- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 11 : คุณพ่อซอมบี้ผู้น่าสงสาร ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องคุณเอง!
บทที่ 11 : คุณพ่อซอมบี้ผู้น่าสงสาร ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องคุณเอง!
บทที่ 11 : คุณพ่อซอมบี้ผู้น่าสงสาร ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องคุณเอง!
บทที่ 11 : คุณพ่อซอมบี้ผู้น่าสงสาร ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องคุณเอง!
ลู่ชวนรีบขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นตู้เสื้อผ้าที่วางไว้ในบันไดของเขายังคงอยู่ที่เดิม เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
การออกไปข้างนอกครั้งนี้กลับต้องมาเจอกับพระจันทร์สีเลือดแบบกระทันหัน และที่สำคัญที่สุดก็คือเขายังได้หมดสติไปครูหนึ่งอีกด้วย ลู่ชวนจึงเป็นห่วงว่าที่บ้านจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้น
เเละนี่เป็นครั้งแรกที่ลู่ชวนรู้สึกถึงความผูกพันกับบางอย่างหลังจากที่มายังโลกใบนี้
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ลู่ชวนใช้ชีวิตแบบผ่านไปวันๆ โดยที่ไม่เคยมีความรู้สึกกังวลหรือความต้องการอะไรเลย
มีเเค่อารมณ์แบบมนุษย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ จึงทำให้ลู่ชวนรู้สึกว่าตัวเองยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่ภายในตัว
….
ณ เวลานี้​
หลังจากถูกส่องด้วยจันทราสีเลือด ลู่ชวนที่ได้รับการพัฒนารู้สึกว่าตัวเองมีพละกำลังมากกว่าแต่ก่อนมาก…เพราะตอนนี้เขาสามารถเข็นตู้เสื้อผ้าออกไปได้อย่างง่ายดายแล้ว
เเล้วเมื่อ เขารีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอน ลู่ชวนก็พบว่าเจ้าตัวเล็กบนเตียงกำลังลืมตาดูเขาอยู่เสมอ
ถึงแม้เขาจะยังไม่เคยมีความรักมาก่อน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ลู่ชวนรู้สึกเหมือนเขากำลังได้เป็นพ่อคนจริงๆ
ดวงตาของเจ้าหนูน้อยเป็นประกายสดใส ลูกตาดำขลับตัดกับสีขาว ดูแตกต่างจากซอมบี้เต็มท้องถนนอย่างสิ้นเชิง
ทารกน้อยที่เงียบสงบและน่ารักคนนี้ สดใสราวกับมีพลังในการชำระล้างทุกสิ่งในโลกที่ล่มสลายใบนี้…จิตใจที่กระสับกระส่ายของลู่ชวนหลังจากการวิวัฒนาการจึงค่อยๆสงบลง เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน
"เจ้าหนูน้อย ฉันไม่ได้กลับมานานขนาดนี้ คงจะหิวจนตื่นแล้วสินะ"
ลู่ชวนยิ้มแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อเริ่มชงนมผง
ในตอนนี้เมืองใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าให้ใช้ การที่จะต้มน้ำร้อนใช้ยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ยังไงซะตัวเองก็จุดไฟผิงในบ้านไม่ได้ ถ้าเกิดจุดไฟไหม้บ้านขึ้นมาก็ซวยอีก
เขาจึงทำได้แค่ใช้น้ำแร่ชงนมผงเท่านั้น
ในตอนนี้ ตัวเขาก็ทำได้แค่นี้แหละ…เพียงแค่สามารถเอาชีวิตรอดในยุคสิ้นโลกไปวันๆแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว
ขณะที่ลู่ชวนกำลังชงนมผง จีรู่เสวี่ยก็มองสำรวจคุณพ่อซอมบี้ของตนเองไปด้วย
จีรู่เสวี่ยสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนตัวลู่ชวน ผิวหนังและส่วนอื่นๆ ของเขาในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปจากเมื่อวานมาก
เขา…ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงไม่ชัดเจนนัก เพราะมันเเค่ไม่เหมือนกับที่จีรู่เสวี่ยจดจำได้
