เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48: ความโกรธกริ้วของลีแชริน

ตอนที่ 48: ความโกรธกริ้วของลีแชริน

ตอนที่ 48: ความโกรธกริ้วของลีแชริน


ตอนที่ 48: ความโกรธกริ้วของลีแชริน

“ให้เขาเข้ามา ผู้ช่วยสเลจน์”

ลีแชรินที่รอคอยคังชอลอินมาตลอดและต้องการพบเจอกับเขาจบแทบแย่

“มาแล้วหรือ คังชอลอิน”

สำหรับนางที่กำลังถูกโจมตีโดยราชันย์ที่เป็นพันธมิตรจากทั้งสองด้านของดินแดนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อกำลังจะได้เห็นหน้าของคังชอลอินที่กำลังเดินเข้ามา

อย่างไรก็ตาม...ได้มีใครบางคนทำให้ความสุขนั้นของนางจางหายไป

“ท่านหญิง เหตุใดท่านถึงปล่อยให้คนที่ไม่ปรากฏชื่อเข้ามายังดินแดนของเราได้ง่ายเช่นนี้”

นั่นก็คือผู้ช่วยส่วนตัวของนาง

“ข้าจะขอไปพบกับเขาผู้นั้นก่อนแล้วข้าจะตัดสินใจเองว่าเขาเหมาะสมที่จะได้พบกับท่านหญิงหรือไม่ โปรดรออยู่ที่นี่ก่อนเถิดขอรับ”

แม้เขาจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของลีแชรินทว่าเขากลับไม่มีท่าทีแสดงความเคารพต่อนางเลยแม้แต่น้อย

เหตุผลนั้นซับซ้อนอย่างมาก

ประการแรก พวกแคระเป็นพวกรังเกียจผู้หญิงและเชื่อว่าบุรุษนั้นยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งกว่าสตรี พวกเขามีบุคลิกที่ทั้งแข็งแกร่งและภาคภูมิใจอย่างมากซึ่งต่อให้แม้สตรีจะขึ้นมาเป็นผู้ปกครองก็ไม่อาจทำให้พวกเขายินยอมทำตามคำสั่ง

ดังนั้นสำหรับลีแชรินที่เลือกดินแดนนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วนั้นคือหายนะสำหรับนางโดยแท้จริง

ประการที่สอง ลีแชรินไร้ซึ่งสง่าร่าศีใด ๆ

ประการที่สาม สำหรับคนแคระแล้วภูเขานีด้าเวลเลียร์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และถึงแม้ราชันย์ของพวกเขาจะไม่เห็นด้วยที่จะเอามันกลับคืนมาแต่พวกเขาก็ไม่ยอมฟัง

คนแคระที่นี่คิดเพียงแต่จะเอามันกลับคืนมาให้จงได้

ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การเย้ยหยันจากกลุ่มคนแคระและการทำร้ายราชันย์ของตนเองซึ่งก่อให้เกิดการพิบัติ

“เจ้ากล้าดี…” ลีแชรินคิดขณะที่นางเริ่มรู้สึกถึงความเดือดดาลที่เกิดขึ้นในจิตใจ

จากจุดเริ่มต้นของการอัญเชิญครั้งใหญ่ นางเต็มไปด้วยความสับสนตั้งแต่ต้นมาโดยตลอด ความรู้สึกที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดของนางเป็นดั่งแรงระเบิดจากภูเขาไฟที่เพียงรอคอยเวลาเพื่อการปะทุครั้งใหญ่

ไม่เพียงเท่านั้นแต่เมื่อได้ยินการใช้ชีวิตในฐานะราชันย์ของคังชอลอินด้วยแล้ว นางรู้สึกถูกหยามเกียรติและสะอิดสะเอียนกับการกระทำของสเลจน์ผู้ช่วยส่วนตัวของนางเป็นอย่างมาก

“ใจเย็น ๆ” ลีแชรินกระตุ้นตัวเองให้รู้สึกถึงความสงบก่อนจะกระทำการรุนแรงใด ๆ ต่อผู้ช่วยส่วนตัว

