- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 13 : สงครามซอมบี้!
บทที่ 13 : สงครามซอมบี้!
บทที่ 13 : สงครามซอมบี้!
บทที่ 13 : สงครามซอมบี้!
ลู่ชวนมองดูผลงานของตัวเองในคืนนี้ เเล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ
ตอนนี้พื้นที่เก็บของต่างๆ ในห้องนี้ รวมถึงพื้นที่ว่าง ถูกขนย้ายสิ่งของต่างๆมาวางไว้จนเต็มไปหมดแล้ว
ถึงแม้ว่าฉีฉีจะมีความหิวที่มากเป็นพิเศษ แต่อาหารที่สำรองไว้ก็เพียงพอสำหรับกินไปได้อีกนาน
ยังไงก็ตาม ถึงแม้เจ้าตัวเล็กจะกินเก่งแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นแค่ทารกเท่านั้น ทำให้ในแต่ละวันก็ได้แค่กินนมผง
เมื่อตอนนี้เขาได้เตรียมเสบียงไว้เยอะพอสมควรแล้ว ลู่ชวนจึงตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเฉยๆไปสักพัก
ในโลกวันสิ้นโลก การเอาชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขากลับปลุกพลังที่สามารถควบคุมพวกซอมบี้ได้ นั่นหมายความว่าโลกนี้คงไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
ไม่ว่าไวรัสซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา หรือจากการกลืนกินอย่างต่อเนื่อง และการที่ร่างกายของพวกซอมบี้แต่ละตัวแข็งแกร่งขึ้นได้นั้น… ทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่ลู่ชวนพอเข้าใจได้
แต่การที่เขาสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของซอมบี้ได้ เรื่องนี้มันขัดแย้งกับปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาอย่างสิ้นเชิง
เมื่อคืนนี้พระจันทร์สีเลือดที่ลอยอยู่​บนฟ้า ได้ทำให้ลู่ชวนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเอง…เขาก็ไม่แน่ใจว่าซอมบี้ตัวอื่นๆจะเป็นแบบเดียวกันหรือไม่
อีกทั้งยังไม่มีใครรู้ว่าซอมบี้เหล่านั้น จะมีการพัฒนาไปมีพลังพิเศษอะไรบ้าง
นั่นทำให้ลู่ชวนตัดสินใจว่าต้องซุ่มดูสถานการณ์ก่อนสักพัก
เพราะเขาเองก็เพิ่งจะเกิดใหม่ในโลกใบนี้ แล้วแทบจะทันทีเขาก็โดนซอมบี้โจมตี นั่นจึงทำให้ลู่ชวนไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกโชคดีสักเท่าไหร่…
หลังจากที่เขาป้อนนมให้เจ้าตัวน้อยแล้ว ลู่ชวนตัดสินใจว่าจะอยู่สังเกตการณ์ในตึกนี้…รอจนตัวเองแน่ใจก่อนว่าโลกภายนอกไม่มีปัญหาอะไร แล้วค่อยคิดเรื่องออกไปข้างนอก
ถึงยังไงตอนนี้ตัวเขาเองก็สะสมเสบียงมาเยอะพอสมควรแล้ว ถ้าเขาจะอยู่นิ่งๆต่ออีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
เห้อ…โลกนี้ช่างแปลกประหลาดจริงๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา...
ถ้าหากมันเกิดขึ้นกับแค่เขาคนเดียวก็คงไม่น่ากังวลเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ยอมรับชีวิตที่ไม่เป็นคนไม่เป็นผีแบบนี้ไปเท่านั้น
เเต่ตอนนี้เขาก็มีฉีฉีแล้ว…นั่นก็ทำให้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิมให้ได้!
ลู่ชวนเดินมาที่ห้องนั่งเล่น เขาหยิบดาบเหล็กยาวประมาณครึ่งเมตรขึ้นมา
นี่คือสิ่งที่เขาเก็บมาจากห้องหนึ่งบนชั้นหกตอนที่สำรวจตึกนี้
จากความทรงจำที่ลู่ชวนเข้าใจในตอนนี้ เมืองนี้ก็ห้ามมีมีดดาบไว้ในการครอบครองด้วย
เขาไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมของบ้านหลังนี้ทำงานอะไร ถึงได้มีมีดดาบเล่มยาวขนาดนี้ แถมยังคมกริบเก็บไว้ด้วย
สันมีดตรง ใบมีดหนา เหมาะกับการฟันเป็นเวลานาน…จัดเป็นมีดเดินป่าแบบคลาสสิก
แต่เห็นได้ชัดว่ากฎเกณฑ์เดิมๆ นั้นใช้ไม่ได้ผลกับโลกวันสิ้นโลกในตอนนี้
…หลังจากคืนที่พระจันทร์สีเลือดแปรเปลี่ยนบางสิ่งในตัวเขาไปเมื่อคืน
นอกจากลู่ชวนจะมีพลังควบคุมหุ่นเชิดที่สามารถควบคุมซอมบี้ตัวอื่นได้แล้ว ในด้านของสมรรถภาพทางร่างกายของเขาก็ยังแข็งแกร่งขึ้นมากอีกด้วย
เมื่อก่อนความคล่องตัวของร่างกายเขานั้นก็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป…เเละเดิมทีแขนขาของเขาแข็งทื่อ จึงทำได้เพียงท่าทางง่ายๆเท่านั้น
แต่ตอนนี้…เพียงแค่เหวี่ยงมีดเหล็กกล้าเล่มนี้ เขากลับทำได้อย่างคล่องแคล่ว
ถึงแม้ว่าลู่ชวนจะไม่ได้ฝึกฝนวิชาดาบอะไรมาโดยเฉพาะ แต่ด้วยความเป็นซอมบี้ มันจึงทำให้เขาแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก
ในเวลานี้เมื่อเหวี่ยงมีดดาบ เขาจึงเน้นไปที่การใช้แรงหนักหน่วงและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว…ลู่ชวนเริ่มฝึกฝนวิชาดาบในห้องนั่งเล่น โดยอิงจากท่าทางในนิยายกำลังภายในและภาพยนตร์ที่เขาเคยดูมาก่อนในอดีต
ฟุ่บๆๆๆ!!!
มีดดาบในมือของเขาดูน่าเกรงขาม เมื่อคมมีดผ่าอากาศก็เกิดเสียงดังหวีดหวิว
ลู่ชวนมองมีดดาบเล่มนี้ด้วยความพอใจอย่างยิ่ง คมมีดคมกริบราวกับเป็นอาวุธระยะประชิดชั้นดีที่ควรมีติดตัวไว้…อีกทั้งอานุภาพการทำลายล้างของมีดดาบเล่มนี้แข็งแกร่งกว่าชะแลงอันเก่าของเขาเยอะ
ลู่ชวนมั่นใจว่าถ้าเขาถือมีดดาบต่อสู้ เขาจะสามารถฟันหัวซอมบี้ให้ขาดเป็นสองท่อนได้ในการฟันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับซอมบี้ตคือมนุษย์สามารถเรียนรู้การใช้เครื่องมือได้ แต่ซอมบี้เต็มท้องถนนเหล่านั้นพวกมันไม่รู้วิธีใช้อาวุธ พวกมันรู้เพียงแค่ต้องใช้ฟันและกรงเล็บของตัวเองเท่านั้นในการกัดฉีก
ลู่ชวนที่มีสติแบบมนุษย์จึงสามารถเรียนรู้วิธีการต่อสู้ที่ได้เปรียบและล้ำหน้ากว่าพวกมันมาก
ลู่ชวนจึงมั่นใจว่าถ้าตัวเองถือมีดสู้กับซอมบี้ตัวอื่น อย่างน้อยๆถ้าต้องสู้พร้อมกันหลายตัวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
….
