เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 : หาเรื่องตาย

บทที่ 11 : หาเรื่องตาย

บทที่ 11 : หาเรื่องตาย


บทที่ 11 : หาเรื่องตาย

ขณะที่ลู่หยานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง

ทันใดนั้น นักฆ่าคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาใกล้ แต่เป้าหมายไม่ใช่ลู่หยาน ชายคนนั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก เรียกได้ว่าเข้ามาประชิดตัวแทบจะในพริบตา พร้อมกับใช้มีดสั้นในมือจี้ไปที่ฉินอู่เหยา

“แม่หนูน้อย ฉันขอเตือนว่าอย่าได้คิดแตะต้องเครื่องมือสื่อสารเด็ดขาด”

ในตอนนั้น ฉินอู่เหยากำลังยกข้อมือขึ้นตั้งใจจะใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อแจ้งข่าวไปยังตระกูลฉิน แต่ก็ถูกอีกฝ่ายขัดขวางไว้เสียก่อน

“ถ้าเธอกล้าแตะเครื่องมือสื่อสารอีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะฆ่าเธอเดี๋ยวนี้!” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จากนั้น ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าและนักฆ่าอีกคนก็เดินเข้ามาสมทบ

ฉินอู่เหยาขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ก่อนที่ตระกูลเหลียงจะส่งพวกแกมา พวกมันไม่ได้บอกหรือไงว่าฉันเป็นใคร พ่อของฉันคือฉินเลี่ยนะ ถ้าพวกแกกล้าลงมือ คิดถึงผลที่จะตามมาแล้วหรือยัง!”

ชื่อเสียงของฉินเลี่ยนั้น ถือว่าโด่งดังไม่น้อยเลยทีเดียว

พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของชายทั้งสามก็เปลี่ยนไปทันที

ชายหนุ่มหัวหน้าทีมจ้องมองฉินอู่เหยาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วพูดว่า

“ลูกสาวของฉินเลี่ยจะทำไมล่ะ ถ้าฆ่าพวกแกที่นี่ซะ แล้วใครจะไปรู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเรา ต้องขอบคุณยุคที่โลกทั้งใบกลายเป็นรูปเเบบข้อมูลจริงๆนะ เพราะมันทำให้การทำลายศพและหลักฐานง่ายขึ้นเยอะเลย”

เมื่อฉินอู่เหยาเห็นว่าแม้แต่อำนาจบารมีของพ่อก็ใช้ไม่ได้ผล หัวใจของเธอก็พลันดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด

แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าลู่หยานใช้วิธีไหนในการเคลียร์ดันเจี้ยน แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับนักฆ่าระดับสูงถึงสามคนแบบนี้ ดูท่าว่าการเดินทางครั้งนี้คงจะรอดไปได้ยากแล้ว!

ไม่แน่ว่าแม้แต่ตัวเธอเองก็อาจจะต้องมาตายที่นี่!

พูดจบ ชายหนุ่มหัวหน้าทีมก็ยกมีดสั้นขึ้น หมายจะสังหารลู่หยานก่อนเป็นคนแรก

แต่ในตอนนั้นเอง ลู่หยานก็ตะโกนขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวก่อน!”

การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มชะงักไป เขามองมาที่ลู่หยานแล้วเอ่ยถาม

“คิดจะเล่นลูกไม้อะไรงั้นเหรอ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าเลิกคิดเรื่องติดสินบนพวกเราไปได้เลย ไม่ใช่ว่าพวกเราภักดีอะไรนักหนาหรอกนะ แต่เป็นเพราะถ้าฆ่าพวกแกแล้ว ของทุกอย่างบนตัวพวกแกก็จะตกเป็นของพวกเราทั้งหมด ตระกูลเหลียงต้องการแค่อุปกรณ์สวมใส่บนตัวแกชิ้นนั้นชิ้นเดียวเท่านั้นแหละ”

ลู่หยานส่ายหน้าแล้วตอบว่า

“ถึงแม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่นอกเมือง แต่ก็อาจจะมีคนผ่านมาได้ ถ้าพวกพี่ลงมือที่นี่แล้วเกิดมีคนมาเห็นเข้าล่ะก็ รับรองว่าพวกพี่ต้องเดือดร้อนแน่…ฆ่าผมน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ฉินอู่เหยาเป็นถึงลูกสาวของฉินเลี่ยนะ”

เมื่อชายหนุ่มได้ยินดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็กวาดตามองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง

“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ที่นี่ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว!”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มกังวล ลู่หยานจึงกล่าวต่อ

“ที่ผมจะพูดคือ เราไปที่ ‘หุบเขาพยัคฆ์ขาว’ ข้างหน้ากันดีกว่า ที่นั่นเปลี่ยวและไร้ผู้คน การฆ่าพวกเราที่นั่นรับรองได้ว่าจะไม่มีใครเห็นแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผมกับฉินอู่เหยามาที่นี่ก็เพราะ ‘พันธสัญญาแห่งรอยแยก’ ที่อยู่ในมือผม ซึ่งตำแหน่งที่ระบุก็คือในหุบเขาพยัคฆ์ขาวนั่นแหละ พอถึงตอนนั้น หลังจากฆ่าพวกเราสองคนแล้ว พวกพี่ก็ยังสามารถลงดันเจี้ยนรอยแยกต่อได้อีกรอบ แบบนี้มันไม่ดีกว่าเหรอ?”

โอ้?

แววตาของชายหนุ่มพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที

ในขณะเดียวกัน เขาก็เหลือบไปเห็นแผนที่พันธสัญญาแห่งรอยแยกในมือของลู่หยาน เพียงแต่เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในปาร์ตี้เดียวกัน จึงไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดที่ปรากฏบนแผนที่ได้

ส่วนนักฆ่าอีกสองคนก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“แกนี่มันเข้าท่าดีนี่นา ถึงกับหาที่ตายให้ตัวเองเลย แต่ก็น่าเสียดายนะ ถึงจะทำแบบนี้พวกเราก็ไม่ปล่อยแกไปอยู่ดี” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

ทว่าข้อเสนอของลู่หยาน ก็ทำให้พวกเขาใจเต้นแรงขึ้นมาจริงๆ

ภายในหุบเขาพยัคฆ์ขาวนั้นทั้งเงียบสงบและเปลี่ยวร้าง เหมาะแก่การฆ่าคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยอย่างยิ่ง….แถมยังจะได้ลงดันเจี้ยนรอยแยกเพิ่มอีกครั้งอีกด้วย นี่มันกำไรเห็นๆ!

“ไปสิ นำทางไปเลย ไม่อย่างนั้นพวกเราจะลงมือเดี๋ยวนี้แหละ!” ชายหนุ่มหัวหน้าทีมข่มขู่

“ได้เลยครับ ไปกันเดี๋ยวนี้แหละ” ลู่หยานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เขาตั้งใจจะกำจัดชายสามคนนี้ให้สิ้นซาก แต่พวกมันเป็นนักฆ่าซึ่งมีความเร็วสูง…บริเวณนี้เป็นที่ราบโล่งกว้าง ต่อให้ลู่หยานจะสามารถอัญเชิญทหารโครงกระดูกออกมาเพื่อใช้ระเบิดศพได้โดยไม่มีคูลดาวน์ เเต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะรั้งพวกมันไว้ไม่ได้

แต่ถ้าเป็นในหุบเขาพยัคฆ์ขาวที่อยู่ข้างหน้าล่ะก็...ต่อให้พวกมันมีปีกก็หนีไม่รอด!

….

เเต่ฉินอู่เหยาที่อยู่ข้างๆกลับงุนงงไปหมด

เจ้าลู่หยานนี่ แทนที่จะหาทางหนี ทำไมถึงกลับพาคนพวกนี้เข้าไปในหุบเขาพยัคฆ์ขาวด้วยตัวเองล่ะ…เมื่อเข้าไปในนั้นแล้ว มันก็คือทางตันของจริงเลยนะ!

ด้วยความกลัว เธอจึงขยับเข้าไปชิดลู่หยาน ใช้สองมือเกาะแขนของเขาไว้แน่น ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเริ่มซีดเผือด

แม้เธอจะฉลาดมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะเติบโตมาในย่านคนรวยในเมืองมาตลอด เเถมเพิ่งจะปลุกพลังได้เมื่อวาน วันนี้ก็ต้องออกมาเผชิญโลกภายนอกที่แสนอันตราย แถมยังต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่จวนเจียนจะถึงฆาตแบบนี้อีก

ลู่หยานสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของฉินอู่เหยา เขาจึงตบเบาๆที่มือเล็กๆ อันเย็นเฉียบของเธอ ก่อนจะก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังหุบเขาพยัคฆ์ขาว

ตลอดทาง ชายทั้งสามคนขนาบอยู่ซ้ายขวา ส่วนอีกคนก็เดินตามอยู่ข้างหลัง…เมื่อเจอกับ ผีเสื้อราชันย์มายา พวกมันก็ถูกทั้งสามคนสังหารได้ในพริบตา

“พวกพี่สามคนนี่โจมตีแรงสุดๆไปเลยนะครับ ขนาดผีเสื้อราชันย์มายายังฆ่าได้ในดาบเดียว คงจะมีเลเวลสูงมากเลยสิ?” ลู่หยานเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ก็แหงสิ! พวกเราทั้งสามคนเป็นนักฆ่าเลเวล 18 กันหมดแล้ว แค่ผีเสื้อราชันย์มายาเลเวล 13 กระจอกๆน่ะ อยู่ต่อหน้าพวกเราก็มีแต่โดนฆ่าในทีเดียวเท่านั้นแหละ” ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบกลับมาด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ

“เลเวล 18 งั้นเหรอ...” ลู่หยานพึมพำกับตัวเองในใจ

ในขณะเดียวกัน ความมั่นใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม!

ช่องว่างระหว่างเลเวลไม่ได้ห่างกันมากนัก...จัดการพวกมันได้แน่!

ตรงกันข้ามกับฉินอู่เหยาที่พอได้ยินเลเวลของทั้งสามคน หัวใจของเธอก็พลันดิ่งวูบลงอีกครั้ง

นักฆ่าเลเวล 18 ถึงสามคน การจะฆ่าผู้เล่นมือใหม่เลเวล 5 กับเลเวล 8…มันช่างง่ายดายเกินไปแล้ว!

หุบเขาพยัคฆ์ขาวนั้นทั้งลึกและแคบ อีกทั้งยังคดเคี้ยวไปมา สามารถเดินได้แค่ด้านหน้า ด้านหลัง ซ้ายและขวาเท่านั้น ไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้

ภายในหุบเขามี พยัคฆ์เพลิง เลเวล 15 เดินเตร็ดเตร่อยู่

รูปร่างของมันไม่ใหญ่นัก แต่ที่หางมีเปลวไฟลุกโชนเป็นเอกลักษณ์ ขนทั่วทั้งตัวเป็นลายสีเหลืองสลับขาว โดยมีลายสีขาวเป็นส่วนใหญ่ และนี่ก็คือที่มาของชื่อ "หุบเขาพยัคฆ์ขาว"

ลู่หยานเดินลึกเข้าไปอีกระยะหนึ่ง พยัคฆ์เพลิงที่เจอระหว่างทางก็ถูกนักฆ่าหนุ่มทั้งสามคนจัดการจนหมด

ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเจอกับพยัคฆ์เพลิงเลเวล 15 พวกเขากลับไม่สามารถสังหารมันได้ในครั้งเดียวอีกต่อไป แต่ต้องโจมตีสักสองสามครั้งพร้อมกับใช้สกิลเข้าช่วยถึงจะกำจัดมันลงได้

เรื่องนี้เองก็ทำให้ลู่หยานประเมินอุปกรณ์สวมใส่และความสามารถโดยรวมของทั้งสามคนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ถึงหรือยัง? ตำแหน่งที่แน่ชัดมันอยู่ตรงไหนกันแน่?” ชายทั้งสามเร่งเร้าอย่างร้อนรน

“ทางนี้ครับ เข้าไปก็ถึงแล้ว” ลู่หยานชี้ไปยังทางแยกด้านขวา

ทางแยกสายนี้สั้นมาก มีความยาวเพียงแค่ยี่สิบกว่าเมตร แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ปลายทางเป็นทางตัน

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฆ่าชิงทรัพย์อย่างแท้จริง!

“อยู่ในนี้เองเหรอ?” แววตาของทั้งสามคนเป็นประกายขึ้นมาทันที

เจอตำแหน่งแล้ว ก็ได้เวลาลงมือฆ่าคนเสียที!

พอฆ่าคนเสร็จ รวบรวมของเรียบร้อย พวกเขาก็จะเปิดทางเข้าของพันธสัญญาแห่งรอยแยกแล้วเข้าไปฟาร์มของต่ออีกรอบ...มันช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ!

ชายทั้งสามคนเดินเข้าไปในทางแยกนั้นพร้อมกันอย่างไม่ลังเล ทำเอาลู่หยานถึงกับประหลาดใจ

เดิมทีเขายังคิดอยู่เลยว่าจะทำอย่างไรให้พวกมันยอมเดินเข้าไปก่อน แต่พวกมันกลับกระตือรือร้นเสียเอง คงเป็นเพราะคิดว่าด้านหลังในหุบเขาพยัคฆ์ขาวมีพยัคฆ์เพลิงเกิดใหม่ขึ้นมาอีกเพียบ ต่อให้ลู่หยานกับฉินอู่เหยาคิดจะหนีก็คงหนีไม่พ้น พวกมันถึงได้วางใจขนาดนี้

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เรื่องก็ง่ายแล้ว

ลู่หยานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายกคทาในมือขึ้นทันที

ฟุ่บ!

กลุ่มควันสีดำสองสายพวยพุ่งออกมา ก่อนจะก่อตัวเป็นทหารโครงกระดูกสองตน

การกระทำนี้ทำให้ชายทั้งสามตกใจเล็กน้อย ส่วนฉินอู่เหยาก็ถึงกับอึ้งไปเช่นกัน

“นี่มันหมายความว่าไงวะ ไอ้หนู? ก่อนจะตาย ยังคิดจะลองดีกับพวกเราอีกงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะลั่นพลางมองไปยังทหารโครงกระดูกสองตนนั้น

ทหารโครงกระดูกที่ถูกอัญเชิญโดยลู่หยานซึ่งมีเลเวลเพียง 8 นั้น มีค่าสถานะแค่ครึ่งหนึ่งของตัวลู่หยานเองเท่านั้น…สำหรับพวกเขาน่ะ แค่สะบัดมือก็จัดการได้แล้ว!

ชายหนุ่มอีกสองคนก็มองมาที่ลู่หยานด้วยความขบขันเช่นกัน

“ก็ทำนองนั้นแหละครับ แต่ไม่ใช่แค่ลองดีนะ... ผมตั้งใจจะฆ่าพวกพี่ที่นี่เลยต่างหาก” ลู่หยานตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา

พอคำพูดนี้หลุดออกจากปาก ทั้งสามคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

แม้แต่ฉินอู่เหยาเองก็ยังคิดว่าลู่หยานคงจะสิ้นหวังจนเสียสติไปแล้วแน่ๆ

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้หนู นี่แกไม่ได้ตั้งใจเรียนหนังสือมาหรือไง?”

“รู้บ้างไหมว่าความแตกต่างของเลเวลในหมู่ผู้ปลุกพลังอาชีพมันมหาศาลขนาดไหน?”

“แค่แกเนี่ยนะ จะฆ่าพวกเราสามคน? ฮ่าๆๆ...”

ลู่หยานไม่สนใจเสียงเยาะเย้ยของทั้งสามคน

เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งจูงฉินอู่เหยาให้ถอยหลังไปสองสามก้าว

ส่วนมืออีกข้างก็กวัดแกว่งคทาในมือ ก่อนจะกระแทกลงบนพื้นดินอย่างแรง

อัญเชิญเหล่าอันเดดอีกครั้ง!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 11 : หาเรื่องตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว