เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2: วิกฤตสัมบูรณ์ แต่…

ตอนที่ 2: วิกฤตสัมบูรณ์ แต่…

ตอนที่ 2: วิกฤตสัมบูรณ์ แต่…


ตอนที่ 2: วิกฤตสัมบูรณ์ แต่…

‘ได้ ในเมื่อทุกอย่างมันกลายมาเป็นแบบนี้ บางทีนี่อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด’

ด้วยเหตุผลบางประการ

คังชอลอินยกยิ้ม

‘เรามุ่งเน้นกำลังทางด้านทหารมากเกินไป การเพิกเฉยต่อความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน อีกทั้งยังเพิกเฉยต่องานเอกสารจนไม่มีเวลาไปมุ่งเน้นนโยบายต่าง ๆ  … ด้วยความก้าวหน้าของสงครามที่เนิบช้าและไร้การเคลื่อนไหวเราจึงละเลยการรวบรวมข่าวกรองและการทูตไปทั้งสิ้น ถ้าเราไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้เราก็ควรมีข้อมูลและมีไหวพริบที่ดีให้มากกว่านี้ เช่นนั้นก็คงไม่ถูกล้อมโจมตีแบบนี้’

แม้กำลังจะเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ทว่าจิตใจของคังชอลอินกลับเต็มไปด้วยความสงบและเยือกเย็น

หากศัตรูรู้ถึงสถานะปัจจุบันของคังชอลอินในตอนนี้ พวกเขาคงคิดว่าควรจะล่าถอยไปก่อนดีหรือไม่หรือจะพุ่งชนต่อไปทั้งอย่างนี้เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้วนอกจากความเสียใจกับความสงบเยือกเย็นที่คังชอลอินมี

“นายท่าน! เราต้องการคำสั่งจากนายท่านเพื่อสู้กับศัตรูนะขอรับ!” อัลเฟรดอ้อนวอนต่อคังชอลอิน เขากำลังเป็นกังวลกับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้อย่างมาก มันเป็นที่เข้าใจได้เมื่อพิจารณาถึงภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามา

“อัลเฟรด”

“ขอรับ นายท่าน”

“อย่าได้ทำตัวผลีผลามและอย่าได้แสดงความหวาดกลัว รักษาศักดิ์ศรีของเจ้าไว้ซะ เรายังไม่แพ้ซะทีเดียว”

“นายท่าน…?”

อัลเฟรด พ่อบ้านแวมไพร์ผงะกับความสงบนิ่งของคังชอลอินก่อนจะรวบรวมสติและคืนความสงบของตัวเขาเองกลับคืนมาหลังจากนั้นได้ไม่นาน ในฐานะที่เป็น NPC อัลเฟรดไม่สามารถรับรู้ถึงความคิดความอ่านของคังชอลอินได้

“เรียกรวมแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าและส่งกองกำลังทั้งหมดออกจากวัลฮัลลาไปพบกับศัตรูเท่าที่จะเร็วได้”

“นายท่าน…! ทำเช่นนั้นไม่ได้นะขอรับ! นายท่านไม่คิดหรือว่าการเตรียมการป้องกันจะเป็นการดีกว่า? การพุ่งชนโดยตรงจะทำให้วัลฮัลลาเสียเปรียบอย่างมากนะขอรับ!”

ใช่ มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

แต่แม้จะมีโอกาสเพียง 1% ที่จะออกจากสถานการณ์นี้ได้มันก็ยังดีกว่าการป้องกันจากการถูกล้อม

“มันจะเป็นการยืดเยื้อและเสียเวลาโดยใช่เหตุสำหรับการต่อสู้ที่ถึงอย่างไรก็รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว เราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูโดยตรงแทนการเป็นคนขี้ขลาด”

“นายท่าน…!”

“ไม่ต้องกังวล”

"... "

“เราอาจจะแพ้ในวันนี้แต่มันจะไม่ใช่ในครั้งต่อไป”

ช่างฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

เห็นได้ชัดว่าการพ่ายแพ้ในวันนี้จะนำไปสู่การกำจัดและการทำลายล้าง แต่คังชอลอินกลับสงบและเยือกเย็นกว่าที่คนทั่วไปจะรู้สึกได้

“ลูซี่, เบลล่า!”

เมื่อคังชอลอินเรียกชื่อของพวกนาง ลูซี่และเบลลาทริกซ์ หน่วยรักษาการณ์เอล์ฟแห่งความมืดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดด้านหลังบัลลังก์ก็ปรากฏตัว

“เจ้าค่ะ นายท่าน”

“เรียกหาพวกเราหรือเจ้าคะ”

ลูซี่และเบลล่าเป็น NPC เช่นเดียวกับอัลเฟรด พวกนางเป็นหน่วยรักษาการณ์ที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์และศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าราชันย์ระดับกลางส่วนใหญ่

“ดาบและชุดเกราะของข้า”

ทันทีที่สิ้นคำพูดของคังชอลอิน ลูซี่และเบลล่าก็ได้นำอาวุธมหากาพย์ ‘ฟรากราค’ดาบแห่งสงครามและ‘วัลลี’ชุดเกราะแห่งการล้างแค้นออกมา ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงทำให้คังชอลอินเป็นจอมราชันย์แห่งสงครามที่รู้จักกันดีในนาม ‘จอมราชันย์นักล่า’

‘อล็กซ์ รอสต์ไชลด์และลีกงมยอง’

เขายังคงสงบจิตสงบใจเรื่องของศัตรูในขณะสวมชุดเกราะเตรียมทำสงครามโดยมีเบลล่าและลูซี่คอยช่วยเหลือ

เขาตัวสั่นด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงคนสองคนที่ได้นำความพินาศมาสู่เขา เขาถือเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่มีศักยภาพมากที่สุดสำหรับการร่วมรวมแพนเจียให้เป็นปึกแผ่นแต่มันกำลังจะไม่ใช่เขาอีกต่อไป

เขาเหยียบย่ำพวกนั้นมานับครั้งไม่ถ้วนแต่พวกนั้นก็ยังกลับมามีชีวิตรอดต่อได้เหมือนแมลงสาบที่วนเวียนไม่รู้จักจบ หากจะบ่งชี้ให้แม่นยำมากขึ้นก็คงบอกได้ว่าพวกนั้นไม่ใช่จอมราชันย์หากแต่เป็นซอมบี้ เขารู้สึกเสียใจที่ปล่อยคนพวกนั้นเอาไว้แทนที่จะฆ่าหรือปราบปรามให้จบสิ้นไป แต่เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ มาถึงจุดนี้แล้ว เขาจะทำให้พวกนั้นได้รู้ซึ้งถึงความโกรธของจอมราชันย์คังชอลอินและวัลฮัลลาด้วยสงครามอันยิ่งใหญ่นี้เอง

.

.

.

ตู้ม! ตู้ม!

ไซโมดัส เต่าขนาดยักษ์ที่หายใจเป็นไฟและลาวากำลังเคลื่อนตัวไปยังกองบัญชาการใหญ่ของคังชอลอิน พวกเขามีกองกำลังทั้งหมด 15,000 กองกำลังเมื่อรวมระหว่างสหภาพกัลเวกและพันธมิตรบัลเดอร์เข้าด้วยกัน รวมถึงทหาร 2,000 นายที่กำลังประจำการอยู่ที่กองบัญชาการใหญ่

“นายท่าน”

ลีกงมยอง ผู้บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมดหันหน้าเข้าหาอเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ผู้นำของเขา

“ท่านคิดจะสู้กับคังชอลอินแบบตัวต่อตัวจริงหรือขอรับ?”

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ใส่ชุดเกราะที่แต่งแต้มด้วยสีขาวและสีทองมาเต็มยศ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในจอมราชันย์ อาวุธของเขาเองก็เป็นอาวุธมหากาพย์ด้วยเช่นกัน

“ข้ามั่นใจว่าเจ้านั่นจะไม่ยอมยืนนิ่งมองดูเฉย ๆ เป็นแน่”

“แต่นายท่าน คังชอลอินเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างยิ่งนะขอรับ การสู้แบบตัวต่อตัวไม่อาจเอาชนะเขาได้ หรือแม้จะมีคนร่วมสู้ด้วยจำนวนมากก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน คังชอลอินถือเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในแพนเจีย ชีวิตของท่านจะตกอยู่ในอันตรายได้หากต้องไปสู้กับเขา”

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงต้องไปออกสู้กับมันร่วมกับคนอื่น ๆ เช่นนี้ การโจมตีแบบร่วมมือกันจากจอมราชันย์คนอื่น ๆ จะนำโอกาสแห่งชัยชนะมาสู่เรา อีกทั้งเรายังมีกองกำลังทางทหารจำนวนมากนี่อีก”

“แต่…”

“ชำระแค้น”

ลีกงมยองไม่ได้กล่าวอะไรต่อทันทีที่อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์กล่าวคำนั้นออกมา

มันเป็นคำที่เข้าใจได้ง่าย

ตั้งแต่สงครามแร็กนาร็อกเริ่มขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ถูกขังอยู่ในกลอุบายของคังชอลอินและต้องพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เขาสูญเสียลูกน้องสองคนที่มีค่าราวกับว่าพวกเขาคือพี่น้องแท้ ๆ ไป รวมถึงป้อมปราการไซโมดัสของเขาเองก็ถูกย่ำยีด้วยเช่นกัน และมันไม่ใช่เพียงหนึ่งหนที่เกิดขึ้นแต่เป็นถึงสี่

หากไซโมดัสไม่ใช่ป้อมปราการเคลื่อนที่ อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์คงจะถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของคังชอลอินไปนานแล้ว

“ข้าต้องล้างแค้นให้กับความตายของพวกเขา ต้องตอบแทนสำหรับความอัปยศที่มันเคยมอบให้เมื่อในอดีต หากไม่ใช่วันนี้ข้าจะไม่สามารถล้างแค้นมันได้อีกต่อไป บางทีหากเป็นวันอื่นข้าคงหลีกเลี่ยงแต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้”

เขากล่าวอย่างแน่วแน่ด้วยจิตใจที่เตรียมพร้อม ไม่ว่าลีกงมยองจะพูดอย่างไรก็ไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจเขาได้ดังนั้นลีกงมยองจึงไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก

“คงจะดีถ้าเราสามารถทำลายมันได้โดยการโจมตีของโซโมดัสเพียงลำพัง … มันคงจะแย่มากหากเป็นแบบนั้น” อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์กล่าวด้วยความผิดหวัง

“แม้จะเป็นวลีที่ใช้กันโดยทั่วแต่ ‘คนสุดท้ายที่ยืนอยู่คือผู้ชนะ’ คังชอลอินแข็งแกร่งมาก เขาจะไม่ยอมโค้งงอให้กับสายลมแม้ว่าสายลมนั้นจะพังทำลายเขามากเพียงใด … ข้อบกพร่องของเขาไม่ใช่เพราะเขาไม่แข็งแกร่งแต่เป็นการแข็งแกร่งเกินไปนี่ต่างหาก”

“ใช่ และถ้ามันระวังตัวมากกว่านี้ก็คงไม่เป็นเช่นนี้”

“ขอรับ นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ข้าเลือกนายท่าน ไม่ใช่คังชอลอิน”

ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ทหารของวัลฮัลลาก็ได้เปิดเผยตัวขึ้นในระยะไกล

“เป็นไปไม่ได้…!”

ลีกงมยองอุทานเมื่อได้เห็นในสิ่งที่กำลังรอเขาอยู่

“นายท่าน! ที่ตรงนั้น! กองทัพขนาดใหญ่! เขายอมแพ้ต่อสงครามล้อมและเลือกเผชิญหน้าแทน…!”

ทางเลือกของคังชอลอินเป็นหนึ่งในสิ่งที่โง่เขลา แต่ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างความประหลาดใจได้เป็นอย่างดี

“เป็นไปไม่ได้…!”

อเล็กซ รอสต์ไชลด์ไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจของเขาได้เช่นกัน

“กงมยอง หรือนี่จะเป็นกับดัก แม้ว่าคังชอลอินจะบ้าบิ่นแต่การเผชิญหน้าแบบนี้มันจะเกินไปหรือไม่!”

เขาได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากจากคังชอลอินจนมาถึงตอนนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะผงะกับการเลือกเผชิญหน้าของคังชอลอินจากการคุกคามที่สมบูรณ์แบบ

“ไม่ขอรับ มันไม่ใช่กับดัก”

ลีกงมยองมีความคิดที่ต่างออกไป

"มันเป็นความทะนงตนที่เขามี"

"ความทะนงตน?"

“ขอรับ ข้ามั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น”

ลีกงมยองกล่าวอย่างมั่นใจ

“ตามข้อมูลที่เพิ่งได้รับมา กองบัญชาการของเฮคาเต้ถูกทำลายโดยสหภาพกัลเวกเรียบร้อยแล้ว อเลสเตอร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอิชตาร์เองก็กำลังอยู่ที่นั่น”

นิ้วของลีกงมยองชี้ไปยังจอมราชันย์อเลสเตอร์ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนมังกรกระดูก ซากศพของสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่

“เขาคงคิดได้ว่าเขาไร้ซึ่งความหวังในการชนะกับศึกครั้งนี้เขาจึงออกมาพร้อมการเปิดตัวเช่นนี้ การลากสงครามให้ยืดเยื้อไม่ใช่วิถีของคังชอลอิน”

“โอ้…!”

“การเปิดตัวเช่นนี้ …. นั่นไม่ใช่เพียงสัญลักษ์ตัวตนของคังชอลอินเท่านั้น แต่มันหมายความว่าเขาจะไม่ยอมร้องขอชีวิตและไม่พยายามซ่อนให้ตัวเองรอดจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น นี่แหละคือสิ่งที่เขาเป็น”

ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักยุทธศาสตร์อัจฉริยะอย่างลีกงมยอง

เขาได้เห็นความตั้งใจของคังชอลอินมาโดยตลอดจึงมอบความมั่นใจให้กับจอมราชันย์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง… เห็นได้ชัดว่าทำไมคังชอลอินถึงได้รู้สึกเสียใจนักที่ไม่มีลีกงมยองเป็นพวกของตัวเอง

“นายท่าน ออกคำสั่งโจมตีอย่างเต็มกำลังเถอะขอรับ ตราบใดที่คังชอลอินได้เลือกสงครามเช่นนี้แล้วมันไม่มีทางอื่นนอกจากทำลายทิ้งไปให้หมด”

“อย่างนั้นหรือ?”

“ขอรับ”

“งั้นก็จงทำเช่นนั้นไป”

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์พยักหน้าให้กับลีกงมยองผู้เป็นที่ปรึกษาของเขา

.

.

.

การปะทะครั้งใหญ่ที่คิดว่าจะจบลงอย่างง่ายดายกินเวลานานถึง 3 วัน 3 คืน วัลฮัลลามีกำลังทางทหารที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงและคังชอลอินก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยมทางการต่อสู้ในศึกครั้งนี้

แต่ขีดจำกัดของเขามาได้แค่เพียง 3 วัน

เดิมทีเขากำลังเป็นต่อด้านกองกำลัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจำนวนที่ล้นหลามก็ไม่อาจรับมือไหวได้

ในที่สุดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าแห่งวัลฮัลลาก็ล้มลงไปทีละคน คังชอลอินถูกผลักให้กลับไปยังบัลลังก์กองบัญชาการใหญ่ของวัลฮัลลา และเป็นตามที่คาดการณ์ไว้จากทั้งสองฝ่าย คังชอลอินพ่ายแพ้

“ไง มากันแล้วหรอ?”

คังชอลอินที่นั่งอยู่คนเดียวบนบัลลังก์ทักทายเหล่าจอมราชันย์ผู้เป็นศัตรูที่ร่วมมือให้เกิดศึกในครั้งนี้

ด้วยความตกตะลึง จอมราชันย์ฝ่ายพันธมิตรกำลังสูญเสียคำพูด

ขณะนั้นเองราวกับบทบาทได้สลับฝั่ง ดูเหมือนคังชอลอินที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้คือผู้ชนะและจอมราชันย์ฝ่ายศัตรูที่เป็นผู้ชนะคือฝ่ายพ่ายแพ้

เช่นนี้ คังชอลอินจึงยังคงภาคภูมิใจในตัวเอง

ใบหน้าของคังชอลอินที่นั่งอยู่บนบังลังก์ไม่ใช่ใบหน้าของผู้พ่ายแพ้แต่อย่างใด รอยยิ้มแสยะแผ่กระจายทั่วใบหน้าราวกับว่าเขากำลังมองอย่างดูถูกไปยังจอมราชันย์คนอื่น ๆ

“คงคิดไม่ถึงว่าตัวเจ้าจะพ่ายแพ้ล่ะสินะ?”

ในที่สุดอเล็กซ์ รอสต์ไชลด์คู่ต่อสู้ของคังชอลอินก็พูดขึ้น

"เพราะข้าเหยียบย่ำเจ้ามานับครั้งไม่ถ้วนอย่างนั้นหรือ?"

ดูเหมือนว่าอเล็กซ์ รอสต์ไชลด์จะพ่ายแพ้ต่อการยั่วยุของอีกฝ่าย

ใครจะไปคิดว่าจะเป็นเขาที่ได้เป็นคนส่งคังชอลอินไปยังเงื้อมมือแห่งความตาย มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดกับเขาเป็นครั้งแรก

คังชอลอินเย้ยหยัน

"... !"

“ทำไม? ผิดหวังกับปฏิกิริยาของข้าอย่างนั้นหรือ? ถ้าให้เดา...พวกเจ้าคงจะพอใจยิ่งกว่านี้ถ้าข้าร้องห่มร้องไห้และตื่นกลัวเหมือนที่พวกเจ้าเคยเป็นกันล่ะสิ หึ พวกขี้แพ้”

เมื่อสิ้นคำพูด อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์เกือบจะพุ่งเข้าไปแทงตัวคังชอลอินเสียให้จบ ๆ

เขายังกระตุ้นอารมณ์ความโกรธของคนอื่นในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?

การเย้ยหยันของเขาเพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนเป็นบ้า

“มันคงเสียสติไปแล้ว”

อเลสเตอร์ จอมราชันย์หมอผีที่เงียบมาตลอดพูดขึ้น เขาถอดกะบังหมวกในชุดเกราะกะโหลกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่หยาบช้าและสัปดน

“เจ้าคงคิดไม่ถึงเลยล่ะสิ ห้ะ? แต่แล้วเจ้าจะไปมีปัญญาทำอะไรได้? นี่คือสิ่งที่เจ้าควรจะได้รับจากการอวดดีและหยิ่งผยอง”

อเลสเตอร์ยิ้มเยาะให้คังชอลอิน

และการตอบรับที่ได้กลับมานั้น …

“หุบปาก”

"... !"

มันเป็นคำสั่งที่น่ากลัวมากพอจะส่งความหนาวเหน็บลงไปถึงกระดูกแม้จะมีสถานะเป็นจอมราชันย์ด้วยเช่นกัน

"หุบปากของเจ้าซะก่อนที่ข้าจะทำลายกะโหลกศีรษะของเจ้าทิ้ง ข้าไม่ต้องการพูดกับคนทรยศไร้ค่าเช่นเจ้า"

"... !"

ด้วยความรังเกียจ คังชอลอินหันหน้าหนีจากอเลสเตอร์กลับไปที่อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์อีกครั้ง

“นี่ รอสต์ไชลด์” เขาชี้ไปที่อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ด้วยการเชิดคาง

“เจ้าทำงานอย่างหนักมาโดยตลอดเพื่ออุดมการณ์ที่ยุติธรรมและยิ่งใหญ่”

“เจ้าหมายถึงอะไร?”

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ตอบกลับ

“ข้ากำลังพูดถึงอะไรน่ะเหรอ? เอาล่ะ หากเจ้าจะรับบทคนโง่ข้าก็จะบอกใบ้ให้ เจ้าต้องการครอบครองแพนเจียทั้งหมดก็เพื่อตัวเจ้าเองแต่แกล้งทำเป็นไม่อยากได้ สิ่งนี้คงทำให้เจ้ารู้สึกตัวตื่นอยู่ตลอดคืนเลยใช่ไหม?”

“ไม่ใช่ ข้าไม่เหมือนกับเจ้า”

“ฮา! แตกต่างจากข้า? ข้าจำนิสัยของตัวเองได้ดีและเจ้าเองก็เป็นเหมือนกัน นอกจากจะแกล้งทำเป็นทูตแห่งสวรรค์แทนที่จะเป็นคนซื่อตรงเหมือนอย่างข้าแล้วเจ้ายังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุดอีกต่างหาก และตอนนี้เจ้าก็กำลังแกล้งทำว่าตัวเจ้าไม่ใช่แบบนั้น”

“ปีศาจเท่านั้นที่จะรู้จักปีศาจ … คังชอลอิน สิ่งนั้นมันตัวเจ้าเองนั่นแหละ!”

“อย่างนั้นเหรอ แต่มันเหมือนกับว่าเจ้าจะฆ่าคนทรยศก่อนที่ข้าจะจากไปเสียอีกนะ”

สิ้นประโยค อเลสเตอร์ผู้ทรยศก็ตัวสั่นผวา

“ขี้ขลาด” คังชอลอินหันไปเย้ยหยันอเลสเตอร์ก่อนจะพูดต่อ

“ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างก็เป็นเรื่องของพวกเจ้าหลังจากที่ข้าตายไปแล้ว ในตอนนี้เจ้าจงจบมันซะ”

จากนั้นคังชอลอินก็ปลดอาวุธของตัวเองและอ้าแขนกว้าง

“เจ้าวางแผนอะไร? คังชอลอิน”

รอสต์ไชลด์ถามขณะตั้งการ์ดป้องกัน

“จะเป็นคนงี่เง่าที่ไม่รู้จักหยุดหย่อนเลยใช่ไหม? แค่นี้ก็ไม่เข้าใจหรืออย่างไร?”

“เจ้าจะยอมตาย?”

“คงจะอย่างนั้น ข้าไม่ต้องการร้องไห้และวิ่งหนีไปเหมือนใครบางคนหลังถูกโจมตีแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ข้าไม่ต้องการกลับไปมีชีวิตเฉกเช่นแมลงสาบ มันไม่ใช่วิถีของข้า”

เป็นคำพูดที่โจมตีโดยตรงถึงรอสต์ไชลด์จนทำให้เขาถึงกับหมดความอดทน

ดาบของรอสต์ไชลด์ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นส่องประกายแวววาวขณะที่มันเจาะทะลุผ่านหัวใจของคังชอลอิน

“ชัยชนะของข้า! คังชอลอิน!”

“ใช่ ๆ สนุกไปกับสิ่งที่เจ้าต้องการได้เลย” คังชอลอินหัวเราะ

"แต่วันนี้จะเป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่เจ้าจะได้รับชัยชนะ ... "

“หุบปาก!”

ดาบของรอสต์ไชลด์ส่องแสงประกายอีกครั้ง

จากนั้นศีรษะของคังชอลอินก็ร่วงหล่นและกลิ้งไปบนพื้น

ตาย

จอมราชันย์คังชอลอินผู้ยิ่งใหญ่จบชีวิต

“ชัยชนะ ... ชัยชนะของข้า! คังชอลอิน!”

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ประกาศชัยชนะของเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ

มันเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน่ากลัว

เป็นใบหน้าของชายผู้เอาชนะศัตรูที่มักดูหมิ่นเขาและเขาก็กลัวเกรงเหมือนอย่างปีศาจได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามใบหน้าที่น่ากลัวของเขาได้จางหายไปและถูกแทนที่ด้วยความสุขและความสำเร็จ

“ทุกคนทำได้ดีมาก!”

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์กล่าวพลางหันไปมองจอมราชันย์คนอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงอเลสเตอร์

“และตอนนี้ หัวนี้ก็จะเป็น…”

ขณะที่รอสต์ไชลด์กำลังจะเดินเข้าไปถือศีรษะของคังชอลอินมาให้ทุกคนได้เห็นและเฉลิมฉลองไปกับชัยชนะ ทันใดนันพวกเขาก็หยุดทุกการกระทำ

แคร่ก!

พื้นเบื้องล่างเริ่มสั่นไหว

มันดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ดี

การสั่นสะเทือนที่พวกเขารู้สึกได้ใต้เท้าเริ่มดังขึ้นและใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ มันเป็นลางสังหรณ์ที่แปลก ราวกับว่า ... จะมีการระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้น

"ไม่มีทาง...!"

รอสต์ไชลด์ตะโกน

“ระเบิดฆ่าตัวตาย!”

“เราต้องรีบออกจากที่นี่!”

“คังชอลอิน ไอ้คนน่ารังเกียจ!”

และเมื่อทุกคนรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พายุที่รุนแรงก็พัดเข้าหาพวกเขาด้วยเสียงดังปัง มันเป็นกลยุทธ์ทางสงครามที่น่ารังเกียจและหยาบช้ายิ่งนัก

.

.

.

“โง่เง่า โง่เขลา โง่บรม”

คังชอลอินยิ้มเยาะขณะพึมพำ

จบบทที่ ตอนที่ 2: วิกฤตสัมบูรณ์ แต่…

คัดลอกลิงก์แล้ว