ผู้ช่วยสเลจน์ใกล้จะก่อการกบฏเพื่อต่อต้านนางอย่างเต็มทนเพื่อดินแดนของโดราโด้ หากความโกรธแค้นของนางในตอนนี้เกิดการปะทุ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขาไม่คิดจะลุกขึ้นมาสู้กับนางที่แม้จะเป็นราชันย์ของดินแดนแห่งนี้ก็ตาม

“ผู้ช่วยสเลจน์” ลีแชรินพูดขณะปิดตาด้วยความเหนื่อย

“เชิญพูด” สเลจน์ตอบโต้ด้วยลักษณะที่ไม่สุภาพ

“คนที่อยู่ที่นี่คือคนที่ข้ารู้จักจากบ้านเกิดที่ข้าจากมา เขาไม่ใช่คนน่าสงสัย ปล่อยให้เขาเข้ามาได้”

“ท่านหญิงแน่ใจหรือ?”

“ใช่”

“แล้วข้าจะไว้วางใจในสิ่งที่ท่านหญิงพูดได้อย่างไร?”

“....!”

ขณะนั้นเองลีแชรินรู้สึกว่าเลือดทั้งหมดในร่างกายของนางได้พุ่งตัวทะลุเดือดและรู้สึกว่าหัวของนางกำลังจะระเบิดออกจากบันดาลโทสะที่ได้รับ

เดิมทีลีแชรินนั้นเป็นบุคคลที่อ่อนโยนอย่างมาก หากนางสามารถเป็นคลั่งได้เพราะสเลจน์ ใครต่างก็ต้องมองออกถึงทัศนคติแย่ที่เขาที่ต่อนางว่ามันช่างแย่เพียงใด

“ฟู่วว…” นางพ่นเสียงลมหายใจมาเสียงดัง

“ผู้ช่วยส่วนตัว”

“ขอรับ?”

“ข้าไม่มีสิทธิ์ได้พบกับสหายข้าเลยหรืออย่างไร?”

“แน่นอนว่าท่านมีสิทธิ์ แต่เพราะท่านหญิงไม่คิดนำนีด้าเวลเลียร์กลับคืนมา ใครจะสามารถบอกได้ว่าท่านไม่ได้คิดนำกำลังจากภายนอกเข้ามาเพื่อเข่นฆ่าพวกเรา?”

ราวกับว่าเขาไม่เคยคิดว่านางคือราชันย์ หากแต่คิดอยู่เสมอว่านางคือศัตรู

“เจ้ารู้วิธีนับหนึ่งแต่ไม่เคยไปถึงสอง” (เป็นสำนวนภาษาเกาหลีที่หมายถึงความงี่เง่า)

นางพยายามอดทนจนถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาดึงมีดหรือหอกปักไปที่หัวของเขา

“เฮ้อ … นี่ท่านคิดจะสั่งสอนข้าหรืออย่างไร?”

“ข้าไม่ได้จะพยายามสั่งสอนอะไรเจ้าทั้งนั้น ผู้ช่วยสเลจน์ หากไม่มีข้าเจ้าคงไม่สามารถเข้าถึงคลังราชันย์เช่นนี้ได้ เช่นนั้นเจ้าก็คงไม่มีทางได้นีด้าเวลเลียร์กลับคืน”

“…”

“ถ้าเจ้ายังไม่ยอมปล่อยให้เขาเข้ามา ข้าจะไม่ส่งทหารอีกต่อไป”

นี่คือสิ่งสุดท้าย ไพ่ที่จะทำให้ชนะคนอื่นที่แชรินสามารถลงวางได้

แม้พวกเขาจะไม่เคารพนาง แต่ความจริงที่ว่านางเป็นราชันย์และเจ้าของสิทธิ์ดินแดนด้วยแกนวิญญาณที่นางมีนั้นก็ยังเป็นความจริง

สร้อยคอทองคำที่นางใส่อยู่ตอนนี้คือแกนวิญญาณสำหรับดินแดน แม้แต่ผู้ช่วยก็ไม่สามารถพรากมันไปจากนางได้

“ฮ่า ๆ ๆ ตอนนี้ถึงกลับต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมกันแล้วหรือ ทั้งท่านและข้า?” สเลจน์หัวเราะราวกับว่านางกำลังพูดอะไรที่ไร้สาระ

“ท่านหญิง หากท่านหญิงทำเช่นนั้น ข้าก็ยังมีอีกวิธี”

“หากเจ้าไม่ต้องการทำเช่นนั้นก็จงปล่อยเขาเข้ามา ก่อนที่ข้าจะนำแกนวิญญาณนี้กลับไปพร้อมกับข้ายังโลกอีกฝั่ง”

“หึ ๆ …”

นางสามารถเอาชนะในบทสนทนานี้ได้ ทว่าคำพูดสุดท้ายของสเลจน์ก่อนที่จะจากไปทำให้ใจของนางสะเทือนเป็นอย่างมาก

“ขอรับ ข้าจะเชื่อฟัง”ผู้นำ“ที่ยอดเยี่ยมของพวกเรา ท้ายที่สุดแล้วท่านจะทำอะไรกับชายเพียงคนเดียวได้? ฮ่า ๆ เราจะปล่อยให้เขาเข้ามาเมื่อไหร่ยังไงก็ได้ขอรับ”

“....!”

เพียงคนเดียว ประโยคที่ทำให้จิตใจของนางสั่นไหว ครั้งก่อนที่คังชอลอินบอกว่าเขาไม่คิดที่จะเสริมกำลังทัพให้แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้ามาคนเดียวเช่นนี้

‘ชอลอิน เจ้าคิดที่จะทำอะไรกันแน่?’

หลังจากได้ทำข้อตกลงร่วมกัน ลีแชรินไม่อาจรู้ได้จริง ๆ ว่าเขาคิดจะทำอะไร นางเพียงแค่อยากพบเขาโดยเร็วที่สุดเพียงเท่านั้น

จากนั้นก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องโถงราชันย์

“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

ชายคนหนึ่งที่มีโซ่แขวนอยู่ตรงเข็มขัดปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้ม ไม่ใช่ เขาไม่ใช่คังชอลอิน

“.....”

เมื่อชายคนนั้นมองมาเห็นสายตาของนางที่กำลังเบิกกว้างเขาจึงรีบส่งสัญญาณอย่าให้นางทำเหมือนตกใจที่พบกัน จากนั้นนางก็ตระหนักได้ว่าชายผู้นี้คือโพดอลส์กี้ที่คังชอลอินส่งมา

“อา...แชริน การได้พบเจอกับเจ้าในสถานที่ที่ต่างไปเช่นนี้ของเรายิ่งชวนให้น่าประหลาดใจนัก เนื่องจากเราไม่ได้พบเจอกันมานาน ข้าจะขอจุมพิตเจ้าด้วยความคิดถึงจะได้หรือไม่?”

“จ จุมพิตรึ?!”

“ฮ่า ๆ เจ้านี่ช่างน่ารักเสียจริง ยังเขินอายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน”

โพดอลส์กี้ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขขณะเดินเข้าไปใกล้นาง จากนั้น...เขาก็จูบเบา ๆ ลงที่แก้มทั้งสองของนาง

มันคือการ “จูบทักทาย” ที่หลายคนทำในประเทศตะวันตกบนโลกอีกฝั่ง

[สารจากราชันย์คังชอลอินนะขอรับ]

โพดอลส์กี้กระซิบบอกกับลีแชรินโดยไม่ขยับริมฝีปาก มันเป็นทักษะที่ยากมากที่จะเชี่ยวชาญได้

[ตอนนี้นายท่านอยู่ในดินแดนของท่านแล้ว]

นางแปลกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินเช่นนี้

[อย่าแสดงตัวให้เป็นที่น่าสงสัย นายท่านส่งข้ามาที่นี่เพื่อให้ท่านปลอดภัย]

หลังจากส่งต่อสารของคังชอลอินเสร็จเขาก็เลื่อนมือไปวางไว้บนไหล่ทั้งสองข้างของนางแล้วพูดขณะหัวเราะ

“ฮ่า ๆ ๆ กลิ่มหอมจากตัวเจ้ายังคงรัญจวนอีกเช่นเคย จะทำเช่นไรดี ตอนนี้ข้าคงไม่สามารถหยุดจูบเจ้าได้แล้วล่ะสิ”

และในขณะที่เขาพูดแบบนั้น เขาก็เอนกายลงไปอีกครั้งเพื่อจูบแก้มของนางและพูดว่า

[คืนนี้นายท่านจะมาพบกับท่านเป็นการส่วนตัวนะขอรับ]

ในที่สุดลีแชรินก็โล่งใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

.

