เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31: เริ่มต้นการเดินทาง!

ตอนที่ 31: เริ่มต้นการเดินทาง!

ตอนที่ 31: เริ่มต้นการเดินทาง!


ตอนที่ 31: เริ่มต้นการเดินทาง!

คนขับบัสคืออะไร?

คำว่า “คนขับบัส” มีต้นกำเนิดมาจากเกมออนไลน์ที่อธิบายถึงผู้ใช้ระดับสูงที่มีทักษะและไอเทมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นระดับล่างเคลียร์ดันเจี้ยนหรือนำทีมมาสู่ชัยชนะได้

พูดง่าย ๆ ก็คือการที่ผู้เล่นระดับต่ำเป็นผู้โดยสารและผู้เล่นระดับสูงจะเป็นคนขับรถ ดังนั้นในการพิชิตมังกรพีคอคครั้งนี้บทบาทของคังชอลอินก็คือการพานักผจญภัยไปขึ้นรถเมล์เหมือนผู้โดยสารที่ใช้รถประจำทาง

มันเป็นเรื่องยากที่จะทำ

มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะพากลุ่มนักผจญภัยระดับต่ำที่เป็นมือใหม่ไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับ 40 พูดอย่างตรงไปตรงมามันเป็นไปไม่ได้เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

แต่ถึงอย่างไร…

แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนอื่นแต่คังชอลอินมีวิธีที่ทำให้มันเป็นไปได้อยู่

แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถรับมือกับสัตว์ประหลาดระดับ 40 ตัวอื่น ๆ ได้แต่มันเป็นไปได้มากที่พวกเขาจะสามารถจัดการกับมังกรพีคอคตัวนี้ได้สำเร็จ

อดีตเขาเคยเป็นผู้พิชิตมังกรพีคอคมืออาชีพ

เนื่องจากเขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ แผนของคังชอลอินจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแต่เป็นเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้

คังชอลอินรีบเข้าร้านค้าทันทีที่กลับมายังลาพิวต้า

- ร้านค้าไอเทม

- ปกติ, เวทมนตร์, ไอเทมหายาก

-ระดับราชันย์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ระดับของไอเทมที่สามารถซื้อได้เพิ่มขึ้นตาม

[อาวุธหลัก]

[อาวุธรอง]

[โล่]

[เสื้อผ้า]

[มหากาพย์]

[อุปกรณ์เสริม]

[อุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการดินแดน]

* ทองคำหรือเพชรมีความจำเป็นในการซื้อสินค้า

* ไอเทมระดับมหากาพย์ไม่สามารถซื้อได้

คังชอลอินรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการดีว่าควรจะซื้ออะไร รายการที่เขาซื้อมีดังต่อไปนี้

ดาบกลืนโลหิต 10 อัน (ทอง 50 แท่ง)

ดาบหนามทมิฬ 25 อัน (ทอง 250 แท่ง)

โล่พาวิส (โล่ตั้งวางขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนัก 8กก.)  5 อัน  (ทอง 100 แท่ง)

ยาเพิ่มความแข็งแกร่ง ระดับต่ำ 70 ขวด (ทอง 70 แท่ง)

ยาเพิ่มทักษะความคิด ระดับต่ำ 70 ขวด (ทอง 210 แท่ง)

โซ่ 2 เส้น (ทอง 100 แท่ง)

รวมรายการซื้อทั้งหมดเป็นจำนวนทอง 780 แท่ง

ท่านต้องการซื้อสิ่งของข้างต้นนี้หรือไม่ (ใช่ / ไม่ใช่)

ทอง 780 แท่งเทียบเป็นเงินได้ประมาณ 492 ล้านวอน ด้วยจำนวนเงินเท่านี้มันทำให้เขารู้สึกมือสั่นเล็กน้อยที่จะตอบตกลงแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่สิ่งของที่เสียเปล่า

สิ่งนี้ถูกกว่าการซื้อกองทัพใหม่และถึงอย่างไรเขาก็จะได้ไอเทมที่มีราคาแพงกว่านี้กลับคืนมา เขาสามารถรวบรวมและรับทองคำเพิ่มขึ้นได้เพียงแต่คนตายจะไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตต่อได้อีก

‘เท่านี้ก็น่าจะพอ’

ด้วยรายการสิ่งของเหล่านี้ทำให้เขามีทุกอย่างที่ต้องการเพื่อออกตามล่าตัวมังกรพีคอค

“ลูเซีย นำสิ่งของพวกนี้ไปไว้ที่เกวียน”

“เจ้าค่ะ”

“บอกทิโมธีให้ปันส่วนค่าใช้จ่ายเตรียมไว้สำหรับบุรุษ 40 คน”

“เจ้าค่ะ”

“อ่อ แล้วก็…” คังชอลอินออกคำสั่งเพิ่มเติม

“ข้าจะพาโพดอลส์กี้ไปร่วมการปราบปรามครั้งนี้ด้วย”

“เจ้ากรมน่ะหรือเจ้าคะ? องค์ราชันย์”

“ใช่”

“แต่โพดอลส์กี้กำลังไต่สวนตัวคิมูระ....”

“หืม จับตัวได้แล้วรึ?”

“หลังการหลบซ่อนตัวอยู่ 2 วัน โพดอลส์กี้พบว่าเขากำลังซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าเจ้าค่ะ ตอนนี้เลยขังเขาไว้ที่คุกใต้ดินด้วยกุญแจมือ”

“อย่างที่คิดไม่มีผิด”

“...? สิ่งใดหรือเจ้าคะ?”

“ไม่มีอะไร”

โพดอลส์กี้มีความสามารถในการตามหาและการจัมกุมที่ดี

“แต่องค์ราชันย์ เหตุใดท่านถึงเลือกโพดอลส์กี้ไปด้วยหรือเจ้าคะ? หากเป็นการออกตามล่าเพื่อพิชิตมังกรพีคอค ข้าคิดว่าผู้บัญชาการเจมส์น่าจะเหมาะมากกว่านะเจ้าคะ” ลูเซียถามด้วยความสงสัย

“ข้ามีเหตุผล”

คังชอลตอมพร้อมรอยยิ้ม

“และสิ่งนั้นคือ…?”

“หากเจ้าต้องการพิชิตให้มังกรสิ่งแรกที่ต้องทำคือการมัดปีกมันเอาไว้เสียก่อน และเท่าที่ข้าเห็นโพดอลส์กี้มีความสามารถที่ดีในการผูกมัด ข้าไม่คิดว่าจะมีใครที่ดีกว่าในการจัดการโซ่โลหะได้ไปมากกว่าเขา”

“งั้นหรือเจ้าคะ? ข้าไม่เคยเห็นถึงทักษะนี้ของเขามาก่อน”

“ขึ้นอยู่กับการมอง”

ลูเซียไม่อาจเข้าใจสิ่งที่คังชอลอินกำลังอธิบายได้จนทำให้นางเริ่มเต็มไปด้วยความสับสนและไม่มีทางที่นางจะรู้ได้ว่าโพดอลส์กี้ดูเหมือนมาสคอทของกรมตำรวจเกาหลี

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ทุกสิ่งอย่าง”

“อ่า เจ้าค่ะ องค์ราชันย์”

“เตรียมการให้พร้อม”

“เจ้าค่ะ!”

ด้วยเหตุนี้การเตรียมการทั้งหมดจึงสิ้นสุด

เช้าวันรุ่งขึ้น

คังชอลอินได้ออกเดินทางเพื่อไปเจอกับนักผจญภัยตามที่นัดพบ

“โอ้ ๆ องค์ราชันย์ของพวกเราเริ่มออกเดินทางแล้ว!”

“องค์ราชันย์เจ้าคะ โปรดกำจัดอสูรร้ายให้ดินแดนลาพิวต้าพ้นภัยด้วยเถิด!”

“ขอให้ท่านจงโปรดภัย ขอให้ท่านมีชัยกลับมา!”

“ผู้คนของเราต่างเชื่อมั่นในตัวท่านนะขอรับ องค์ราชันย์!”

ชาวเมืองลาพิวต้าเกือบ 500 คน ออกมาแสดงความเคารพแก่คังชอลอินพร้อมอวยชัยให้เขาได้รับชัยชนะกลับมา

‘เยี่ยมาก!’

ลูเซียที่ยืนประกบข้างคังชอลอินซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขากำลังปลื้มปิติและยินดีอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขบวนออกรบของคังชอลอินเป็นเพียงขบวนเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจสิทธิ์ขาด

คังชอลอินสวมใส่ชุดเกราะสีดำพิมพ์ลายเสือที่ทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นราชันย์ช่วงโชติ อาชาสีขาวที่เขาขึ้นขี่มาจากสายเลือดที่ดีพอที่จะเพิ่มอำนาจให้กับเขาในฐานะราชันย์ได้

ทางด้านซ้ายและขวาของคังชอลอินคือลูเซียที่สวมชุดหนังรัดรูป ดาบและโล่ และโพดอลส์กี้ที่สวมชุดสีน้ำเงิน พวกเขาเผยถึงพลังผู้มีอำนาจให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาใครต่อใคร

และที่กำลังติดตามพวกเขามาด้วยนั้นคือวัวต่อผู้ที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับบ้านหลังหนึ่ง มันกำลังทำหน้าที่ดึงเกวียนสามคันที่ใช้เก็บของและอาหารสำหรับนักผจญภัย ทหารที่มีความสามารถมากที่สุดของลาพิวต้าสิบนายที่อยู่ในชุดเกราะเต็มรูปแบบกำลังทำหน้าที่ปกป้องเกวียนทั้งสามคันนี้

ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นฉากที่ลูเซียได้เตรียมเอาไว้ให้แล้วทั้งหมด นางต้องการแสดงถึงศักยภาพของนางในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของราชันย์

“ข้าไม่เห็นรู้ว่ามีกองทหารติดตามไปด้วยเช่นนี้” คังชอลอินกล่าว

“ข้าต้องการใช้นักผจญภัยเพื่อรักษากองกำลังของเราแต่นี่ดูเหมือนจะเป็นการต่อต้านสิ่งที่ข้าคิด”

อย่างไรก็ตามความคิดเห็นของลูเซียนั้นแตกต่างไปจากของคังชอลอิน

“องค์ราชันย์ ครั้งนี้ข้าคิดว่าการกระทำของข้าเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วเจ้าค่ะ”

“งั้นรึ?”

“เจ้าค่ะ องค์ราชันย์จำเป็นต้องแสดงสิทธิอำนาจให้ได้เป็นที่ประจักษ์นะเจ้าคะ ไม่ว่าท่านจะทรงรัศมีโดดเด่นและมีความสามารถมากเพียงใดแต่ข้าไม่คิดว่านักผจญภัยจะเห็นถึงสิ่งนั้นได้ในทันที นอกจากนี้พวกมนุษย์ยังมีความคิดที่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาได้เห็นเป็นครั้งแรกและพวกเขาจะตัดสินคนอื่นไปอย่างรวดเร็วตามสิ่งตัวเองได้เห็น ข้าเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรที่จะป้องกันไม่ให้มีความคิดด้านลบใด ๆ เกิดขึ้นเจ้าค่ะ”

ลูเซียพูดถูก

เมื่อครั้งอดีต อัลเฟรดเองก็มักจะชี้ให้เห็นข้อบกพร่องดังกล่าวในความเป็นตัวตนของคังชอลอินและมักจะจู้จี้เขาอยู่บ่อยครั้ง

“องค์ราชันย์ โปรดรักษาเกียรติภูมิของท่านด้วยเถอะขอรับ!”

“องค์ราชันย์ โปรดอย่าได้เสี่ยงภัยนำตัวท่านเองไปเผชิญกับศัตรูเลยขอรับ!”

“บุรุษผู้ชื่อโดเรียนนั้นไร้สาระมากเกินไปแล้วนะขอรับ ข้าไม่อาจหลับตายามกลางคืนได้เพราะนายท่านเองก็อาจกลายเป็นคนที่ไม่เอาจริงเอาจังเช่นเขา!”

ดูเหมือนลูเซียจะมีความคิดเห็นเดียวกันกับอัลเฟรด

“เจ้าพูดถูก”

คังชอลอินที่เห็นด้วยกับลูเซียพยักหน้ารับ เขาจำเป็นต้องใช้บารมีของการเป็นราชันย์ที่แท้จริงนับตั้งแต่ต้นเพื่อแสดงให้นักผจญภัยได้ตระหนักและจะได้สามารถควบคุมพวกเขาได้

หลังออกเดินทางจากลาพิวต้ามาได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง พวกเขาได้เดินทางมาถึงจุดทางเข้าป่าปีศาจ คังชอลอิน ลูเซีย และโพดอลส์กี้มีการพูดคุยกันมาตลอดทางแต่ส่วนใหญ่แล้วคังชอลอินจะเป็นฝ่ายที่รับฟังเสียมากกว่า

“โพดอลส์กี้ผู้รับใช้ที่แสนต่ำต้อนผู้นี้รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ท่านเรียกหาการรับใช้จากข้าขอรับ องค์ราชันย์!”

โพดอลส์กี้ที่กำลังขี่เกวียนขนเสบียงหัวเราะเสียงดังและเต็มไปด้วยความสุข กุญแจมือที่แขวนอยู่ทางด้านซ้ายจากเอวของเขากำลังเล่นแสงภายใต้ตะวันจ้า

“ข้าจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้าได้ผูกปีกมังกรพีคอดสำเร็จและพิสูจน์คุณค่าที่ท่านได้ไว้วางใจในตัวข้า!”

ดูเหมือนว่าโพดอลส์กี้เองก็กำลังเครื่องร้อนได้ที่เพื่อพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาไม่ต่างกัน

“หึ เจ้ากรมโพดอลส์กี้! คิดหรือว่าการที่เจ้าจะมีทักษะเพียงเล็กน้อยเท่านี้จะสามารถทำให้องค์ราชันย์ของข้าพอใจได้?!”

ลูเซียมองกลับไปที่โพดอลส์กี้แล้วหัวเราะ

“ทักษะนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า อย่าได้มาดูถูกกัน!” โพดอลส์กี้คำราม

“หืม...เจ้ากรม เจ้าไม่แม้แต่จะสามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดได้แม้แต่ตัวเดียวด้วยซ้ำ!”

“นั้น…”

“ลองคิดให้ดี หากเจ้าต้องการรักษาตำแหน่งเจ้ากรมนี้ให้อยู่ติดตัวไปได้ตลอดเจ้าจำเป็นต้องฝึกฝนและพัฒนาตนเองอย่างขยันขันแข็งยิ่งขึ้นไม่ใช่รึ?”

“ต แต่ว่า...!”

“แน่นอนว่าเจ้ามีกลอุบายที่มากมายแต่เท่านั้นมันยังไม่พอ และไม่มีทางมากพอ”

เจ้ากรมโพดอลส์กี้ถูกคำปราศัยที่เฉียบคมของลูเซียปัดกวาดความรื่นเริงทั้งหมดและถูกดุด่าครั้งแล้วครั้งเล่า

อย่างไรก็ตามโพดอลส์กี้ไม่อาจพูดโต้ตอบกลับไปได้เพราะฐานะของลูเซียคือผู้ช่วยส่วนตัวของราชันย์ ตำแหน่งที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ปกครองดินแดน

“องค์ราชันย์ขอรับ เขายังเอาแต่ร้องไห้และร้องขอว่าไม่ต้องการจะกลับบ้านไม่หยุดเลยขอรับ”

โพดอลส์กี้ที่พ่ายแพ้ต่อการสนทนากับลูเซียพยายามเปลี่ยนหัวข้อโดยเริ่มต้นการสนทนากับคังชอลอินแทน

“หลังการปราบปรามครั้งนี้สิ้นสุดองค์ราชันย์ไม่สนใจลองไปแวะชมร้านค้าในดินแดนดูหน่อยหรือขอรับ? หญิงสาวที่ดูแลที่นั่นมีความงามอย่างมากจนชายทั่วลาพิวต้าต่างคลั่งไคล้ในตัวนางกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามหญิงสาวนางนั้นไม่เคยแม้แต่จะส่งสายตาให้กับใคร ท่านไม่คิดหรือขอรับว่าถ้าหากเป็นนายท่านที่ไปเยือนนางคงมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน?”

อย่างไรก็ตามลูเซียไม่ยอมให้เขาได้ทำเช่นนั้นง่าย ๆ

“เจ้าช่วยหยุดพูดจาต่ำ ๆ เช่นนั้นได้หรือไม่? องค์ราชันย์ของพวกเราอยู่ไกลจากเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาดั่งชายทั่ว ๆ ไปเช่นเจ้า โพดอลส์กี้!”

ใบหน้าของลูเซียแสดงความไม่พอใจขึ้นมาในทันใด

“สตรีนางเดียวที่จะเกี่ยวข้องกับนายท่ายได้คือหญิงสาวบริสุทธิ์”

ไหล่ของลูเซียพองขึ้น

“ค ใครรึ หญิงสาวบริสุทธิ์?”

โพดอลส์กี้เอียงศีรษะไปด้านข้างด้วยความสับสน

“หมายความว่าอย่างไรที่เจ้าหมายถึงใคร? แน่นอนว่าต้องเป็นข้าสิ! หากมีใครที่จะได้รับความโปรดปรานจากนายท่าน อย่างน้อยคน ๆ นั้นก็ควรเป็นข้าไม่ใช่รึ?”

“เฮอะ… นี่มันอะไรกัน…?”

“ทำไม หรือเจ้ามีปัญหาข้องใจสิ่งใด?”

“ก็... ผู้ช่วยลูเซีย ท่านห่างไกลกับคำว่าผู้บริสุทธิ์นัก”

“อะไรนะ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าหมายถึงร่างกายท่าน… อา!”

โพดอลส์กี้รับตะครุบปิดปากตัวเองในทันใดราวกับทำนมร่วงหล่นจากปาก

“เจ้ากรมโพดอลส์กี้?”

“ข ขอรับท่านผู้ช่วยลูเซีย”

“สำหรับการล่วงละเมิดผู้บังคับบัญชา เจ้าจะได้รับการลดเงินเดือนเป็นเวลาสามเดือน”

“...”

“เจ้ามีปัญหากับสิ่งนี้หรือไม่?”

“ม ไม่ขอรับ…”

ไม่มีทางที่เขาจะไปมีปัญหาด้วยได้

ถ้าเขาบอกไปว่าเขามีปัญหา ... เห็นได้ชัดว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเขา

“... เอ่อ องค์ราชันย์ ขออภัยที่ข้าได้พูดตัดสินใจไปเองเช่นนั้นเจ้าค่ะ โปรดอภัยแก่ข้า…”

ลูเซียแสดงออกถึงการขออภัยอย่างว่องไวทันทีที่นางรู้ตัวว่าล่วงเกินในอำนาจ

“ไม่เป็นไร แน่นอนว่าเจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้เพราะเจ้าอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าโพดอลส์กี้ ข้าไม่สามารถไปลงโทษเจ้าได้ มันก็เท่านั้น”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะองค์ราชันย์ เฮ้อ…ดูเหมือนว่าท่านจะไว้ใจและชื่นชอบในตัวโพดอลส์กี้นัก แต่ในความคิดของข้า มันไม่เหมือนว่าเขาเป็นคนที่ควรจะเก็บไว้ใกล้ตัวเลยแม้แต่น้อย”

“ทำไม? หรือเพราะเขาหยาบคายกับเจ้างั้นรึ?”

“เพราะเขา…”

“…?”

“เขาไม่ล่วงเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ?”

“ล่วงเกิน?”

“เขากล้าพูดเรื่องหญิงงามที่ร้านค้านั่นได้อย่างไร…? ข้าเพียงเป็นห่วงกลัวว่านายท่านจะได้รับอิทธิพลที่หยาบคายมาจากเขาน่ะเจ้าค่ะ...”

“นายท่าน นายท่านจะสามารถมีหญิงสาวบริสุทธิ์ มีคุณธรรมและไร้เดียงสาอยู่ข้างกายได้เท่านั้นนะเจ้าคะ เช่นนั้นนายท่านคงไม่คิดว่าหญิงสาวจากร้านค้านางนั้นจะเหมาะสมกับท่านใช่หรือไม่...?”

ดูเหมือนว่าลูเซียจะมีสิ่งต่าง ๆ ปะปนกันไปหมด

“นายท่านเป็นดั่งมนุษย์ที่สูงส่งและสง่างามที่สุดยากจะหาใครเทียบ หากนายท่านมีสตรีข้างกายที่มีฐานะดีและมีสายเลือดที่บริสุทธิ์จากตระกูลที่ดี…”

“ลูเซีย”

“เจ้าคะ?”

“ข้าไม่มีความสนใจในเรื่องเช่นนั้นหรือครอบครัวแต่อย่างใด”

ใบหน้าของลูเซียเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำตอบที่นางไม่คาดคิด มันดูเหมือนกับเป็นใบหน้าของใครบางคนที่ถูกหักหลัง

“ข้าอยากอธิบายให้ละเอียดแต่มันคงยาวมากเกินไปเช่นนั้นข้าจะไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น รู้ไว้เท่านั้นก็พอ”

หากจะให้พูดกันตามจริง คังชอลอินเคยมีสัมพันธ์พิเศษกับจอมราชันย์เฮคาเต้มาก่อน มันเป็นความจริงที่น่าตกใจที่ระหว่างเขาและเฮคาเต้เคยมีสัมพันธ์กันเพียงชั่วข้ามคืนเกิดขึ้นและเป็นแค่เพียงคืนเดียวเท่านั้น แต่มันเป็นอดีตที่ห่างหายไปนานซึ่งไม่มีใครจำได้เว้นเพียงแค่คังชอลอินเอง

“เจ้าค่ะ ลูเซียผู้นี้เข้าใจได้”

ลูเซียพยักหน้าราวกับว่าเธอเข้าใจ

“เช่นนั้นนายท่านก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสถานะหรือภูมิหลังตระกูลของหญิงสาวหากแต่จะสนใจในเพียงตัวนางเท่านั้น”

ลูเซียที่ไม่ทราบเจตนาที่ชัดเจนเกิดความเข้าใจผิดอีกครั้ง

“ความรักที่อยู่เหนือสถานะและตำแหน่ง! นายท่านช่างเป็นนักรักที่โรแมนติคเหลือเกินนะเจ้าคะ!”

คังชอลอินที่ไม่รู้ว่าควรตอบโต้ออกไปเช่นไรดังนั้นเขาจึงอยู่ไปเงียบ ๆ แล้วคุมม้าให้เดินหน้าต่อไป

บางสิ่งที่โรแมนติก

เขาไม่เคยถูกเรียกถึงสิ่งนี้มาก่อนในชีวิต

.

.

“จอมราชันย์จะมาใช่ไหม?”

“หากเขาจะไม่มาแล้วจะส่งสัญญามาให้ทำไมแต่แรก?”

“นั่นสิ?”

“แต่เขาไปได้ของพวกนั้นมาได้อย่างไร? เขาพบดันเจี้ยนดี ๆ ที่อยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างนั้นหรือ?”

“มีหลายคนที่ได้รับไอเทมโดยการเปิดหีบสมบัติที่พบในซากปรักหักพัง จอมราชันย์ก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น”

เมื่อเวลา 10 โมงเช้า นักผจญภัย 40 คนได้ปรากฏตัวตามสถานที่ที่ระบุไว้ในสัญญาและกำลังพูดคุยถึงเรื่องจอมราชันย์ที่ไปสร้างความปั่นป่วนแก่ผู้อัญเชิญทั่วโลก

อย่างไรก็ตามเมื่อจอมราชันย์ยังไม่ยอมมาปรากฏแม้กระทั่งหลังเวลา 10.00 น. ไปแล้วนักผจญภัยต่างก็เริ่มพากันพูดถึงมากขึ้น บางคนถึงขั้นโกรธเคืองและหน้าก็เริ่มเปลี่ยนสี

“ไอ้เจ้านั่น มันกล้ามาหลอกข้าได้อย่างไร?!”

บิลลี่ที่มีความสูงเกือบ 190 ซม. พร้อมร่างกายที่เต็มไปกล้ามเนื้อแสดงความโกรธที่เขามีต่อจอมราชันย์ที่ยังไม่มาปรากฏตัวหลังผ่านเวลานัดพบมาได้ประมาณ 10 นาทีแล้ว

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาเลย เพราะถ้ามาโผล่เอาตอนนี้ข้าจะหักคอมันแน่!”

“นั่นไง เขามาแล้ว!”

"อาชาขาว? เกวียน? สิ่งนั้นคืออะไร”

“เป็นจอมราชันย์จริง ๆ ใช่หรือไม่?!”

นักผจญภัยสองคนชี้ไปยังที่มาของกลุ่มคนที่กำลังเข้ามาใกล้มากขึ้น

“อะไรกัน? จอมราชันย์มาแล้วมารึ?”

บิลลี่เบิกตากว้างพลางหันไปมองตามที่นิ้วชี้

“เหอะ กล้าที่จะมาสายแล้วยังเสนอหน้านำคนรักมาด้วยงั้นรึ?”

มือหนา ๆ ของบิลลี่จับด้ามขวานจนแน่น

“มาดูกันว่าเขาจะเคลื่อนไหวเหมือนเต่าต่อหน้าข้าหรือไม่”

บิลลี่เดินก้าวย่างเข้าหาคังชอลอินผู้ซึ่งกำลังเข้าใกล้พวกเขาจากที่ไกล ๆ

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 31: เริ่มต้นการเดินทาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว