- หน้าแรก
- สำนักงานชิงเย่:เปิดแฟ้มคดีลึกลับ
- บทที่ 13 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่5)
บทที่ 13 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่5)
บทที่ 13 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่5)
บทที่ 13 รหัส 023 - วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่5)
#สำนักงานชิงเย่
“พวกเราสองคนคิดว่าเธอโดนทำอะไรไม่ดีเข้าแล้วแน่ๆ คิดว่าอาหารหรือเครื่องดื่มของโรงแรมต้องโดนวางยา เรื่องแบบนี้มันต้องเป็นฝีมือของคนในโรงแรมแน่ๆ ก็เลยเรียกผู้จัดการโรงแรมมาให้เขาอธิบาย ถ้าไม่อย่างงั้นเราจะโทรแจ้งตำรวจ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมรับอะไรเลย แถมยังคิดว่าเราสองคนสติไม่ดี มาหลอกเอาเงินแบบนี้ จริงๆ ผมก็อยากได้เงิน แต่ผมไม่ได้โกหก คืนนั้นมันมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นจริงๆ ผมจะไม่รู้ตัวเลยหรอว่าตัวเองขึ้นเตียงทำอะไรเธอหรือเปล่า? ผมเตรียมที่จะโทรแจ้งตำรวจด้วย แล้วก็จะโทรหานักข่าว โทรหาหนังสือพิมพ์ด้วย พวกเราสองคนไม่กลัวจะเป็นข่าวอะไรหรอก เรื่องจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้เป็นคนที่นี่ เดี๋ยวกลับบ้านไปก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อยู่ดี”
“อืม แล้วหลังจากนั้นได้แจ้งตำรวจไหม?”
“ไม่...ผู้จัดการโรงแรมพอได้ยินว่าเราจะเอาเรื่องก็กลัวขึ้นมา เลยจ่ายเงินให้ตั้งหลายหมื่น แล้วยังแถมของฝากท้องถิ่นมาให้พวกเราอีกเพียบ ช่วยจองตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆในเมืองหมินชิ่งให้ด้วย…เรื่องมันก็ประมาณนี้แหละ พวกเราก็เลยไม่เอาเรื่องอะไร”
“เธอได้ซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินไหม?”
“โอ้ อันนั้นผู้จัดการโรงแรมนั่นแหละเป็นคนจัดการซื้อให้ สมัยนั้นคนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก ผู้จัดการโรงแรมเคยไปเรียนที่ต่างประเทศ แล้งคงอยากจะจบเรื่องเร็วๆ ก็เลยให้คนไปหายาคุมฉุกเฉินมาให้เราเอง เขาคงจะกลัวว่า ถ้าผ่านไปสองสามปี เราจะอุ้มลูกกลับมาหาเขาอีกทีล่ะมั้ง”
“พวกคุณอยู่ที่เมืองหมินชิ่งต่ออีกกี่วันหรอ?”
“ก็อยู่ต่ออีกสองวันมั้ง เดิมทีตั้งใจจะอยู่สักครึ่งเดือน ถ้ามีคนออกเงินให้ก็จะเที่ยวเล่นนานหน่อย แต่อี้หนานนอนหลับไม่ค่อยสนิท เปลี่ยนห้องแล้วก็ยังเหมือนเดิม ทุกคืนฝันร้าย บอกว่าได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแค่ผนังห้องโรงแรมเก็บเสียงไม่ดี หรือข้างห้องมีคนเสียงดัง เธอก็เลยหมดอารมณ์เที่ยว เราก็เลยกลับบ้านกัน พวกเรานั่งรถไฟกลับกัน คนก็ไม่ได้เยอะ ทางเดินในตู้โดยสารก็ว่าง มีเด็กสองคนวิ่งเล่นไปมาอยู่แถวที่เรานั่ง อยู่ดีๆ อี้หนานก็โมโหขึ้นมา โมโหแบบที่ผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ตะโกนใส่เด็กสองคนนั้นจนเด็กกลัวแล้วร้องไห้ แล้วยังทำท่าเหมือนจะเข้าไปทำร้ายเด็กอีก ผมต้องรีบกอดเธอเอาไว้ พูดยังไงก็ไม่ฟัง ได้แต่เห็นเธอด่าเด็กๆ แล้วก็ทะเลาะกับพ่อแม่เด็ก สุดท้ายพนักงานรถไฟต้องมาช่วย แล้วก็ย้ายที่นั่งให้พวกเรา พอเปลี่ยนที่นั่ง เธอก็เงียบไปเลย ไม่พูดไม่จา ไม่ขยับไปไหน ผมเห็นแล้วยังขนลุก เลยบอกเธอว่าจะออกไปสูบบุหรี่หน่อย สูบไปได้สองมวน ผมก็เดินกลับมาก็ยังเห็นเธอนั่งอยู่แบบเดิม..ผมรู้สึกว่ากว่าจะผ่านไปแต่ละสถานีเวลามันช่างยาวนานจริงๆ”
“พอกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอมีอาการผิดปกติอะไรอีกไหม?”
“อาการผิดปกติมีเยอะมาก! เธอยังฝันร้ายตลอด บอกว่ามีเด็กอยู่ข้างๆ หัวเราะ แล้วก็เรียกเธอว่าแม่ บ้านเรารอบข้างไม่มีเด็กเลยนะ ไม่มีทางจะมีเสียงแบบนั้น! ผมพาเธอไปหาหมอ หมอก็ให้ยานอนหลับมากิน เธอถึงจะนอนได้ แต่พอช่วงกลางวันตอนทำงาน... วันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์จากที่ทำงานของเธอ บอกว่าเธอไปทำร้ายคน ผมไปถึงก็เพิ่งรู้ว่าช่วงนี้เธอมักจะยืนเหม่อตอนทำงาน แล้วก็ถามเพื่อนร่วมงานว่ามีใครได้ยินเสียงเด็กบ้างไหม ครั้งนี้คือมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพาลูกมาที่ทำงาน เธอก็วิ่งตามจะไปทำร้ายเด็ก แล้วก็ไปมีเรื่องกับเพื่อนร่วมงาน...หลังจากครั้งนั้น ผมก็เริ่มคิดว่านี่มันแปลกจริงๆ ไม่ใช่แค่ความแปลกที่เกิดขึ้นตอนปีใหม่ มันเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย ผมว่าคราวนี้อี้หนานน่าจะโดนของเข้าซะแล้ว”
“อาการแบบนี้มันเหมือนเจอเรื่องลี้ลับจริงๆ นะครับ”
“ใช่ ผมก็คิดอย่างนั้น! มันก็ดูออกเลยว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน ก็คือโรงแรมนั่นแหละ! ต้องมีอะไรเกิดขึ้นในคืนวันปีใหม่นั่นแน่ๆ พอแม่ผมรู้เรื่อง ก็ไปขอให้หมอผีคนดังแถวบ้านช่วยทำพิธีรำผี เป็นพิธีกรรมความเชื่อ เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ, ขอขมาผีบรรพบุรุษ แต่ก่อนผมก็ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้หรอก แต่พอเห็นอี้หนานเป็นแบบนี้ ก็ต้องลองดูสักตั้ง คนจะตายอยู่แล้ว ถ้าต้องรักษาให้เหมือนม้าตายยังไงก็ต้องลอง หมอผีคนนั้น ผมเห็นแล้วยังขนลุก ดูลึกลับเหมือนนางปีศาจในไซอิ๋ว ตอนที่อี้หนานเจอเธอก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่พอเริ่มรำผีขึ้นมา เธอกลับเอามือปิดหูแล้วกรีดร้อง ตะโกนให้หยุด พูดว่าให้เงียบซะ สร้างความวุ่นวายจนเพื่อนบ้านแห่มาดูกันเต็มไปหมด…เฮ้อ…”
“หมอผีคนนั้นว่าไงบ้าง?”
“เธอบอกว่าอี้หนานท้องกับผี หลังจากมีอะไรกับผีในคืนนั้นก็ท้อง แล้วตอนนี้เจ้าตัวเล็กในท้องกำลังอาละวาดอยู่”
“แล้วเธอจัดการกับเจ้าตัวเล็กในท้องได้ไหม?”
“……” โจว กวางเฉิงนิ่งไป
“คุณโจว?”
“หมอผีคนนั้นบอกว่า เจ้าตัวเล็กกับอี้หนานเหมือนผูกติดกันอยู่ ถ้าจะกำจัดเจ้าตัวเล็กโดยไม่ให้อี้หนานได้รับอันตราย ต้องเตรียมของบางอย่าง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าหมอผีจะเตรียมอะไร คิดว่าอาจจะอยากเรียกเงินเพิ่มหรือเปล่า แต่ตอนนั้นอี้หนานเป็นแบบนั้นแล้ว ผมกับแม่ก็ไม่สนใจหรอกว่าจะเสียเงินเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเธอแกล้งทำเป็นยุ่งหรือกำลังเตรียมของจริงๆ วันนั้นหมอผีก็กลับบ้านไป แล้วนัดว่าจะมาอีกทีวันมะรืน พอถึงวันนัด เธอกลับไม่มา แม่ฉันไปหาเธอที่บ้าน เคาะประตูก็ไม่มีใครตอบ เรียกยังไงก็ไม่มีใครเปิด..สุดท้าย หมอผีคนนั้นหนีหายไป เราก็เลยต้องหาวิธีอื่นรักษากันต่อไป”
“อืม แล้วพวกเธอไม่ได้ไปตามหาหมอผีคนนั้นอีกเหรอ?”
“ไม่ได้ไปตามหาอีกเลย แม่ฉันมารู้ทีหลังว่า ในปีเดียวกันนั่นแหละหมอผีคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ตอนที่เจอศพหมอผี ศพก็เน่าแล้ว ไม่รู้ว่าเสียชีวิตตอนไหนกันแน่ แต่ฉันเดาว่า...น่าจะเกิดหลังจากที่รับงานของพวกเรา...”
“ขอทราบชื่อของหมอผีคนนั้นได้ไหม?”
“อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ แม่ผมก็ไม่รู้ รู้แต่คนแถวนั้นเรียกเธอว่า ‘จ้าวเหล่าเซียน’ น่ะ”
“แล้วที่อยู่ล่ะ?”
“อยู่แถบเมืองเก่าเขตเหนือ ลงรถสาย 739 ตรงสถานีปลายทาง เดินต่อไปยังชุมชนแถวๆนั้น แล้วถามหา ‘จ้าวเหล่าเซียน’ แถวนั้นใครๆ ก็รู้จัก”
“โอเค งั้นผมขอให้คุณเล่าเรื่องภรรยาของคุณต่อนะครับ”
“หลังจากนั้น...อี้หนานก็กลายเป็นเหมือนคนไร้อารมณ์ พูดคุยด้วยก็ไม่ตอบอะไร ไม่พูดถึงเรื่องเสียงเด็กหัวเราะอีกเลย ผมกับแม่ก็พยายามหาหมอผีหรือคนเก่งๆมาช่วย แต่ก็หาไม่ได้เลย...ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ตอนที่ผมอาบน้ำให้เธอ ผมก็เห็นว่าท้องเธอนูนขึ้นมาแล้ว หลังจากที่เธอเริ่มมีอาการผิดปกติ ผมกับแม่ก็ผลัดกันดูแลเธอตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว ผมถามแม่ว่าเมื่อวานยังไม่มีอะไรผิดปกติเลยนี่ แม่ก็บอกใช่ ผมกับแม่เลยเริ่มอยู่ไม่สุข คิดว่าถ้าไม่มีใครช่วยได้ ก็จะพาไปโรงพยาบาลทำแท้งดีกว่า อี้หนานเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร”
“วันรุ่งขึ้น ผมกับแม่พาเธอไปโรงพยาบาล เธอก็ยอมไปอย่างว่าง่าย พอขึ้นรถไปโรงพยาบาล รถคันนั้นกลับคนแน่นมากทั้งๆที่เป็นเวลาตอนบ่าย ไม่ใช่เวลาเร่งด่วนอะไร ผมกับแม่เลยต้องจับอี้หนานไว้คนละข้าง แต่ไม่รู้ยังไง พอถึงเวลาจะลงจากรถ หันมาอีกที อี้หนานหายไปแล้ว พวกเราหากันในรถตั้งนาน คนทั้งรถก็มองเราว่าเหมือนคนบ้า คนขับรถยังด่าเราอีก ผมก็เลยบอกกับคนอื่นว่าเมียผมมีปัญหาทางจิต...ทุกคนก็เลยช่วยกันหา สุดท้ายมีเด็กผู้หญิงคนนึงบอกว่าเห็นอี้หนานลงจากรถไปก่อนแล้ว เราก็รีบลงจากรถไปตามหา ถามคนข้างทางก็ยังไม่เจอ จู่ๆก็มีเสียงคนข้างๆตะโกนว่ามีคนจะกระโดดตึกแล้ว”
“เป็นภรรยาคุณเหรอ?”
“ตอนแรกผมก็ไม่รู้ คนที่ตะโกนเห็นน่ะ เงยหน้าขึ้นแล้วชี้ไปที่ดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าที่อญู่ใกล้ๆ ตึกนั้นสูงไม่ถึงสิบชั้น มองขึ้นไปยังพอมองเห็นหน้าตาได้ชัดเจน อี้หนานยืนอยู่ข้างบนนั้น แม่ผมมองขึ้นไปเห็นก่อน เธอร้องเรียกผม แม่ตกใจจนตบผม ดึงผมไปมา ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยตะโกนเรียกชื่ออี้หนานขึ้นไป คนรอบข้างที่ได้ยินก็รู้ว่าคนข้างบนนั่นเป็นคนรู้จักของผม แต่แค่ชั่วพริบตาเดียว...ตั้งแต่ที่มีคนตะโกนว่ามีคนจะกระโดดตึก จนถึงตอนที่อี้หนานกระโดดลงมา มันแค่ไม่กี่อึดใจเอง เธอแทบไม่ลังเลเลย เธอกระโดดลงมาทันที...ผมกับแม่ถึงกับขาอ่อน ต้องพยุงกันไว้ คนรอบข้างก็ร้องตะโกนกันเสียงดัง แต่ในหูผมมันอื้อไปหมด คนแถวนั้นถอยห่างออกไป ผมก็เลยเห็นใบหน้าอี้หนานชัดเจน...เธอกำลังยิ้มอยู่ เป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับว่าเธอได้หลุดพ้นแล้ว หลังจากนั้นผมคิดนะ ว่าการที่เธอจากไปแบบนั้น สำหรับเธอ...อาจจะเป็นเรื่องดีแล้วก็ได้...”
“แล้วลูกในท้องของเธอล่ะ?”
“อ่า……”
“คุณโจว?”
“ลูกผีนั่น...ฮืม...ลูกผีนั่น...”
(จบบทนี้)