- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 12 : ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างดินแดนบริสุทธิ์ให้ลูกให้ได้
บทที่ 12 : ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างดินแดนบริสุทธิ์ให้ลูกให้ได้
บทที่ 12 : ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างดินแดนบริสุทธิ์ให้ลูกให้ได้
บทที่ 12 : ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างดินแดนบริสุทธิ์ให้ลูกให้ได้
แม้ว่าจีรู่เสวี่ยจะเคยผ่านวันสิ้นโลกที่โหดร้ายมาแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังมีหลักการของตัวเองอยู่เหมือนเดิม
สำหรับจีรู่เสวี่ยแล้ว ยุคสิ้นโลกนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องทิ้งความเป็นมนุษย์ของตนเองไป และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในยุคสิ้นโลกเองก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเย็นชากับทุกสิ่งโดยรอบอย่างสมบูรณ์แบบ
ในชาติก่อน จีรู่เสวี่ยเป็นคนที่จะทดแทนบุญคุณและชดใช้หนี้สินที่ติดค้างผู้อื่นเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ในตอนที่ตนได้เกิดใหม่ แถมยังกลายเป็นทารกที่ไม่มีอาวุธอยู่ในมือ รวมถึงยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้…หากว่าตนไม่ได้เจอกับคุณพ่อซอมบี้ที่แปลกประหลาดคนนี้แล้ว จีรู่เสวี่ยเองก็ไม่สามารถจินตนาการถึงชะตากรรมของตนเองที่มีโอกาสจะโดนซอมบี้ตัวอื่นพบแล้วจัดการฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ ได้
หรือถ้าหากโชคดีหน่อยก็อาจจะต้องนอนหิวตายอยู่บนเตียง
เรียกได้ว่าคุณพ่อซอมบี้คนนี้ เขาไม่เพียงแต่มีบุญคุณช่วยชีวิตไว้เท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้มีพระคุณในการเลี้ยงดูอีกด้วย!
ถึงจะไม่มีใครเชื่อว่าจะมีซอมบี้ตัวไหนที่มีความคิด อีกทั้งยังสามารถอดทนต่อความกระหายเลือดของตัวเองเมื่อเผชิญหน้ากับมนุษย์ได้…นอกจากนั้นเขาก็ยังอุตส่าห์ไปหาของต่างๆมาปรนเปรอเด็กทารกที่เป็นมนุษย์อย่างสุดความสามารถ รวมถึงลงมือชงนมผงป้อนนมให้เด็กทารกตัวน้อยอีกต่างหาก
จีรู่เสวี่ยเป็นคนมีคุณต้องตอบแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุญคุณที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ถึงแม้ว่าคุณพ่อซอมบี้ของเธออาจจะเป็นแค่ซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาๆก็เป็นไร
จีรู่เสวี่ยได้ตัดสินใจแล้วว่า ในอนาคตภายภาคหน้าตัวเองจะต้องปกป้องเขาไปให้ได้ตลอดชีวิต!
ท่านเลี้ยงฉันมาตอนเล็ก ฉันเลี้ยงท่านตอนแก่ ประโยคนี้ไม่ควรเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ในฐานะที่จี๋หรูเสวี่ยได้กลับชาติมาเกิดใหม่ เธอจึงรู้วิธีการวิวัฒนาการของซอมบี้มากมาย
จริงอยู่ที่วิธีวิวัฒนาการหลักของซอมบี้ส่วนใหญ่คือการกลืนกินสิ่งมีชีวิต และใช้พลังงานจากเนื้อและเลือดของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง
ตัวอย่างเช่น ซอมบี้กลืนกินมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งมันเป็นสัญชาตญาณของการวิวัฒนาการทางชีวภาพ
แต่นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ นั้นก็คือการล่าผลึกที่ก่อตัวขึ้นในสมองของพวกเดียวกัน!
ซอมบี้กลายพันธุ์ที่มีพลังพิเศษเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ตาม มันจะสร้างผลึกพิเศษขึ้นในสมองของพวกมันขึ้นมา ซึ่งผลึกนี้คือแกนหลักของพลังซอมบี้
เพียงแต่จะมีแค่ซอมบี้ที่กลายพันธุ์สำเร็จเเล้วเท่านั้นที่จะมีผลึกในสมองปรากฎ ซอมบี้ธรรมดาทั่วไปมักจะไม่มี
แต่ถ้าหากซอมบี้ระดับล่างจำนวนมหาศาลเหล่านั้นสามารถสร้างผลึกขึ้นได้จริงๆละก็ สถานการณ์ที่มนุษย์ต้องเผชิญอยู่คงจะน่ากลัวขึ้นหลายเท่านัก
ในตอนนี้เอง จีรู่เสวี่ยได้วางแผนการเบื้องหน้าไว้หมดแล้ว และถึงแม้ว่าร่างกายของคุณพ่อซอมบี้จะไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่นั้นก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเขามีลูกสาวเป็นถึงจักรพรรดินี!
จีรู่เสวี่ยมีความมั่นใจในความสามารถและอนาคตของตนเองเป็นอย่างมาก
ชาติก่อนเธอทำได้เพียงแค่เดินไปข้างหน้าทีละก้าว แต่ก็ยังสามารถบุกเบิกเส้นทางจนประสบความสำเร็จในวันสิ้นโลกและได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินีได้
หลังจากการกลับชาติมาเกิดใหม่ พร้อมด้วยประสบการณ์และความทรงจำมากมายในอดีต รวมถึงยังมีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งติดตัวมาอีกด้วย
จีรู่เสวี่ยเชื่อว่าชาติภพนี้ของตนจะเติบโตได้รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าชาติภพก่อนแน่ๆ!
เมื่อเติบโตขึ้นแล้ว เธอก็จะไปแย่งชิงผลึกของซอมบี้วิวัฒนาการตัวอื่นๆมาให้คุณพ่อซอมบี้
จีรู่เสวี่ยตัดสินใจแล้วว่า ต่อให้เธอต้องเอาผลึกพวกนี้มาถมร่างคุณพ่อซอมบี้ เธอก็จะถมคุณพ่อของตัวเองให้กลายเป็นซอมบี้ระดับสูงให้ได้!
และเมื่อเป็นซอมบี้ระดับสูงแล้ว แน่นอนว่าก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับร่างกายอีกด้วย…เพราะซอมบี้ระดับสูงนั้นจะมีความสามารถทางภาษาเกิดขึ้น ทำให้ไม่เหมือนซอมบี้ตัวอื่นๆ ที่ทำได้แค่ส่งเสียงคำราม
ที่สำคัญที่สุดคือถ้าสามารถทะลวงไปถึงซอมบี้ระดับสูงได้ ร่างกายของซอมบี้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน
ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว ก็จะสามารถงอกร่างกายมนุษย์ขึ้นมาใหม่จนรูปลักษณ์โดยพื้นฐานแทบจะไม่มีความแตกต่างจากมนุษย์เลย
คุณพ่อซอมบี้วางใจได้เลย
ลูกสาวของคุณเป็นหุ้นที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง หากคุณเลี้ยงดูจักรพรรดินีองค์นี้เติบใหญ่รับรองว่าไม่ทำให้ขาดทุนแน่นอน!
ในขณะที่คิดอยู่ จีรู่เสวี่ยก็เผลอเลียคราบนมที่มุมปากของตัวเอง
หอมจริง~
…..
ลู่ชวนไม่รู้ถึงความคิดของเจ้าตัวเล็ก
เเต่การได้มองดูอีกฝ่ายจ้องมองมาที่ตนเองตรงๆ ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นในใจ
ดวงตาที่เบิกกว้างนั้น เป็นดวงตาขาวดำที่ดูน่ารักมากคู่หนึ่ง…ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่ชวนได้มองเด็กทารกในระยะใกล้ชิดมากขนาดนี้
เขาสังเกตเห็นว่าเด็กทารกพวกนี้เหมือนจะมาพร้อมกับความหวังที่จะมีชีวิตอยู่และทำให้ผู้คนเต็มใจที่จะดื่มด่ำไปกับมันเสมอ
หนูน้อยของฉัน หนูจะต้องได้เติบโตอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลกับโลกภายนอก
และตอนนี้ เขาพึ่งหาบอดี้การ์ดใหม่ให้อีกสองคน ซึ่งตอนนี้กำลังเฝ้าประตูอยู่ข้างล่าง
ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ต้องมีที่พัก แถมไม่ต้องมีประกันสังคมและสวัสดิการอื่นๆอีกต่างกาก
ที่สำคัญที่สุดคือสมรรถภาพทางกายดีมาก…ไม่ป่วย ไม่ขาดงาน ไม่ลา มีพวกเขาอยู่ด้วย ชีวิตของเราทั้งคู่ก็จะปลอดภัยมากขึ้นในอนาคตแน่นอน
ลู่ชวนนั่งลงข้างเตียง มองเด็กทารกบนเตียงอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้นหัวใจของเขาค่อยๆสงบและอ่อนโยนลง เพียงแต่น่าเสียดายที่รูม่านตาของลู่ชวนตอนนี้เป็นสีแดงก่ำ นั่นจึงทำให้จี๋หรูเสวี่ยมองไม่ออกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกิดขึ้น
หนูต้องรีบโตไวๆนะลูก พ่อสัญญาว่าจะหาของเล่นต่างๆมาให้อีกเยอะแยะเลย
ทั้งตุ๊กตาบาร์บี้ หมีผ้า แล้วก็รถไฟโทมัส แล้วก็ทรานส์ฟอร์มเมอร์…แค่กๆ จริงๆทรานส์ฟอร์มเมอร์ พ่ออยากเอามาเล่นเอง แต่ถ้าลูกชอบก็เล่นด้วยกันได้นะ
และในอนาคตหนูก็ไม่ต้องห่วงว่าตัวเองจะเสียการเรียน เพราะพ่อได้เอาโจทย์ 3 ปี และข้อสอบเข้ามหาลัย 5 ปีมาเตรียมไว้ให้แล้ว กะว่าจะเก็บไว้..
แต่ถ้าถึงคราวจำเป็นจริงๆ เราก็เอาไปใช้เป็นฟืนก่อไฟได้นะ...
….
ตอนนี้ลู่ชวนตั้งใจจะเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กเหมือนลูกสาวแท้ๆไปแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เคยมีความรัก หรือมีลูกมาก่อน แต่ลู่ชวนรู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นพ่อที่มีความสุขมากที่สุดในตอนนี้
บ่าของเขาดูจะหนักขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เมื่อต้องแบกรับสิ่งที่เรียกว่าความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นมา
แต่ทารกน้อยที่เหมือนตุ๊กตาเครื่องเคลือบสีขาวสะอาดคนนี้…เธอก็คือความหวังใหม่และของรักของหวงที่สุดของลู่ชวน
ทันใดนั้นลู่ชวนก็คิดขึ้นมา นี่เขายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าตัวเล็กเลยซินะ
ในเมื่อเป็นมนุษย์ ก็ต้องมีชื่อที่เป็นของตัวเองด้วยถึงจะดี
ช่วงเวลาสั้นๆนั้นลู่ชวนก็อึ้งไปกับความคิดตัวเองชั่วครู่ เขาไม่เคยคิดเรื่องการตั้งชื่อให้ลูกมาก่อนในชีวิตเลย
ถ้าเรื่องนามสกุล เรื่องนี้คงง่ายหน่อย ในเมื่อเป็นลูกสาวของตัวเอง ก็ต้องใช้นามสกุลของตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว
ลู่...ลู่อะไรดีนะ?
ลู่ชวนทบทวนบทกวีโบราณและคำศัพท์ต่างๆ ที่เคยท่องจำและเรียนรู้มาในชาติก่อนทั้งหมดในใจ
แต่ช่วงเวลามันกระชั้นชิดไปหน่อย เขาเลยยังคิดชื่อดีๆ ไม่ออกเท่าไหร่
จนกระทั่งลู่ชวนเหลือบไปมองนอกหน้าต่าง แวบหนึ่งเขาก็ตัดสินใจได้ในใจ
ในเมื่อตอนนี้เราพักกันอยู่ชั้น 7 และนี่ก็เป็นบ้านหลังแรกของพวกเราในโลกใบนี้ งั้นเขาจะเรียกเจ้าตัวน้อยว่า ลู่ฉีฉี
ชื่อเล่นก็ ฉีฉี
ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แค่เพียงนึกถึงชื่อของลูก เขาก็จะสามารถหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่แสนสุขที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในบ้านเล็กๆ บนชั้น 7 แห่งนี้ได้
จากชายหนุ่มที่ตกอับได้กลายมาเป็นคุณพ่อคนหนึ่ง จิตใจของลู่ชวนก็เริ่มเปลี่ยนไป
เขาไม่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้จุดหมายเพื่อตัวเองอีกต่อไปแล้ว
ฉีฉี หนูวางใจเถอะ พ่อจะเลี้ยงดูหนูให้เติบโตขึ้นมาอย่างไร้กังวลอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างดินแดนบริสุทธิ์ให้ลูกให้ได้!
………………………..