- หน้าแรก
- โซโล่ เนโครแมนเซอร์!
- บทที่ 10: อุปกรณ์บางชิ้น
บทที่ 10: อุปกรณ์บางชิ้น
บทที่ 10: อุปกรณ์บางชิ้น
บทที่ 10: อุปกรณ์บางชิ้น
ณ ทางเหนือของเมือง
ในบ้าน ตระกูลเหลียง
เหลียงไท่ พ่อของเหลียงเส้าหยู ก็เป็นสมาชิกของสมาพันธ์วิถีสวรรค์เช่นเดียวกับฉินเลี่ย
เพียงแต่ว่า ในขณะที่ฉินเลี่ยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้คุมกฎใหญ่ของสมาพันธ์วิถีสวรรค์สาขา แต่เหลียงไท่กลับเป็นเพียงสมาชิกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ในฐานะสมาชิกของสมาพันธ์วิถีสวรรค์ แน่นอนว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนธรรมดาทั่วไป ฐานะของเขาย่อมสูงส่ง…แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินเลี่ยแล้ว ก็จำเป็นต้องนอบน้อมถ่อมตนเป็นธรรมดา
ทว่าด้วยสถานะและความสามารถของเหลียงไท่ เขาก็ได้พัฒนาตระกูลเหลียงให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
"เลเวลแปด..." เหลียงไท่ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากแล้วจิบเบาๆ
เมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มจะเย็นชืดแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วแล้ววางมันลง
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ พอเห็นดังนั้นก็เข้าใจในทันที รีบเข้าไปชงชาให้ใหม่
"ใช่ครับ เลเวลแปดจริงๆ บอร์ดจัดอันดับน้องใหม่ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน" เหลียงเส้าหยูกล่าวด้วยความแค้นเคืองจนแทบจะกัดฟันพูด
เห็นได้ชัดว่าความอัปยศจากการที่คิดจะไปเยาะเย้ยลู่หยานแต่กลับถูกตอกหน้ากลับมานั้น ทำให้เขาไม่สามารถทำใจยอมรับได้ง่ายๆ
ถึงขนาดที่ว่าไม่ได้รีบไปเก็บเลเวลเป็นอันดับแรก แต่กลับมาระบายความทุกข์กับเหลียงไท่แทน
พร้อมกันนั้น เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง โดยไม่ลืมที่จะใส่สีตีไข่เข้าไปด้วย
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ที่สาขาของสมาพันธ์วิถีสวรรค์ เจ้าฉินเลี่ยก็คอยกดข้าอยู่ตลอด ไม่เคยคิดจะมองข้าอยู่ในสายตาเลยสักครั้ง มาตอนนี้ฉินอู่เหยาก็ยังจะไปเข้าใกล้ลู่หยานอีก...ช่างไม่ดีเอาเสียเลย" เหลียงไท่ขมวดคิ้วพลางกล่าว
"พ่อ พ่อหมายความว่า ฉินอู่เหยากำลังจะดึงตัวลู่หยานไปเป็นพวกเหรอครับ?" เหลียงเส้าหยูเอ่ยถาม
"ไม่หรอกน่า...ก็แค่เนโครแมนเซอร์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง แถมยังเป็นแค่มือใหม่ ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีความสำคัญอะไรขนาดนั้นเลย ที่ฉินเลี่ยให้ฉินอู่เหยาไปเข้าใกล้ลู่หยาน จุดประสงค์เดียวที่น่าจะเป็นไปได้ ก็คืออุปกรณ์บางชิ้นที่อยู่บนตัวของเขานั่นแหละ" เหลียงไท่วิเคราะห์สถานการณ์
อุปกรณ์บางชิ้น?
"แต่ลู่หยานก็แค่เด็กจากย่านคนจน จะไปมีอุปกรณ์ดีๆอะไรได้ยังไงกันครับ?"
เหลียงไท่เหลือบมองเหลียงเส้าหยูแวบหนึ่ง แล้วอธิบายว่า
"การจะอัปเลเวลให้ถึงแปดได้ภายในวันเดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้จะหาคนที่เลเวลเหมาะสมที่สุดสี่คน กับอาชีพที่ผสมผสานกันแล้วล่ามอนสเตอร์ได้เร็วที่สุด มาใช้พันธสัญญาปาร์ตี้เพื่อลดค่าบทลงโทษประสบการณ์ มันก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดี...ยกเว้นเสียแต่ว่า..."
เหลียงไท่เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง
"ยกเว้นเสียแต่ว่า...บนตัวของลู่หยาน จะมีอุปกรณ์ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการได้รับค่าประสบการณ์ได้อยู่ มีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้น!"
ดังนั้น สิ่งที่เหลียงไท่ให้ความสนใจจึงไม่ใช่ตัวของลู่หยาน แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นนั้นที่อยู่บนตัวของเขาต่างหาก
ก็เพราะว่ามีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไมลู่หยานถึงสามารถอัปเลเวลไปถึงแปดได้ภายในวันเดียว
นอกเหนือจากนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างอื่นอีกแล้ว!
หัวใจของเหลียงเส้าหยูพลันบีบรัดตัวแน่น เขารีบถามต่อไปทันที
"แต่ว่า เขายังไม่ถึงเลเวลสิบเลยนะครับ อีกอย่าง ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการได้รับค่าประสบการณ์น่ะมันราคาแพงมหาศาลแค่ไหน ต่อให้มีจริง ระดับเลเวลของเขาก็ยังไม่พอจะใส่อยู่ดี!"
เหลียงไท่หัวเราะเยาะ
"เว้นเสียแต่ว่า...อุปกรณ์ชิ้นนั้นมันจะไม่มีเงื่อนไขเลเวล"
พอได้ยินแบบนี้ เหลียงเส้าหยูก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ในตลาดตอนนี้ อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการได้รับค่าประสบการณ์นั้นล้วนแต่มีราคาสูงเสียดฟ้า!
แถมส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีเงื่อนไขเลเวลที่สูงมาก หากลู่หยานสามารถสวมใส่ได้ นั่นก็หมายความว่าอุปกรณ์ที่เขามีนั้นเป็นแบบไม่มีเงื่อนไขเลเวล!
อุปกรณ์ที่ไม่มีเงื่อนไขเลเวล แถมยังพ่วงความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการได้รับค่าประสบการณ์มาด้วยอีก...ถึงแม้จะยังไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ถ้ามันมีอยู่จริงล่ะก็ มูลค่าของมันแทบจะประเมินไม่ได้เลยทีเดียว!
ไม่ว่าขุมอำนาจฝ่ายไหนได้ไป มันก็จะกลายเป็นอาวุธสุดโกงสำหรับการปั้นผู้เล่นใหม่เลย!
"พ่อ ถ้าอย่างนั้น...เราจะนิ่งดูดายอยู่เฉยๆไม่ได้นะครับ! ถ้าหากฉินเลี่ยได้อุปกรณ์ชิ้นนั้นจากตัวลู่หยานไป ไม่ว่าเขาจะเอาไปมอบให้กับสมาพันธ์วิถีสวรรค์หรือเอาไปให้ตระกูลฉินใช้เอง ตระกูลเหลียงของเราก็จะไม่มีวันตามพวกเขาทันอีกเลย!" เหลียงเส้าหยูกล่าวอย่างร้อนรน
"นี่ก็เป็นสิ่งที่ข้ากังวลอยู่เหมือนกัน แต่โชคยังดี...ที่ยังพอมีเวลา" ประกายสังหารวาบขึ้นในแววตาของเหลียงไท่
"พ่อ...พ่อจะทำยังไงเหรอ?" เหลียงเส้าหยูเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"ฆ่ามันซะ...อุปกรณ์ชิ้นนั้นต้องตกมาอยู่ในมือของตระกูลเหลียงเราเท่านั้น!" เหลียงไท่กล่าวอย่างเด็ดขาด
ในฐานะประมุขตระกูลเหลียง เหลียงไท่ย่อมมีความเด็ดขาดและเหี้ยมโหดกว่าลูกชายที่ไม่เอาไหนของเขามากนัก!
"ดีครับ! ฆ่ามันเลย!" ดวงตาของเหลียงเส้าหยูเบิกโพลงขึ้นมาทันที
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นไม่ใช่เรื่องอุปกรณ์ แต่เป็นเรื่องที่สามารถกำจัดลู่หยานทิ้งไปได้ต่างหาก!
….
หนึ่งชั่วโมงกว่าต่อมา
ณ ชานเมือง หมู่บ้านเมี่ยวหวัง
ที่นี่เป็นเพียงซากปรักหักพัง ว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอยู่ก่อนที่โลกทั้งใบจะกลายเป็นข้อมูล หลังจากที่ระบบข้อมูลเข้ามา มอนสเตอร์ป่าก็ออกอาละวาด ผู้คนทั้งหมดจึงพากันไปรวมตัวอยู่ในเมืองหลักอย่างเช่นเมืองเพลิงทมิฬ
เมืองหลักนั้นถูกสร้างขึ้นโดยกฎแห่งโลก ส่วนสิ่งก่อสร้างอย่างเช่นโถงดันเจี้ยนหรือแท่นวาร์ป ก็ล้วนถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลเช่นกัน
ในขณะที่หมู่บ้านหรือแม้กระทั่งเมืองในโลกเก่าที่อยู่ตามป่าเขานั้น แทบจะถูกทิ้งร้างไปจนหมดสิ้น
"แถวนี้...มันเป็นเขตของมอนสเตอร์เลเวล 13 'ผีเสื้อราชันมายา' แล้วนะ เรายังจะไปข้างหน้าต่ออีกเหรอ? ถ้าไปไกลกว่านี้มันจะอันตรายแล้วนะ" ฉินอู่เหยากล่าวด้วยใบหน้าที่เริ่มซีดเผือด
พร้อมกันนั้นเธอก็เฝ้าระวังรอบทิศทางอย่างใกล้ชิด
รอบๆ ตัวพวกเขาสามารถมองเห็นมอนสเตอร์ผีเสื้อสีสันสดใสขนาดเท่าโม่หินสองสามตัวกำลังล่องลอยไปมา
ผีเสื้อราชันมายาจะเริ่มโจมตีเมื่อเข้าใกล้ในระยะ 15 เมตร ฉินอู่เหยาจำข้อนี้ได้ขึ้นใจ ตลอดเส้นทางเธอจึงต้องคอยเดินอ้อมไปอ้อมมาเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับพวกมัน
ยังไงซะเธอก็เพิ่งจะเลเวลห้า ส่วนลู่หยานก็แค่เลเวลแปด
แค่พวกเขาสองคนจะสู้กับผีเสื้อราชันมายาสักตัวก็ยังลำบากแทบแย่แล้ว หากโชคร้ายไปดึงดูดความสนใจของพวกมันมาได้หลายตัว วันนี้คงได้ตายอยู่ที่นี่แน่
ตอนนี้ เธอเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาหน่อยๆที่ตัดสินใจออกมากับลู่หยานอย่างหุนหันพลันแล่นแบบนี้
ก็เพื่อแค่ดันเจี้ยนมิติอันเดียว...แถมยังเป็นดันเจี้ยนที่ยังไม่แน่ว่าจะตีผ่านได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ กลับต้องมาเสี่ยงถึงที่นี่ มันเสี่ยงเกินไปแล้ว!
เเต่เมื่อเทียบกันแล้ว ลู่หยานกลับดูใจเย็นกว่ามาก
เขาเหลือบมองไปรอบๆ พลางกระชับคทาหมาป่าเหมันต์ในมือให้แน่นขึ้น แล้วครุ่นคิด
"ก็น่าจะอยู่แถวๆ นี้แหละ"
ตำแหน่งที่ระบุไว้บนพันธสัญญาดันเจี้ยนมิติก็คือบริเวณนี้ ซึ่งห่างออกไปไม่เกินห้าสิบเมตร
ขอแค่หาตำแหน่งที่ถูกต้องเจอ ตัวเลือกสำหรับเปิดดันเจี้ยนมิติก็จะปรากฏขึ้นมาเอง
แต่ในตอนนั้นเอง
ไม่ไกลจากที่ที่คนทั้งสองยืนอยู่ ก็มีร่างสามร่างบิดเบี้ยวไปมาราวกับภูตผีแล้วปรากฏตัวขึ้น
สุดท้าย กลับกลายเป็นนักฆ่าสามคนที่เพิ่งจะเผยตัวออกมาจากสถานะลอบเร้น!
"ตอนแรกที่รับภารกิจมา ก็ยังคิดอยู่ว่ามันน่าจะยากพอสมควรนะ เพราะยังไงซะก็เป็นมือใหม่ที่เพิ่งปลุกพลังอาชีพมาใหม่ๆไม่ไปฟาร์มมอนสเตอร์นอกเมือง ก็คงไปลงดันเจี้ยนเลเวลห้า โอกาสที่จะลอบฆ่าคงจะยากน่าดู…แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าแกจะออกมานอกเมืองเองเลย นี่มันเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากจริงๆ" ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
ทั้งสามคนค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หัวใจของลู่หยานและฉินอู่เหยาบีบรัดตัวแน่น
"นี่มันหมายความว่ายังไง?" ลู่หยานขมวดคิ้วถาม
เเละคทาในมือของเขาค่อยๆถูกยกขึ้น
ชายหนุ่มมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้เล่นคนอื่นอยู่แถวนั้น จากนั้นจึงกล่าวว่า
"จะบอกให้ก็ได้...บนตัวของแกมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ตระกูลเหลียงสนใจมาก พวกเขาระบุชื่อมาเลยว่าให้ฆ่าแก แล้วเอาอุปกรณ์ชิ้นนั้นมาให้ได้ ก็คงต้องโทษที่แกดวงซวยเองแล้วกัน พอดีว่าช่วงนี้พวกข้ากำลังขาดเงิน ก็เลยรับงานนี้มา"
เมื่อพูดจบ ทั้งสามคนก็ชักกริชออกมาพร้อมกัน
ลู่หยานถึงกับงงไปเลย
ตระกูลเหลียง?
นั่นก็คือตระกูลของเหลียงเส้าหยูไม่ใช่เหรอ?
เขากับเหลียงเส้าหยูก็แค่มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน แต่มันก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องฆ่ากันเลยนี่?
แล้วอีกอย่าง เหตุผลที่ตระกูลเหลียงต้องการจะฆ่าเขา ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวกับเหลียงเส้าหยูเลยด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะอุปกรณ์บางชิ้นงั้นเหรอ?
ลู่หยานก้มลงมองคทาหมาป่าเหมันต์ในมือของเขา ถึงแม้ว่าเจ้านี่จะเป็นอุปกรณ์หายากสีม่วง แต่เพราะเลเวลมันต่ำ มูลค่าก็เลยไม่ได้สูงมากนัก
พ่อของเหลียงเส้าหยู...เหลียงไท่...เป็นผู้ปลุกพลังระดับสูง แถมยังเป็นสมาชิกของสมาพันธ์วิถีสวรรค์อีก ไม่น่าจะมาสนใจคทาหมาป่าเหมันต์ของเขาหรอกมั้ง?
อีกอย่าง อย่าว่าแต่คทาหมาป่าเหมันต์เลย ต่อให้เป็นของที่ดีกว่านี้ ตระกูลเหลียงก็ซื้อหามาได้!
แต่ถ้าไม่นับคทาหมาป่าเหมันต์ชิ้นนี้แล้ว ของที่อยู่บนตัวลู่หยานก็มีแต่ไอเทมสีฟ้าทั้งนั้น ซึ่งก็ยิ่งไม่มีราคาเข้าไปใหญ่!
ถึงแม้ลู่หยานจะยังคงสงสัยอยู่
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักฆ่าสามคนที่ดูแล้วเลเวลสูงกว่าเขาอยู่ไม่น้อย เจตนาฆ่าในใจของลู่หยานก็ค่อยๆแผ่ซ่านออกมาเช่นกัน
ในเมื่อพวกมันจะฆ่าเขา...เขาก็จะฆ่าพวกมัน
เรื่องราวมันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ!
(จบตอน)