ขณะที่ลู่ชวนกำลังฝึกวิชาดาบ
จีรู่เสวี่ยก็ได้นอนพักผ่อนไปช่วงหนึ่ง เเละนั่นทำให้พลังจิตของเธอถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง เธอจึงเริ่มครุ่นคิดถึงพรสวรรค์ของตัวเองในอดีต
ชาติภพนี้จีรู่เสวี่ยมีพลังพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งถึงสองอย่างติดตัวมา อย่างเเรกคือการควบคุมเวลา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่จีรู่เสวี่ยเคยมีมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว นั่นทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยจนไม่สามารถคุ้นเคยกับพลังของตัวเองได้มากกว่านี้อีกแล้ว…ตราบใดที่มีพลังเพียงพอ ถึงเวลานั้นเธอก็จะสามารถปลดปล่อยมันออกมาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องฝึกฝน
ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มมาคือพรสวรรค์ในการควบคุมพลังจิต
พลังใหม่นี้ยังจำเป็นต้องให้จีรู่เสวี่ยฝึกฝนใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน จึงจะค่อยๆเข้าใจและใช้งานได้อย่างชำนาญ
จีรู่เสวี่ยเริ่มรวบรวมพลังจิตจำนวนมาก และให้ความสนใจไปที่เข็มเงินบนโต๊ะข้างเตียง
จากนั้นภายใต้การควบคุมพลังจิตของจีรู่เสวี่ย เข็มเงินนั้นก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมากลางอากาศ
หลังจากนั้นเข็มเงินก็ค่อยๆเคลื่อนที่ไปตามการควบคุมของจีรู่เสวี่ย และวาดเส้นทางโค้งกลางอากาศอย่างช้าๆ
ภาพของเข็มเงินลอยอยู่เหนือศีรษะของจีรู่เสวี่ย ในตอนนี้เป็นเรื่องนี้ดูน่าเหลือเชื่อมาก…มันเหมือนฉากที่ปรากฏในภาพยนตร์ไซไฟฟร์อมยักษ์
และถึงแม้ว่าตอนนี้ ความเร็วในการควบคุมวัตถุของจีรู่เสวี่ยจะค่อนข้างช้ามาก…แต่เธอก็เชื่อว่าถ้ามีเวลาให้ได้ฝึกฝน สิ่งนี้มันจะกลายเป็นวิธีต่อสู้ที่ทรงพลังที่ใช้ในการฆ่าคนได้ง่ายๆเลย
และหากเมื่อพลังจิตของเธอค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นแล้ว น้ำหนักของวัตถุที่สามารถควบคุมได้ในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้อาจจะใช้ได้เพียงเข็มเงิน แต่อีกไม่นานนางก็อาจจะควบคุมมีดบินได้แล้ว
….
เวลาผ่านไปสองวันอย่างรวดเร็ว ในช่วงสองวันนี้ลู่ชวนฝึกฝนวิชาดาบในห้องนั่งเล่น ส่วนจีรู่เสวี่ยก็ฝึกฝนพลังการเหาะเหินของตนเองในห้องนอน
ทั้งสองคนใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และต่างก็พยายามอย่างมากเพื่อที่ในอนาคตจะมอบชีวิตที่ดีกว่าให้กันและกัน
วันนั้นหลังจากที่ลู่ชวนป้อนนมจีรู่เสวี่ยเสร็จ เขาก็สังเกตเห็นว่าข้างนอกเหมือนจะมีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น
ลู่ชวนมองลงไปข้างล่างผ่านหน้าต่างที่ระเบียง ก็เห็นซอมบี้สองตัวกำลังกัดกันอยู่บนถนน
ซึ่งเสียงที่ซอมบี้สองตัวนี้ทะเลาะกันก็ดังมาก ไม่เช่นนั้นแล้วลู่ชวนที่อยู่ชั้น 7 คงจะไม่ได้ยินเสียงของพวกมัน
เมื่อเห็นดังนั้น ลู่ชวนก็อดที่จะสงสัยเรื่องราวไม่ได้ …ยิ่งเมื่อเขาไม่เห็นร่างของมนุษย์อยู่รอบๆซอมบี้เลยสักคน
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาลู่ชวนคิดว่าตัวเองค่อนข้างเข้าใจพวกซอมบี้แล้ว ถึงแม้ซอมบี้จะกระหายเลือดและไร้ความปราณีเหมือนเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึก
แต่ถ้าซอมบี้ลงมือ ส่วนใหญ่แล้วมันจะต้องเป็นเพราะกลิ่นอายของมนุษย์เท่านั้น…ทำให้โดยปกติแล้ว ซอมบี้จะไม่โจมตีกันเอง ยกเว้นแต่จะแย่งอาหารกัน พวกมันจะไม่ก่อสงครามภายในและต่อสู้กันเอง
แต่เมื่อเขามองไปบริเวณด้านล่าง ในตอนนี้กลับไม่มีอาหารให้พวกมันต้องสู้เพื่อแย่งกันอยู่เลย
ดูเหมือนเรื่องนี้จะอยู่เหนือกว่าความเข้าใจของลู่ชวนที่มีมาตลอด!
………………………..