เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47: ควักจองยังไม่ตาย

ตอนที่ 47: ควักจองยังไม่ตาย

ตอนที่ 47: ควักจองยังไม่ตาย


ตอนที่ 47: ควักจองยังไม่ตาย

ภายหลังได้ยินชื่อของชายตรงหน้าที่บอกว่าชื่อควักจอง ใบหน้าของคังชอลอินก็หยุดนิ่งและแข็งทื่อไปราวกับก้อนหิน

“เสือดำ…คือควักจอง?”

คังชอลอินรีบตรวจสอบสี่สิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับควักจองกับผู้ชายคนนี้ในทันที

หนึ่งสูบบุหรี่จัด สองเป็นนักผจญภัย สามชื่อควักจอง และถ้าหากผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้มีอายุ 35 ปีจริง นั่นจะหมายความว่าชายคนนี้คือควักจองที่เขากำลังตามหา

เมื่อคิดว่าชายคนนี้เป็นควักของที่พยายามตามหามาตลอดหลายเดือนแต่กลับมาปรากฏอยู่ต่อหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้แล้ว มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนได้เชื่อมโชคชะตาระหว่างเขาและควักจองให้มาพบเจอกันจนได้ในที่สุด

“ไม่มีทาง”

คังชอลอินพยายามคิดถึงความเป็นไปได้ที่ชายตรงหน้าเขาคนนี้จะเป็นควักจองที่เขาตามหาอยู่จริง ๆ

สิ่งอื่นใด ภาพของนักวิชาการและทหารดูไม่เข้ากับสภาพนักเลงที่ชายคนนี้กำลังเป็นอยู่โดยสิ้นเชิง

มันเหมือนกับว่าเขาเป็นความตรงข้ามกับลีกงมยองไปแบบสุดขั้ว

ที่ผู้คนทั่วไปมักเรียกลีกงมยองว่าอัจฉริยะนั้นเพราะเขาสามารถได้รับทุนการศึกษาอันทรงเกียรติเพื่อเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ด นั่นคือวิธีแสดงความฉลาดของเขา

ลีกงมยองไม่ได้ถูกยอมรับแค่เพียงความฉลาดเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงภาพลักษณ์ประจำตัวที่หลายคนพากันบอกว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ดีของความสุภาพและอ่อนโยนเช่นเดียวกับความสามารถในการสงบสติอารมณ์และความใจเย็นได้กับทุกสถานการณ์

แต่สำหรับคนนี้…นักเลง?

ควักจองที่มีความฉลาดตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างลีกงมยองเป็นนักเลง? ที่มาพร้อมกับชื่อเล่นที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยจะตลกเท่าไหร่อย่างเสือดำ?

‘ไม่หรอก เป็นไปไม่ได้’

คังชอลอินส่ายหน้าไม่ยอมรับ

จากจำนวนประชากรทั้งหมด 51 ล้านคน คนเกาหลีที่ชื่อควักจองและอายุ 35 ปียังต้องมีอยู่ที่อื่นที่ไหนอีกสักแห่ง

ดูชิกได้ทำการตรวจสอบแค่รอบ ๆ โซลเท่านั้น หากออกค้นหาที่อื่นจะต้องมีคนที่ชื่อควักจองและอายุ 35 ปีอยู่อีกแน่นอน

“ควักจองงั้นเหรอ? หึ ปีนี้นายอายุเท่าไหร่?”

คังชอลอินแค่ลองถามเผื่อ

“หืมม...หยาบคายกันจัง”

เสือดำมองจ้องกลับมาที่คังชอลอินด้วยสายตาที่เหม็นสาบ

“ถึงจะมองฉันแบบนั้นแต่ฉันก็อยู่ในวัยสามสิบกลาง ๆ นายก็น่าจะรู้นี่ว่าการจะคุยกับผู้ที่มีอายุมากกว่าน่ะ ห้ามทำตัวไร้สุภาพนะ”

อายุของคังชอลอินเพียงยี่สิบปลาย ๆ ตามความคิดเห็นของเสือดำ แน่นอนว่าเขาจะต้องแก่กว่าคังชอลอินและมันก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น

“แต่...ไม่ว่านายจะอายุเท่าไหร่ แต่การที่นายนั่งพูดกับฉันที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้แบบนั้นมันดูไม่ค่อยเข้าทีเท่าไหร่เลยนะ ว่าไหม? ทั้ง ๆ ที่นายอ่อนดูกว่าฉันอย่างแน่นอน”

“นี่...เสือดำ” คังชอลอินเงยหน้าขึ้น

“บอกอายุนายมาทีสิ”

คังชอลอินถามพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทำงานของดูชิก

“……!”

คังชอลอินที่มีความสูง 184 ซม.เริ่มมองลงไปที่ควักจองที่มีความสูงอยู่แค่เพียง 170 ซม. กลาง ๆ มันเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกถูกมองอย่างดูหมิ่น

“ฟู่ววว”

กลุ่มควันบุหรี่จากปากของควักจองปกคลุมจนทั่วใบหน้าของคังชอลอิน

“ฟังนะ ไอ้ความหยิ่งทะนง...”

แต่ในขณะที่เขากำลังพูดนั้น....

ปั้ง!

คังชอลอินพลิกโต๊ะจนคว่ำแล้ววิ่งไปอยู่ประชิดตัวควักจองในทันใด

แคร่ก! แคร่ก!

โต๊ะสำนักงานขนาดใหญ่ถูกทุบจนเป็นเศษซากที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งสำนักงาน

“อึ่ก…”

“เสือดำ” ควักจองเองก็เกือบจะถูกบดขยี้ด้วยแรงกระแทก เขาคว้าข้อมือของตัวเองมากอบกุมและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ข้อมือของควักจองเต็มไปด้วยเศษไม้ที่ทำให้เลือดไหลออกอย่างพรวดพราด

“เสือดำใช่ไหม?”

คังชอลอินเดินก้าวไปข้างหน้า

……!

ทันใดนั้นใบหน้าของควักของก็ขึ้นสีซีดด้วยความหวาดกลัว

‘ใครกัน...ไอ้ตัวประหลาดนี่มันเป็นใครกันแน่!?’

ความกลัวหรือสั่นประหม่าในตอนบุกเข้ามายังสำนักงานของดูชิกที่ไม่มีในตอนแรกได้กลายเป็นความสั่นกลัวที่แทรกซึมไปอยู่ทุกส่วนของร่างกายควักจองตั้งแต่หัวจรดเท้า ตอนนี้เขากำลังรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ราวกับได้เผชิญหน้าอยู่กับสัตว์ประหลาดที่บ้าคลั่ง

“บอก.อา.ยุ.มา”

“แกเป็นใครถึงคิดจะมาดูถูกฉันได้วะ?!”

ควักจองเล็งเป้าเพื่อเตะต่ำเข้าใบหน้าของคังชอลอิน

“…..!”

แต่ผลสุดท้ายเขาก็ทำได้แค่เพียงเตะอัดอากาศ

“เร็วมาก?!”

“เสือดำ” ควักจองที่กำลังตกใจถูกเรียกชื่อขึ้นอีกครั้ง เขาไม่เคยเห็นใครที่จะสามารถหลบการเตะต่ำของเขาด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำขนาดนี้มาก่อน

“เดาว่านายคงจะไม่ฟังกันเลยสินะ ห๊ะ?” คังชอลอินพึมพำในขณะก้าวเข้ามาใกล้เพื่อปิดระยะห่างระหว่างพวกเขา

“…….!”

ควักจองรีบตั้งการ์ดขึ้นทันใดและพยายามที่จะวางระยะห่างระหว่างเขากับคังชอลอิน แต่อย่างไรก็ตาม...

พ้าว!

ความพยายามในการตั้งการ์ดป้องกันของควักจองล้มเหลวเมื่อมือขวาของคังชอลอินสามารถพุ่งทะลุคว้าที่ไหล่ของควักจองได้อย่างง่ายดาย

‘บ้าเอ๊ย เสียท่าจนได้!’

ควักจองคิดเมื่อเขาพลาดจากการควบคุมร่างกายของตัวเอง

ตู้ม!

“อึ่ก…”

เลือดสีแดงสดถูกพ่นออกจากปากของควักจองเพราะแรงกระแทกที่โดนไปถึงด้านใน

“แค่ก ๆ  ๆ!”

พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แม้ตัวเองจะทำลายปอดไปมาก ในตอนนี้ควักจองดูเหมือนคนที่ไม่สามารถจะพูดอะไรได้รู้เรื่อง

“พูดมา”

คังชอลอินตรงเข้าเหยียบส่วนลำคอของควักจองอย่างเยือกเย็นพร้อมออกคำสั่งที่ดูเหมือนจะโกรธจนคลั่ง

“อายุเท่าไหร่?”

ราวกับว่าถ้าควักจองยังไม่ยอมบอกอายุเขามาสักทีเขาจะฆ่าทิ้งซะตอนนี้จริง ๆ

“ไอ้...ไอ้สารเลว แกจะอยากรู้...อายุของฉันไปทำไมนัก...?”

ควักจองสิ้นท่าพลางสมเพชกับตัวเอง มีใครที่คิดจะเอาชีวิตของคนอื่นเพียงเพราะต้องการรู้อายุแบบนี้อีกบ้างกัน? นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบคนที่แปลกประหลาดเช่นนี้

“ฉันยังไม่คิดยอมแพ้แบบนี้หรอกเว้ย!”

ควักจองยังไม่คิดยอมแพ้

“ฮึ ลองดูสิว่าจะยังเก่งกับสิ่งนี้ได้อยู่อีกหรือเปล่า!” เมื่อพูดแบบนั้นจบ ควักจองก็เริ่มแสดงพลังมานาที่เขามีในทันใด

ผลของมานานั้นเป็นมากกว่าการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือพลังงาน มันเป็นสิ่งที่สามารถเอาชนะใครบางคนที่ปกติไม่สามารถใช้มานาได้ มันสามารถพลิกกลับสถานการณ์ได้เกือบทุกประเภท

ชู่ ชู่ ...

ทันทีที่มานาเริ่มหลั่งไหลขึ้นในมือ ควักจองได้เล็กไปที่ข้อเท้าซ้ายของคังชอลอินเพื่อโจมตี

แต่ทว่าคังชอลอินกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว และ...

“คุ่ก!…”

ด้วยความแข็งแกร่งที่ช่างน่าขัน เขาจับปกคอเสื้อของควักจองแล้วพูดอีกครั้ง

“อย่าแม้แต่จะลอง...”

คังชอลอินจับร่างของควักจองและอุ้มเขาเหมือนกับตุ๊กตาเศษผ้า

“ทดสอบ...”

จากนั้นก็โยนควักจองทุ่มลงพื้นไปอย่างแรง

แม้ควักจองจะกรีดร้อง…

“ความอดทน...”

แต่คังชอลอินที่ตอนนี้กำลังเดือดดาลจนเกินทนยังคงมุ่งมั่นเอาชนะเขาต่อไปให้ได้

“ของฉัน”

พ้าว!!

อีกครั้ง…

พ้าว!!

อีกครั้ง…

พ้าว!!

และครั้งสุดท้าย…

“อ๊ากกกกกก!!!”

ควักจองที่ซึ่งกำลังนอนราบอยู่กับพื้นในตอนนี้ตะโกนด้วยความเจ็บปวดอย่างหนัก

มานา?

หากคิดที่จะต่อสู้ก็จงเลือกฝ่ายตรงข้ามอย่างชาญฉลาด แม้เทคนิคมานาที่อ่อนแอเช่นนี้จะสามารถใช้ได้กับคนอย่างดูชิกแต่มันไม่มีทางใช้ได้ผลกับคนอย่างคังชอลอิน

“ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้าย”

คังชอลอินจ้องมองไปที่ควักจองด้วยแสงเยือกเย็นที่ปรากฏอยู่ในสายตา

ถ้าเขายังไม่ตอบ...?

ไม่ว่าจะเป็นควักจองจริง ๆ หรือไม่...เขาก็ไม่คิดปล่อยให้ลิงที่กล้ามาพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเขาต้องรอดชีวิตกลับไป

“อึ่ก… ทะ ทำไม…แกอยากรู้อายุฉันนักวะ…? อั่ก!!”

ควักจองตระหนักได้ในที่สุด การจ้องมองคังชอลอินที่ไร้ซึ่งความลังเลใด ๆ ในดวงตากำลังบอกว่าถ้าเขายังไม่ยอมบอกอายุให้อีกฝ่ายได้รู้อยู่อีก คังชอลอินจะต้องฆ่าเขาอย่างแท้จริง

“สามสิบ...สามสิบห้า!!”

ควักจองขอยอมแพ้

“สามสิบห้า... ห๊า? แว่นแคว้นแดนใดบนแพนเจียที่นายกำลังทำงานอยู่?”

“ฉัน…”

ควักจองอ้าปากเตรียมที่จะพูดอย่างหมดแรง

“ตะวันออก…ส่วนหนึ่งของ….ลามาคอส...แค่ก ๆ”

ด้วยการไอในครั้งนี้ เลือดสดมากมายถูกพ้นกระจายออกมาจากปากของเขา

“ห๊ะ... เอ่อ?!”

ควักจองไม่สามารถประคองสติของตัวเองไว้ได้อีกต่อไปและล้มลงไปกับพื้นโดยไม่รู้ตัวในที่สุด

อย่างไรก็ตามคังชอลอินไม่คิดสนใจอาการของควักจองที่กำลังเป็นอยู่นี้เลยแม้แต่น้อย

“ควักจอง สูบบุหรี่ อายุ 35 เป็นนักผจญภัย”

ทุกสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับควักจองมีความเกี่ยวข้องกับชายคนที่เป็นลมอยู่ตรงหน้าเขานี้อย่างสมบูรณ์แบบ และเขาก็กำลังตื่นเต้นกับสิ่งนี้อย่างมาก

“… เขตตะวันออก ราชันย์แห่งลามาคอส ควักจอง นักยุทธศาตร์ของควอทโตร … โอ้พระเจ้า แม่* ให้ตายเถอะ”

เมื่อความคิดดังกล่าวจบลง คังชอลอินก็เดินเข้าหาควักจองอย่างรวดเร็ว

“ดูชิก” คังชอลอินส่งเสียงเรียก

“อึ่ก...ค ครับบอส?”

“นายทำได้ดีมาก”

“…….?”

“ไอ้เวรนี่น่าจะเป็นควักจองที่ฉันกำลังตามหา ไม่สิ มันมีโอกาสสูงมากที่จะใช่เลยต่างหาก”

“……!”

แม้ดูชิกจะประหลาดใจและรู้สึกมึนงง แต่คังชอลอินก็ไม่ได้สนใจอะไร เขากดสายเพื่อโทรออกหาชายชราควอนขึ้นมาแทน

[ว่าไง? เนื้อนั่นมันเยี่ยมไปเลยจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ พลังของฉันในตอนนี้น่ะสุดยอดมากเลยล่ะ... คิ ๆ ๆ]

“ฉันมีเรื่องจะขอร้องอีกอย่าง”

[ห๊า?]

“ฉันเพิ่งทำร้ายคนไป มีวิธีไหนบ้างไหมที่ฉันจะสามารถรักษาเขาได้บ้าง?”

[เฮ้อ… เธอเพิ่งจากไปได้ไม่นานแต่กลับไปเอาชนะคนที่น่าสงสารมาอีกแล้วงั้นเหรอ? เธอนี่ช่างมีบุคลิกไม่เหมือนใครซะจริง ๆ แต่จะรักษาเขา? ทำไมเธอไม่ให้ยาที่เธอมีให้เขากินไปซะล่ะ? ฉันว่ามันน่าจะมีประสิทธิภาพกับรอยฟกช้ำพวกนั้นอยู่นะ]

“มันไม่ใช่แค่รอยฟกช้ำ ฉันต้องการตรวจสอบที่แม่นยำด้วยว่าเขาเป็นมะเร็งปอดหรือไม่”

[มะเร็งปอด?] น้ำเสียงจากปลายสายอีกด้านหนึ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หลังจากต่อสู้จนเอาชนะใครคนนั้นมาได้แต่คังชอลอิลกลับต้องการรักษาเขาอย่างเต็มรูปแบบอย่างนั้นหรือ? นี่เขากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?

“ฉันต้องการโรงพยาบาลที่เขาสามารถเข้ารับการรักษาและตรวจสุขภาพได้ เขาจำเป็นต้องถูกขังตัวให้ดีเพื่อไม่ให้ขยับไปไหนได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน”

หากคน ๆ นี้เป็นควักจองที่คังชอลอินกำลังตามหาอยู่จริง ๆ เขาควรจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของโรคมะเร็งหรือที่เรียกว่าขั้นแรก อย่างไรก็ตามเขาต้องการหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้

[อืม…ฉันเองก็มีโรงพยาบาลที่มีความสัมพันธ์อยู่เหมือนกัน เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่เราสามารถแยกเขามาไว้ที่ห้องวีไอพีได้]

“เขาเป็นนักผจญภัย”

[อะไรนะ?! ถ้างั้นการคุมตัวเขาก็คงไม่ง่ายเลยน่ะสิ]

“ถ้าฉันมีเวลาฉันจะเป็นคนคุมขังเข้าไว้เอง แต่ตอนนี้ฉันมีธุระอื่นต้องไปทำก่อน”

คำสัญญาที่เขาได้มอบให้กับลีแชรินคู่ค้าพันธมิตรที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

เขาไม่มีแผนจะปล่อยให้ข้อตกลงที่เขาทำร่วมกับเธอหรือตัวของควักจองหลุดลอยออกไปแม้แต่อย่างเดียว

[การ์ดสิบคน ไม่สิ การ์ดระวังยี่สิบคนพร้อมกับที่ล็อคไทเทเนียมเพื่อผูกขาเขาเอาไว้เท่านี้พอใจหรือยัง?]

“ให้พวกการ์ดพกปืนไว้ด้วย ถ้าเขาคิดที่จะต่อต้านก็ไม่สำคัญว่าจะเป็นแขนหรือขา ขอให้ยิงสกัดเขาไว้ได้เลย”

[เข้าใจแล้ว ส่งตำแหน่งที่ตั้งของนายมา แล้วเดี๋ยวฉันจะส่งลูกน้องให้ไปรับในทันที]

หลังจากสิ้นสุดการโทรกับชายชราควอน เขาจ้องควักจองที่กำลังนอนไร้สติตรงหน้า

“นี่เราทำเกินไปหน่อยไหมนะ?”

“แต่การคิดว่าชายคนนี้คือควักจองแล้ว…”

“ใช่ คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก... ใช่ไหม?”

เขายังมีเส้นฟางแห่งความหวังหลงเหลืออยู่ นั่นก็คือการตรวจสอบว่าควักจองคนนี้เป็นมะเร็งที่ปอดด้วยหรือไม่

หากคิดถึงใครสักคนที่มีศักยภาพเท่าลีกงมยองแต่กลับมีสภาพเป็นเช่นนี้...ไม่เหมือนอย่างนายทหารหรือนายพล

“เป็นไปไม่ได้หรอก... ใช่ไหม?” คังชอลอินคิด

จากนั้นไม่นาน ชื่อของผู้ที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ได้ปรากฏขึ้นภายในจิตใจของเขา

หานซิ่น

หานซิ่นเป็นขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ฮั่น เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่อายุยังน้อยเขาเป็นเด็กกำพร้าและต้องขออาหารเพื่อความอยู่รอดไปวัน ๆ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูของการถูกโจมตีโดยพวกอันธพาล

เมื่อเปรียบเทียบกับเขาแล้ว ควักจองยังไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น

เล่าปี่

อีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เล่าปี่เป็นตัวละครหลักในช่วงเวลาของการต่อสู้ทั้งหมดและยังเป็นจักรพรรดิองค์แรกแห่งแคว้นจ๊กแต่ก็มีช่วงระยะเวลาหนึ่งในอดีตที่เขาต้องร้องขอหาอาหาร

ใช่…

ผู้คนมีการเปลี่ยนแปลง

คังชอลอินเองก็เป็นหนึ่งในชายหนุ่มยากจนที่กำลังมองหางานทุกประเภทเพื่อหารายได้ในทุกวิถีทางก่อนจะได้มาเป็นราชันย์ ควักจองที่เป็นนักเลงคนนี้เองก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นนักยุทธศาสตร์ควักจองที่เขากำลังมองหา

‘เอาล่ะ เดาว่าอีกไม่นานเดี๋ยวเราก็ได้รู้เอง’

อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็พบคนหน้าสงสัยที่เข้าข่ายว่าจะเป็นควักจองมากที่สุดแล้วคนหนึ่ง

“ดูชิก”

“ครับบอส”

“เดี๋ยวลูกน้องของชายชราควอนจะมาที่นี่เพื่อมาเอาตัวเสือดำไป ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา”

“……..!”

แม้ดูชิกจะตกใจที่รู้ว่าลูกน้องของชายชราควอนกำลังจะมาที่นี่แต่ในไม่ช้าเขาก็กลับคืนความสงบนิ่งได้อีกครั้ง

“ครับบอส!”

“ตามหาคนที่ฉันบอกให้ทำต่อไปก่อน คน ๆ นี้อาจยังไม่ใช่ควักจองที่ฉันกำลังตามหาอยู่จริง ๆ ก็ได้”

“เอ่อ...คือพวกผมขอพักสักสองสามวันก่อนจะเริ่มออกตามหาใหม่ได้ไหมหรือครับ?”

“…เรื่องของแกเถอะ แล้วฉันจะกลับมาอีกหนึ่งเดือน”

คังชอลอินเริ่มเคลื่อนไหว

“จะไปแล้วหรือครับ?”

“ฉันมีสิ่งที่ต้องไปทำ”

การจัดการกับเรื่องของลีแชรินั้นเป็นเรื่องที่เร่งด่วน เขาต้องรีบกลับไปยังทวีปแพนเจียทันทีเพื่อให้ตรงเวลา

.

.

.

‘ชอลอิน เจ้ากำลังมาแล้วใช่หรือไม่?’

ในวันแห่งคำสัญญา ลีแชรินเฝ้ารอคังชอลอินอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอการมาถึงของเขา

สถานการณ์ที่เป็นไปเริ่มไม่ดีขึ้นทุกวัน พวกเขาใช้กองกำลังไปหลายพันเพื่อยึดนีด้าเวลเลียร์กลับคืน และเมื่อพวกเขาคิดว่ากองกำลังของพวกเขายังไม่เพียงพอ ฝ่ายตรงข้ามก็ได้ใช้กลยุทธ์การรบแบบกองโจรเพื่อซุ่มโจมตีคนของพวกเขาและยังคงอยู่ในอาณาเขตใกล้เคียง

หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ดินแดนของนางจะต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน หากนางไม่สามารถจัดการกับกองโจรที่มีกลยุทธ์เหล่านี้ได้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องบุกเข้ามาต่อสู้ในทันที อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่หิวโหยหรือตายอย่างล่าช้าจากการโจมตีที่ทรมาน

และในตอนนั้นเอง

“ท่านหญิงขอรับ?”

คนแคระที่ใบหน้าแข็งทื่อได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าลีแชริน

สามารถบอกทัศนคติจากวิธีการพูดของเขาได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่คิดเคารพแก่ราชันย์ของเขาแต่อย่างใด

“ว่ามา ผู้ช่วยสเลจน์”

และผู้ที่ปฏิบัติต่อราชันย์ลีแชรินอย่างดูหมิ่นนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ช่วยส่วนตัวของนาง

“มีคนต้องการขอพบท่านหญิงขอรับ”

“……!”

ลีแชรินลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ของนางในทันใด

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 47: ควักจองยังไม่ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว