เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3: การกลับมา (1)

ตอนที่ 3: การกลับมา (1)

ตอนที่ 3: การกลับมา (1)


ตอนที่ 3: การกลับมา (1)

คิมมินชอล ประธานบริษัทธุรกิจบันเทิงแห่งหนึ่งยังคงทำตัวเฉกเช่นทุก ๆ วันซึ่งคือการนำความเครียดของตัวเองไปลงกับเหล่าลูกน้องในบริษัท เขาเป็นเจ้านายที่เป็นเหมือน “กึ่ง ๆ อันธพาล” ที่ไม่ใช่อันธพาลแบบเต็มตัวแต่ก็ไม่ใช่พลเมืองธรรมดาแบบทั่ว ๆ ไป เขามักจะเรียกหาเพื่อนร่วมงานคนอื่นอยู่บ่อย ๆ เพื่อกลั่นแกล้งและกวนประสาท บางครั้งก็แกล้งเด็กฝึกงานที่เพิ่งจะอายุเพียง 20 ปีโดยการดูถูกและคุกคามและบางครั้งก็ถึงขั้นแอบคุกคามทางเพศกับพนักงานผู้หญิง

หลาย ๆ คนคงตั้งคำถามว่าทำไมถึงยังมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นอยู่อีกในเมื่อการล่วงละเมิดทางเพศได้ถูกจัดเป็นอาชญากรรมร้ายแรงอย่างหนึ่ง สืบเนื่องจากในปี 2020 ทางเกาหลีใต้ประสบปัญหาการว่างงานสูงเป็นประวัติการณ์อันเนื่องมาจากภาวะถดถอยระยะยาว จากมุมมองของคนทำงาน พวกเขาต้องจำยอมและอดทนต่อการโดนคุกคามเพราะไม่ต้องการเสียงานประจำไป

คิมมินชอลเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงและเล่ห์เหลี่ยมจัดในการจะก่อเหตุคุกคามใด ๆ สิ่งที่เขาทำมันจะคลุมเครืออย่างมากจนไม่อาจกล่าวหาอย่างเป็นทางการได้ จนทุกวันนี้เขาได้เลื่อนขั้นไปเป็นมืออาชีพทางการคุมคามแบบเต็มตัว

และเป้าหมายของคิมมินชอลในวันนี้ก็คือพนักงานฝึกงานที่ทำงานที่นี่มาแล้ว 10 เดือน

พนักงานฝึกงานที่น่าสงสารที่ทางบริษัทยังไม่รับประกันตำแหน่งทำงานให้ต้องอดทนต่อการกระทำของคิมมินชอลที่พยายามหาข้อผิดพลาดจากงานที่เขาทำ ทุก ๆ ครั้งเขาต้องยกความอดทนทั้งหมดที่มีเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองและรอให้อารมณ์ของคิมมินชอลดีขึ้น

ตัวเลือกในการยอมทนของเขาเป็นที่เข้าใจได้ในทั่วไป เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งปีไปกับการฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้จึงยอมทนทุกอย่างเพราะไม่สามารถปล่อยให้เวลาที่ผ่านมาจบสิ้นไปอย่างเสียเปล่าได้

“คนแบบนายจะไปเป็นพนักงานประจำได้ยังไงถ้ายังทำงานแบบนี้น่ะห๊ะ? นายมีเวลาฝึกงานเหลืออีกเท่าไหร่? 1 หรือ 2 เดือนเท่านั้นใช่ไหม? ไม่อยากเข้ามาเป็นพนักงานประจำใช่ไหมหรือยังไง?”

ความพิเศษของคิมมินชอลคือการจัดการกับลูกน้องด้วยจุดอ่อนที่พวกเขามีได้อย่างตรงจุด

หากเป็นคนที่ต้องรอพินิจเพื่อให้ผ่านช่วงทดลองงานก็จะถูกคุกคามโดยอ้างถึงเรื่องสูญเสียช่วงทดลองงานตลอดที่ผ่านมา ผู้ที่โดนถอดจากการทำงานไปแล้วจะถูกคุกคามโดยอ้างว่าจะไม่ได้รับเงินค่าสนับสนุนดูแล ส่วนผู้ที่ทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่จะถูกอ้างโดยการสูญเสียหน้าที่การงานไป

“นายกำลังทำให้มันยุ่งยากถ้ายังทำแบบนี้อยู่รู้ตัวไหม! มีคนอีกตั้งเยอะแยะที่สามารถทำงานแบบนี้ได้ดีกว่านาย! … ถ้าฉันสมัครเข้ามาเป็นพนักงานตอนนี้คงมีบริษัทตอบรับอย่างน้อย ๆ ก็ 50 ที่ได้ นายก็รู้ใช่ไหม?”

คิมมินชอลส่งยิ้มน่ารังเกียจขณะข่มขู่พนักงานที่น่าสงสารในขณะที่พนักงานคนอื่น ๆ แสร้งทำเป็นยุ่งอยู่กับงานของตัวเองด้วยเพราะความกลัวว่าคิมมินชอลจะหันมาเล่นงานพวกเขาเป็นรายต่อไป

หากพวกเขาทำพลาดอะไรไปแม้แต่นิดเดียววันนั้นมันอาจกลายเป็นวันนรกสำหรับพวกเขาก็เป็นได้

“ฉันเลือกนายเข้ามาแม้นายจะมีเกรดเฉลี่ยที่ต่ำเพราะฉันรู้สึกแย่แทนนายกับเรื่องพวกนั้น”

แต่ก่อนที่คิมมินชอลจะเริ่มการคุมคามต่อก็เป็นอันต้องหยุดไปเพราะคำพูดไม่คาดคิดที่ออกมาจากปากของพนักงานทดลองงาน

“โง่เง่า, โง่เขลา, โง่บรม…”

คัมชอลอิน พนักงานทดลองงาน 10 เดือนยิ้มเยาะขณะพึมพำ

ทันใดนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น

“เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ?”

“ฉันได้ยินผิดไปใช่ไหมเนี๊ย?”

พนักงานหญิงสองคนที่ได้ยินคำพูดนั้นหันหน้าเข้าหากันเพื่อซุบซิบนินทา

“วะ...ว่าไงนะ? เห้ย คังชอลอิน! เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร? โง่เง่า โง่เขลางั้นหรอ? อยากตกงานนักหรือไง?!”

คิมมินชอลคำราม เลือดไหลเวียนขึ้นใบหน้าและลำคอเพื่อแสดงว่าตอนนี้เขากำลังโกรธจัดมากเพียงใด

“โอ้?”

คังชอลอินดูประหลาดใจที่เห็นคิมมินชอลกำลังโกรธจัดแบบนี้ราวกับว่าเขาเพิ่งสังเกตเห็นได้

“โอ้? ไอ้เวรนี่ เมื่อกี้พูดว่า…?”

“หุบปากสักที! … อ๊าก หัวฉัน”

คังชอลอินกุมมือไว้ที่ศีรษะด้วยความเจ็บปวดก่อนจะออกจากออฟฟิศไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองคิมมินชอลที่กำลังโวยวายอยู่เลยแม้แต่น้อย

“อะ อะไรกัน? ไอ้เวรนั่นมันเป็นอะไร!!!?”

เสียงของคิมมินชอลดังก้องภายในออฟฟิศที่คังชอลอินเดินออกไป พนักงานคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันและกันด้วยความกังวล

คังชอลอินที่ออกจากออฟฟิศกำลังมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ

“โอ๊ย!”

เขาเกิดอาการปวดหัวขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงราวกับมีใครบางคนกำลังใช้ขวานเจาะศรีษะเขาซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุด เขาเหมือนจะมีอาการอาเจียนร่วมด้วยจึงรีบไปที่อ่างล้างหน้าและเปิดก๊อกน้ำ

คังชอลอินพยายามใช้น้ำเย็นสาดหน้าตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวด เมื่อน้ำที่เย็นพอ ๆ กับก้อนน้ำแข็งเริ่มไหลออกจากก๊อกคังชอลอินก็เลื่อนใบหน้าของเขาลงไปใกล้อ่าง

“โอ๊ย!”

เขาส่งเสียงครวญครางอีกครั้ง สัมผัสความเย็นเมื่อสักครู่ชวนให้เขารู้สึกเหมือนใบหน้าจะแตกแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่เขาไม่สนใจความรู้สึกนั้นและยังคงทำต่อไปเพื่อให้อาการปวดบรรเทา

ความเจ็บปวดของเขาเริ่มลดลงหลังผ่านไปสิบนาที แต่นั่นยังไม่ใช่จุดจบ

อาการคลื่นไส้ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในกำลังจะระเบิดออกมา คังชอลอินรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ หยั่งมือไว้บนผนังทั้งสองด้านจากนั้นทุกอย่างก็ระเบิดออก

เขาอาเจียนแบบนั้นอีกครั้งและอีกครัง

และเมื่อไม่มีอาหารอะไรให้ต้องเอาออกอีกต่อไปสิ่งที่ออกมาก็คือน้ำกรดในกระเพาะอาหารที่แสนขม

เขาทุรนทุรายอยู่ในห้องน้ำนานร่วมชั่วโมงจนในที่สุดก็กลับมายืนได้อีกครั้ง

“เห้อ”

เมื่อคังชอลอินถอนหายใจและมองเข้าไปในกระจก ใบหน้าของชายหนุ่มวัย 28 ปีที่กำลังซีดจาง

เป็นใบหน้าเดียวกันกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่เคยเกิดขึ้น

คังชอลอินฉายรอยยิ้มบิดเบี้ยวขึ้นบนใบหน้า จะไม่มีพนักงานทดลองงานน่าสงสารที่ต้องทุกข์ทนต่อการโดนคุกคามอีกต่อไป

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ “จอมราชันย์นักล่า” ผู้เป็นใหญ่เท่านั้น

คังชอลอิน ผู้หมายจะครอบครองแพนเจียทั้งทวีปที่ทำให้ศัตรูต้องหวาดกลัวและยำเกรง

“เวลานี้เองสินะ”

ใบหน้าของคังชอลอินเต็มไปด้วยความพอใจขณะที่เขาตรวจสอบวันที่บนสมาร์ทโฟน

วันนี้คือวันที่ 6 เดือนพศจิกายน ปี 2020 สองเดือนก่อนการอัญเชิญครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น เขาได้ย้อนเวลากลับมายังในอดีต

ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ว่าเขาย้อนกลับมายังอดีตซะทีเดียว

เรียกว่าเป็นการสำรองวิญญาณจะถูกเสียกว่า

การสำรองวิญญาณเป็นทักษะหนึ่งที่เมื่อเขาตายเขาจะสามารถโอนความทรงจำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกลับสู่อดีตได้ เป็นเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับเขาในฐานะจอมราชันย์

การ “ฟื้นคืนชีพ” ผ่านการสำรองวิญญาณทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลา “ขัดแย้ง” และได้รับโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอนาคต

‘จากนี้ไปเราต้องระวังตัวทุกฝีก้าว จะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองอีกต่อไป ถ้าเราตาย ทุกอย่างคือจบ’

คังชอลอินย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ

การสำรองวิญญาณเป็นทักษะที่สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากเป็นความสามารถที่ใช้ได้มากกว่าหนึ่งครั้งนั่นจะไม่ใช่การสำรองวิญญาณแต่เป็นการวนซ้ำแทน อย่างไรก็ตามตราบใดที่เขาเลือกจะใช้การสำรองวิญญาณเพียงหนึ่งครั้งนี้นั้นเท่ากับทุกอย่างจะจบลงทันทีถ้าเขาตายขึ้นมาอีกครั้ง พลังนี้จะไม่สามารถใช้ได้อีกและจะหายไปตลอดกาล

ถึงอย่างไรในตอนนี้ใบหน้าของคังชอลอินก็เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างมาก

แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นประโยชน์

เขาเคยมีประสบการณ์จากอนาคตมาแล้วดังนั้นคังชอลอินจะกลับมาเกิดใหม่ในฐานะจอมราชันย์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมจากประสบการณ์และความผิดพลาดที่เขาได้เผชิญมา การทดลองและข้อผิดพลาดต่าง ๆ เช่นเดียวกับการโดนคุกคามจนถึงแก่ความตายจะไม่มีอีกต่อไป และความผิดพลาดร้ายแรงบางอย่างของเขาเช่นความสะเพร่าที่ไม่สนใจบุคคลสำคัญรวมถึงความประมาทเลินเล่อของเขาเกี่ยวกับข้อมูลและสติปัญญาก็จะไม่ถูกกระทำขึ้นซ้ำอีก

‘เราจะต้องเป็นจอมราชันย์ที่ไม่มีใครมาหยุดยั้งเราได้ จะมีแต่ความสมบูรณ์แบบและไร้ข้อผิดพลาด’

ขณะที่คังชอลอินกำหมัดและตั้งมั่นกับตัวเอง กองไฟแห่งความแค้นและความเจ็บปวดได้ลุกลามอยู่กลางใจเขา เขากุมมือไปที่หน้าอกของตัวเองแล้วขบกรามด้วยความแค้นเคือง

“รอสต์ไชลด์ ไอ้แมลงสาบ…”

ต้นกำเนิดของความเจ็บปวดทั้งหมดมาจากมัน

ร่างกายของเขาคือชายหนุ่มวัย 28 ที่จิตใจของเขายังคงระลึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ ความอัปยศอดสูจากการพ่ายแพ้โดยศัตรูที่เขาคอยกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

คอของเขาร้อนไหม้ ความรู้สึกเหน็บหนาวซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก

“ฉันจะบดขยี้แกให้มากกว่าที่เคยทำจนแกต้องร้องขอแต่ความตาย”

ดวงตาของคังชอลอินถูกเผาไหม้ไปด้วยไฟแห่งการล้างแค้น

ว่ากันว่าผู้กระทำมักเป็นฝ่ายหลงลืมการกระทำของตนแต่สำหรับผู้ที่โดนกระทำแล้วนั้นจะไม่มีวันลืมสิ่งนั้นไปได้แม้แต่วันเดียว

คังชอลอินก็เช่นกัน

เขาไม่มีทางลืมหน้าศัตรูไปได้และเขาก็พอใจเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งการกระที่เลวร้ายยิ่งกว่ากลับไปเป็นสิบเท่าร้อยเท่า ในความคิดของการแก้แค้นที่มีต่อรอสต์ไชลด์ทันใดนั้นก็มีอีกใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นตามมา นักยุทธศาสตร์ลีกงมยอง

‘ลีกงมยอง … เจ้านั่นจะเลือกอยู่ข้างรอสต์ไชลด์อีกหรือเปล่า?”

ถ้าคราวนี้เขาไม่สามารถได้ตัวลีกงมยองมาล่ะ?

เช่นนั้นเขาก็จะทำลายมันให้ย่อยยับจนกว่าจะไม่มีคนจำได้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นใคร

นั่นคือวิถีของคังชอลอิน

ในขณะที่เขากำลังเอาชนะศัตรูอยู่ในความคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงเรียกเขาเบา ๆ ดังแทรกเข้ามา

“เอ่อ … คุณชอลอินคะ?”

เขาหันหน้าไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ชื่อลีแชรินที่กำลังมองมาที่เขาจากตรงประตู

“คุณเป็นอะไรไหมคะ? ดูคุณไม่ค่อยสบายเท่าไหร่”

ใบหน้าของลีแชรินดูกังวลเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นห่วงเขาด้วยใจจริง เพราะหากไม่ใช่เพราะความเป็นห่วงเธอคงไม่ออกมาตามหาเขาถึงที่ห้องน้ำหลังจากที่เขาหายตัวไปร่วมชั่วโมงในตอนที่ไม่มีใครกล้าจะขยับตัวแบบนี้เพราะกลัวคิมมินชอลประธานบริษัทจะเล่นงาน

“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ”

คังชอลอินตอบกลับด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ

“ก่อนอื่นสภาพผมตอนนี้ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะงั้นขอโทษนะครับ ขอเวลาผมสักครู่”

เขาเอ่ยขอตัวอย่างสุภาพก่อนจะถอดเสื้อสูทที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำและสิ่งอาเจียนทิ้งลงถังขยะ จากนั้นเขาก็เดินไปที่อ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำเพื่อใช้น้ำล้างหน้าล้างปากแล้วสะบัดผมกลับคืนทรงเดิม เขาถอดเน็คไทแล้วโยนมันทิ้งลงไปด้วยเช่นกันทำให้สภาพโดยรวมของเขาตอนนี้ดูดีขึ้น

“คุณชอลอินคะ”

“ครับ?”

“ท่านประธานโกรธมากเลยนะคะ เขาบอกว่าจะไล่คุณออก…”

“ให้เขาทำอย่างที่เขาต้องการไปเถอะครับ”

“แต่ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาคุณตั้งใจทำงานมากเลยนะคะ! ถ้าคุณไปขอร้อง ท่านประธานก็น่าจะยกโทษ…”

“ไม่ครับ”

คังชอลอินพูดขัดลีแชริน

“เป็นผู้ชายไม่ควรไปก้มหัวขอร้องใคร”

“แต่!”

“นอกจากพ่อแม่ของเขาแล้ว ผู้ชายก็ไม่ควรขอร้องใครอีก ผมไม่มีความตั้งใจที่จะกลับไปก้มหัวให้ใครทั้งนั้น”

“คุณชอลอิน!”

“ผมว่าผมไปเก็บข้าวของและออกจากที่นี่จะดีกว่า”

สายตาของเขาขวานหาสมาร์ทโฟน

“เป็นเวลาที่เหมาะเจาะพอดีเพราะเกือบจะหมดวันแล้ว” คังชอลอินฉายรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาให้ลีแชรินก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป

“ไม่ได้นะคะ! ถ้าคุณเข้าไปตอนนี้…”

“ทำไมงั้นเหรอครับ?”

“ท่านประธานกำลังรอคุณอยู่พร้อมกับไม้กอล์ฟน่ะสิคะ! เขาบอกว่าเขาจะฆ่าคุณทันทีที่คุณกลับเข้าไป!”

คิมมินชอลที่เคยอยู่ร่วมกับอันธพาลมาได้ระยะหนึ่งมีนิสัยชอบสร้างบรรยากาศน่ากลัวด้วยไม้กอล์ฟเมื่อเขารู้สึกโกรธ

“โอ้ อย่างนั้นเหรอ?”

คังชอลอินหัวเราะ

หมูอ้วนที่ในท้องมีแต่เบียร์และวัน ๆ ก็เอาแต่คุกคามพนักงานกำลังรอเขาอยู่ด้วยไม้กอล์ฟ ช่างเป็นเรื่องตลกที่เกินจะจินตนาการได้จริง ๆ

“อย่างน้อยก็ไม่น่าเบื่อดี”

“อะไรนะคะ? คุณชอลอิน เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรหรอคะ? คุณจะเจ็บตัวเอาได้นะ! คุณก็รู้ว่าเขาเป็นยังไง!”

“หยุด… ผมจะจัดการเองเพราะงั้นพอได้แล้วครับ”

คังชอลอินกล่าวอย่างมั่นใจกับลีแชรินด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะเดินผ่านเธอไปอย่างใจเย็นเพื่อเดินกลับเข้าไปที่ออฟฟิศ

จบบทที่ ตอนที่ 3: การกลับมา (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว