เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32: รวมกลุ่มกับนักผจญภัย

ตอนที่ 32: รวมกลุ่มกับนักผจญภัย

ตอนที่ 32: รวมกลุ่มกับนักผจญภัย


ตอนที่ 32: รวมกลุ่มกับนักผจญภัย

‘เดี๋ยวก่อน นั่นมัน ก่อนทัพ…?’

บิลลี่ที่วิ่งนำออกมาจนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงต้องรู้สึกประหลาดใจที่คังชอลอินไม่ได้อยู่คนเดียวหรือมากับคนรักแบบที่เขาคิดในตอนต้น

‘คน ๆ นั้นคือจอมราชันย์?’

จากนั้นเขาก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อได้เห็นสายตาคังชอลอินจับจ้องมา

ทันใดนั้นบิลลี่ก็คิดว่าคังชอลอินคงไม่ใช่นักผจญภัยธรรมดา ๆ ทั่วไปแบบอย่างเขา

อันดับแรกด้วยชุดเกราะที่เขาสวมใส่และไอเทมที่เขามีอยู่ติดตัวมันอยู่กันคนละระดับอย่างเห็นได้ชัด

อาวุธของคังชอลอินเป็นไอเทมระดับหายากและแตกต่างไปจากเกราะและอาวุธราคาถูกของนักผจญภัยคนอื่น ๆ ขวานของบิลลี่กลายเป็นเพียงก้อนโลหะทื่อ ๆ ไปในทันทีเมื่อเทียบกับดาบที่คังชอลอินมีติดตัว การปรากฏตัวของคังชอลอินเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บิลลี่รู้สึกนอบน้อมซึ่งต่างไปจากเจตนาแรกของเขา

สายตาที่จับจ้องทุกสิ่งด้วยความมุ่งมั่น ไหล่ผายกว้างที่ราวกับมีแสงสว่างส่องจ้าสู่สายตาทำให้บิลลี่สรุปได้ว่าคังชอลอินไม่ใช่นักผจญภัยเสี่ยงโชคอย่างที่เขาคิดในตอนแรก

“นักผจญภัยงั้นรึ?”

คังชอลอินพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ ทันทีที่เขาได้เห็นหน้าบิลลี่

“ช ใช่…”

บิลลี่ตอบกลับติดอ่าง ความคิดในการจะสั่งสอนบทเรียนให้กับจอมราชันย์ในตอนแรกเป็นอันสูญหายดับสิ้น

‘บ้าเอ๊ย...แล้วข้าจะเอาชนะคนทั้งหมดนี้ได้อย่างไรกัน?’

หากว่ากันตามตรงบิลลี่เป็นแค่เพียงไก่อ่อนที่ขี้กลัว

เขาถูกข่มขู่ด้วยรัศมีความยิ่งใหญ่ของคังชอลอิน นอกจากนี้ยังมีสายตาที่เยือกเย็นของลูเซียและสายตาเพริศพรายของโพดอลส์กี้ที่มองมาและสามารถกระตุ้นความตื่นตระหนกของเขาได้อีกเช่นกัน

รวมถึงทหารสิบนายที่มีหน้าที่ดูแลเกวียนบรรทุกที่ดูพร้อมจะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ หากเขากระทำการอะไรที่ไม่สมควรโดยไม่คิดให้ดี ๆ คงได้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณที่ถูกหอกเสียบเพื่อเป็นอาหารให้กับคนเหล่านี้แทน

“เจ้าเดินเร็วมาก จนเกือบจะเป็นการวิ่ง”

คังชอลอินเริ่มพูดกับบิลลี่เพราะไม่แน่ใจถึงจุดประสงค์ที่บิลลี่ต้องการจะทำ

“โอ้ เอ่อ นั่นเพราะบังเอิญข้ามาสาย…”

บิลลี่สะดุ้งเฮือกทันทีที่คังชอลอินเอ่ยถามเข้าประเด็น

“เอ่อ ไม่ ไม่ใช่ ๆ นั่นมันแค่เพราะข้าสงสัยเหตุใดเจ้าถึงมาช้ากว่าเวลานัดพบนัก...ข้าแค่สงสัยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่...เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องมือสื่อสารดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นมา…”

มันคือข้อแก้ตัวแบบง่าย ๆ ทั่วไป

‘แบบนี้นี่เอง…’

คังชอลอินสามารถมองถึงเจตนาแรกของบิลลี่ได้ในทันทีเพียงแต่เขาไม่ได้แสดงมันออกไป นอกจากนี้เขายังรับบทไม่รู้เรื่องรู้ราวเพื่อให้บิลลี่ยังคงอยู่ในจุดที่น่าอึดอัดใจต่อ

“งั้นรึ? ข้านึกว่าเจ้ามีความโกรธเคืองอะไรสักอย่างกับข้าเสียอีก”

“ไม่! ไม่เลย ๆ”

“เจ้าไม่ได้อารมณ์เสียหรอกหรือ?”

“ไม่ ข้าไม่ได้เป็นอะไร”

“งึ้นรึ?”

“ช ใช่!”

หากมนุษย์มีหางเหมือนอย่างสัตว์ ตอนนี้บิลลี่คงเปรียบเหมือนการม้วนหางของตัวเองเข้าระหว่างขาเมื่อโดนคำพูดของคังชอลอินและสายตาของคนที่เขาพามาด้วยข่มขวัญ

แม้แต่คนที่บอกกับทุกคนว่าตัวเองเป็นคนที่มีปัญหาด้านการจัดการกับอารมณ์ก็ยังสามารถควบคุมความโกรธของตัวเองได้เป็นอย่างดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งเช่นนี้

“เช่นนั้นจงนำทาง” คังชอลอิลกล่าว

“ดะ ได้”

บิลลี่รู้สึกอับอายเป็นอย่างมากแต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่มีความกล้าที่จะสร้างความโกลาหลต่อหน้าคังชอลอินและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา

“ไปได้”

คังชอลอินออกคำสั่งให้บิลลี่นำทางก่อนจะหันไปบอกกับทหารด้านหลัง

ความเร็วของการมายังคงช้าและเนิ่บนาบ

กีบม้ากระทบพื้นเพื่อขับเคลื่อนเกวียนและเสียงฝีเท้าของทหารที่พร้อมเพรียงแสดงให้เห็นถึงวินัยทางทหารของพวกเขา

บิลลี่ที่กำลังนำทางพยายามกลั้นกระเพาะปัสสาวะไม่ให้อออกมาอย่างน่าอายในขณะที่เขาเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเข่าอ่อนจนทรุดล้มลงไปกับพื้น

“นั่นมัน...จอมราชันย์คนเป็นเอเชียงั้นหรือ...?”

ทันทีที่คังชอลอินและคนของเขาเข้ามาใกล้ เหล่านักผจญภัยก็เริ่มพูดคุยกันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

นักผจญภัยทั้ง 40 คนเป็นเหมือนกันกับบิลลี่ที่ถูกความโอ่อ่าของรัศมีอำนาจจากคังชอลอินและกองทัพทหารครอบงำ ไม่มีใครกล้าโต้แย้งถึงการมาสายของเขาแม้แต่คนเดียว

‘ลูเซีย สิ่งที่เจ้าจัดการเป็นประโยชน์อย่างมากดั่งที่เจ้าว่าไว้จริง ๆ เจ้าช่างมีความสามารถในสิ่งนี้นัก’

คังชอลอินรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่ลูเซียเตรียมการมา

ผลตอบรับจากนักผจญภัยเป็นเหมือนกับกระดาษคำตอบที่ไม่มีข้อใดผิดไปจากที่ลูเซียคาดการณ์ ความคิดเห็นของลูเซียที่บอกว่ามนุษย์จะตัดสินใจเลือกในสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นถูกต้อง

“หลบทางเร็ว”

“ออกไปอยู่ด้านข้าง ๆ”

นักผจญภัยเคลื่อนตัวไปทางซ้ายและขวาเพื่อแหวกทางให้คังชอลอินและกองทัพของเขามาหยุดอยู่ตรงกลางเหมือนอย่างที่โมเสสแยกผ่านทะเลแดง

อาชาขาวของคังชอลอินหยุดนิ่ง ทหารลาพิวต้าหยุดการเคลื่อนไหวตามคังชอลอินอย่างมีระเบียบ

“ยินดีที่ได้พบกับพวกเจ้าทุก ๆ คน”

คังชอลอินแนะนำตัวขณะอยู่บนยอดม้าขาว

“ข้าคือจอมราชันย์”

และนั่นเองคือการพบเจอกันครั้งแรกระหว่างคังชอลอินและนักผจญภัยทั้งสี่สิบ

คังชอลอินเริ่มต้นด้วยการวางกฎพื้นฐาน

“เป้าหมายของเราครั้งนี้คือการออกล่าเป็นเวลาสามสัปดาห์  ในช่วงระยะเวลานี้ข้าจะจัดหาเต็นท์พักอาศัยและอาหารรวมถึงยาปรุงหากมีใครได้รับบาดเจ็บให้แก่ทุกคน สำหรับผู้ที่แสดงความสามารถได้โดดเด่นที่สุดในการล่าครั้งนี้ข้าจะมอบไอเทมระดับหายากให้กับคน ๆ นั้น

ขณะนั้นเอง โพดอลส์กี้ก็ได้เดินไปเปิดผ้าที่คลุมเกวียนออกเพื่อเผยให้เห็นถึงสิ่งของภายใน

"ว้าว…"

“ของทั้งหมดเป็นของหายากงั้นรึ?”

นักผจญภัยต่างรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น

มันคือรายการของต่าง ๆ ที่คังชอลอินเตรียมการซื้อล่วงหน้าไว้เพื่อการล่าสัตว์ แม้จะเป็นเพียงสิ่งของระดับต่ำแต่ก็แตกต่างไปจากของระดับต่ำที่นักผจญภัยมีพอสมควร มันคือความแตกต่างระหว่างการเป็นราชันย์และนักผจญภัย

“ข้าจะแบ่งสมบัติทั้งหมดให้พวกเจ้าทุกคนกันอย่างเท่าเทียมขณะที่ออกล่าสัตว์ประหลาด และข้าจะรับส่วนแบ่งก็ต่อเมื่อพวกเราสามารถล่าสัตว์ประหลาดระดับสูงได้แล้วเท่านั้น”

ซึ่งนั่นก็คือการพิชิตมังกรพีคอค

ไอเทมที่ได้รับจากการล่าสัตว์ประหลาดระดับล่างคือสิ่งที่คังชอลอินไม่ต้องการเมื่อพิจารณาถึงชนชั้นของเขา

มันจะเป็นการดีกว่าที่จะขอความร่วมมือแทนการออกคำสั่งเพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนจากนักผจญภัยได้มากขึ้น

“นี่ เจ้าคือจอมราชันย์แน่งั้นหรือ?”

“เจ้าจะให้สิ่งของระดับหายากและแบ่งสมบัติอย่างเท่าเทียมกันจริง ๆ ใช่ไหม?”

นักผจญภัยสองคนตะโกนคำถามเมื่อได้ยินว่ามันเป็นข้อเสนอที่ดีเกินไป

“แน่นอน”

คังชอลอินพยักหน้า

“เดี่ยว!”

ลูเซียก้าวไปข้างหน้าหลังขออนุญาตจากคังชอลอินเพื่อไปยืนอยู่ต่อหน้ากลุ่มนักผจญภัย

“ข้าชื่อลูเซีย เป็นผู้รับใช้องค์ราชันย์คังชอลอิน ยินดีที่ได้พบกับพวกเจ้าทุกคนอย่างยิ่งเหล่านักผจญภัย”

ใบหน้าของลูเซียดูเคร่งขรึมและเย็นชาอย่างมากเมื่อนางได้กล่าวแนะนำตัว

“องค์ราชันย์?”

“องค์ราชันย์? เขาเป็นราชางั้นรึ?”

“อะไรกันกับคำนำหน้าชื่อนั่น?”

นักผจญภัยเริ่มส่งเสียงอีกครั้งเพราะไม่มีใครทราบถึงการมีอยู่ของชนชั้นลอร์ดบนโลกนี้

“โปรดอยู่ในความสงบ”

ลูเซียเอ็ดนักผจญภัยเพื่อทำให้พวกเขาเงียบก่อนดำเนินการต่อ

“ข้าจะพูดสองสิ่งที่พวกเจ้าเหล่านักผจญภัยต้องจดจำไว้ให้ดี โปรดตั้งใจฟังอย่างระวัง”

นักผจญภัยนั้นถูกดึงดูดโดยเสน่ห์อันเยือกเย็นของลูเซียและจดจ่อกับสิ่งที่นางกำลังจะพูดต่ออย่างเงียบ ๆ

“ประการแรก ผู้นำของกองทัพครั้งนี้คือองค์ราชันย์คังชอลอิน ดังนั้นหากมีเหตุผลใดที่จะเรียกหาท่าน พวกเจ้าทุกคนจำเป็นต้องใช้คำที่ให้เกียรติและเหมาะสม แน่นอนว่าข้าจะไม่บังคับให้พวกเจ้าทุกคนเรียกท่านว่าราชันย์ การเรียกท่านว่า”ท่านแม่ทัพ“ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน”

ลูเซียพูดถึงทุกสิ่งที่คังชอลอินไม่สามารถพูดได้ด้วยตัวเอง นางได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์

“นอกจากนี้จะต้องไม่มีเหตุการณ์ไม่ทำตามคำสั่งหรือไม่เชื่อฟังใด ๆ เกิดขึ้นเป็นอันขาด คำสั่งของท่านแม่ทัพถือเป็นสิทธิ์ขาดโดยสัมบูรณ์ หากพวกเจ้าคนใดไม่ปฏิบัติตามหรือทำให้เกิดความไม่สงบจงเตรียมพร้อมรับโทษทัณฑ์ให้ดี”

ตุ้บ!

ทหารที่อยู่ด้านหลังคังชอลอินกระแทกหอกของพวกเขาลงพื้นเพื่อให้เหล่านักผจญภัยได้ตระหนัก

“หากใครมีปัญหาในส่วนนี้ก็ขอให้ใช้ทั้งสองเท้าที่เจ้ามีและยังใช้การได้ดีอยู่กลับบ้านไปเสียในขณะที่เจ้ายังสามารถทำได้ อย่างที่พวกเจ้าก็ทราบกันดี...โลกใบนี้ไม่ใช่ของพวกเจ้า ข้าเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า”จงทำตัวให้เหมือนคนโรมันเมื่ออยู่ในกรุงโรม“บนโลกของพวกเจ้ามาก่อน เช่นนั้นข้าเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้ความหมายถึงสิ่งนี้ได้ ทั้งหมดมีเพียงเท่านี้”

ลูเซียกลับไปยืนยังตำแหน่งเดิมของนางทันทีเมื่อพูดจบเหลือทิ้งไว้เพียงความเย็นยะเหยือกและความเงียบสงัด

อย่างไรก็ตามนี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง

ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใด ๆ ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชารวมถึงคำสั่งและทิศทางการทำงานจำเป็นต้องมีความชัดเจนเพื่อป้องกันข้อพิพาทอยู่เสมอ แม้มันอาจสร้างอารมณ์หดหู่ไปบ้างเล็กน้อยแต่มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

“มีใครต้องการถอนตัวหรือไม่?” คังชอลอินเอ่ยถาม

“เช่นเดียวกับที่ลูเซียกล่าวก่อนหน้า ถ้าพวกเจ้าต้องการจงกลับไปเสียเดี๋ยวนี้”

ไม่มีใครยอมขยับตัวไปไหน

‘เพราะเงื่อนไขที่เสนอให้มันดีพอ’

คังชอลอินคิดในขณะที่เขามองเหล่านักผจญภัยที่นิ่งเฉย

แต่ก็มีบางคนที่ยังทำสีหน้าเหมือนมีปัญหาและไม่เข้าใจ

การแสดงออกของพวกเขากำลังกล่าวว่า “ราชันย์บ้าบออะไร?” หรือ “เขายิ่งใหญ่ขนาดไหนถึงได้แสร้างมาทำตัวเป็นราชา?”

หากเพราะไม่ใช่เงื่อนไขที่ดีคนพวกนี้คงกลับบ้านออกไปในทันที

‘ค่อย ๆ หล่อหลอมพวกนี้ไปอย่างช้า ๆ ก็แล้วกัน’

คังชอลอินไม่ได้รีบร้อนเรียกหาความภักดีตั้งแต่ต้น

มันยังไม่ถึงชั่วโมงนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้เจอกันดังนั้นมันคงไม่สมเหตุสมผลที่จะคาดหวังความภักดีหรือความไว้วางใจจากพวกเขาได้ในขณะนี้

“หากไม่มีใครคัดค้านเช่นนั้นข้าจะเริ่มดำเนินการตามตารางเวลาของเราในทันที โพดอลส์กี้ แจกจ่ายสิ่งของให้กับนักผจญภัยซะ”

“ขอรับ! มาเถอะทุกคน! ข้าจะมอบอาวุธให้กับพวกเจ้าเอง แน่นอนว่าไม่ได้ให้เลยเพียงแต่ให้ยืมใช้ในกรณีนี้เท่านั้น!”

ภายหลังการประกาศแจกจ่ายอาวุธ ความเยือกเย็นในตอนแรกก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นขึ้นมาทันใด มันจำเป็นต้องใช้ความอ่อนนุ่มเพื่อประโลมความแข็งข้อที่เกิดขึ้นในตอนแรก

‘พวกคนบื้อ’

คังชอลอินที่กำลังมองดูนักผจญภัยพลางหัวเราะเยาะอยู่กับตัวเองภายใน เช่นเดียวกับในอดีต นักผจญภัยยังคงเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ง่าย

“องค์ราชันย์ สิ่งของได้ถูกแจกจ่ายเสร็จแล้วขอรับ”

“งั้นรึ? เริ่มกันได้เลย”

“ขอรับ!”

เมื่อการกระจายสิ่งของสิ้นสุด นักผจญภัยก็ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการฝึกเพื่อพิชิตสัตว์ประหลาดทันที

“นายท่าน เหตุใดถึงสีหน้าไม่ค่อยดีนักเลยล่ะเจ้าคะ?”

ลูเซียเอ่ยถามขณะที่พวกเขาเริ่มเดินทางเข้าสู่ป่าปีศาจ

“คนที่ข้าต้องการตัวมากที่สุดไม่ได้มา”

“คนที่ท่านต้องการ…?”

“บุรุษผู้ชื่อโดเรียน”

โดเรียน เอกซ์พลอเรอร์ไม่ได้อยู่ที่นี่

‘ไม่รู้ว่าเขาออกนอกลู่นอกทางไปไหนทั้ง ๆ ที่เน้นย้ำว่าต้องการจะเข้าร่วมให้ได้แท้ ๆ’

โดเรียนที่พูดย้ำ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องการเข้าร่วมการพิชิตมังกรพีคอคในครั้งนี้ทว่ากลับไม่อยู่ที่นี่เสียอย่างนั้น เขากำลังทำให้คังชอลอินเริ่มอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก

“แสดงว่าเขาผู้คนนั้นคงเป็นประโยชน์อย่างมากเลยสินะเจ้าคะนายท่านถึงจำชื่อของเขาได้เช่นนี้”

“ไม่เลย เขาไม่มีประโยชน์อันใด … โดเรียนที่ข้ารู้จักมีศักยภาพในการเป็นนักล่าดันเจี้ยนที่ดีที่สุดเพียงเท่านั่น”

“เช่นนั้นเขาเป็นคนดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“เขาเป็นราชันย์เช่นข้า แน่นอนว่าเขาจะต้องเป็นคนละระดับกับนักผจญภัยเหล่านี้”

"อา…!"

ลูเซียอุทานเมื่อได้ยินคำอธิบาย ถ้าคนที่คังชอลอินพูดถึงเป็นราชันย์ ลูเซียก็พร้อมที่จะเคารพเขาด้วยเช่นกัน

“ในเมื่อเขาไม่มาปรากฏตัวเช่นนี้เขาก็เป็นได้แค่เพียงจอมโหก”

เขาพยายามคิดอย่างถี่ถ้วนถึงประเด็นที่โดเรียนไม่ยอมมาปรากฏตัวในวันนี้อย่างหนัก หรือบางทีอาจเป็นเพราะโชคชะตากำหนดไว้แล้วอย่างไม่ตั้งใจ

‘โดเรียน ข้าเอาเจ้าตายแน่!’

คังชอลอินบดฟันกรอดเมื่อนึกถึงโดเรียน

และทันใดนั้น

“องค์ราชันย์ขอรับ!”

ทหารรีบที่เดินนำทางด้านหน้ารีบวิ่งกลับมาหาเขาอย่างรวดเร็วเพื่อรายงาน

“200 เมตรถัดจากข้างหน้านี้ไปข้าพบโครคิวต้าขอรับ!”

“อืม… มาได้เหมาะเวลาเสียจริง”

โครคิวต้าเป็นครึ่งสัตว์ครึ่งมนุษย์ที่มีหัวเป็นไฮยีน่ามีตัวเป็นแบบคน มันเป็นสัตว์ประหลาดที่เปรียบเหมือนโนลที่อยู่ในระดับ 15 เพียงแต่มันจะอยู่ในระดับ 20 มันเป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่นักผจญภัยสามคนในระดับปัจจุบันของพวกเขายังยากที่จะเอาชนะได้

“ไปกันเถอะ ข้าจะจัดการมันเอง”

คังชอลอินเริ่มคุมม้าเพื่อนำทาง

“องค์ราชันย์จะจัดการกับโครคิวต้าเพียงลำพังหรือเจ้าคะ?”

ลูเซียเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

“ข้าต้องแสดงความสามารถให้พวกเขาได้เห็นเป็นตัวอย่าง เช่นนั้นพวกเขาถึงจะปักใจติดตามข้า”

คังชอลอินยิ้มรับก่อนตอบกลับ

การล่าโครคิวต้าจะช่วยสอนให้นักผจญภัยเข้าใจถึงวิธีการตามล่าสัตว์ประหลาดและเพื่อแสดงความสามารถของเขาให้ได้เป็นที่ยอมรับ นั่นคือแผนของคังชอลอินในตอนนี้ เขาตั้งใจจะฆ่านกทั้งสองตัวด้วยหินเพียงก้อนเดียว

“ฮย่า!”

คังชอลอินนำตัวเองที่ขึ้นขี่อาชาขาวไปด้านหน้าทันใด

ฮี้!

กำลังม้าที่แข็งแกร่งวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 32: รวมกลุ่มกับนักผจญภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว