เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ซากุระ

บทที่ 37 ซากุระ

บทที่ 37 ซากุระ


บทที่ 37 ซากุระ

 

#สำนักงานรื้อถอน

คนที่ลางานให้เฉินเสี่ยวชิว คือหัวหน้าอาวุโสที่พาเธอมาฝากทำงานนั่นแหละ เขายังถามต่ออีกว่า

"เมื่อวานคุณให้เธอทำงานอะไรเหรอ?"

“ก็ให้นั่งอ่านเอกสารในออฟฟิศนั่นแหละ พวกเรากำลังหาพวกคนของสำนักงานลี้ลับชิงเย่กันอยู่”  ผมตอบอย่างจนใจ

เจ้าผอมรีบพูดแทนผมว่า

“หัวหน้าครับ แบบนี้ไม่ใช่ความผิดพี่ฉีหรอก เฉินเสี่ยวชิวเธอจริงจังเกินไปต่างหาก เธอเพิ่มงานให้ตัวเอง ตอนกลางวันก็กินแค่ขนมปังกับน้ำเปล่า คืนก่อนหน้านั้นเธอก็ยังไปหาเอกสารของสำนักงานผลิตชิงโจวเอง เธอบอกจะเริ่มสืบจากตรงนั้น วันแรกที่มาทำงานก็เป็นแบบนี้แล้ว เราจะทำอะไรได้ล่ะ? ผมเห็นเมื่อวานเธอก็ยังดูสดใสดีนะ”

“นั่นเพราะแต่งหน้าไว้มั้ยล่ะ” กั๋วอวี้เจี๋ยพูดแทรกขึ้นมา

“เธอที่ไม่แต่งหน้า ยังรู้เรื่องแต่งหน้าด้วยเหรอ? เธอแค่เอาน้ำล้างหน้าก็จบไม่ใช่เหรอ?”เจ้าผอมทำท่าทึ่ง

“ไสหัวไปเลย!” กั๋วอวี้เจี๋ยยกมือจะฟาดใส่เจ้าผอม

เจ้าผอมหลบไปแอบหลังเจ้าอ้วน ทำท่าทางเหมือนลิง

“พอๆๆ” หัวหน้าอาวุโสมองทั้งสองคนทะเลาะกัน แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไร แค่เตือนผมเบาๆ ว่า

“เด็กสาวอย่างเสี่ยวเฉินนี่ ขยันเกินไปหน่อยนะ นายต้องคอยดูแลเธอให้มากหน่อย พวกเธอคนอื่นก็ช่วยเตือนๆกันบ้าง”

“แต่เธอจะยอมฟังรึเปล่าล่ะ?” เจ้าผอมบ่นเบาๆ

ผู้นำอาวุโสเองก็จนปัญญาเหมือนกัน

แม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานกันแค่วันเดียว แถมความสัมพันธ์ยังค่อนข้างตึงๆ แต่พวกเราก็ยังโทรไปเยี่ยมเฉินเสี่ยวชิวที่ลาป่วย โทรไปที่มือถือของเธอ แต่คนรับไม่ใช่เฉินเสี่ยวชิว เป็นแม่ของเธอรับสายด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน และขอบคุณที่เราห่วงใยลูกสาวของเธอ

“หวังว่าเธอจะพักผ่อนให้หายดีไวไว พักยาวๆหน่อยก็ดี” เจ้าผอมพูดด้วยความจริงใจ พลางทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้เหมือนหมดแรง

“เฮ้” กั๋วอวี้เจี๋ยส่งเสียงเหมือนแสดงความไม่พอใจ แต่ผมเห็นแววตาเธอก็เหมือนโล่งใจอยู่ไม่น้อย

พูดกันตามตรงนะ ความกระตือรือร้น และทัศนคติในการทำงานของพวกเราทั้งหมด ยังสู้เฉินเสี่ยวชิวไม่ได้เลย เมื่อวานเธอดูทุ่มเทอย่างหนัก ชนิดที่ว่า “ลุยเต็มสูบ ทำงานจนตายคาที่” เมื่อไหร่ที่มีเธออยู่ด้วย ความกดดันของเราก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนรู้สึกไม่สบายใจ

วันนี้เฉินเสี่ยวชิวไม่อยู่ เราก็กลับมาเป็นปกติ ขี้เกียจขี้คร้านเหมือนเคย

เจ้าผอมหยิบมือถือขึ้นมาดูอะไรบางอย่างอยู่พักนึง แล้วก็พูดขึ้นว่า

“นิสัยอาจจะไม่ค่อยน่ารัก แต่หน้าตาเธอนี่สวยจริงๆ นะ”

“นี่แกแอบชอบเขาเหรอ?” เจ้าอ้วนถาม

“นิสัยแบบนั้น ใครจะไปชอบลง?” เจ้าผอมเบ้ปาก แล้วชูมือถือขึ้นเรียกพวกเรา

“พวกนายดูนี่สิ”

