เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33: พิสูจน์ความสามารถ

ตอนที่ 33: พิสูจน์ความสามารถ

ตอนที่ 33: พิสูจน์ความสามารถ


ตอนที่ 33: พิสูจน์ความสามารถ

“อะไร เกิดอะไรขึ้น!?”

“ทำไมเขาถึงรีบพุ่งตัวออกไปแบบนั้นล่ะ?”

“เมื่อครู่มีใครพูดว่าโครคิวต้าหรือไม่? แล้วมันคือตัวอะไร?”

เหล่านักผจญภัยต่างพากันประหลาดใจและสงสัยให้กับการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันของคังชอลอิน

“เงียบ ๆ!”

เสียงที่เต็มไปด้วยพลังของลูเซียทำให้นักผจญภัยแตกตื่น

“นายท่าน .. ไม่สิ ท่านแม่ทัพต้องการแสดงให้พวกเจ้าได้เห็นถึงการออกล่าสัตว์ประหลาดโครคิวต้าระดับ 20 ว่ามีวิธีการเช่นไร”

อย่างไรก็ตามด้วยคำพูดนั้นกลับยิ่งทำให้พวกเขาโวยวายแตกเสียงยิ่งกว่าเก่า

“สัตว์...สัตว์ประหลาดระดับ 20?”

“เพียงลำพัง?”

“อย่ามาโป้ปดมดเท็จกันหน่อยเลย”

“เขาจะไปฆ่าสัตว์ประหลาดระดับ 20 เพียงลำพังเช่นนั้นได้อย่างไร?”

ความไม่เชื่อได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเหมือนโรคติดต่อ

“นี่ เจ้าหญิงงามตรงนั้นน่ะ! มันสมเหตุสมผลหรือกับสิ่งที่เจ้าว่ามา? แม้เขาจะเป็นท่านแม่ทัพแต่เขาจะฆ่าสัตว์ประหลาดระดับ 20 ได้อย่างไร? ไม่เพียงเท่านั้นแต่ด้วยตัวเขาเองเพียงลำพังเนี่ยน่ะหรือ?”

ชายชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่ดูแข็งแรงตะโกนแย้ง

“ใช่! สองสามวันที่ผ่านมาข้าพยายามต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับ 15 และเกือบถูกมันฆ่าตายเข้าแล้วด้วยซ้ำ แต่สัตว์ประหลาดระดับ 20 เนี่ยน่ะหรือ? เจ้าคิดว่าพวกข้าจะเชื่อได้ลงหรืออย่างไร?”

นักผจญภัยอีกคนเดินเข้ามาและพูดถึงความไม่ไว้วางใจที่เขามีต่อคังชอลอิน

“ก็แค่เรื่องหลอกลวงใช่หรือไม่?”

“เจ้าแค่พยายามหลอกพวกข้าโดยการวางสัตว์ประหลาดอ่อนแอไว้ต่อหน้าเพื่อให้เราได้ดูว่าเขาฆ่ามันได้สำเร็จล่ะสิ?”

“ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ!”

เมื่อเริ่มต้นด้วยความสงสัยจากคน ๆ หนึ่งก็จะลุกลามไปยังคนอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มันเป็นปฏิกิริยาตอบกลับที่ชัดเจนและไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

นักผจญภัยระดับสูงสุดในปัจจุบันเพิ่งอยู่แค่เพียงระดับ 12 เท่านั้น สำหรับคนประเภทนี้แล้วพวกเขาไม่สามารถเข้าใจความคิดที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดระดับ 20 และไม่สามารถทำอะไรได้ไปมากกว่าการแสดงความไม่เชื่อออกมา

‘เจ้าพวกนี้! กล้าดีอย่างไรถึงได้คิดดูถูกองค์ราชันย์ของเรา?! แม้แต่ความเชื่อมั่นเพียงเล็กน้อยเจ้าพวกนี้ก็ยังไม่มีกันเลยหรืออย่างไร!’

ไฟที่โหมกระหน่ำเผาไหม้ลูเซียอยู่ภายใน

แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังสามารถรักษาความมีเหตุผลดั่งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดีเพราะนางรู้ว่าการที่นักผจญภัยไม่มีความเชื่อมั่นและยิ่งสงสัยในตัวคังชอลอินในตอนนี้มากเท่าไหร่ ศรัทธาที่มีต่อคังชอลอินก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในภายหลัง

ลูเซียเชื่อมั่นในคังชอลอินเป็นอย่างดี

แม้จะเป็นสัตว์ประหลาดระดับ 25 นางก็ยังเชื่อว่าคังชอลอินจะสามารถจัดการกับมันได้อย่างง่ายดาย

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เพียงเพราะนางเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขาแต่เพราะนางสามารถรู้สึกถึงความสงบและความมั่นใจจากคังชอลอินที่แข็งแกร่งนี้ได้ต่างหาก

“พวกเจ้าทุกคน”

ลูเซียหัวเราะในลำคอราวกับว่ามันไร้สาระก่อนจะหันไปพูดกับนักผจญภัยต่อ

“หากพวกเจ้าไม่เชื่อก็จงไปรับรู้ด้วยตาของตัวเองเสีย ตั้งแต่ที่ท่านแม่ทัพพุ่งตัวออกไป ท่านน่าจะเข้าถึงตัวโครคิวต้าได้แล้วในตอนนี้ ก่อนที่พวกเจ้าจะเริ่มคิดความสงสัยที่ไร้ประโยชน์ ข้าต้องการให้พวกเจ้าได้ไปเห็นด้วยตาของพวกเจ้าเองว่าท่านแม่ทัพของเราน่าทึ่งมากเพียงใด!”

แน่นอนว่าสิ่งที่นักผจญภัยจะตอบกลับมานั้น ....

“เฮอะ! ได้! มาดูกันว่าท่านแม่ทัพที่เจ้ายกย่องนักหนาจะเก่งกาจมากเพียงใด!”

“ไปบอกเขาเถอะว่าอย่ามาตายเสียก่อน!”

“ได้! เจ้าพูดได้ดี! ข้าจะออกไปดูด้วยตาของตัวเองเดี๋ยวนี้แหละ!”

…. ในขณะที่ลูเซียตอบกลับไปว่า

“ฮึ่ม เอาล่ะ เช่นนั้นก็จงตามข้ามา”

ลูเซียขี่ม้าของนางแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คังชอลอินหายไป นักผจญภัยที่เดินตามหลังนางไปทีละคนก็เริ่มพูดคุยกัน

“นางคงคิดว่าเราเลือกที่จะไม่ตามนางไปละมังถึงได้พูดจาเช่นนี้”

“พวกเจ้าคิดว่าเขาจะสามารถฆ่ามันได้จริง ๆ หรือไม่?”

“ไม่มีทาง! ถ้าเป็นโครคิวต้าที่ข้าเคยเห็นมาก่อนมันไม่มีทางเป็นไปได้ แม้มันจะเหมือนโนลแต่มันยิ่งใหญ่กว่านั้น!”

“ง งั้นรึ?”

“เออ ช่าง ๆ มันเถอะ จะอะไรก็ตามแต่ไปดูให้เห็นด้วยตาเลยจะดีกว่า!”

“ถูกต้อง! ข้าต้องการยืนยันด้วยตาตัวเองเสียก่อน!”

จากนั้นเหล่านักผจญภัยก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเพื่อไปให้ถึงจุดที่คังชอลอินอยู่

เขากำลังอยู่ที่ปากของลำธารในขณะเผชิญหน้าอยู่กับสัตว์ประหลาดโครคิวต้าที่ส่วนหัวเป็นเหมือนไฮยีน่าและส่วนล่างเป็นมนุษย์

“ทุกคนมารวมตัวกันหมดแล้วใช่หรือไม่?”

คังชอลอินไม่แม้แต่จะหันหลังมามองขณะที่เขาพูด

“ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าได้เห็นทุกขั้นตอนอย่างช้า ๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ดวงตาของเขายังคงมุ่งเน้นไปที่โครคิวต้า

‘กรืออออ!’

เมื่อรู้สึกได้ว่าคังชอลอินกำลังจ้องมองมา โครคิวต้าก็รีบแยกเขี้ยวของมันใส่พร้อมส่งเสียงคำรามขู่

“โครคิวต้าไม่ได้ต่างจากโนลมากนัก เพียงแต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่านิดหน่อย...”

เขาพูดจาดูถูกสัตว์ประหลาดตรงหน้าอย่างเถรตรง ไม่ว่าจะเป็นการแยกเขี้ยวหรือน้ำเสียงข่มขู่ คังชอลอินไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยความกลัวและยังคงอธิบายต่อ

“เจ้าสามารถจัดการกับโครคิวต้าได้โดยใช้วิธีการเดียวกันกับที่จัดการกับโนล หากเจ้าสามารถต่อสู้กับโนลได้เจ้าก็จะสามารถต่อสู้กับโครคิวต้าได้เช่นกัน แน่นอนว่าเจ้าต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นแต่วิธีการโจมตียังคงเหมือนเดิม”

คังชอลอินมีทัศนคติที่ดีของการเป็นผู้ฝึกสอน

‘บ้าไปแล้ว!’

‘เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร!’

นักผจญภัยต่างรู้สึกประหลาดใจไปตาม ๆ กัน

พวกเขาแปลกใจในความกล้าหาญและความสงบของคังชอลอิน

เขากล้าปะทะกับสัตว์ประหลาดระดับ 20 ที่โหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร? เหล่านักผจญภัยไม่อาจเข้าใจถึงกระบวนการความคิดและความรู้สึกของเขาได้เลย

และในตอนนั้นเอง โครคิวต้าก็เริ่มพุ่งตัวเข้าหาคังชอลอินราวกับว่าตอนนี้มันกำลังโกรธจัด

"อา!"

“อัน อันตราย!”

นักผจญภัยหลายคนตะโกนร้องออกมาด้วยความตกใจ

ภายในหัวพวกเขาต่างพากันนึกถึงภาพการตายของคังชอลอินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

แต่ทว่า…

ปัง!!!

“การจะหยุดการโจมตีโครคิวต้าได้ต้องเล็งไปที่ส่วนหน้าผาก”

การโจมตีของโครคิวต้าไม่สามารถผ่านดาบของคังชอลอินเข้ามาได้

“เจ้าสามารถทำมันได้มากเท่าที่ต้องการหากเจ้าอยู่ต่ำกว่าระดับ 10”

คังชอลอินพูดอย่างใจเย็นราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

เหล่านักผจญภัยยังไม่อาจเชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้เห็น

สัตว์ประหลาดระดับ 20 ถูกป้องกันได้อย่างง่ายดาย และยังไม่ใช่เพียงเท่านั้นแต่คังชอลอินยังอธิบายถึงการโจมตีของมันต่อได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย นอกจากความรู้สึกประหลาดใจก็ไม่อาจหาคำกล่าวได้มาแทนได้อีก

“อย่างไรก็ตาม…” คังชอลอินเริ่มบทเรียนต่อ

‘กรืออ!!”

โครคิวต้าคำรามหมายจะฉีกร่างคังชอลอินออกเป็นชิ้น ๆ

มันเป็นหนึ่งในสายพันธุ์เดียวกันกับไฮยีน่าเช่นนั้นโครคิวต้าจึงเป็นส่วนหนึ่งของวงศ์สุนัข ความแข็งแกร่งของขากรรไกรมันมีพลังมากจนถือเป็นการโจมตีที่อันตรายสำหรับคนอย่างคังชอลอินได้ถ้ามันประสบความสำเร็จในการกัดเขาได้จริง ๆ

“มันก็ยังมีความอันตรายอยู่บ้าง”

คังชอลอินขยับตัวไปด้านข้างและหลบการโจมตีของโครคิวต้าได้อย่างง่ายดาย

“การโจมตีหลักจากทั้งโครคิวต้าและโนลจะอยู่ที่ปาก และคงไม่เป็นการพูดเกินจริงว่านั่นเป็นจุดแข็งทั้งหมดที่พวกมันมี สำหรับความแข็งแกร่งในการกัดของพวกมันนั้น … ข้าคิดว่าน่าจะอยู่ที่สักประมาณ 600 กก.? คงราว ๆ ประมาณนี้ไม่ผิดแน่ เพราะฉะนั้นหากพวกเจ้าถูกมันกัดเข้าเมื่อไหร่ … รุ่งอรุณของพวกเจ้าในวันถัดไปจะไม่มีทางมาเยือนได้อย่างแน่นอน

คังชอลอินพูดขณะตีหัวของโครคิวต้าด้วยอุปกรณ์ป้องกันบนข้อมือเพราะมันพยายามจะกัดเขาอยู่ตลอด

“ข้าจะขอเน้นย้ำอีกครั้ง … ระวังอย่าให้มันกัดเจ้าได้ หากเจ้าสามารถหลบการโจมตีของมันได้ไม่ว่าจะเป็นโครคิวต้าหรือโนลเจ้าก็จะไม่มีทางตาย”

หลังจากนั้นอีก 30 นาที คังชอลอินก็ใช้เวลาอยู่เล่นกับโครคิวต้าในขณะที่เขายังอธิบายถึงส่วนสำคัญต่าง ๆ ให้นักผจญภัยได้ทราบ

นักผจญภัยต่างตกตะลึง

การคาดการณ์ของพวกเขาแตกสลายไปอย่างสมบูรณ์เมื่อคังชอลอินได้พิสูจน์ด้วยทักษะที่เขามีว่าเขาช่างอยู่ในระดับที่ต่างจากพวกเขาไปมากเพียงใด

ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคนิคการปรุงแต่งของเขาทำให้ไม่มีนักผจญภัยคนไหนกล้าที่จะสงสัยในตัวเขาอีกต่อไป

‘คงได้เวลาแล้วล่ะมั้ง’

เมื่อคิดว่าตัวเองได้สอนพวกเขาจนเพียงพอแล้ว คังชอลอินก็เริ่มคิดที่จะจัดการกับโครคิวต้าให้เสร็จสิ้น

“และจุดอ่อนที่สุดของพวกมันนั้น…”

คังชอลอินเตะเข้าที่ส่วนท้องของโครคิวต้าที่เต็มไปด้วยเลือดพลางถอยกลับไปตั้งท่า

“คือส่วนนี้”

หลังจากที่ลดตัวลงจากการตั้งท่า คังชอลอินก็รีบพุ่งตัวไปที่ด้านขวาของโครคิวต้าทันใด

“ที่ใต้กระดูกซี่โครง”

จากนั้นเขาก็แทงดาบเข้าไปยังจุดอ่อนของมัน

สวบ!

เสียงของการฉีกผิวหนังและเนื้อเกิดขึ้น

เอ๋ง!

โครคิวต้าร้องโอดด้วยความเจ็บปวด

“ต่อจากนั้น…”

เขาได้ใช้ดาบกลืนโลหิตแทงเข้าไปยังปอดของโครคิวต้าพร้อมตั้งสมาธิเพื่อคว้าดาบจากบาดแผลแล้วก้าวเท้าขวาของตัวเองเพื่อบิดร่างกายไปทางซ้ายแล้วดึงดาบออกมาจากด้านใน ถือเป็นการตัดกระเพาะของโครคิวต้าไปได้โดยสมบูรณ์

พรูด!!

เลือดไหลทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก จากนั้นอวัยวะภายในสีขาวและสีดำของโครคิวต้าก็เริ่มตกลงมากองอยู่กับพื้น

“และนั่นคือหมัดเด็ด”

ในฐานะที่เป็นหมัดเด็ด ดาบกลืนโลหิตได้แทงทะลุด้านในขากรรไกรของสัตว์ประหลาดไปพร้อมกัน

โครคิวต้าล้มลงและเป็นอันจบชีวิต

ชั้บ ๆ !

หลังจากสังหารโครคิวต้าเสร็จเรียบร้อยคังชอลอินก็ใช้ดาบในมือโบกไปรอบ ๆ เพื่อสลัดเลือดของสัตว์ประหลาดตัวนี้ออก

ลูเซียเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านข้างคังชอลอินอย่างเงียบ ๆ และทำความสะอาดดาบกลืนโลหิตที่มีคราบไขมันติดอยู่ด้วยผ้าขาวบริสุทธิ์

“มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนจะสามารถทำได้”

ในขณะที่ได้รับการดูแลจากลูเซีย คังชอลอินหันไปพูดกับนักผจญภัยต่ออย่างราบเรียบราวกับว่ามันไม่ได้มีนัยสำคัญ

ด้วยคำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของเหล่านักผจญภัยเปลี่ยนไป

‘ง่าย ๆ ? นั่นน่ะหรือ?’

‘โรคจิต’

‘ไอ้เวรเอ้ย เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนเพียงเพราะมันง่ายสำหรับเขาอย่างนั้นหรือไง?’

‘หากบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายแล้วอย่างไหนอะไรล่ะที่ว่ายาก?’

คำพูดของคังชอลอินช่างไร้ซึ่งความปราณีใด ๆ ต่อพวกเขายิ่งนัก

เหล่านักผจญภัยเป็นเพียงคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตตามปกติในแต่ละประเทศของตนเองมาโดยตลอดจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้

พวกเขาเพิ่งได้ถืออาวุธเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวและทักษะของคังชอลอินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลอกเลียนแบบ

เมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลก ๆ จากนักผจญภัย คังชอลอินก็เงยหน้าขึ้นมอง

‘ทำไมพวกเขาถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น?’

เขาไม่สามารถเข้าใจการแสดงออกของนักผจญภัยตอนนี้ได้

“ลูเซีย”

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจหันไปถามลูเซียเป็นการส่วนตัว

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”

“ปฏิกิริยาจากนักผจญภัยดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?”

“นั่นมัน...ข้าคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับคนระดับสูงที่จะมองเห็นถึงโลกของคนระดับต่ำสินะเจ้าคะ สาเหตุนั้นก็เพราะท่านได้กล่าวว่าการกระทำเช่นนั้นมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่สำหรับพวกเขาแล้วไม่ใช่เลยเจ้าค่ะ หากอีกาพยายามที่จะเดินเหมือนอย่างนกกระสามันอาจทำให้ตัวเองขาหักได้”

"อา!"

คังชอลอินสามารถตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองได้ในที่สุด

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถในการสอนนักผจญภัยกลุ่มนี้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วแต่จากมุมมองของนักผจญภัยนั่นกลับต่างไปโดยสิ้นเชิง

‘เรามันไม่เคยสอนอะไรใครได้เลยสักครั้ง’

คังชอลอินนึกหัวเราะเยาะตัวเองในใจ

เช่นกันกับในอดีตที่เขาพยายามแนะนำทักษะการต่อสู้แก่ผู้ติดตามมากเพียงใดก็ตามแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นแย่มากอย่างคาดไม่ถึง

ทักษะดาบของคังชอลอินเป็นการใช้เทคนิคที่ยากมากสำหรับคนทั่วไปที่จะเข้าใจ

สไตล์การต่อสู้ของเขาเป็นไปตามสัญชาตญาณและเป็นพรสวรรค์ที่เขาได้รับมาตั้งแต่เกิด แม้คังชอลอินจะอธิบายทุกอย่างไว้โดยละเอียดแต่มันคงยากที่จะบอกได้ว่านักผจญภัยจะสามารถทำตามการเคลื่อนไหวของเขาได้

มันคงน่าแปลกใจหากพวกเขาสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญได้แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามตั้งแต่แรก

“นายท่านอย่าได้ผิดหวังไปเลยนะเจ้าคะ”

ลูเซียพยายามพูดปลอบใจคังชอลอิน

“โปรดมองดูที่การแสดงออกของพวกเขาก่อนสิเจ้าคะ พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการดูทักษะของท่าน ข้าคิดว่าสิ่งนี้มีความสำคัญยิ่งกว่านะเจ้าคะ”

นั่นก็เป็นเรื่องจริง

แม้นักผจญภัยจะแสดงความสับสนแต่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธทักษะของคังชอลอินได้และทันใดนั้นความสงสัยในความสามารถของเขาก็ได้หายไปจากใจของพวกเขา

“พวกเจ้าได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วใช่หรือไม่?”

ลูเซียหันกลับไปหานักผจญภัยพลางจ้องมองที่พวกเขา

“ท่านแม่ทัพเป็นผู้ที่มีความสามารถมากและเหมาะสมกับสถานะที่ท่านเป็น ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่านับจากนี้เป็นต้นไปคงจะไม่มีใครกล้าพูดว่าร้ายใด ๆ ท่านได้อีก ฮึ่ม!”

แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องประชดอันขมขื่นแต่นักผจญภัยก็ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของลูเซียได้เพราะมันเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยพูดไว้ก่อนหน้า

‘เราควรพอใจกับการแสดงทักษะของตัวเองให้พวกเขาได้เห็น’

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถจับกระต่ายทั้งสองตัวได้ในคราวเดียว แต่จากนี้ไปคังชอลอินน่าจะสามารถควบคุมนักผจญภัยได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเนื่องจากความสามารถทางทักษะที่เขาได้แสดงเป็นแบบอย่าง

เขาวางแผนที่จะแสดงให้นักผจญภัยได้เห็นมากยิ่งขึ้นในอนาคต

‘ถ้าไอ้บ้าโดเรียนอยู่ด้วยตอนนี้คงทำให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้นได้’

ฉับพลันคังชอลอินก็นึกถึงโดเรียนขึ้นมา

มันเป็นสิ่งที่ไว้ใจได้ที่จะบอกว่าไม่มีใครเหมาะแก่การฝึกนักผจญภัยได้ดีไปกว่าโดเรียน

แม้โดเรียนเพิ่งจะได้มาเป็นราชันย์ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับคังชอลอินแต่เขามีความสามารถที่พิเศษและแตกต่าง

หากคังชอลอินเป็นที่ยอมรับกันในด้านเทคนิค โดเรียนก็เป็นที่ยอมรับในฐานะคนที่มีความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับมาตรฐานขั้นพื้นฐานและการอธิบาย

รูปแบบของพวกเขาแตกต่างกันมากในอดีต ถึงแม้พวกเขาจะมองเห็นในสิ่งเดียวกันทว่าความคิดเห็นของพวกเขาจะแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง

มันเป็นความจริงที่การฝึกซ้อมที่เบากว่าของโดเรียนจะเหมาะสมยิ่งกว่าสำหรับนักผจญภัย เพราะบางครั้งมันก็ยากที่จะใช้สิ่งที่พบได้บ่อยในกรณีฉุกเฉินแต่นี่เป็นหนึ่งในสถานการณ์ในประเภทนั้น

‘โดเรียน วันนี้เจ้าน่าจะอยู่ช่วยข้า...’

ในขณะที่คังชอลอินกำลังสาปแช่งโดเรียนในใจทันใดนั้นก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมา

แปะ แปะ แปะ

“ว้าว ~ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก ข้ารู้สึกประทับใจกับการได้รับชมเป็นอย่างมาก!”

บุรุษชาวคอเคเชี่ยนคนหนึ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้และเริ่มเดินเข้าหาคังชอลอินพร้อมกับการยกนิ้วโป้งให้เขา

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 33: พิสูจน์ความสามารถ

คัดลอกลิงก์แล้ว