ในความทรงจำของจีรู่เสวี่ย, ซอมบี้ในช่วงแรกๆ จะเป็นซอมบี้ระดับ 1 ทั่วไป ซึ่งก็คือพวกที่ถูกไวรัสซอมบี้ทำให้กลายพันธุ์มา อย่างเช่น ลู่ชวน ในช่วงแรกก็เป็นแบบนี้
แต่หลังจากที่พระจันทร์สีเลือดปรากฏขึ้น โลกทั้งใบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาด…โดยเฉพาะซอมบี้กระหายเลือดเหล่านี้ พวกมันจะได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด
นั่นเพราะพวกมันจะกลายร่างเป็นประเภทต่างๆ ตามชนิดของซอมบี้
จีรู่เสวี่ยจำได้ว่าในชาติก่อน หลังวันสิ้นโลกเริ่มขึ้นไม่นาน ซอมบี้ที่วิวัฒนาการผ่านพระจันทร์สีเลือดประเภทหนึ่งจะมีรูปร่างสูงใหญ่อย่างผิดปกติ
เป็นไปได้ว่าซอมบี้ที่เดิมมีความสูงเพียงเมตรแปดสิบ…เมื่อวิวัฒนาการแล้วความสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึงสองสามเมตร และขนาดของกล้ามเนื้อบนร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน่าสยดสยองด้วยเช่นกัน อีกทั้งผิวหนังของมันก็จะแข็งแกร่งอย่างยิ่ง รวมถึงกระดูกก็จะแข็งแรงกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปมาก
ร่างกายที่แข็งแกร่งของซอมบี้เหล่านี้ ดูใหญ่โตเกินกว่าซอมบี้ทั่วไปๆหลายเท่า…โดยเฉพาะเมื่อมีพวกมันอยู่ในสนามรบ พวกมันก็แทบจะต้านทานความเสียหายได้เกือบทั้งหมด และยังมีความสามารถในการรับแรงกระแทกที่โดดเด่นมาก…จึงทำให้เมื่อซอมบี้ชนิดนี้ปรากฏตัวในสนามรบ พวกมันจึงทำให้เหล่าผู้รอดชีวิตต่อกรได้ยากขึ้นจากพละกำลังที่มีมหาศาล
นั่นเพราะสิ่งกีดขวางตามทางทั่วไปที่แข็งแกร่ง ถูกมันเปิดออกหรือชนแตกโดยตรง
ดังนั้นซอมบี้สายวิวัฒนาการพวกนี้ ในชาติก่อนพวกเขาจึงมักถูกผู้รอดชีวิตมนุษย์ตั้งชื่อว่า ซอมบี้รถถัง
มันมีความหมายว่าซอมบี้ตัวนี้แข็งแกร่งเหมือนรถถังประจัญบานที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย
อาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือฝันร้ายของเหล่าผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ เพราะอาวุธของผู้รอดชีวิตจำนวนมากยังไม่สามารถทำร้ายซอมบี้ชนิดนี้ได้เลย
นอกเหนือไปจากซอมบี้ชนิดนี้แล้ว ก็ยังมีซอมบี้ที่มุ่งเน้นวิวัฒนาการไปที่ความว่องไวด้วยเช่นเดียวกัน พวกมันไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัว หากแต่เน้นวิวัฒนาการไปที่แขนขาและกรงเล็บที่น่ากลัวของตนเอง
ที่สำคัญที่สุด พวกมันคือซอมบี้ชนิดที่สามารถใช้แขนขาที่แข็งแรงและกรงเล็บเหมือนดาบโค้งปีนป่ายบนกำแพงหรือแม้แต่เพดานได้ราวกับแมงมุม!
กล้ามเนื้อของมันเด้งราวกับสปริง อีกทั้งยังมีแรงกระโดดที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งและเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก
ด้วยร่างกายที่คล่องแคล่วและท่าทางที่แปลกประหลาด ทำให้มันสามารถพลิกตัวกลางอากาศได้อย่างง่ายดาย…และด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาก ผู้รอดชีวิตแทบจะยิงซอมบี้พวกนี้ให้โดนได้ยากมาก
เพียงแต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่วิปริตที่สุดเกี่ยวกับซอมบี้ตัวนี้ก็คือ ลิ้นของมันต่างหาก
ลิ้นมนุษย์ของซอมบี้​ชนิดนี้ก็กลายพันธุ์ไปด้วย
เพราะมันสามารถยืดหดได้อย่างอิสระ แถมยังทุบอิฐทำลายหินได้ด้วยพลังโจมตีที่สูงมาก
จีรู่เสวี่ยจำได้แม่นว่าชาติก่อนเธอเคยเข้าร่วมค่ายผู้รอดชีวิตแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้บัญชาการค่ายนั้นมีพลังต่อสู้สูงมาก
แต่เพราะขาดประสบการณ์ในการรับมือซอมบี้ประหลาดชนิดนี้ นั่นจึงทำให้ในตอนที่กำลังจะตัดหัวซอมบี้ได้ เขากลับถูกลิ้นที่น่ากลัวของมันเล่นงานจนสิ้นชีพ
และเพราะความพิเศษของซอมบี้ชนิดนี้ พวกผู้รอดชีวิตจึงได้เรียกมันว่า "ลิกเกอร์"
หลักๆในการเผชิญหน้ากับพวกมัน คือต้องระวังลิ้นของมันเป็นพิเศษ
นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีซอมบี้ที่หลังจากวิวัฒนาการแล้วอีกพวกที่สามารถงอกกระดูกออกมาจากกระดูกสันหลังได้
ซึ่งเมื่อมันวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ กระดูกเหล่านี้จะงอกเป็นแผ่นเยื่อบางๆ กลายเป็นปีกกระดูก ทำให้สามารถบินกลางอากาศได้
และยังมีซอมบี้ธาตุที่หายากมากๆ เกิดขึ้นมาด้วย ซึ่งซอมบี้พวกนี้นั้นสามารถใช้พลังธาตุโจมตีได้เหมือนกับผู้ตื่นรู้บางคน
ยกตัวอย่างเช่น ใบมีดลม, ลูกไฟ และแท่งน้ำแข็ง เป็นต้น
ในช่วงท้ายของวิวัฒนาการ…พวกซอมบี้ประหลาดเหล่านี้ได้สร้างปัญหาให้กับค่ายผู้รอดชีวิตอย่างมาก
แน่นอนว่า ช่วงต้นของการวิวัฒนาการของซอมบี้พิเศษเหล่านี้นั้นพวกมันก็จะมีลักษณะเด่นที่ค่อนข้างชัดเจนปรากฏให้เห็น
แต่คุณพ่อซอมบี้ที่กำลังให้นมลูกมนุษย์อยู่ตรงหน้านี้…. ไม่ว่ามองอย่างไรเขาก็ดูธรรมดาสุดๆ
ถึงแม้ว่าคุณพ่อซอมบี้จะผ่านการกลายพันธุ์ของพระจันทร์สีเลือดมาแล้ว แต่ร่างกายภายนอกของเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเป็นพิเศษปรากฎให้เห็น
เมื่อคิดได้ดังนี้ จีรู่เสวี่ยก็อดจะรู้สึกผิดหวังลึกๆขึ้นไม่ได้
เดิมทีเธอเองก็แอบหวังว่า วันนี้จะได้เห็นคุณพ่อซอมบี้ที่ไม่เหมือนเดิมกลับบ้านมา
แน่นอนว่า…ท้ายที่สุดแล้ว ใครๆก็หวังว่าญาติของตน จะมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองได้
และการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก…ถ้าหากไม่มีพลังที่เพียงพอต่อการต่อสู้ มันก็ง่ายที่พวกเขาจะถูกกำจัดออกไป
อันที่จริง จีรู่เสวี่ยค่อนข้างมั่นใจในตัวคุณพ่อซอมบี้ของตัวเองอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าคุณพ่อของเธอเป็นกรณีที่พิเศษมาก…เพราะถึงเขาจะเป็นซอมบี้ แต่เขาก็ยังมีสติแบบมนุษย์อยู่เลย
ในโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลก นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แม้แต่จีรู่เสวี่ยผู้เป็นจักรพรรดินีในชาติก่อนที่รู้จักคนกว้างขวางก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้
เดิมทีแล้ว จีรู่เสวี่ยเองก็อยากจะเห็นปรากฏการณ์แปลกๆ บางอย่างเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
ต่อไปคงมีเพียงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเท่านั้นถึงจะสามารถอยู่รอดในโลกนี้ได้
ช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกเท่านั้นที่ซอมบี้ระดับ 1 ธรรมดาเหล่านี้อาจจะมีอิทธิพลอยู่บ้าง เพราะรูปลักษณ์ที่สามารถขู่ขวัญผู้รอดชีวิตธรรมดาได้
หากแต่เมื่อถึงช่วงท้ายๆแล้ว ซอมบี้ที่ไม่มีความสามารถในการพัฒนาที่ชัดเจน และความแข็งแกร่งยังคงธรรมดามากๆก็จะเป็นได้แค่ตัวประกอบฉากเท่านั้น
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ จีรู่เสวี่ยก็ รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
คุณพ่อซอมบี้ น่าสงสารจัง
เอาล่ะ คุณต้องมีชีวิตรอดรอให้ฉันโตก่อนนะ
เดียวฉันจะเป็นคนปกป้องคุณพ่อซอมบี้​เอง!
(เก่งให้ทันคุณพ่อน้า อิอิ)​
…………………