- หน้าแรก
- สำนักงานชิงเย่:เปิดแฟ้มคดีลึกลับ
- บทที่ 9 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 1)
บทที่ 9 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 1)
บทที่ 9 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 1)
บทที่ 9 รหัส 023 - วิญญาณรับปีใหม่ (1)
#สำนักงานรื้อถอน
“บางคนก็ไปทำงานตามปกติ บางคนก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ไม่เห็นมีใครเคยเจอคนจากสำนักงานนี้เลย” เจ้าอ้วนกับเจ้าผอมถอนหายใจพร้อมกัน
“ผมมีเบาะแสอยู่นะ” ผมบอกกับสองคนนั้น
“อ้าว!” ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน ทั้งดีใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน
“ผมได้เอกสารบางส่วนมาจากพวกเขา มีชื่อกับข้อมูลติดต่อของลูกค้าที่เคยจ้างพวกเขา และชื่อของคนที่พวกเขาเคยติดต่อ พวกนายลองเริ่มจากตรงนั้นดูก็ได้” ผมพูดพลางเปิดแฟ้มไปที่หน้าแรก ข้อมูลติดต่อของฟ่างกั๋วอิงพิมพ์อยู่ข้างบนอย่างชัดเจน
“ดีมาก!” เจ้าอ้วนดีใจ กระโดดขึ้นจนพื้นสั่นสะเทือน
“โทรเลย! โทรเลย!” เจ้าผอมเร่ง
“เดี๋ยวก่อน คนคนนั้นตายไปแล้วนะ” ผมรีบห้ามทันที
สามคนหันมามองผม เจ้าอ้วนกับเจ้าผอมมีสายตาเศร้าสร้อย ส่วนกั๋วอวี้เจี๋ยดูเหมือนกำลังมองคนโง่
“แต่เขามีภรรยา” ผมพูดต่อ “ภรรยาของเขาน่าจะรู้จักพวกนั้น”
“ลองให้คนจากสถานีตำรวจช่วยตรวจสอบดูสิ” เจ้าผอมแนะนำอีกครั้ง เจ้าอ้วนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ สถานีตำรวจโทรกลับมา เจ้าอ้วนรับสาย พอวางสายใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมองทันที
“เป็นอะไรไป?” เจ้าผอมถาม
“ภรรยาและลูกสาวของเขาไปต่างประเทศแล้ว หลังจากฟ่างกั๋วอิงตาย พวกเขาก็ย้ายไปต่างประเทศกันหมด ไม่มีญาติคนอื่นเหลือแล้ว” เจ้าอ้วนถอนใจ
“ต้องมีใครสักคนที่ยังไม่ตายสิ” ผมพูดพึมพำ แล้วหยิบเอกสารแฟ้มอื่นขึ้นมาดู
————
#สำนักงานชิงเย่
รหัสเหตุการณ์ 023
ชื่อรหัสเหตุการณ์: วิญญาณทารก
ผู้ว่าจ้าง: อวี๋ เมิ่ง
เพศ: หญิง
อายุ: 27 ปี
อาชีพ: นักบัญชี บริษัทโลจิสติกส์จางเฮิง จำกัด
สถานะครอบครัว: สมรสแล้ว
ที่อยู่ติดต่อ: ห้อง XX หมายเลข XXX เมืองการ์เด้น ถนนหลินอัน เมืองหมินชิ่ง
เบอร์โทรศัพท์: 187XXXXXXXX
เหตุการณ์:
วันที่ 9 มีนาคม 2004
ผู้ว่าจ้างเข้ามาพบเป็นครั้งแรก ไฟล์เสียงบันทึก: 02320040309.wav
“คุณอวี๋ เมิ่งครับ ช่วยเล่าเรื่องที่คุณเจอให้ฟังอย่างละเอียดหน่อยได้ไหม? พอดีตอนที่คุยกันทางโทรศัพท์สัญญาณไม่ค่อยดี ทำให้เราไม่ฟังเหตุการณ์ของคุณไม่ชัด”
“อืม ค่ะ ได้ค่ะ”
“เชิญเล่ามาได้เลยครับ”
“ช่วงวันขึ้นปีใหม่ปีนี้ ฉันกับสามีวางแผนจะฉลองด้วยกัน ก็เลยจองโรงแรม โรงแรมที่บอกคุณทางโทรศัพท์นั่นแหละ โรงแรมจวิ้นหลี่ห้อง 809 เป็นห้องคู่รักแบบพิเศษที่โรงแรมจัดโปรโมชั่นไว้ช่วงปีใหม่ค่ะ”
“อืม ...ครับ”
“วันนั้นตอนกลางวันสามีฉันต้องทำโอทีพอดี ฉันก็เลยไปเยี่ยมพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แล้วตอนเย็น ประมาณช่วงกินข้าวเย็น ฉันก็ไปที่โรงแรม ก่อนจะไปก็โทรหาสามี แต่เขาไม่รับสาย พอไปถึงโรงแรมแล้ว ฉันก็โทรหาเขาอีกที แต่เขาก็ยังไม่รับสาย
จากนั้นฉันรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ได้รับข้อความจากเขาบอกว่ากำลังประชุมอยู่ จะมาถึงช้าหน่อย ให้ฉันกินข้าวเย็นไปก่อนเลย ห้องชุดที่จองไว้มันมีอาหารเย็นรวมอยู่แล้วด้วย เป็นดินเนอร์ใต้แสงเทียนด้วยนะคะ สุดท้ายฉันก็ต้องกินข้าวคนเดียว ทั้งที่เป็นวันปีใหม่แท้ๆ ฉันเลยรู้สึกแย่มากเลยดื่มเหล้าไปนิดหน่อย ฉัน... ฉันอาจจะดื่มมากไปหน่อย หลังจากนั้นก็เริ่มมึนๆ สับสน”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะ คุณอวี๋”
“อืม… ฮู่ว… ตอนนั้นฉันได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ห้องที่เราจองไว้จะใช้บัตรประชาชนของเราทั้งคู่ในการจอง แล้วก็สามารถใช้บัตรประชาชนทั้งสองใบไปรับบัตรคีย์การ์ดที่หน้าเคาน์เตอร์ได้ ฉันก็เลยคิดว่าสามีมาแล้ว ตอนนั้นฉันเบลอมาก จำไม่ค่อยได้ว่าเพึ่งจะดูข้อความของเขา หรือว่ามันผ่านไปนานแล้ว ฉันนึกว่าเป็นเขาจริงๆ”
“คุณไม่ได้เห็นหน้าคนที่เข้ามาหรือครับ?”
“ฉันไม่รู้ค่ะ ตอนนี้ก็นึกไม่ออก แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าเขาก็คือสามีฉันจริงๆ ฉันยังบ่นกับเขาเลย ด่าว่าเข่าปล่อยให้ฉันกินข้าวเย็นคนเดียว แล้วก็เหมือนเขาจะพูดอะไรบางอย่าง... หรืออาจจะไม่ได้พูดเลยก็ได้... ฉันจำไม่ได้แล้วค่ะ”
“คุณอวี๋ ดื่มน้ำชาสักหน่อยนะครับ เราพักกันสักนิดเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ...”
“ช่วยเล่าต่อได้ไหมครับ?”
“อ๋อ ค่ะ พอตื่นขึ้นมาก็เป็นเช้าวันใหม่แล้ว ฉันนอนอยู่คนเดียวบนเตียง เขาไม่อยู่ ตอนล้างหน้าแปรงฟัน มือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากสามี ฉันรับสายเขาแล้วเขาก็พูดขอโทษ และบอกว่าวันนี้ติดงานคงกลับมาโรงแรมไม่ได้ ฉันก็คิดว่าเขาคงขอโทษที่ทิ้งฉันไว้ที่โรงแรมเมื่อเช้านั่นแหละ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ ช่วงนี้เขางานยุ่ง ทำโอทีอยู่บ่อยๆ เหมือนจะมีโปรเจกต์ใหญ่อะไรสักอย่าง ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เราก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ
แต่เมื่อตอนปลายเดือนที่ผ่านมา ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว รู้สึกเหมือนจะเริ่มมีอาการแพ้ท้อง ฉันเลยไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ปรากฏว่า ฉันท้องแล้ว ฮือ...”
“คือท้องในวันปีใหม่นั่นเลยเหรอ?”
“มันเป็นได้แค่วันนั้นวันเดียวแหละค่ะ! สามีฉันทำโอทีตลอดเลย ทั้งก่อนและหลังปีใหม่ ถ้าคิดจากเวลาแล้ว มันจะเป็นวันอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากวันปีใหม่! ฉันก็ไม่ได้สงสัยอะไร คิดแค่ว่าจะบอกเขาเรื่องนี้ พวกเราวางแผนที่จะมีลูกกันมาสักพักแล้ว และตอนนี้ก็ถือว่ามีข่าวดี... ตอนแรกฉันยังคิดว่านี่เป็นข่าวดีอยู่เลย…”
“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”
“หลังจากที่เขาทำงานหนักติดต่อกันมานาน จู่ๆเขาก็นัดฉันไปกินข้าวข้างนอก แถมยังจองห้องส่วนตัวไว้ด้วย ฉันก็เลยคิดว่าจะใช้โอกาสนี้บอกข่าวดีกับเขา...”
“แล้วคุณได้บอกเขาไหมครับ”
“เขามอบสร้อยเพชรให้ฉันหนึ่งเส้น แล้วเขาก็พูดขึ้นมาก่อนค่ะ เขาบอกขอโทษว่าที่ผ่านมามัวแต่ทำงานจนไม่ได้ใส่ใจฉัน ละเลยฉัน วันปีใหม่ก็ยังเบี้ยวไม่มาตามนัด... พอฉันได้ยินแบบนั้น ฉันถึงกับช็อกเลยนะ จริงๆ คือช็อกไปเลย สมองว่างเปล่าไปหมด ฉันถามเขาว่าอะไรสักอย่างนี่แหละ เขาก็นึกว่าฉันยังโกรธอยู่ รีบขอโทษใหญ่เลย แถมยังชมฉันอีก บอกว่าฉันเดี๋ยวนี้เหมือนเป็นภรรยาที่ดีขึ้นทุกวัน ถึงเขาจะเบี้ยวนัดวันปีใหม่ ฉันก็แค่ไม่รับสายตอนกลางคืน แต่พอวันรุ่งขึ้นก็รับสายปกติแล้ว ไม่ได้ทะเลาะอะไรกับเขาเลย...”
“ฉัน... ฉันจริงๆ แล้ว... หลังจากนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกลับบ้านไปยังไง...”
“คืนวันปีใหม่เขาโทรหาคุณจริงไหม?”
“เขาบอกอย่างนั้นค่ะ วันรุ่งขึ้นฉันเช็คโทรศัพท์ ไม่มีประวัติสายโทรเข้า แต่ฉันรู้สึกแปลกๆเลยไปขอรายงานการโทรจากศูนย์บริการโทรศัพท์”
“แล้วผลเป็นยังไง?”
“สิบเอ็ดสาย... คืนวันนั้น ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เขาโทรหาฉันสิบเอ็ดสายเลยค่ะ”
“คุณจำอะไรไม่ได้เลยหรอ?”
“ไม่ได้ค่ะ ที่โทรศัพท์ของฉันก็ไม่มีประวัติการโทร”
“เมื่อกี้คุณบอกว่า วันรุ่งขึ้นตอนตื่นนอนคุณรับโทรศัพท์ใช่ไหม? แล้วโทรศัพท์ของคุณก็เปิดอยู่ตลอดเวลา?”
“ใช่ค่ะ โทรศัพท์เปิดอยู่ แต่ไม่มีประวัติการโทร... ฉันคิดว่าเป็นฝีมือของ ‘คนนั้น’จริงๆ ฉันยังคิดไปอีกว่าตัวเองโดนข่มขืนไปแล้วแน่ๆ ตอนถือรายงานการโทร ใจฉันสั่นไปหมด พอออกจากศูนย์บริการก็รีบไปที่โรงแรมทันที พอเห็นพนักงานต้อนรับ ใจฉันก็เริ่มเย็นลง แล้วถามเรื่องเมื่อตอนวันขึ้นปีใหม่ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บอกว่า... ในวันนั้น ห้อง 809 มีแค่ฉันคนเดียวที่มาแลกรับคีย์การ์ดเข้าออกห้อง”
“ในโรงแรมน่าจะมีคีย์การ์ดสำรองอยู่ภายในด้วยนะครับ”
“ใช่ ฉันก็คิดเหมือนกัน! ฉันขอให้เขาดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ในกล้องก็ไม่เห็นใครคนอื่นเลย! วันนั้นจริงๆ มีแค่ฉันคนเดียวที่เข้าออกห้อง ฉัน... ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะมีผีหรืออะไรหรอก กล้องก็ไม่เห็นใคร อาจเป็นว่าโรงแรมทำอะไรบางอย่าง แต่ฉันก็แจ้งตำรวจไม่ได้ เรื่องแบบนี้จะไปแจ้งได้ยังไง? ไม่มีหลักฐานเลย... ฉันทำอะไรไม่ได้ ก็เลยต้องยอมรับความไม่เป็นธรรมนี้ แต่ฉันไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้ แน่นอนว่าฉันจะไม่เก็บไว้เด็ดขาด”
“คุณบอกตอนที่โทรคุยกันว่า หลังจากที่คุณตัดสินใจจะทำแท้ง เรื่องแปลกๆก็ค่อยๆ เกิดขึ้นใช่ไหม?”
“วันนั้นแม่ฉันตกบันได ฉันต้องรีบไปดูท่าน เลยไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้งไม่ได้ วันที่สองคอมพิวเตอร์ที่ทำงานทั้งหมดก็รวน งานวันนั้นต้องเริ่มทำใหม่ทั้งหมด ทุกคนต้องอยู่ทำโอที ฉันก็เลยยังไปโรงพยาบาลไม่ได้อีก วันที่สามตอนเช้าฉันก็ลางานไว้แล้ว ตั้งใจจะไปโรงพยาบาลให้ได้ แต่ระหว่างทางที่นั่งรถเมล์กลับเจอคนสติไม่ดี ทำแกล้งโดนรถชนมาขวางไว้กลางทาง ฉันเลยต้องลงจากรถเมล์ คิดว่าจะเรียกแท็กซี่แต่ก็ไม่มีผ่านมาเลยสักคัน ต้องเดินต่อไปป้ายรถเมล์ข้างหน้า แต่รถเมล์ทุกคันที่ผ่านมาคนก็แน่นจนไม่มีทางขึ้นได้เลยค่ะ ฉันเจอเหตุการณ์แปลกๆติดๆกันสามวันแบบนี้ แล้วคืนวันที่สี่ ตอนตีสี่ ฉันก็ฝันเห็นบางอย่าง...”
(จบบทนี้)