.

.

ประมาณแปดชั่วโมงก่อน

“หืม...นักผจญภัยงั้นหรือ?”

ใกล้กับดินแดนโดราโด้ มีนักผจญภัยประมาณสามสิบคนคนกำลังทำการตรวจสอบอากรที่ได้รับ

“ใช่”

ผู้ชายที่พูดตอบรับมานั้นมีความสูงประมาณ 190 ซม. เขามีหนวดเคราขนาดใหญ่และมีศีรษะล้าน เขามีร่างกายที่มีขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบิลลี่ที่เคยเข้าร่วมในการออกตามล่าพิชิตมังกรพีคอค หนึ่งในทีม “ผู้พิชิต” เมื่อคราวก่อน

“แล้วเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

คนแคระที่เป็นผู้ตรวจสอบมองดูเขาด้วยควาไม่ไว้วางใจพร้อมด้วยการแสดงออกที่บ่งบอกถึงความอึดอัด

“ข้าเห็นจากใบประกาศงาน ดูเหมือนว่าราชันย์ที่นี่กำลังเปิดรับนักผจญภัยเพื่อให้มาต่อสู้เพื่อท่านในศึกสงคราม”

“โอ้ เช่นนั้นเจ้าก็คือทหารรับจ้างอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่”

“ทองคำสองแท่งต่อวัน เจ้าจะต้องอยู่แต่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับพวกเจ้าเท่านั้น เข้าใจหรือไม่?”

“ทำไมต้องเป็นที่นั่นด้วย? ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าราชันย์ที่ว่าจ้างพวกเราคือใคร”

“นั่นไม่เกี่ยวกับงาน” คนแคระตะโกนตอบ

“ราชันย์ของพวกข้าไม่คิดที่จะพบปะกับคนเช่นพวกเจ้า หากเจ้าต้องการทำงานที่นี่ก็จงทำตามกฎที่กำหนด ถ้าไม่เช่นนั้นก็จงออกไป!”

หลังจากได้รับการปฏิบัติที่โหดร้ายจากเขา นักผจญภัยต่างพากันรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

“ไม่มีเหตุผลให้ต้องโกรธเคืองขนาดนั้นสักหน่อย” บิลลี่กล่าวกับนักผจญภัยคนอื่นพลางเกาหัวล้าน ๆ ของเขา

“เอาล่ะ สิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับพวกเราจริง ๆ คือเงิน ตกลง เราจะยอมอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นอย่างดี”

“ดี” คนแคระที่เป็นผู้ตรวจสอบพยักหน้าและหลังจากกล่าวคำเตือนพวกเขาอีกสองสามอย่างเสร็จก็ยอมปล่อยให้พวกเขาเข้าไป

“เฮ้ย พวกเจ้า มาทางนี้สิ”

นักรบคนแคระเรียกให้พวกเขาเดินไปหาและพาพวกเขาไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล มันเป็นสถานที่เล็ก ๆ ที่มีพื้นที่อยู่อย่างจำกัด

“หัวหน้า” บิลลี่กระซิบกับชายที่อยู่ด้านข้างซึ่งก็คือคังชอลอิน “ไอ้พวกคนแคระนั่นก็ดูช่างไม่มิตรนัก วิธีการที่พวกเขามองพวกเราก็ช่างน่าอึดอัดใจจริง ๆ หากเป็นเช่นนี้ นั่นก็หมายความว่าอำนาจของท่านลีแชรินที่นี่ต้องย่ำแย่เป็นอย่างมาก”

“ที่นี่ช่างแปลกมาก มันแตกต่างไปจากดินแดนของท่านโดยสิ้นเชิง

ข้อมูลเชิงลึกของบิลลี่เป็นจุดสำคัญ

“เจ้าพูดถูก”

“ตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ”

“เช่นนั้นเราจะทำให้มันเป็นเรื่องง่าย”

“แน่นอน ไม่มีสิ่งใดที่ท่านผู้นำของเราทำไม่ได้”

หลังจากการตามล่ามังกรพีคอคเมื่อครั้งก่อน บิลลี่ได้ตะลึงไปกับความแข็งแกร่งของคังชอลอิน นับตั้งแต่นั้นมา บิลลี่ก็มองคังชอลอินด้วยความเชื่อมั่นและชื่นชมอย่างล้นเปี่ยม

“เอาล่ะ พวกเจ้าทุกคนจงเงียบก่อน ข้าจะขอคิดอะไรสักหน่อย”

“ขอรับ”

บิลลี่ส่งสัญญาณให้คนอื่นอยู่กันเงียบ ๆ ในทันที

โดราโด้เป็นดินแดนที่ยอดเยี่ยมมากแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคงไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว

ความตึงเครียดลอยแผ่กระจายอยู่ทั่วทุกอณูในอากาศ

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นทหารรับจ้างแต่วิธีการที่คนแคระปฏิบัติต่อพวกเขานั้นก็แทบจะไม่เข้าค่ายกับคำว่ายอมรับแต่อย่างใด

แม้พวกเขาจะได้เงินมาใช้ แต่บทบาทของทหารรับจ้างก็คือการต่อสู้กับศัตรู แต่ความจริงที่ว่าคนแคระพวกนี้กำลังพยายามทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถพบกับบุคคลที่ว่าจ้างพวกเขาได้นั้นช่างไร้สาระสิ้นดี

‘พวกนี้กำลังกลัวว่านางจะได้รับอำนาจจากการผูกพันธมิตรกับนักผจญภัย ช่างไร้สาระดีจริง ๆ’

คังชอลอินรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของลีแชรินหากแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน

มันเป็นโชคไม่ดีตั้งแต่แรกที่มีผู้หญิงเข้ามาปกครองดินแดนของคนแคระเช่นนี้ และสำหรับคนที่ทั้งไร้เดียงสาและจิตใจดีอย่างลีแชรินด้วยแล้วก็เห็นได้ชัดว่านางคงไม่คิดต่อสู้หรือข่มขู่คนแคระแต่อย่างใด

แน่นอนว่าถ้าเป็นเขา เขาคงใช้เวลาไม่นานเพื่อเอาชนะความหยาบคาบของคนแคระที่คิดดูหมิ่นราชันย์และแสดงให้พวกเขาเห็นตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน แต่สำหรับคนอย่างลีแชรินแล้วการทำแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เขาสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมนางถึงต้องการความช่วยเหลือจากเขามากถึงเพียงนี้

“ถ้าข้ามาที่นี่พร้อมกับกองทัพก็ยิ่งเป็นการดูหมิ่นนางมากยิ่งขึ้น มันเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ ที่คิดพานักผจญภัยกลุ่มนี้มาที่นี่แทน” เขาคิด

ผู้นำที่พยายามนำกำลังมาจากภายนอกจะไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป และตอนจบพวกเขานั้นจะน่าเศร้าใจเป็นอย่างมาก

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ข้อตกลงได้ระบุไว้อย่างชัดเจนด้วยว่าเขาจะช่วยให้แชรินพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้และไม่สร้างความเป็นผู้นำที่ควบคุมโดยกองกำลังจากภายนอก

‘ตอนนี้การกวาดล้างกองกำลังท้องถิ่นมีความสำคัญยิ่งกว่า เราต้องการอำนาจเพื่อควบคุม’

อย่างที่คาดไว้สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญมาก่อน คังชอลอินสามารถเห็นสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกได้

เขาจำเป็นต้องสร้างความสงบในกองทัพของพวกเขาให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อนคิดจะไปต่อสู้กับคนอื่น

ไม่มีทางที่สงครามจะดำเนินไปได้ด้วยดีหากยังมีข้อพิพาทภายในเกิดขึ้นไม่รู้จบ

คังชอลอินกำลังเฝ้ารออย่างช้า ๆ เพื่อให้ค่ำคืนได้มาถึงในที่สุด เมื่อนั้นเขาจะสามารถสนทนากับแชรินได้

และในตอนนั้นเองที่เขาเหมือนจะได้กลิ่นสาบเลือดจากดาบสั้นสองเล่มที่ประดับอยู่บนเข็มขัดของตัวเองลอยคลุ้งออกมา

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 48: ความโกรธกริ้วของลีแชริน

คัดลอกลิงก์แล้ว