เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20: เสร็จข้า เจ้าแมลงตัวจ้อย!

ตอนที่ 20: เสร็จข้า เจ้าแมลงตัวจ้อย!

ตอนที่ 20: เสร็จข้า เจ้าแมลงตัวจ้อย!


ตอนที่ 20: เสร็จข้า เจ้าแมลงตัวจ้อย!

มดเป็นจ้าวแห่งสงครามการล้อมหรือหากพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นมันคือจ้าวแห่งการปีนป่าย

แม้ว่ามดพวกนี้จะชอบเดินด้วยสองเท้าเหมือนอย่างมนุษย์แต่รากฐานของพวกมันก็คือการเป็นมด มันไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามใด ๆ เพื่อปีนขึ้นกำแพงดังนั้นเวลาแห่งการพยายามที่พวกมันจะใช้ปีนป่ายกำแพงเกือบจะเท่ากับเป็นศูนย์

‘หากมดพวกนี้ปีนกำแพงข้ามผ่านได้สำเร็จทุกอย่างก็จะจบสิ้น! ราชันย์ของข้าจะต้องเป็นฝ่ายชนะ!’

ทิโมธีมองดูสถานการณ์ด้านล่างพลางกำมือแน่น

สถานการณ์สงครามในตอนนี้คือมดจำนวน 300 ตัวที่เกือบจะเข้ายึดกำแพงปราสาทของลาพิวต้าได้สำเร็จ หากพวกมดปีนผ่านกำแพงปราสาทมาได้อย่างปลอดภัย ชัยชนะก็จะตกเป็นของคิมูระ แม้ทหารจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพียงใดก็ไม่มีทางที่ทหารเพียง 100 นายจะสามารถกำจัดมดทั้ง 300 ตัวไปได้ แม้พวกมดจะตัวเล็กกว่าแต่ก็แข็งแรงอย่างมาก มันสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าตัวเองถึง 20 เท่า

ทว่า… อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้พวกมดที่ต้องการข้ามผ่านและทำลายปราสาทจะต้องได้รับกับความอัปยศอดสูที่พวกมันไม่เคยคาดคิดมาก่อน

“เตรียม!”

เจมส์ออกคำสั่ง จากนั้นทหารของลาพิวต้าก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่น่าสงสัย

สิ่งที่ทหารถืออยู่ในมือไม่ใช่ดาบ หอก ธนูหรือปืนคาบศิลาแต่อย่างใด พวกเขากำลังแบกถังที่เต็มไปด้วยของเหลวบางอย่างแทน

ของเหลวในถังได้ปล่อยไอน้ำชื้นขึ้นอากาศราวกับว่ามันกำลังเริ่มเดือดได้ที่เมื่อไม่นานมานี้

“น้ำร้อนอย่างงั้นรึ? มดสามารถต่อกรกับน้ำร้อนได้…”

ทิโมธีเอียงศีรษะขณะพึมพำด้วยความสงสัย ลูเซียก้าวไปอยู่ข้าง ๆ แล้วส่ายหัว

“ไม่ใช่”

“งั้นรึ?”

“จริงอยู่ที่มันเป็นน้ำร้อนแต่ไม่มีทางที่เราจะเอาชนะมดได้ด้วยน้ำธรรมดา”

“ถ้าเช่นนั้น...มันคือสิ่งใด?”

“น้ำผสมมินท์”

ใบหน้าของทิโมธีแข็งทื่อ

“พวกมดไม่ชอบกลิ่นมินท์ มดพวกนี้เองก็เช่นกัน แน่นอนว่ามดพวกนี้อาจจะมีความอดทนที่มากกว่ามดทั่วไปแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่สิ่งที่มดจะสามารถทนทานได้ พวกข้าได้ใส่ความเข้มข้นสูงเป็นพิเศษดังนั้นมันจะมีประสิทธิภาพอย่างมาก เจ้าจงรอดูเถิด”

ลูเซียชี้ไปที่กำแพงปราสาทที่เริ่มมีการต่อสู้เกิดขึ้น

“กินนี่ซะสิ!”

“ดื่มชามินท์ร้อน ๆ นี่ซะ!”

“กล้าคลานมายังดินแดนคนอื่นเช่นนี้ได้อย่างไร!”

ทหารของคังชอลอินตะโกนลั่นพร้อมเทน้ำผสมมินท์ไปยังมดที่กำลังปีนไต่กำแพง

เมื่อน้ำมินท์ประมาณหนึ่งร้อยถังถูกเทลงไปจนหมดสิ้น กลิ่นมินท์ที่รุนแรงก็กระจายตัวไปทั่วสนามรบ มันมีความเข้มข้นอย่างมากจนน่าปวดหัว แม้แต่ทิโมธีที่เฝ้าดูการต่อสู้จากหอสังเกตการณ์ด้านบนก็ยังรู้สึกได้ว่าจมูกของเขากำลังกลายเป็นอัมพาตช้า ๆ

ปฏิกิริยาตอบรับเกิดขึ้นในทันใด

กลุ่มมดที่กำลังไต่กำแพงขึ้นมาด้วยความเร็วที่เป็นอันตรายไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้และในที่สุดก็เริ่มร่วงหล่นจากกำแพงไปทีละตัว นอกจากนี้ยังมีบางตัวที่เกิดภาวะช็อคและชักกระตุกท่ามกลางหมู่มดที่ร่วงหล่น

“นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไรกัน…!”

ทิโมธีพูดพึมพำและไม่อาจเชื่อในสายตาตัวเองได้

“นั่นเพราะ… การใช้กลยุทธ์ง่าย ๆ ยังไงล่ะ…  มันเรียบง่ายมากจนเจ้าคาดไม่ถึงแต่ก็เป็นความคิดที่เฉลียวฉลาดอย่างมาก เราได้ใช้มินท์ทั้งหมดในคลังของเราแล้ว ดังนั้น …”

ลูเซียยิ้มแย้มด้วยความแจ่มใส

“ทิโมธี ก่อนหน้านี้เจ้าพูดว่าราชันย์ข้าจะไม่มีทางชนะในศึกครั้งนี้ใช่หรือไม่? ก่อนหน้านี้องค์ราชันย์ของเราได้จัดเตรียมกองทัพเพื่อหาทางแก้ปัญหาและพร้อมต่อกรกับทหารจากดินแดนเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้จะจบลงด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของลาพิวต้า”

"แต่…!"

“แน่นอนว่าน้ำที่ผสมกับมินท์เท่านี้คงยังไม่เพียงพอให้เราชนะได้ แต่ว่า!”

ทิโมธีที่เตรียมท่าจะประท้วงแต่ลูเซียก็ส่ายหน้าราวกับกำลังจะบอกเขาว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบทั้งหมด

“เจ้าคิดว่าเราจะเตรียมการไว้แค่เท่านี้งั้นรึ? องค์ราชันย์ของข้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะนึกเชื่อได้! จงสังเกตด้วยสายตาที่เบิกกว้างของเจ้าซะ จงมองดูความยิ่งใหญ่ขององค์ราชันย์ว่าท่านยอดเยี่ยมมากเพียงใด!”

ลูเซียพูดอย่างภาคภูมิใจทว่าคังชอลอินกลับเอามือปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอาย

‘บ้าเอ้ย ทำไมนางถึงชอบทำอะไรให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากและยิ่งใหญ่ไปซะหมด จะต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความอับอายอีกมากแบบนี้ต่อไปอย่างไรกัน?’

คังชอลอินคิดในใจด้วยความเบื่อหน่าย

มดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังแต่ราชันย์ส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าพวกเขามีจุดอ่อนที่ชัดเจนอย่างไร แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่สามารถคิดใช้วิธีนี้ได้เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

และเมื่อสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ทิศทางของสงครามก็เริ่มหันมาเข้าข้างลาพิวต้ามากยิ่งขึ้น

“เอ้า! เจ้าพวกมด! ลองปีนกลับขึ้นไปอีกสิ!”

“ชามินท์มีรสชาติอย่างไรบ้าง? ถูกใจพวกเจ้าหรือไม่?”

“มา! จงก้าวเข้ามาให้หมด! ข้าจะจัดการพวกเจ้าไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว!”

เมื่อกองทัพมดเริ่มพังทลาย ทหารของลาพิวต้าที่อะดรีนาลีนกำลังพลุ่งล่านก็ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะยอดเยี่ยมในการปกป้องปราสาท

ตู้ม! ตู้ม!

ทหารปืนคาบศิลาลั่นไก

วู้ช!

และทหารที่ใช้หอกยาวก็ขว้างอาวุธของตัวเองลงไปที่ด้านล่างของกำแพงปราสาท

“อ่า! อ่า!”

“แอ๊ะ!”

เหล่ามดพากันส่งเสียงร้องตะโกน

มดที่สูญเสียพลังงานจากกลิ่นมินท์ร่วงหล่นจากปราสาทเหมือนใบไม้แห้ง

“นี่... นี่มัน!”

คิมูระมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมบดฟันกรอด

“เห้ย! ไอ้พวกโง่! รีบปีนกำแพงขึ้นไปกันสิวะ! รีบ ๆ ไปจัดการมัน! ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรืออย่างไร!”

คิมูระตะโกนจนสุดพลังปอด เขาต้องการให้กองทัพมดเคลื่อนไหวโดยไม่สนใจเลยว่าพวกมดจะตายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่สามารถทำได้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้

ไม่ว่าคิมูระจะตะโกน สบถและคำรามมากเพียงใด กำแพงปราสาทของลาพิวต้าก็ยังมั่นคง

และเมื่อเวลาผ่านไปก็มีแค่เพียงมดจำนวนมากเท่านั้นที่กำลังเฝ้ารอความตายอยู่ฝ่ายเดียว

“ออกไป! ออกไปจัดการฆ่าพวกมันให้หมด!”

ในที่สุดคิมูระก็ตัดสินใจใช้ตะขาบยักษ์ที่คิดว่ามันอาจช่วยเขาพลิกสถานการณ์นี้ได้

ชู่!

สี่ตะขาบยักษ์ที่ยืนอยู่ข้างกายพุ่งตัวไปที่กำแพงปราสาททันทีเมื่อได้รับคำสั่งจากคิมูระ

“มันมาแล้ว!”

“เข้ามาได้เลย! พวกตะขาบที่น่ารังเกียจ!”

“ฆ่าพวกมันให้หมด!”

ตะขาบยักษ์มีความยาวเกือบ 10 เมตรและมีพลังมากพอที่จะขบเคี้ยวออร์คได้ถึงสองตัว แต่ทหารของคังชอลอินกลับตะโกนโดยไร้ซึ่งความกลัวใด ๆ พวกเขายิงปืนเพื่อเริ่มต้นสัญญาณการปะทะครั้งใหม่

เป็นเพราะความมั่นใจในชัยชนะที่ได้ปกป้องพวกเขาออกจากความกลัว

และมันก็จะเป็นเช่นนั้น

ขณะที่ตะขาบยักษ์ทั้งสี่ตัวกำลังมุ่งหน้ามายังกำแพงของปราสาท คังชอลอินก็หยิบโทรโข่งขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดว่า

“นี่ เจ้าลิง”

หลังจากคำว่า “ยุ่น” คราวนี้เขาเลือกใช้ “ลิง” มาเรียกแทนคิมูระ

“นี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ยอมจำนนซะหากเจ้าไม่ต้องการได้รับบทเรียนอันโหดร้ายที่ต้องฝังใจเจ้าไปตลอดชีวิต”

มันคือการเตือนด้วยความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย แต่คิมูระก็เลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอของคังชอลอินด้วยความดื้อด้านและความทะนงตน

“จองหองนักไอ้แมลงโชซอน! เจ้าต่างหากที่ต้องยอมจำนน! จงพูดอะไรที่สมเหตุสมผลเสียบ้าง!”

คิมูระมาไกลเกินกว่าจะยอมแพ้และเตรียมที่จะส่งกองกำลังเข้าไปเพิ่มเติมโดยใช้ตะขาบยักษ์ที่มาเข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาไม่มีความตั้งใจที่จะยอมแพ้มาตั้งแต่ต้น แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะสามารถทำได้สำเร็จ

“พวกเจ้าจงออกไปร่วมสู้ซะ! ไปลากตัวไอ้สารเลวที่หยิ่งยโสนั่นมาให้ข้าให้ได้!”

ในที่สุดคิมูระก็ส่งกองทหารที่เหลืออีก 50 นายที่คอยปกป้องเขาออกไป มันแสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจที่จะจับตัวคังชอลอินมาสำเร็จโทษ

และการตัดสินใจนั้นได้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณสำหรับการล่มสลายของคิมูระโดยที่เขาไม่รู้ตัว

คังชอลอินส่งเสียงเรียกเจมส์

“ขอรับ องค์ราชันย์!”

เจมส์ผู้ซึ่งเป็นคนนำทัพครั้งนี้ในฐานะผู้บัญชาการตอบรับคังชอลอินเสียงดังลั่น

“จงมอบบทเรียนให้กับเขาซะ”

“ขอรับ! ข้าจะแสดงสิ่งที่พวกเรามีให้พวกนั้นได้รับรู้! พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่! องค์ราชันย์ท่านสั่งให้เรามอบบทเรียนแก่เจ้าพวกนั้น!”

เมื่อเจมส์ทวนคำสั่งซ้ำจากคังชอลอินเสร็จ ทหารลาพิวต้าทุกนายก็หันมาจับอาวุธลับที่เตรียมไว้

“จงแสดงสิ่งที่พวกเรามีให้พวกนั้นได้รับรู้!”

“มาทำให้พวกนั้นต้องมอดไหม้มลายไปซะ!”

ในมือของทหารคือถังน้ำที่เต็มไปด้วยมินท์ผสมอยู่หากแต่มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากครั้งก่อน

“โจมตีด้วยมินท์อีกครั้ง…!”

“ไม่ใช่”

ลูเซียแทรกขัดความคิดของทิโมธี

“ถ้าอย่างนั้น ...”

“มันคือน้ำมัน ที่มีอัตราการเผาไหม้ที่สูงมาก”

ทิโมธีตระหนักถึงผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนี้ได้แล้ว

การโจมตีด้วยไฟ

ไม่ว่าจะเป็นมดหรือตะขาบยักษ์แต่ทั้งสองต่างก็เป็นแมลง ใคร ๆ ก็รู้ว่าจุดอ่อนของแมลงก็คือไฟ พลังหลักของดินแดนเบอร์โรลจะอ่อนแอทันทีเมื่อโดนโจมตีด้วยไฟ และถ้าพวกเขากำลังไต่อยู่บนกำแพงปราสาทเหมือนดั่งในตอนนี้ … เห็นได้ชัดว่าไฟจะลุกลามได้อย่างรวดเร็วและประสิทธิผลของกำลังไฟก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

“ท่านโชกุน!”

ทิโมธีเรียกร้องหาราชันย์ของตัวเองด้วยความเศร้าโศกก่อนจะล้มพับลงไปอย่างหมดซึ่งหนทาง

ในขณะนั้น ทหารของลาพิวต้าก็กำลังยุ่งอยู่กับถังที่เต็มไปด้วยน้ำมัน

“จุดไฟได้!”

เจมส์ออกคำสั่ง ทหารทุกนายคว้าคบเพลิงที่แขวนอยู่บนกำแพงปราสาทแล้วโยนใส่ไปที่กองทัพของเบอร์โรล

วู้ช วู้ช

เปลวไฟลุกลามในทันใด

“อ่า!”

“ช่วย ช่วยด้วย!”

มดที่ถูกไฟลุกลามอย่างไม่คาดคิดเริ่มกรีดร้องขณะที่พวกมันถูกไฟเผาไหม้

กี๊ก!

แม้จะเป็นถึงตะขาบยักษ์ก็ไม่มีข้อยกเว้น ใครก็ตามที่ได้ดูดซับน้ำมันนี้ไปเป็นจำนวนมากล้วนแต่ถูกไฟลุกลามไปทั่วทั้งตัว

การต่อสู้ด้วยไฟเริ่มมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะพวกมันทั้งหมดรวมกันอยู่ใต้กำแพงปราสาทจึงทำให้กองไฟลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และก่อนที่คิมูระจะสั่งให้กองกำลังของเขาล่าถอย กองไฟนี้ก็ได้เผาไหม้กองทัพของเขาไปมากกว่าครึ่งเสียแล้ว

คิมูระไม่สามารถซ่อนความหวาดกลัวที่เผยอยู่บนใบหน้าได้อีกต่อไปเมื่อเขาได้เห็นกองกำลังของตัวเองกำลังถูกเผาย่างสด เขามีความมั่นใจอย่างมาก…และผลลัพธ์ที่ได้รับกลับมาคือความพ่ายแพ้อย่างโหดเหี้ยมที่หมายถึงการทำลายล้างที่สมบูรณ์

‘ต้องรีบหนี!’

คิมูระที่ตระหนักได้ว่าเขากำลังสูญเสียในที่สุดก็ยอมรับความจริงและตัดสินใจหนีจากไปเพื่อช่วยชีวิตที่โง่เขลาของตัวเองให้ยังมีชีวิตรอด หากเขาถูกจับตัวได้เมื่อไหร่ ความสยองขวัญและสัมผัสที่น่ากลัวจะต้องเกิดขึ้นกับเขาอย่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“ว วิ่งเร็ว! รีบพาข้าหนีไปซะ! รีบไปได้แล้ว!”

คิมูระส่งเสียงให้คางคกเปลวเพลิงเคลื่อนตัว

แต่คังชอลอินไม่ได้โง่พอที่จะยอมปล่อยให้คิมูระจากไปได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น

กุ กรับ กุ กรับ กุ กรับ

ทหารม้าสิบนายปรากฏตัวจากที่ใดสักแห่งและมุ่งหน้าเพื่อประชิดตัวคิมูระ

“หยุด! เจ้าจะไปไหน?!”

“องค์ราชันย์ของข้ากำลังรอเจ้าอยู่ไม่รู้รึ?!”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ !”

“เจ้าจะวิ่งไปไหน! เมื่อไหร่ที่เจ้าถูกจับตัวได้เจ้าตายแน่!”

ทหารกลุ่มนี้ถูกสั่งการผ่านคังชอลอินไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าให้มาตามจับตัวคิมูระ พวกเขาเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ เพื่อดูสถานการณ์แล้วจึงมาปรากฏตัวเมื่อพวกเขามองเห็นโอกาสที่จะจับตัวคิมูระได้

“จ โจมตี!”

คิมูระสั่งการคางคกเปลวเพลิง เพราะก่อนหน้านี้เขาได้เทกองกำลังทางทหารของเขาไปกับการต่อสู้จนหมดแล้วจึงทำให้ตอนนี้เขาเหลือแค่เพียงคางคกที่จะสามารถปกป้องเขาได้

คางคกอ้าปากแล้วปล่อยเปลวไฟอันใหญ่โต

“ไฟ!”

“กระจายตัว!”

ทหารม้าไม่ได้ยืนมองดูเพื่อรอความตายอยู่เฉย ๆ

“คางคกเปลวเพลิงมีพลังการยิงที่ค่อนข้างแรงหากแต่ระยะทางในการพ่นไฟนั้นแสนสั้นและยังมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างช้า เจ้าจะสามารถเอาชนะมันได้อย่างง่ายดายหากเจ้ากระจายตัวออกห่างจากกัน”

กองทหารม้าได้รับทราบถึงลักษณะของคางคกเปลวเพลิงจากคังชอลอินมาก่อน

กุ กรับ กุ กรับ กุ กรับ

ทหารม้าที่กระจายตัวออกตามคำสั่งสามารถหลีกเลี่ยงเปลวไฟของคางคกและซ่อนตัวตามจุดบอดจากการโจมตีของคิมูระได้สำเร็จ

ฮึ้บ!

ทหารม้าสองนายได้โยนบ่วงไปติดไว้ที่ตัวคางคก

“อ่า!”

บ่วงที่ทำให้คางคกเสียหลักทำให้คิมูระพลอยโดนแรงกระแทกตามจนต้องล้มลงไปกับพื้นด้วยความตะลึงงัน

“ไป ไปให้พ้น!”

คิมูระที่ตอนนี้ต้องอยู่เพียงลำพังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวแต่ทหารของคังชอลอินไร้ซึ่งความเมตตาใด ๆ

“ปล่อย ปล่อยข้า! อ๊ากก!”

คิมูระกรีดร้อง คอของเขาติดอยู่ที่กับดักโดยทหารนายหนึ่งที่ชื่อโพดอลส์กี้ เขาจับคิมูระมาได้และกำลังหัวเราะคำรามด้วยความดีใจ

“เสร็จข้าล่ะ ไอ้แมลงตัวจ้อย!”

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 20: เสร็จข้า เจ้าแมลงตัวจ้อย!

คัดลอกลิงก์แล้ว