เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34: ปรับระดับขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนที่ 34: ปรับระดับขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนที่ 34: ปรับระดับขึ้นเรื่อย ๆ


ตอนที่ 34: ปรับระดับขึ้นเรื่อย ๆ

“เจ้าคือจอมราชันย์งั้นสินะ?”

บุรุษที่ดูเหมือนขอทานกล่าวถาม

“ยินดีที่ได้พบ ทักษะการต่อสู้ของเจ้าช่างเหลือร้ายเสียจริง ๆ”

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปใกล้คังชอลอินเพื่อขอจับมือ

“ข้าคือผู้ที่ใช้นามว่า ‘Lumpen’ ที่ช่องทางการสื่อสารบนโลก ชื่อของข้าคือโดเรียน โดเรียน เอกซ์พลอเรอร์”

คังชอลอินไม่คิดเข้าไปจับมือกับโดเรียนแต่อย่างใดเพราะตอนนี้เขาสกปรกเป็นอย่างมากและไม่มีหนทางใดที่คังชอลอินจะปฏิบัติต่อเขาด้วยความปรารถนาดีเนื่องจากการมาสายของเขา

“ข้าคังชอลอิน เหตุใดเจ้าถึงมาสายเช่นนี้?” เขาเอ่ยถามกลับไปแทนการจับมือ

“เอ่อ นั่นเพราะ…” โดเรียนเริ่มทำการแก้ตัวอย่างน่าสงสาร

“นั่นเพราะข้าตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย … ทันทีที่ข้าได้รับข้อความจากเจ้า ข้าได้ขอยืมการใช้ประตูมิติเพื่อมาที่นี่ในทันที … แต่ … ก็อย่างที่เจ้าเห็น ข้าไม่มีอะไรติดตัวมาด้วยสักอย่างทั้งอาหาร…หรือย่าม จากนั้นข้าก็สังเกตเห็นสัตว์ประหลาดได้ข้าเลยเดินตามมันไปรอบ ๆ และในที่สุดวันนั้นก็จบลง ข้าหิวมาก…และขณะที่ข้ากำลังมองหาอาหารการกิน...”

สรุปความแล้วมันหมายความว่าเขามาที่โลกนี้ด้วยตัวเปล่าและลงเอยด้วยการวิ่งไปรอบ ๆ ในป่า

‘ไอ้บ้านี่’

เส้นเลือดที่หน้าผากของคังชอลอินปูดนูนขณะที่ฟังข้อแก้ตัวของโดเรียน

‘สำหรับชายผู้มาจากกองกำลังพิเศษเช่นนี้ทำไมถึงได้ชอบหลงทางนัก?’

เริ่มตั้งแต่ปี 2020 โดเรียนในวัย 25 ปีได้เป็นส่วนหนึ่งของ SAS ที่มีชื่อเสียงในกองทัพอังกฤษและเป็นสัตว์ประหลาดตัวจริงที่มีประสบการณ์มากมายในสนามรบจากแถบอัฟกานิสถาน โซมาเลีย ฯลฯ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องแปลกที่บุคคลที่มีความสามารถมากขนาดนี้จะหลงทาง แต่ตัวตนของโดเรียนที่แท้จริงมักจะหลงทายอยู่บ่อย ๆ

“ดังนั้นข้าจึงรีบมาที่จุดนัดพบเร็วให้ที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ดูเหมือนว่าทุกคนได้จากไปแล้ว สิ่งเดียวที่ข้าทำได้คือติดตามรอยเท้าจนลงเอยมาถึงที่นี่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดแต่ข้าต้องขอโทษจากใจจริงที่มาช้า”

โดเรียนขอโทษกับการมาสายของเขา

“แล้วการจับมือ? ข้าบอกขอโทษเจ้าไปแล้วนะ… เจ้ากำลังทำให้ข้าอับอายอยู่รู้หรือไม่?”

“ก่อนที่เจ้าจะยื่นมือหาใครเจ้าควรไปล้างตัวให้สะอาดเสียก่อน” คังชอลอินว่าก่อนจะโต้กลับอีกครั้ง

“ลืมเรื่องการจับมือไปได้เลย แม้แต่คนจรก็ยังต้องร้องไห้หลังได้มองสารรูปของเจ้า”

“มันแย่ขนาดนั้นเชียว?”

“ไม่ มันสรกปรก … เจ้าเองก็เป็นราชันย์เช่นกัน จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเจ้าพาผู้ใต้บังคับบัญชามาด้วยกันกับเจ้าสักสองคน”

“อ่า … ข้าเห็นพวกเขากำลังนอนหลับอย่างสบาย ข้าเลยรู้สึกแย่ที่ต้องไปปลุกพวกเขาเช่นนั้นข้าเลยออกมาเพียงลำพัง”

คังชอลอินเข้าใจดี เห็นได้ชัดว่าโดเรียนย่องหนีออกมากลางดึกในขณะที่ผู้รับใช้ส่วนตัวของเขากำลังนอนหลับ โดเรียนเป็นเจ้านายที่ทั้งน่าเบื่อและไร้ความรับผิดชอบในสายตาของพวกผู้รับใช้อย่างมาก

‘ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักสำหรับคนอย่างเจ้า ตั้งแต่ไหนแต่ไรเจ้าก็เป็นเช่นนี้อยู่เสมอ’

มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งหรือสองครั้ง

‘ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าชายผู้นี้ไปมีชีวิตทางทหารได้อย่างไร’

ถึงอย่างไรก็ยังมีบางสิ่งที่คังชอลอินไม่ทราบที่มาเช่นกัน

ทั้งเนวีซีลหรือเดลต้าฟอร์ซต่างก็เป็นกองกำลังพิเศษที่มีชื่อเสียงเช่น SAS เพียงแต่มีภาพลักษณ์ที่แตกต่างไปจากที่พลเรือนทั่วไปจะรู้ คนส่วนใหญ่ในกองกำลังเหล่านี้เต็มไปด้วยคนที่แย่ยิ่งกว่าอันธพาลเสียอีก

แน่นอนว่าเมื่อใดที่การฝึกเริ่มต้น บุคลิกลักษณะของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปแบบ 180 องศาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวินัยทางทหารของพวกเขานั้นแย่มาก

เช่นกันกับโดเรียนที่โดยปกติแล้วดูเหมือนจะเป็นคนที่มึนงงอยู่ตลอดแต่เมื่อใดที่เขาต้องต่อสู้หรือต้องฆ่าสัตว์ประหลาด เขาจะเปลี่ยนเป็นคนที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

การปลิดชีพ... ถ้ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำโดเรียนก็สามารถฆ่าคนได้อย่างไร้ความปราณี

“อ่ะ จะว่าไปแล้ว…”

โดเรียนร้องตกใจราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้สักอย่าง

“ตอนนั้นน่ะ”

“ตอนนั้น?”

“ตอนที่เจ้าฆ่าโครคิวต้า”

“...?”

“เจ้าได้ถือดาบไปข้างหลังเพื่อบังคับน้ำหนักใส่มันมากขึ้นใช่หรือไม่? แล้วเจ้าได้หันร่างกายของตัวเองไปทางขวาเพื่อที่เจ้าจะได้หลบการโต้กลับจากโครคิวต้างั้นหรือ? มันดูเหมือนการเคลื่อนไหวที่เตรียมไว้สำหรับความเป็นไปได้ที่จะถูกกัดเนื่องจากเจ้าจะต้องเข้าไปใกล้ร่างกายของมันเพราะดาบที่เจ้าได้เจาะเข้าไป เจ้ามีเป้าหมายที่จะโจมตีเพื่อจัดการกับความเสียหายให้ได้มากที่สุดในขณะที่หลบการโต้กลับไปพร้อมกัน มันคือการเคลื่อนไหวของความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการโจมตีและการป้องกันงั้นรึ? อย่างน้อย ๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้ารู้สึกแต่ก็ไม่เป็นไรถ้ามันไม่ใช่”

เขามีดวงตาแห่งความหยั่งรู้ที่สามารถมองเจตนาของคังชอลอินได้โดยสมบูรณ์ แน่นอนว่าเขาเป็นนักยุทธศาสตร์การจู่โจมดันเจี้ยน(เมื่อครั้งก่อน)ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่คมชัดได้เพราะสิ่งเหล่านี้

“อ่า มันดูเป็นเช่นนั้นนี่เอง”

“แล้วเช่นนั้นมันคืออะไร?”

“มันสมเหตุสมผลหลังจากที่เขาได้อธิบายมาแบบนั้น…”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านแม่ทัพเคลื่อนย้ายตัวไปทางขวาเมื่อเขาตัดร่างของโครคิวต้าอย่างนั้นหรือ?”

นักผจญภัยที่ได้ฟังคำอธิบายของโดเรียนเริ่มเข้าใจถึงวิธีการสาธิตของคังชอลอินขึ้นมาบ้าง

“เจ้าคิดอย่างไรกับคำพูดของข้า?”

“แม่นยำมาก”

คังชอลอินผงกศีรษะ

‘อย่างที่คิด เขามีประโยชน์มากจริง ๆ ในฐานะผู้ช่วยสอน’

คังชอลอินรู้สึกมีความสุขมากและเชื่อว่าเป็นเพราะพระเจ้าที่ทำให้เขาสามารถได้ตัวโดเรียนมา

คำถามของโดเรียนมีผลอย่างมากเช่นเดียวกับที่เขาสามารถอธิบายความสับสนให้กับนักผจญภัยได้ คังชอลอินเชื่อว่าถ้าเขาใช้โดเรียนได้อย่างถูกต้องเขาจะสามารถสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ในการฝึกสอนให้กับนักผจญภัยกลุ่มนี้

‘ดีล่ะ เช่นนั้นข้าจะใช้เจ้าอย่างเต็มที่เลยโดเรียน’

แม้ว่าเขาจะมาสาย แต่ตั้งแต่ที่โดเรียนเข้าร่วมกลุ่มมา คังชอลอินได้ย้ำคำสาบานในใจว่าจะใช้เขาอย่างเต็มที่แทนที่จะทำลายเขา แม้ว่านั่นจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขามาตั้งแต่เริ่มต้นก็ตาม

ด้วยการอธิบายเพิ่มเติมจากโดเรียน “ผู้พิชิต” ในครั้งนี้ต่างได้รับแรงกระตุ้นที่มากยิ่งขึ้น

มันเหมือนกับการบรรยายในรูปแบบหนึ่ง

หากคังชอลอินต่อสู้กับสัตว์ประหลาดแบบตัวต่อตัว โดเรียนจะตั้งคำถามในสิ่งเขาสงสัยและแบ่งปันความคิดเห็นของเขาให้กับคนอื่นได้รู้ต่อ ถ้าคังชอลอินเป็นดั่งอาจารย์ โดเรียนก็เป็นเหมือนผู้ช่วยหรือผู้มีเกียรติแก่นักเรียน

ต้องขอบคุณการสนทนาระหว่างทั้งสองคนที่ทำให้นักผจญภัยสามารถหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับส่วนที่พวกเขาสงสัยและค่อย ๆ เรียนรู้ต่อไปได้

ด้วยเหตุนี้ ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของพวกเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากพร้อมกับสถานะระดับของพวกเขาที่เติบโตไปอย่างรวดเร็วโดยที่เหล่านักผจญภัยไม่รู้ตัวเลยว่าขณะนี้พวกเขากำลังได้รับบทเรียนเป็นการส่วนตัวจากตัวละครที่เต็มไปด้วยกลโกงจากคังชอลอินและและอัจฉริยะจากโดเรียนอยู่

[บรรลุระดับ 15!]

[บรรลุระดับ 16!]

[บรรลุระดับ 17!]

[บรรลุระดับ 18!]

[บรรลุระดับ 19!]

คังชอลอินขึ้นไปถึงระดับ 19 ได้ภายหลังการออกล่าประมาณหนึ่งสัปดาห์ หากไม่นับการกินและการนอน ตลอดเวลาจากสองช่วงนี้เขาได้ทำการล่าอย่างไม่หยุดพัก

อย่างไรก็ตามคังชอลอินยังคงไม่พอใจ

เขาได้ตั้งมาตรฐานที่ต้องการทำให้สำเร็จไว้สูงมากและมันยังเป็นหนทางอีกยาวไกลกว่าจะขึ้นไปถึงระดับ 100 ได้ นอกจากนี้ด้วยระดับ 19 ที่เขาเพิ่งข้ามมามันไม่มากพอจะให้ไปต่อสู้กับมังกรพีคอคได้เลย

‘ยังอีกไกลเกินไป แน่นอนว่าตอนนี้เราไม่สามารถจัดการกับมันได้เว้นแต่อย่างน้อยจะขึ้นไปถึงระดับ 25’

ตกดึก คังชอลอินยังคงตกอยู่ในวังวนแห่งความคิดขณะที่คนอื่น ๆ ทยอยกันหลับไปจนหมด

เมื่อได้ฟังรายงานจากโพดอลส์กี้ผู้ซึ่งเดินทางไปมาระหว่างดินแดนและค่ายการฝึก มังกรพีคอคยังคงมองหาอาหารอยู่รอบ ๆ อาณาเขตแม้ว่าดินแดนจะถูกพรางตัวไปแล้วก็ตาม

‘จะเป็นการดีที่สุดหากสามารถเข้าถึงระดับ 30 ได้ … แต่ถึงตอนนั้นก็คงช้าเกินไป’

‘ขณะเดียวกันทองคำก็กำลังถูกใช้จ่ายออกไปเป็นจำนวนมาก’

ยิ่งดินแดนถูกพรางตัวไว้นานเท่าไหร่ คังชอลอินก็จะได้รับความสูญเสียมากยิ่งขึ้นตามเท่านั้น

“นี่เจ้ากำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่?”

โดเรียนเดินเข้ามาใกล้แล้วถาม

“เฮ้อ มันช่างยากเหลือเกิน ข้าไม่คิดว่ามันจะลำบากถึงขนาดนี้แม้ข้าจะเป็นถึงทหารในชีวิตจริงด้วยก็ตาม การล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยพับผ่าสิ”

เห็นได้ชัดว่าโดเรียนเองก็เริ่มหมดแรงและกำลังใจ

เพราะคังชอลอินเอาแต่จ้องมองไปที่โดเรียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาเสียให้ได้ นักผจญภัยที่เฝ้าดูจากด้านข้างจึงรู้สึกสงสารโดเรียนกันเป็นอย่างมากเพราะเขากำลังถูกเอาเปรียบอย่างรุนแรง หากเป็นคนอื่นคงมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะหลบหนีไปตั้งแต่ตอนนี้แล้ว

“ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างนั้นสิ?”

“จะถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่หากนี่ไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบาก? มันคงง่ายมากสำหรับเจ้ากับการสาธิตวิธีแบบครึ่งทางล่ะสิ ห๊ะ? หรือจริง ๆ แล้วเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรกันแน่? เฮ้อ! ข้าไม่ได้เหมือนอัจฉริยะอะไรพวกนั้นสักหน่อย!”

โดเรียนพร่ำบ่น

‘เจ้าคืออัจฉริยะโดเรียน เพียงแต่เป็นอัจฉริยะที่ซุ่มซ่ามและแปลกประหลาดเกินคน’

คังชอลอินคิดเพียงลำพังพร้อมกับหัวเราะอยู่ในใจ

“หากเป็นเรื่องยากขนาดนั้นทำไมเจ้าไม่กลับบ้านไปเสียเล่า? ข้าจะไม่ห้ามเจ้าถึงเรื่องนั้นแน่นอน”

คำพูดที่ดูมีเมตตาของคังชอลอินไม่สามารถเชื่อใจได้อย่างแท้จริง

“เจ้าพูดอะไรออกมา! ข้าจะไม่กลับจนกว่าข้าจะได้ต่อสู้กับมังกรพีคอคนั่น! แน่นอนแม้ว่ามันจะยากเพียงใดก็ตาม … ข้าได้เรียนรู้จากเจ้ามามากมายและข้าก็รู้สึกว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่ได้มา”

โดเรียนดูเหมือนจะเพลิดเพลินไปกับตัวเองได้อย่างแท้จริงในช่วงขณะนี้

‘ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ข้าได้เรียนรู้จากเจ้า’

ในหลาย ๆ ทาง คังชอลอินเองก็รู้สึกสนุกไปกับมันเช่นกัน

เจ้าของที่เป็นเหมือนลูกค้าและลูกค้าที่เป็นเหมือนเจ้าของ มันเป็นสถานการณ์ที่บทบาทของพวกเขาสลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในอดีตผู้เรียนรู้คือคังชอลอินเพียงแต่เวลานี้ผู้เรียนรู้คือโดเรียน

มันเป็นดั่งแฝงนัยเชิงโชคล้อ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีการสำรองวิญญาณ มันเป็นสถานการณ์ที่โดเรียนคาดไม่ถึง

“เพื่อนข้า” โดเรียนพูด

“ข้าขอถามอะไรเจ้าสักอย่างได้หรือไม่?”

“หากนั่นเป็นสิ่งที่ข้าตอบได้แล้วล่ะก็”

“ทำไมเจ้าไม่บอกเป้าหมายสุดท้ายแก่นักผจญภัย? ถึงแม้คนอื่นจะไม่พูดอะไรเพราะพวกเขาไม่มั่นใจแต่เป้าหมายของพวกเขาคงไม่ใช่แค่การเลื่อนระดับง่าย ๆ หรอกใช่ไหม?”

“มันเป็นปัญหาของความมั่นใจ”

“ความมั่นใจ?”

“แม้มังกรพีคอคจะอ่อนแอที่สุดในบรรดาสายพันธุ์มังกร แต่มันก็ยังเป็นสัตว์ประหลาดระดับ 40 ถ้าข้าบอกพวกเขาไปว่าเรากำลังจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่เลวร้ายเช่นนั้นเจ้าคิดว่าพวกเขาจะยังติดตามข้าต่อไปหรือไม่?”

“หืม?”

โดเรียนทำท่าครุ่นคิดโง่ ๆ

“พวกเขาจะหนีหรือไม่ก็จะยกเลิกไม่ทำมันต่อ”

“เอ่อ เจ้าหมายถึงอะไรที่ว่าหนี? ข้าแน่ใจว่าพวกเขาจะต้องตอบตกลงกันอย่างแน่นอนหากเราบอกพวกเขาไปว่าเรากำลังจะได้ไปสู้กับมังกร”

“งี่เง่า ไม่ใช่ทุกคนที่เขาจะคิดแบบเจ้า เป้าหมายของนักผจญภัยคือเงิน สิ่งของต่าง ๆ และต้องไม่ตายไปกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับสูง”

“ยะ อย่างนั้นเองหรอกหรือ?”

โดเรียนสามารถเข้าใจคำพูดของคังชอลอินได้ในที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างความมั่นใจและไม่มั่นใจ

“ในวันพรุ่งนี้ทั้งเจ้าและข้าควรจะขึ้นเป็นระดับ 20 ได้ในขณะที่นักผจญภัยจะเป็นระดับ 15”

คังชอลอินกำลังวางแผนที่จะต่อสู้กับมังกรพีคอคเมื่อเขาเข้าสู่ระดับ 25 และนักผจญภัยอยู่ในระดับ 20

“ข้าคิดว่าเราสามารถปรับเข้ารับการอบรมแบบพิเศษได้แล้ว”

“การฝึกอบรมพิเศษ? มีการฝึกอบรมอะไรเป็นพิเศษด้วยหรือ? หรือว่าเจ้าได้คิดกลยุทธ์ที่ใช้ในการต่อสู้กับมังกรพีคอคโดยเฉพาะขึ้นมา?”

“น่าชื่นชมมากที่เจ้าสามารถคิดไปได้ไกลเช่นนั้น”

“... ข้าไม่ใช่คนโง่”

“แน่นอนว่าเจ้าเป็น”

… ในขณะที่คังชอลอินตอบกลับไปเช่นนั้นเขากำลังคิดอะไรบางอย่างกับตัวเอง

‘หากเจ้าไม่ใช่คนโง่แล้วจะเป็นใครไปได้?’

มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่พวกเขาได้พบกันจนได้ข้องเกี่ยวกับโดเรียนอีกครั้ง

ขณะนั้นเอง โดเรียนก็เริ่มพูดราวกับว่าเขาสงสัยอะไรในบางสิ่ง

“เดี๋ยวนะ ข้าว่ามันชักมีอะไรแปลก ๆ”

“อะไรที่เจ้าว่าแปลก?”

“เจ้า … จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ของเจ้าคืออะไรกันแน่? มีบางอย่างที่แปลกมาก ๆ อยู่ เจ้าจะรู้วิธีการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดทุกตัวที่เราเจอได้อย่างไร? เจ้ารู้ถึงการดำรงอยู่ของมังกรพีคอคและวิธีการต่อสู้กับมันว่าเป็นเช่นไรได้จากไหน? ไอเทมที่เจ้าแจกจ่ายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการต่อสู้กับมังกรพีคอคโดยเฉพาะเลยหรือไม่?”

ครู่หนึ่ง คังชอลอินก็ต้องรู้สึกประหลาดใจกับความคิดความอ่านของโดเรียน เขาไม่รู้ถึงเนื้อแท้ว่าโดเรียนนั้นแหลมคมมากเพียงใดเพราะเขาเห็นเพียงโดเรียนเป็นเหมือนปลาซื่อ ๆ ที่สามารถเล่นด้วยได้อย่างง่ายดาย

“มันน่าสงสัยจริง ๆ แค่เพียงหนึ่งเดือนนับจากการอัญเชิญครั้งใหญ่แต่เจ้ากลับรู้มากเกินกว่าใคร หรือว่าเจ้าจะบังเอิญ...?”

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของโดเรียนจ้องมองไปที่คังชอลอิน

‘ไอ้เจ้านี่ พอฉลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เป็นอย่างนี้ไปซะทุกที แต่ถึงอย่างไร...’

ขณะที่คังชอลอินกำลังสูญเสียทางความคิด โดเรียนก็เริ่มพูดต่อ

“เจ้าได้รับการฝึกมาก่อนงั้นหรือ? เจ้าคงต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นเร็ว ๆ เลยต้องการออกไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับสูงเช่นนั้น?”

คังชอลอินรู้สึกประหม่าสุด ๆ แต่ก็ยังเป็นไปตามที่เขาคาด โดเรียนเดาทางผิดไป

“เจ้าคงถามผู้ช่วยส่วนตัวของเจ้าและหากมีบางสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จักเจ้าก็ออกไปค้นคว้าข้อมูลที่โลกอีกฝั่ง ข้าคิดถูกหรือไม่?”

ขณะนั้นคังชอลอินก็คิดขึ้นว่า “ใช่ เจ้ามันโง่และงี่เง่ามาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเจ้าถึงกลายเป็นของเล่นในกำมือข้ามาโดยตลอด” ก่อนจะยอมรับออกไปอย่างกระตือรือร้น

“... ถูกจับได้จนได้”

“เฮอะ! อย่างที่ข้าคิดไม่มีผิด!”

โดเรียนเชิดไหล่ขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจ คนโง่ก็มักมีความสุขกับการกระทำแบบโง่ ๆ อยู่ร่ำไป

“อย่างที่เจ้าว่า อย่างไรก็ตามเราต้องได้รับทักษะที่จำเป็นต่อการสู้กับมังกรพีคอค หรือต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายกับมังกรพีคอค”

โดเรียนใช้ทักษะการล่าสัตว์ประหลาดที่มีมาแต่กำเนิดเพื่อเข้าใจเจตนาของคังชอลอิน

“นั่นคือสิ่งที่ข้าวางแผนไว้”

คังชอลอินได้วางแผนการฆ่าสัตว์ประหลาดตามที่เขาต้องการสังหารไว้อยู่ก่อนแล้ว อย่างช้า ๆ มีรายการของสัตว์ประหลาดในหัวของคังชอลอินที่เขาต้องการตามล่าภายในสัปดาห์หน้าอยู่

‘เมื่อมาถึงตรงนี้การออกล่าครั้งต่อไปต้องมุ่งเน้นไปที่สัตว์ประหลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น’

เพื่อที่จะต่อสู้กับมังกรพีคอค นักผจญภัยทั้ง 40 คนจะต้องผ่านการปราบสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่สามารถโจมตีทุกคนได้ในครั้งเดียวให้ได้เสียก่อน ตัวอย่างเช่นสัตว์ประหลาดที่อยู่ในระดับ 30 ขึ้นไป

แต่สิ่งหนึ่งที่คังชอลอินไม่เคยรู้ก็คือโอกาสในการล่าสัตว์ประหลาดระดับสูงขนาดนั้นจะมาถึงเร็วกว่าที่เขาคิดถึงไว้

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 34: ปรับระดับขึ้นเรื่อย ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว