เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21: เริ่มการฝึกสภาพจิตใจได้!

ตอนที่ 21: เริ่มการฝึกสภาพจิตใจได้!

ตอนที่ 21: เริ่มการฝึกสภาพจิตใจได้!


ตอนที่ 21: เริ่มการฝึกสภาพจิตใจได้!

“ชัยชนะ! พวกเราชนะ!”

“เย้!!”

ทหารลาพิวต้าที่อยู่บนกำแพงปราสาทส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อเห็นคิมูระถูกจับตัวได้ในที่สุด

ศึกครั้งนี้พวกเขาได้รับชัยชนะ

อีกทั้งยังเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในสถานการณ์ที่พวกเขามีความเสียเปรียบด้านจำนวนดังนั้นมันจึงถือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ

มันคือผลสัมฤทธิ์จากแรงบัลดาลใจที่ได้รับการกระตุ้น

“มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่? แต่ละหน่วยจงรายงาน!”

ผู้บัญชาการเจมส์พยายามตรวจสอบสถานะของทหารทันทีที่สงครามสิ้นสุด

“หน่วยหนึ่ง ไม่มีขอรับ!”

“หน่วยสอง บาดเจ็บสองคนขอรับ!”

“หน่วยสาม ไม่มีขอรับ!”

มันน่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่แม้จะเป็นสงครามระหว่างดินแดนแต่กลับไม่มีทหารคนใดต้องถึงแก่ความตาย

ความสูญเสียทั้งหมดที่ลาพิวต้าได้รับจากการต่อสู้ในครั้งนี้คือทหารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพียงสองนายเท่านั้น

‘องค์ราชันย์ ท่านได้ทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นเช่นนี้ไว้แล้วหรือไม่ขอรับ?’

เจมส์เงยหน้าขึ้นมองหอสังเกตการณ์ที่ ๆ คังชอลอินกำลังยืนอยู่โดยไม่สามารถหลบซ่อนความเกรงขามที่ลุกลามอยู่ในใจเขาได้

“ด้วยองค์ประกอบของกองทหารที่ศัตรูมี พวกนั้นจะไม่มีทางเอาชนะเราได้ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม”

คังชอลอินที่ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกองทหารของเบอร์โรลได้มอบความมั่นใจให้กับกำลังทางทหารของตัวเองก่อนการสู้รบจะเกิดขึ้น มันเป็นความมั่นใจที่ไม่ว่าอย่างไรศัตรูก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และลาพิวต้าจะต้องเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะมาอย่างท่วมท้น

และสิ่งนั้นก็ได้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเขาจริง ๆ

“รีบเดินเร็วเข้า!”

ในขณะเดียวกัน โพดอลส์กี้และทหารม้าคนอื่น ๆ ก็ได้ผูกมัดร่างคิมูระไว้อย่างแน่นหนาด้วยเชือกเพื่อพากลับมายังปราสาทลาพิวต้า

“อึ่ก…!”

คิมูระถูกลากไปพร้อมกับทหารที่ชื่อโพดอลส์กี้

แต่เขาดูแปลกและแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเจอ...

‘นั่น… นั่นมันวิธีการอะไรกัน?’

‘ช่างน่ากลัวนัก…’

‘การผูกมัดแบบนั้นสามารถทำได้อย่างไรกัน?’

ในความคิดของผู้ที่เฝ้ามองต่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ

คิมูระถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาด้วยเชือกที่มีการผูกไว้อย่างซับซ้อนและแปลกประหลาด มันถูกผูกมัดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้คิมูระมีการเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า มันแปลกประหลาดมากพอที่จะทำให้ผู้พบเห็นต้องตกใจ

คังชอลอินเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน

‘ห๊า… นี่มันชวนให้ประสาทเสียซะจริง ๆ’

คังชอลอินหลบซ่อนใบหน้าของตัวเองลงฝ่ามืออีกครั้งราวกับว่าเขาเหนื่อยและอ่อนเพลียเต็มทน

เขาไม่รู้ว่าโพดอลส์กี้ไปเรียนรู้วิธีมัดเชือกแบบนี้มาจากที่ไหนแต่วิธีการที่ใช้มัดตัวคิมูระนั้นคือเทคนิคที่คล้ายกับการมัดเชือกแบบกระดองเต่าที่สามารถพบได้ทั่วไปตามหนัง AV ของญี่ปุ่น

ราชันย์ที่เดินทางมาจากญี่ปุ่นกำลังถูกมัดเชือกไว้ด้วยวิธีการตามสื่อลามกแบบของญี่ปุ่น … มันช่างสอดคล้องกันได้อย่างน่าประหลาด

“นายท่าน มันคือชัยชนะที่สมบูรณ์แบบแต่เหตุใดนายท่านถึงดู...”

“ไม่มีอะไร”

คัวชอลอินโบกมือให้กับคำถามของลูเซีย

“เมื่อคืนข้านอนมาไม่พอจึงทำให้เหนื่อยล้าไปหน่อย”

คังชอลอินที่ไม่สามารถพูดได้ว่าวิธีการมัดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลามกเขาจึงหลีกเลี่ยงคำถามของนางโดยบอกว่าเขาเหนื่อยล้าจากการนอนไม่พอไปแทน จากนั้นเขาก็หันไปมองที่ทิโมธี

“ทิโมธี”

“ขอรับ … องค์ราชันย์”

การแสดงออกของทิโมธีได้บ่งบอกหมดทุกสิ่ง มันเป็นใบหน้าของคนที่ได้สูญเสียดินแดนจนหมดสิ้นและนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเบอร์โรลจะต้องตกอยู่ภายใต้การนำของคังชอลอิน

“ราชันย์เจ้าทั้งโง่เขลาและไร้ความสามารถ”

ทิโมธีไม่อาจตอบกลับออกไปได้

แม้คิมูระจะไร้ความสามารถและโง่เขลาแต่เขาก็ยังเป็นราชันย์ที่ทิโมธีได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะจงรักภักดีจนกว่าตัวเขาจะดับสลาย แต่ในตอนนี้เขาไม่สามารถหันหลังกลับไปหาคิมูระได้อีกต่อไป

“และเขายังละทิ้งการมีอยู่ของเจ้าอย่างไร้เยื่อใย หากเจ้ายังภักดีต่อผู้นำเช่นนั้นอยู่อีก … ก็จงมอบความภักดีนั่นมาให้ข้าซะ”

ทิโมธีเบิกตากว้าง

“เช่นนั้น … องค์ราชันย์…?!”

“ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าจากมุมมองของเจ้าจะคิดเห็นเป็นเช่นไร แต่ข้าเห็นคุณค่าของคนที่มีพรสวรรค์ในตัวอยู่เสมอ ในตอนนี้ข้ายังไม่รู้ถึงความสามารถของเจ้าแต่ข้าชอบในความภักดีที่เจ้ามี เจ้าจะว่าอย่างไร? จะอยู่เคียงข้างข้าเพื่อช่วยข้าขยายอาณาเขตดินแดนนี้ให้ยิ่งใหญ่หรือไม่?”

มันเป็นข้อเสนอที่ไม่คาดคิดแต่ถึงอย่างไรมันก็ยังน่าสนใจ

‘หืม...ตัวข้า องค์ราชันย์ต้องการตัวข้าทิโมธีผู้นี้จริง ๆ น่ะหรือ?’

ทิโมธีพูดไม่ออกกับข้อเสนอที่ได้รับ เขากำลังสับสนและความรู้สึกที่หลากหลายก็เกิดขึ้นในใจอย่างฉับพลัน

“ข้าให้เวลาเจ้าได้คิดคำนึงจนถึงขณะที่ตะวันจะลับขอบฟ้า”

คังชอลอินชี้ไปที่ภูเขา

“จงตัดสินใจให้ได้ก่อนที่ความมืดจะมาเยือน ข้าไม่ใช่คนว่างที่จะได้มีเวลามากมายมานั่งรอคำตอบจากเจ้า ตอนนี้ข้าจะลงไปหาเจ้าลิงที่แสนโอหังนั่นก่อน เจ้าจงใช้เวลาที่ข้าให้คิดทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนดูซะ”

คังชอลอินมอบเวลาที่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ทิโมธีได้ตัดสินใจก่อนจะจากไป

“ทิโมธี”

ลูเซียเรียกทิโมธีผู้ซึ่งกำลังจ้องมองอย่างว่างเปล่ากลับมา

“เจ้ากำลังใคร่ครวญอะไรอยู่?”

“เจ้าหมายถึง…”

“เจ้าเพิ่งได้รับรางวัลใหญ่มาไม่ใช่รึ?! โอกาสที่จะได้มีชีวิตต่อมาอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว แล้วเจ้าจะยังคิดมากไปเพื่ออะไรอีกกัน?”

ลูเซียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่กำลังทับถมผู้พ่ายแพ้หากแต่เป็นน้ำเสียงแบบที่ผู้ช่วยคนหนึ่งจะพูดกับผู้ช่วยอีกคน

“พวกเราคือผู้ช่วยส่วนตัวของราชันย์ ประชาชนทุกคนในดินแดนต่างเฝ้ารอเวลามานับไม่ถ้วนเพื่อให้การมาถึงของราชันย์ได้เกิดขึ้นและเพื่อที่ท่านจะได้นำพาพวกเราสู่ความยิ่งใหญ่! แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่สามารถเลือกราชันย์ที่จะรับใช้ได้ มีเพียงราชันย์เท่านั้นที่จะได้เป็นผู้เลือก ข้าพูดถูกหรือไม่?”

“ช ใช่ เจ้าพูดถูก”

“แต่เจ้ากำลังได้รับโอกาสในการเลือกรับใช้ราชันย์! เจ้ายังคิดที่จะรับใช้ราชันย์ไร้ความสามารถเช่นนั้นอยู่อีกหรือ?”

ลูเซียยกนิ้วชี้ไปที่ประตูของลาพิวต้า ณ ที่นั่น คิมูระกำลังถูกลากตัวไปมาอย่างน่าอดสูโดยโพดอลส์กี้ที่เป็นคนมัดเชือกเขาเอาไว้

“หรือเจ้าจะเลือกรับใช้ราชันย์ที่มีความสามารถไม่เหมือนใครเช่นราชันย์ของข้า เวลานี้ทางเลือกได้เป็นของเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว อย่างไรก็ตามตำแหน่งมือขวาขององค์ราชันย์จะต้องเป็นของข้า! ของข้าแต่เพียงผู้เดียวดังนั้นอย่าได้หวังถึงมันเป็นอันขาด!”

ลูเซียจ้องมองราวกับมีดวงไฟแผดเผาอยู่ที่นัยน์ตาของนาง

“องค์ราชันย์ได้มอบเวลาให้กับเจ้าแล้ว จงใช้มันคิดอย่างชาญฉลาด นอกจากนี้… เจ้าก็คงรู้ดีว่าองค์ราชันย์ให้อภัยเจ้าได้แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”

เขารู้ถึงข้อนั้นดี

หากเป็นราชันย์คนอื่นเขาอาจถูกประหารหัวไปตั้งแต่ตอนที่ราชันย์คิมูระยกทัพมายังที่นี้เมื่อช่วงบ่ายแล้วก็เป็นได้

“อย่าทำให้องค์ราชันย์ต้องผิดหวัง แม้ท่านจะมีเมตตาแต่เนื้อแท้ท่านก็คือหนึ่งในราชันย์แห่งการนองเลือด นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะได้รับ”

ความหมายโดยนัยของลูเซียที่บอกว่าจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองนั้นทำให้ทางเลือกของทิโมธีมีแค่เพียงเลือกรับใช้คังชอลอินหรือเลือกยอมรับความตาย

“เช่นนั้นข้าก็หวังว่าเจ้าจะสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด”

เมื่อพูดจบ ลูเซียก็เดินออกจากหอสังเหตุการณ์ไปอย่างรวดเร็ว

“อา...พระเจ้าขอรับ...ทิโมธีผู้นี้ควรเลือกสิ่งใดกัน…?”

ทิโมธีถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังกับความคิดที่สับสน เขาได้แต่คิดในใจซ้ำไปซ้ำมาและไม่อาจหาคำตอบได้

เขาควรภักดีในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของราชันย์แห่งเบอร์โรลจนถึงที่สุดหรือควรเข้ารับตำแหน่งหน้าที่กับราชันย์คนใหม่? มันยากที่จะตัดสินใจได้ภายในเวลาอันสั้น มันเป็นตัวเลือกที่ยากเกินกว่าจะทำได้ก่อนพระอาทิตย์ตก

ขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองไปกับชัยชนะที่ได้รับ กลับมีเพียงคน ๆ หนึ่งที่ไม่ได้ร่วมดีใจไปกับชัยชนะในครั้งนี้

คังชอลอินไม่ได้ไม่มีความสุข แต่เหตุผลความสุขของเขาแตกต่างไปจากคนอื่น

คนอื่นต่างพากันฉลองที่สามารถเอาชนะมาได้อย่างสมบูรณ์แบบในขณะที่คังชอลอินกำลังฉลองให้กับความย่อยยับที่ได้ริบมา เขาชนะในการต่อสู้และเขาสามารถจับตัวผู้นำของศัตรูคิมูระมาได้ ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทองคำและกองทหารที่รอดชีวิตของเบอร์โรลจะตกเป็นของคังชอลอินและ…

‘ทิโมธี เจ้าจะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีประโยชน์เพียงใด…’

ก็อบลินชราวัยคือการเก็บเกี่ยวได้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

คังชอลอินต้องการความภักดีของทิโมธี ทิโมธีเองก็เป็นหนึ่งในผู้ช่วยส่วนตัวของราชันย์ เมื่อมีราชันย์ 300 คนก็เท่ากับจะมีผู้ช่วยส่วนตัว 300 คนด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ช่วยส่วนตัวของแต่ละคนจะมี [ความสามารถพิเศษ] ซึ่งเป็นความสามารถที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องกิจการภายในแตกต่างกันออกไป บางทีนางอาจเป็นกรณีพิเศษแต่ในตอนนี้เขายังไม่เห็นความสามารถพิเศษของลูเซียเลยว่าคือสิ่งใด

แต่สำหรับทิโมธีนั้นต่างออกไป

เท่าที่คังชอลอินสามารถมองเห็นได้ ทิโมธีมีทักษะ [บริหารจัดการ] โดยความสามารถของทักษะจะมีดังนี้:

[ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการ]

ระดับ: 1 (ระดับสูงสุด 5)

อิทธิพล: บริหารงานดำเนินการอย่างประสิทธิภาพ + 20%

อิทธิพล: ดำเนินกะกลางคืนได้มีประสิทธิภาพ + 70%

อิทธิพล: บริหารงานดำเนินการด้วยความความแข็งแกร่ง + 30%

มันเป็นทักษะที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน คังชอลอินที่หัวหมุนทันทีเมื่อได้รู้ว่าทิโมธีมีความสามารถด้านการบริหารนั่นจึงทำให้ทิโมธีเป็นสินทรัพย์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเขา หากทิโมธียอมภักดีต่อคังชอลอินเขาจะได้ทำงานอยู่หลังโต๊ะและคอยจัดการเอกสารไปตลอดทั้งชีวิต คังชอลอินได้เดินเข้ามาภายในห้องโถงราชันย์ในขณะกำลังคิดถึงสิ่งนี้ ภายในห้องโถงคนที่รอเขาอยู่ก็คือผู้บัญชาการเจมส์ ทหารสิบนาย ทหารม้าโพดอลส์กี้และคิมูระ

“องค์ราชันย์ ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้ด้วยขอรับ”

“ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ องค์ราชันย์!”

เหล่าทหารของเขาส่งเสียงเพื่อแสดงความยินดีพร้อมความปราบปลื้มจนสุดล้น แต่คังชอลอินไม่ได้พอใจกับชัยชนะที่น่าเบื่อนี้เท่าไหร่นักดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงความยินดีร่วมใด ๆ

สำหรับเขามันเป็นชัยชนะที่ได้มาง่ายเกินไป

คิมูระเป็นคนที่โง่เกินกว่าจะถูกเรียกว่าราชันย์ เขาเป็นเพียงขยะที่ไม่คุ้มค่าให้ต่อกร คังชอลอินไม่ใช่คนที่จะพอใจกับชัยชนะเหนือผู้นำที่ไร้ความสามารถเช่นนี้

หากลองคิดอย่างง่าย ๆ

มีนักมวยมืออาชีพคนไหนที่จะมีความสุขกับการเอาชนะเด็กประถมหรือไม่? ชายที่แข็งแรงและแข็งแกร่งจะฉลองชัยชนะให้กับตัวเองหลังจากบิดคอไก่ได้สำเร็จหรือเปล่า?

หากมีคนเช่นนั้นอยู่จริง คน ๆ นั้นก็เป็นขยะที่แท้จริงไม่ต่างกันถึงหัวเราะหลังจากได้เหยียบย่ำคนอ่อนแอ มันไม่ได้เป็นการกล่าวที่เกินจริงเลยถ้าหากจะมีใครกล่าวว่าบุคคลที่ชื่นชอบในการสังหารหมู่ของผู้บริสุทธิ์นั้นคือคนบ้าเสียสติ

“ยินดีเท่านี้ก็พอ ต่อจากนี้ไปข้าจะสั่งสอนเจ้านั่นเอง หากใครมีไม้กระบองที่เหมาะสมก็จงนำมันมาให้กับข้าซะ”

“ขอรับ!”

ตามคำสั่งของคังชอลอิน ทหารนายหนึ่งรีบวิ่งไปหากระบองมาในทันใด

“เจ้าคือโพดอลส์กี้ใช่หรือไม่?”

“ขอรับ ข้ามีนามว่าโพดอลส์กี้ขอรับ!”

“เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้า...จะชอบกุญแจมือด้วย?”

“ห๊ะ? … เอ่อ กุญแจมือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้การร่วมรักที่น่าเบื่อน่าสนใจยิ่งขึ้น...”

แม้จะมีความลำบากใจแต่โพดอลส์กี้ก็เลือกที่จะอธิบายถึงคำถามนั้นจนคังชอลอินต้องโบกมือเพื่อให้เขาหยุดพูดต่อ

“พอแล้ว! ไม่ต้องพูดแล้ว!”

“ข ขอรับ แต่ราชันย์ ท่านรู้ได้อย่างไรหรือขอรับว่าข้าชอบกุญแจมือ?”

“...อย่ามาถามข้า”

คังชอลอินหันหลังแล้วเดินจากไป

เหตุผลที่คังชอลอินเอ่ยถามออกไปเช่นนั้นนั่นก็เพราะโพดอลส์กี้ดูเหมือนมาสคอทของกองกำลังตำรวจเกาหลีใต้ ดวงตากลม ทรงผมสั้น หน้าผากรูปตัว M เขาเป็นเหมือนลิงที่มีหูใบใหญ่และผมสีน้ำตาล หากเขาได้สวมชุดเครื่องแบบจะไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าเขาไม่ใช่มาสคอทตัวนั้น คังชอลอินที่คิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้จะหมายถึงในเรื่องอย่างว่าแต่อย่างใด

คังชอลอินกดศีรษะที่กำลังเกิดอาการปวดลงอย่างนุ่มนวลแล้วส่ายหัว

“อย่างไรก็ตามเจ้าสามารถจับตัวผู้นำของศัตรูมาได้ ด้วยความดีงามที่เจ้าได้กระทำข้าจะขอแต่งตั้งเจ้าให้เป็นเจ้ากรมแห่งลาพิวต้า”

“ขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านขอรับ องค์ราชันย์!”

โพดอลส์กี้คำนับคังชอลอินด้วยความซึ้งใจสำหรับการเลื่อนตำแหน่งที่ไม่คาดคิดครั้งนี้ของเขา

“ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ข้าฝันที่จะได้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาโดยตลอด!”

“...ก็คงจะเป็นเช่นนั้น”

“รู้ได้อย่างไรหรือขอรับ?”

“อย่าได้ถามข้า...มิเช่นนั้นเจ้าจะเจ็บตัว”

“ขอรับ! องค์ราชันย์!”

อย่างไรก็ตาม สำหรับโพดอลส์กี้ที่กล่าวว่าเขาต้องการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มานับตั้งแต่เขายังเป็นเด็กจนได้รับตำแหน่งรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของลาพิวต้านั้น คังชอลอินมองดูโดยพินิจไปที่โพดอลส์กี้อีกครั้งและคิดว่านี่อาจเป็นโชคชะตาของเขาที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วก็เป็นได้

“เจมส์”

“ขอรับ”

“เจ้าเองก็ทำได้ดีเช่นกัน ข้าจะมอบทองให้เจ้า 5 แท่ง”

“โอ้ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งขอรับองค์ราชันย์!”

ทอง 5 แท่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.5 ล้านวอน นั่นทำให้เจมส์ฉีกรอยยิ้มกว้างจนเกือบยาวไปถึงใบหู

“ส่วนรางวัลอื่น ๆ ข้าจะประกาศต่อในภายหลัง”

เมื่อคังชอลอิลพูดจบเขาก็หันไปมองอย่างเหยียดหยามที่คูมิระ

“เอ่อ...อ้อ อื้ม!”

คิมูระที่กำลังถูกมัดด้วยเชือกจากโพดอลส์กี้และถูกปิดปากเอาไว้พยายามพูดอะไรบางอย่าง แม้ว่าคังชอลอินจะไม่ได้ยินคำพูดนั้นแต่เขาก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าคิมูระกำลังขอร้องให้ไว้ชีวิตเขา

“เด็กหนุ่มเอ๋ย”

คังชอลอินทำหน้าบูดบึ้งหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของคิมูระที่เป็นเหมือนเด็กน้อยไร้ซึ่งพิษภัย

“ประมาณมัธยมปลาย? เอาล่ะ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีความตั้งใจที่จะทำให้มันง่ายไปตามอายุอยู่แล้ว”

หากเป็นเรื่องของสงคราม คังชอลอินไม่ใช่คนที่จะระงับอารมณ์ได้แม้ฝ่ายตรงข้ามจะยังเป็นเพียงแค่เด็ก

“อืมม! อืมม!! อืมมม!!!”

เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงอันตรายต่อชีวิตของตัวเองเมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคังชอลอิน ขณะนั้นเอง ทหารที่วิ่งไปเอาเอากระบองก็กลับมาที่ห้องโถงราชันย์อีกครั้ง

“องค์ราชันย์ นี่ขอรับ”

มันมีรูปทรงคล้ายกับไม้เบสบอลที่จับได้ถนัดมือซึ่งทำมาจากเหล็กและเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับไว้ใช้ตีคน ไม่มีการสั่งสอนใดที่จะดีไปกว่าการหวดตีให้หลาบจำ

“ลากตัวเจ้าโง่นี่ให้มันมานอนต่อหน้าข้าซะ”

คังชอลอินออกคำสั่ง

ถึงเวลาฝึกลิงให้ได้เรียนรู้แล้ว

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 21: เริ่มการฝึกสภาพจิตใจได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว