เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่6)

บทที่ 14 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่6)

บทที่ 14 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่6)


บทที่ 14 รหัส 023 - วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่6)

#สำนักงานชิงเย่

“จากข้อมูลที่เราตรวจสอบมา เรื่องภรรยาคุณที่ฆ่าตัวตายนั้นเคยมีลงข่าวในหนังสือพิมพ์ด้วย ตอนนั้นมีคนเห็นและพูดถึงกันเยอะมาก ลูกผีนั่นร้องไห้ออกมา แล้วมันก็ค่อยๆคลานออกมาจากท้องของอี้หนาน”

“……”

“คุณโจว?”

“ใช่...ผมเองก็...เห็นเหมือนกัน...ตอนที่อี้หนานกระโดดลงมาจากตึก เสื้อผ้าเธอเปิดออก ท้องเธอกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง ท้ราวกับแตงโมที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆเลย เลือดแดงกระจายไปทั่วพื้น...ผม...ตอนนั้นผมได้ยินเสียงเด็กร้อง...เสียงร้องมันเบามาก แต่เสียงมันอยู่ใกล้ผมมากๆ มันฟังได้ชัดเจนเลยว่าเป็นเสียงเด็กร้อง แต่ผมก็ไม่รู้ทำไม กลับนึกถึงเสียงหัวเราะของเด็กที่อี้หนานเคยพูดถึง ในกองเลือดตรงนั้นมีอะไรบางอย่างกำลังขยับ ผมห้ามใจตัวเองไม่ให้มอง แต่สุดท้ายก็เผลอมองไปจนได้ เด็กคนนั้น...เด็กที่ครบกำหนดคลอด มีอวัยวะครบถ้วนทุกอย่าง...ก็ค่อยๆคลานออกมาจากท้องของอี้หนานเลย...”

“มีใครเข้าไปแตะต้องลูกผีนั่นไหม?”

“ไม่มีเลย ทุกคนตกใจกลัวกันหมด ต่างก็ร้องตะโกน วิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง บางคนถึงกับขาอ่อนแรง ผมเองก็เหมือนกัน...ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ตอนนั้นรู้สึกได้ว่าอากาศหนาวมาก เหมือนตัวจะแข็งไปหมด จนกระทั่งรถพยาบาล กับตำรวจมาถึง ตำรวจก็เข้ามาคุยกับผมและแม่ ตอนนั้นแหละผมถึงได้ละสายตาจากอี้หนานไป แล้วพอหันกลับไปดูอี้หนานอีกที... เด็กผีนั่นก็หายไปแล้ว”

“เรื่องนี้เราเองก็เจอในรายงานข่าวเหมือนกัน หลังจากนั้นก็มีการถกเถียงกัน หลายคนคิดว่าน่าจะเป็นภาพหลอนหมู่”

“ไม่ใช่ภาพหลอนแน่ๆ มันไม่ใช่เลย ผมขึ้นรถตำรวจไปกับแม่ มือผมยังสั่นอยู่เลย เสียงเด็กร้องนั่นผมจำได้ชัดเจน ผมได้ยินจริงๆ แล้วก็เห็นท้องของอี้หนาน...ตอนนั้นหลายคนพูดว่าอี้หนานเสียสติ แล้วยังหาว่าผมกับแม่ก็เหมือนโดนของ หลายคนคิดว่าเธอไม่ได้ท้อง หาว่าพวกเราพูดเพ้อเจ้อว่าเป็นลูกผี... แต่มันคือเรื่องจริงทั้งหมด!”

“พวกเราเชื่อว่าคุณเจอเรื่องลี้ลับจริง ๆ และนั่นก็คือลูกผีอย่างแท้จริง”

“อืม……”

“หลังจากภรรยาคุณเสียชีวิต ยังมีเรื่องแปลกประหลาดอะไรเกิดขึ้นอีกไหม?”

“ไม่มีแล้ว เฮ้อ... ไม่มีอะไรอีกเลย”

“คุณเคยกลับไปเมืองหมินชิ่งอีกไหม?”

“ฮะ ผมจะกลับไปได้ยังไงล่ะ?”

“แล้วได้ติดต่อกับโรงแรมจวิ้นหลี่ที่พักตอนนั้นอีกไหม?”

“หืม? พวกคุณ... หรือว่าโรงแรมนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก? อย่างที่คิดไว้เลย เหตุการณ์ทั้งหมดต้องเริ่มมาจากโรงแรมนั้นแน่ๆ!”

“พวกเราเพียงแค่คิดว่านั่นเป็นแนวทางการสืบสวน”

“ผมไม่ได้ติดต่อโรงแรมนั่นอีกหรอก อี้หนานก็ตายไปแล้ว เรื่องมันก็ควรจะจบลงแค่นั้น…”

……

เว่ยอี้หนาน ยืนยันแล้วว่าเป็นหนึ่งในเหยื่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2002 โดยคาดว่าต้นตอของเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นที่โรงแรมจวิ้นหลี่

วันที่ 28 เมษายน 2004

มีการติดต่อกับ “พาน ผิง” แฟนของ “ซื่อ เหวินซาน” ผู้เสียชีวิตรายที่สาม

ไฟล์เสียง 02320040428.wav

“ใช่แล้ว คืนวันปีใหม่ปี 2001 เราไปพักที่โรงแรมจวิ้นหลี่ ตอนนั้นอยากไปดูดอกไม้ไฟวันปีใหม่ หลายคนก็จองห้องสวีทที่นั่นเพื่อดูดอกไม้ไฟข้ามปี เพื่อนผมเคยพักที่นั่นเมื่อปีก่อน เลยแนะนำให้ไป ผมตั้งใจจะขอซานซานแต่งงานในวันนั้น”

“วันนั้นเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

“ผมก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน...เราสองคนนั่งดูดอกไม้ไฟกัน พอเลยเวลาเที่ยงคืนไป ผมก็ขอซานซานแต่งงาน ยื่นแหวนให้เธอ เธอดีใจมาก ใส่แหวนแล้วก็กอดผมจูบผม... ตอนแรกผมไม่ได้สังเกตอะไร พอตอนที่เธอดูแหวนอย่างตื่นเต้นอยู่นั้น ผมถึงเริ่มรู้สึกแปลกๆ แหวนวงนั้น...จริงๆผมไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ตอนซื้อแหวนก็ฟังแต่พนักงานขายแนะนำ แล้วให้พี่สาวผมเป็นคนช่วยเลือกให้ ผมจำได้ว่าแหวนที่ผมซื้อตรงเพชรมันเป็นทรงกลม แต่ตอนนั้นที่ซานซานใส่อยู่มันกลับเป็นเพชรทรงเหลี่ยม เพชรก็ไม่ได้ใหญ่มาก แล้วเธอก็รีบเอามือหลบไป... เธอตื่นเต้นมาก เรานอนคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วก็เผลอหลับไป”

“พวกคุณหลับสนิทกันจนถึงเช้าเลยไหม?  หรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกลางดึก?”

“คืนนั้นผมฝัน เห็นมือของซานซานโบกไปมาอยู่ตรงหน้าผม แหวนวงนั้นก็โบกไปมา แล้วก็มีเสียงดังมาก ฟังไม่รู้เรื่องแต่มันดังมาก พอตื่นเช้ามา ผมยังรู้สึกงัวเงียอยู่เลย แล้วก็พบว่าที่นอนข้างๆว่างเปล่า... ซานซาน... ตัวกับข้าวของของเธอ หายไปหมดเลย…”

“หลังจากนั้นคุณได้ไปตามหาเธอไหม?”

“แน่นอน! ผมตามหาเธอแน่ๆ! ผมนึกว่าเธอลงไปกินข้าวเช้า เลยไปที่ห้องอาหารของโรงแรม แต่ก็ไม่เจอเธอ ก็เลยไปถามพนักงาน เขาก็ช่วยสอบถามที่ห้องอาหารกับเคาน์เตอร์ต้อนรับให้ แต่ก็ไม่เจอเธอ แล้วมีพนักงานต้อนรับคนหนึ่งมองผมด้วยสายตาแปลกๆ แล้วบอกผมว่าซานซานออกจากโรงแรมไปตั้งแต่ตอนตีสามกว่าๆแล้ว โดยโรงแรมเป็นคนช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้ ผมก็แปลกใจมาก ทำไมเธอจะต้องออกไปตอนตีสามกว่า? ผมคิดว่าเธออาจจะไม่สบาย ก็เลยถามพนักงานอีกที แต่เขาก็ไม่ได้สนใจผมแล้ว ผมเลยรีบตามไปที่บ้านของซานซาน แต่พ่อแม่ของเธอก็มองผมแปลกๆเหมือนกัน แล้วยังไล่ผมออกจากบ้านอีก ผมเองไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”

“คุณไม่ได้เจอเธอหรอ?”

“ไม่เจอเลย ผมไม่ได้เจอเธอเลย สองสัปดาห์หลังจากนั้น เธอก็ไม่ไปทำงาน ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ออกจากบ้าน ผมไปหาตั้งหลายครั้ง พ่อแม่ของเธอก็ทำตัวแปลกๆ พูดอะไรที่ผมไม่เข้าใจ”

“เขาพูดว่าอะไรหรอ?”

“เขาบอกว่าผมเป็นสัตว์เดรัจฉาน เฮ้อ...ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”

“คุณพาน ตามที่เราทราบมา คุณตามหาเธออยู่นานกว่าหนึ่งเดือนเลยใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ผมตามหาเธอนานเป็นเดือนเลย สุดท้ายพ่อกับแม่ของเธอก็แจ้งตำรวจ เพื่อนบ้านก็มองผมเหมือนเป็นพวกอันธพาล พอตำรวจมาถึง ซานซานถึงยอมออกมาเจอผม เธอไม่พูดอะไรกับผมเลยสักคำ เธอแค่โยนแหวนคืนมาให้ผมแล้วก็กลับเข้าห้องไป ผมหยิบแหวนขึ้นมากำไว้ ในใจรู้สึกว่างเปล่าเลย ตำรวจก็พูดอะไรกับผมเยอะแยะไปหมด แต่ผมจำอะไรไม่ได้เลย จากนั้นพี่สาวผมก็เป็นคนมารับผมกลับบ้าน เธอพูดอะไรกับผมเยอะมาก”

“คุณไหวไหมครับ เราพักกันก่อนก็ได้นะ”

“ผมไหวครับ...สุดท้ายพี่สาวผมถามว่าผมกำอะไรไว้ในมือ ผมก็แบมือออก เป็นแหวนวงนั้น วงที่เป็นเพชรทรงเหลี่ยม พี่สาวยังถามเลยว่าแหวนวงนี้ได้มาจากไหน ผมก็บอกว่าเป็นแหวนแต่งงานนั่นแหละพี่สาวผมเธอจำได้ว่านี่ไม่ใช่วงที่เธอเลือกให้...เธอเข้าใจว่าคงเป็นความผิดพลาดของร้าน พอเห็นว่าผมกับซานซานไม่น่าจะได้แต่งงานกันแล้ว เธอก็เลยอยากจะเอาแหวนไปคืนที่ร้าน เรื่องพวกนี้พี่สาวผมจัดการให้หมด เพราะตอนนั้นผมเอาแต่ใจลอยอยู่ตลอดเวลา”

“แล้วพี่สาวคุณได้เอาแหวนไปคืนที่ร้านไหมครับ”

“ไม่ครับ...วันหนึ่งพี่สาวกลับจากที่ทำงาน ก็เรียกให้ผมมานั่งคุยด้วย แล้วเธอก็วางแหวนวงหนึ่งไว้บนโต๊ะน้ำชา มันคือแหวนที่ผมซื้อไว้หมั้น พี่สาวไม่ได้เอาแหวนไปคืน ส่วนแหวนทรงเหลี่ยมนั้นไม่รู้หายไปไหนแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้นเอง พนักงานทำความสะอาดของโรงแรมไปเจอแหวนที่ผมซื้อไว้..ใช่..มันคือแหวนทรงกลม..มันอยู่ใต้พรมตรงมุมห้อง ตอนที่ผมจองห้อง ผมบอกไว้แล้วว่าจะขอแฟนสาวแต่งงาน ยังให้โรงแรมเตรียมดอกไม้ให้ด้วย... พอทางโรงแรมโทรมาที่บ้าน เป็นพี่สาวผมที่รับสาย ตอนแรกเธอคิดว่าทางโรงแรมโทรผิด แต่พอเธอไปดูด้วยตัวเองก็พบว่าเป็นแหวนวงที่ผมซื้อไว้จริง ๆ…”

“เจอแหวนอยู่ใต้พรมเหรอ?”

“ใช่ อยู่ใต้พรมเลย ถึงได้หาไม่เจอสักที”

“พูดอีกอย่างก็คือ มีแหวนอยู่สองวง?”

“ใช่ครับ มีอยู่สองวง ผมมั่นใจมากว่าแหวนที่ผมจะมอบให้ซานซาน ผมไม่ได้แตะเลย แล้วก็ไม่มีใครแตะด้วย แต่แหวนในกล่องกลับถูกเปลี่ยนไป แหวนของผมกลับไปตกอยู่ที่ใต้พรมขนาดนั้น... ผมกับพี่สาวรู้สึกว่ามันแปลกมาก แต่ก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหลังจากนั้น... ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อของซานซาน เขาบอกว่าซานซานตั้งท้อง”

“ไม่ใช่ลูกของคุณใช่ไหม?”

“อืม ไม่ใช่ของผม เราสองคนยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเลย... เราเคยคุยกันว่าตั้งใจจะรอหลังแต่งงานก่อน... แต่เธอกลับตั้งครรภ์ ผม... ตอนแรกผมโกรธมาก คิดว่าเธอนอกใจผม เลยวางสายแล้วตั้งใจจะขายแหวนทิ้ง ผมไม่อยากจำเรื่องซานซานอีกต่อไป ขายแหวนแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“แต่ว่า... คืนนั้นเอง ผมเห็นข่าว... ซานซาน... ซานซาน ฆ่าตัวตาย!!…”

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 14 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่6)

คัดลอกลิงก์แล้ว