิวัฒนาการกันอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ผู้รอดชีวิตที่เป็นมนุษย์นั้นก็ไม่ได้เอาแต่หนีซอมบี้อย่างตื่นตระหนกอีกต่อไป แต่พวกเขาก็เริ่มมีพลังที่จะต่อต้านซอมบี้ได้แล้วหลังปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มนุษย์ก็เริ่มทำการวิจัยและพัฒนายาที่ช่วยเสริมสร้างยีนพิเศษของมนุษย์ขึ้น ซึ่งมันก็เป็นการทดลองที่ผ่านการล่าเเกนผลึกของซอมบี้และอสูร เพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น

ถึงอย่างไรก็ตาม ยาเสริมสร้างยีนพิเศษนี้เป็นเพียงผลผลิตในช่วงแรกๆ ที่เกิดหลังจากการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกจากปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือดเท่านั้น

ตอนที่จีรู่เสวี่ยเกิดในชาติก่อน ตอนนั้นมนุษย์ได้คิดค้นวิธีการฝึกฝนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้แล้ว…และด้วยวิธีการฝึกฝนเหล่านี้ พวกมนุษย์สามารถรับพลังเพื่อเสริมสร้างตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

และจีรู่เสวี่ยในฐานะจักรพรรดินีที่หาตัวจับยากของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ในชาติก่อนก็ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาสุดยอดมา ซึ่งนั่นคือเคล็ดวิชาการหายใจแก้วผลึก!

ในชาติก่อนนั้น จีรู่เสวี่ยต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากและยาวนานในช่วงแรก แต่ด้วยพรสวรรค์อันแข็งแกร่งของเธอ เธอได้สังหารศัตรูมากมาย…เปิดทางรอดผ่านทะเลเลือดเเละกองซากศพมาหลายครั้ง

ต่อมาเธอก็อาศัยเคล็ดวิชาการฝึกฝนที่แข็งแกร่งนี้ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดินีทีละก้าว

ตอนนี้กระแสวิวัฒนาการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว จีรู่เสวี่ยรู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของคุณพ่อซอมบี้ของเธอที่เป็นซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาๆในโลกที่เต็มไปด้วยรูปแบบที่โหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ…เขาเป็นหนึ่งในบุคคบที่ยากจะอยู่รอด

ดังนั้น จีรู่เสวี่ยจึงรู้ว่าเธอต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วที่สุด

เธอจะต้องปกป้องคุณพ่อซอมบี้ของตัวเองให้ดี ที่สุด…แถมต้องทำให้เขามีพลังมากพอที่จะเอาตัวรอดด้วย

ยังโชคดีที่ความทรงจำกับเคล็ดวิชาจากชาติก่อน ไม่ได้ถูกลืมไปกับการเกิดใหม่

ถึงตอนนี้จะเป็นแค่เด็กทารก แต่ก็ยังสามารถฝึกวิชาการหายใจแก้วผลึกได้

หลังจากคืนพระจันทร์สีเลือด โลกทั้งใบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในอากาศล้วนอบอวลไปด้วยอนุภาคพลังงานจำนวนมาก

พลังงานชนิดนี้ลอยฟ่องอยู่ในอากาศ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตต่างๆอย่างช้าๆ

วิวัฒนาการของสรรพสิ่งหลังพระจันทร์สีเลือดก็เกี่ยวข้องกับพลังงานนี้

เพียงแต่ผู้รอดชีวิตในช่วงแรกของวันสิ้นโลก ยังคงยึดติดกับความคิดแบบเดิมก่อนวันสิ้นโลก…คิดแต่จะพัฒนายาเพื่อปรับปรุงยีน ไม่ได้คิดจะหาวิธีเรียนรู้ที่จะควบคุมพลัง

กว่าจะถึงช่วงหลังๆ มนุษย์ถึงได้คิดค้นเคล็ดวิชาการหายใจที่สอดคล้องกัน เพื่อสูดรับพลังงานในอากาศ

หลังจากที่จีรู่เสวี่ยเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาการหายใจแก้วผลึก ร่างกายเล็กๆของเธอก็เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย

ลมหายใจของเธอเริ่มขยับเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ ยืดยาวและละเอียดอ่อน

ปัจจัยพลังงานในอากาศก็ค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอตามวิธีการหายใจที่เป็นเอกลักษณ์ของจีรู่เสวี่ย

……………………

จบบทที่ บทที่ 15 : วิชาการหายใจแก้วผลึก!

คัดลอกลิงก์แล้ว