เราทั้งหมดก็กรูกันไปดู เห็นเป็นโปสเตอร์โปรโมตละครเวทีจากวิทยาลัยการแสดงหมินชิ่ง ซึ่งดันมีเฉินเสี่ยวชิวอยู่ในนั้นด้วย

“นี่อะไรเนี่ย?” กั๋วอวี้เจี๋ยมองวันที่แสดงในโปสเตอร์ แล้วถามว่า

“เฉินเสี่ยวชิวเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ผมดูจากบล็อกของพวกเขาแล้ว หนึ่งในสมาชิกชมรมละครเวทีเป็นลูกพี่ลูกน้องของเฉินเสี่ยวชิว เลยเชิญเธอมาช่วยแสดงแทน” เจ้าผอมไถเว็บดูไปอีกหน่อย แล้วชี้ให้พวกเราดูข้อความที่เขาพบ

เดิมที ละครเวทีที่ชมรมนี้ซ้อมกันนั้นมีกำหนดเปิดแสดงในเดือนนี้

แต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน นักแสดงหลักคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ไม่สามารถแสดงได้ ลูกพี่ลูกน้องของเฉินเสี่ยวชิวจึงไปขอร้องให้เธอมาช่วยแทน

ถึงแม้ว่าเฉินเสี่ยวชิวจะไม่ได้จบจากวิทยาลัยการแสดง แต่เธอหน้าตาดี ฉลาด และขยันมาก ใช้เวลาแค่วันเดียวก็ท่องบทได้หมด ภายในหนึ่งสัปดาห์ก็แสดงได้เหมือนมืออาชีพ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะเลย

ลูกพี่ลูกน้องของเธอชมไม่หยุดปาก และจากประวัติส่วนตัวที่น่าประทับใจของเธอ ก็ทำให้เธอได้รับความสนใจอย่างมาก จนเริ่มมีชื่อเสียงเล็กๆ ในวิทยาลัยการแสดง

เจ้าผอมเสิร์ชชื่อ “เฉินเสี่ยวชิว” ขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะอยากหาเรื่องอะไรหรือเปล่า ก็เลยเจอข้อมูลนี้เข้า

“ผมว่าเธอลาป่วย คงไม่ใช่เพราะงานเมื่อวานหรอก” เจ้าอ้วนพูดตรงๆ อย่างเห็นภาพ

“แน่นอน! ต่อให้มีสามหัวหกแขนก็ยังไม่ไหวเลยมั้ง?” เจ้าผอมพยักหน้าแรงๆ

กั๋วอวี้เจี๋ยเลื่อนหน้าจอมือถือของเจ้าผอม เปิดดูวิดีโอการซ้อมละครของเฉินเสี่ยวชิว แล้วพูดขึ้นว่า

“แต่เธอเก่งจริงนะ ถ้าไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ถึงจะเป็นพรสวรรค์ก็ต้องขยันสุดๆ ด้วย”

เรื่องนี้ทั้งเจ้าผอมและเจ้าอ้วนก็ไม่กล้าเถียง

“พี่ฉี ทำไมพี่ไม่พูดอะไรเลยล่ะ?” เจ้าผอมหันมาถามผม

เจ้าอ้วนก็หันมามองด้วย “พี่ฉี เป็นอะไรไป?”

“หลินฉี ทำไมเหม่ออยู่ล่ะ?” กั๋วอวี้เจี๋ยใช้ศอกกระทุ้งที่หน้าอกผม

ผมยืนไม่มั่น ล้มลงไปนั่งกับพื้นทันที

“โอ๊ย เสี่ยวเจี๋ย เธอก็เบาๆ หน่อยสิ!” เจ้าผอมดุกั๋วอวี้เจี๋ย

กั๋วอวี้เจี๋ยแลบลิ้นทำหน้าทะเล้น แล้วรีบช่วยเจ้าอ้วนพยุงผมขึ้นมา

“พี่ฉี พี่ไม่เป็นไรนะ? หน้าซีดเลย เหงื่อก็ออกเยอะมาก” เจ้าอ้วนถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ใช่แล้ว หรือว่าพี่ก็ไม่สบายด้วย?”

“พี่ฉี อย่าบอกนะว่าวันเดียวก็หมดแรงแล้ว? ก่อนหน้านี้ขี้เกียจมานานเกินไปรึเปล่า?” เจ้าผอมยังคงพูดติดตลก

“หยุดล้อได้แล้ว!” กั๋วอวี้เจี๋ยดุเสียงแข็ง

เจ้าผอมก็หยุดยิ้มทันที แล้วถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า? ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวผมไปเอารถมา พวกนายช่วยกันพยุงพี่ฉี เราจะไปโรงพยาบาลกัน”

เจ้าอ้วนกับกั๋วอวี้เจี๋ยรีบช่วยกันพยุงผมขึ้น

“อย่า! ไม่ต้อง! เอามือถือมาให้ผม!” ผมหอบหายใจแรง แล้วพูดออกไป

ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างงุนงง

“เอามาให้ผม!” ผมไม่รู้ว่าหน้าตัวเองตอนนั้นเป็นยังไง แต่มือที่ยื่นไปหาเจ้าผอมกำลังสั่น

เจ้าผอมดูงงๆ แต่ก็ยื่นมือถือมาให้

วิดีโอยังเล่นอยู่ เพราะเป็นคลิปที่ถ่ายด้วยมือถือ ภาพไม่ค่อยชัด ผมรีบกดปิดวิดีโอ แล้วเลื่อนหน้าจอกลับขึ้นไปด้านบนสุด มองดูโปสเตอร์ใบนั้นอีกครั้ง

ชื่อของละครเวทีคือ “ครอบครัวใหญ่” เนื้อหาเกี่ยวกับการแต่งงานข้ามชาติ ครอบครัวใหญ่ในเรื่องประกอบด้วยสมาชิกจาก 6ประเทศ และเฉินเสี่ยวชิวก็รับบทเป็นสะใภ้จากประเทศ J ในโปสเตอร์เธอแต่งชุดกิโมโน และในตอนแสดงเธอก็ต้องใส่ชุดกิโมโนครึ่งเรื่อง

ชุดกิโมโนนั้นเป็นสีดำ ด้านบนมีลายดอกซากุระล่องลอยอยู่ไม่กี่ดอก เนื่องจากการจัดเรียงตัวละครในโปสเตอร์ทำให้เห็นแค่ช่วงบนของเฉินเสี่ยวชิวเท่านั้น

ผมเลื่อนหน้าจอลงอีกครั้ง เปิดวิดีโอขึ้นมาใหม่ จ้องมองเฉินเสี่ยวชิวในหน้าจอตาไม่กะพริบ จู่ๆก็เอื้อมมือไปกดหยุด แล้วค่อยๆ เลื่อนแถบเวลาอย่างระมัดระวัง

หน้าจอหยุดอยู่ที่ช่วงเฉินเสี่ยวชิวหมุนตัวพอดี ชุดกิโมโนสีดำเผยให้เห็นด้านหลัง มีต้นซากุระใหญ่เบ่งบานเต็มที่ แต่ในสายตาผมกลับเห็นเหมือนมีอสูรร้ายตนหนึ่ง ยื่นมือเปื้อนเลือดไปเกาะไหล่ของเฉินเสี่ยวชิวไว้

“พี่ฉี เป็นอะไรแน่ๆเลยใช่ไหม?” เจ้าผอมถามเสียงเครียด

ผมกำโทรศัพท์แน่น เดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้ม “เงาตามตัว” ออกมา แล้วเปิดไปที่หน้าสุดท้าย

เจ้าผอมเห็นผมหยิบแฟ้มของสำนักงานลี้ลับชิงเย่ออกมาก็เริ่มรู้สึกไม่ดี พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“พี่ฉี อย่าทำให้พวกเราตกใจไปมากกว่านี้เลย บอกมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

“พวกนาย… ดูนี่สิ” เสียงผมแหบพร่า เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้

เจ้าอ้วนกับกั๋วอวี้เจี๋ยก็ถูกบรรยากาศตึงเครียดนี้ครอบงำ สีหน้ากระวนกระวาย แต่ก็เดินมาดูแฟ้มเอกสารและหน้าจอโทรศัพท์ที่ผมวางไว้บนโต๊ะอย่างอยากรู้

ภาพในวิดีโอแม้จะไม่ชัด แต่เมื่อวางเทียบกับภาพในแฟ้มก็ชัดเจนทันทีว่าเป็นกิโมโนตัวเดียวกัน

เจ้าผอมเดินมาช้ากว่าคนอื่นนิดหน่อย แอบมองอย่างระแวดระวังแล้วก็รีบเบือนหน้าหนี

“ชุดเดียวกันเหรอ?” กั๋วอวี้เจี๋ยยังไม่เข้าใจ

“อาจจะแค่ใส่เหมือนกันบังเอิญน่ะ แบบนี้เจอได้บ่อย” เจ้าผอมพูดขึ้น

“แต่ชิงเย่เผาชุดนี้ทิ้งไปแล้วนะ ชุดนี้คนที่เคยใส่ก่อนหน้านั้นคือเจิ้งเสี่ยวรุ่ย” ผมหันไปมองเจ้าผอม “นายเคยตรวจแล้วใช่ไหม เธอตายเพราะอวัยวะล้มเหลว ภูมิคุ้มกันมีปัญหา แต่หาสาเหตุไม่ได้”

เจ้าผอมถึงกับตัวสั่น

“พี่ฉี อย่าบอกนะ ว่าชุดนี้มันฆ่าคนได้? เป็นไปได้ยังไงกันล่ะ?” เจ้าอ้วนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 37 ซากุระ

คัดลอกลิงก์แล้ว