- หน้าแรก
- สำนักงานชิงเย่:เปิดแฟ้มคดีลึกลับ
- บทที่ 5 ใบหน้าผีใต้น้ำ (ตอนที่ 5)
บทที่ 5 ใบหน้าผีใต้น้ำ (ตอนที่ 5)
บทที่ 5 ใบหน้าผีใต้น้ำ (ตอนที่ 5)
บทที่ 5 หมายเลข 091 –ใบหน้าผีใต้น้ำ (ตอนที่ 5)
#สำนักงานชิงเย่
วันที่ 9 กรกฎาคม 2015
ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ “พั่งโถว” จางหงต้า และ “เสี่ยวสวี” สวีลี่เซิน พบว่าทั้งสองคนได้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในปี 1992 และ 1993 ตามลำดับ สาเหตุการตาย คือ จางหงต้าเสียชีวิตจากการกินยาฆ่าแมลง ส่วนสวีลี่เซินเสียชีวิตจากการกระโดดให้รถไฟทับ
ครอบครัวของสวีลี่เซินได้ย้ายออกจากเมืองไปหมดจึงไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนจางหงต้านั้น ญาติที่ใกล้ชิดก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว สามารถติดต่อได้เพียงหลานสาวของเขาที่ชื่อ หลินจวน
วันที่ 11 กรกฎาคม 2015
ได้พบกับหลินจวน มีการบันทึกเสียงไว้ในไฟล์ชื่อว่า 09120150711.wav
“เรื่องของคุณน้าชายน่ะหรอ... จริงๆ แล้ว... ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก เพิ่งจะเข้าเรียนประถมได้เองมั้ง? แล้วก็ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับคุณน้าเลยไม่ค่อยรู้เรื่องทั้งหมด”
“ไม่เป็นไรครับ เล่าเท่าที่คุณรู้ก็พอแล้ว”
“ที่ฉันรู้ก็คือ ตอนนั้นคุณน้าโดนผีเข้า คุณตาคุณยายก็เลยอยากพาเขาย้ายบ้าน ขอให้พ่อแม่ของฉันช่วยหาบ้านใหม่ให้ ตอนนั้นการซื้อขายบ้านไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างทุกวันนี้ แต่พ่อฉันพอมีเส้นสายอยู่บ้าง ก็เลยหาบ้านดินได้หลังหนึ่ง มีลานบ้านแยกออกมา อยู่ที่หมู่บ้านในเมืองผิงหนาน
ตอนนั้นแม่ฉันก็ต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองบ้าน เหนื่อยมากๆเลย จนเห็นว่าน้าเริ่มอาการคงที่แล้ว แม่ถึงได้พาฉันไปเยี่ยมเขาครั้งหนึ่ง”
“อืม... คุณได้เจอกับคุณจางหงต้าด้วยเหรอครับ?”
“ค่ะ... ได้เจอค่ะ ตอนนั้นเขา...เขาดูน่ากลัวจริงๆ ดูเหมือนคนบ้า แต่ฉันก็พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก...”
“คุณหลิน ช่วยเล่ารายละเอียดของวันนั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จำได้นะครับ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มีความสำคัญกับเรามากเลย”
“ให้เล่าแบบละเอียดเลยหรอ... อืม ก็ได้นะ ถ้าจะให้เล่าละเอียดล่ะก็... วันนั้นเป็นวันที่แดดแรงสุดๆ แม่พาฉันนั่งรถต่อหลายต่อไปถึงผิงหนาน แล้วก็ได้นั่งรถไถของคนแถวนั้นที่ขับผ่านมา เขาให้ติดรถไปด้วย ที่นั่นค่อน ข้างไกล ถนนหนทางในชนบทก็ลำบาก ฉันนั่งอยู่บนรถไถนานมาก โดนโยกซะจนเวียนหัว พอลงรถได้ถึงกับอาเจียนกันเลย แล้วก็ยังต้องเดินเท้าต่อไปอีก ในที่สุดฉันก็ถึงบ้านใหม่ของคุณยาย...
ตอนนี้ฉันจำลักษณะของบ้านหลังนั้นไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่จำได้คือตอนที่เห็นมัน ฉันกลัวมาก บ้านมันอยู่โดดเดี่ยวแค่หลังเดียว ห่างจากบ้านคนอื่นมาก ข้างหลังก็เป็นป่าทึบ... ตอนนี้มานึกดู... คุณยายกับคนอื่นก็คงตั้งใจหาบ้านที่เป็นแบบนั้นแหละ — ที่อยู่ห่างจากผู้คน...”
“อืม”
“พอไปถึงหน้าบ้าน แม่ฉันก็ตะโกนเรียกไปหนึ่งที แล้วคนที่ออกมาต้อนรับ... ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเป็นคุณตาหรือคุณยาย รู้แค่ว่าไม่ได้เห็นน้าชายเลย แม่ฉันก็ไปคุยกับคุณตาคุณยาย ส่วนฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ คอยฟังว่าเขาคุยอะไรกัน
ตอนเด็กๆ ฉันซนมาก พอเห็นว่าที่ลานบ้านมีเลี้ยงไก่กับเป็ด ก็วิ่งไปไล่พวกมันเล่น ฉันเหลือบไปเห็นที่หน้าต่างบ้านมีคนยืนอยู่ เป็นคนที่ฉันไม่รู้จักเลย เขาจ้องฉันเขม็งเลย สายตานั้น... เหมือนจะกินฉันเข้าไปทั้งตัว ในขณะที่แดดออกจ้า แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเย็นวาบไปทั้งตัวจากสายตาของเขาคนนั้น ตอนนั้นฉันร้องเสียงดังมาก แล้วก็รีบวิ่งกลับเข้าไปหาคุณแม่ในบ้าน ชายคนนั้นก็ขยับตัวหายไปจากหน้าต่าง พอฉันวิ่งกำลังจะถึงบ้าน เขาก็โผล่ออกมาจากตรงประตูมาขวางหน้าฉันไว้ เขายื่นมือมาผลักฉันจนล้มลง แล้วก็เริ่มดึงกระโปรงฉัน!”
“กระโปรงเหรอ?”
“ใช่ กระโปรงนั่นแหละ”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“หลังจากนั้น แม่ฉันก็พุ่งเข้ามากอดฉันไว้ ส่วนคุณตากับคุณยายก็พยายามดึงตัวเขาออกไป แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ยังพยายามฉุดกระโปรงฉันอยู่เลย...กระโปรงตัวนั้น... เป็นกระโปรงใหม่ของฉัน ฉันจำได้แม่นเลย เพราะตอนนั้นฉันสอบได้คะแนนเต็มทั้งสองวิชา พ่อก็เลยซื้อให้ เป็นกระโปรงสีแดงสด มีลายดอกไม้เล็กๆ ตรงชายกระโปรง...
เขาฉุดกระโปรงฉันจนแทบขาด แล้วก็ร้องโวยวายเหมือนคนบ้า สุดท้ายแม่ฉันคงทนดูไม่ได้ แม่ปล่อยฉันแล้ววิ่งไปหยิบอะไรสักอย่างมา ทุบหัวเขาไปทีหนึ่ง ถึงได้ควบคุมเขาไว้ได้”
“คนนั้นคือน้าชายของคุณใช่ไหม?”
“อืม ใช่ค่ะ เป็นน้าชายของฉันเอง เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ผอมจนฉันจำเขาไม่ได้เลยจริง ๆ”
“เขาเห็นกระโปรงของคุณเป็นผีหรือเปล่า?”
“ฉันไม่รู้ค่ะ ตอนนั้นฉันเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว แม่ก็รีบอุ้มฉันแล้วพาออกมาจากบ้านหลังนั้น หลังจากนั้นแม่ก็ไม่เคยพาฉันไปหาน้าอีกเลย ตอนที่เขาเสียชีวิต ฉันก็ไม่ได้ไปงานศพด้วยค่ะ”
“แล้วคุณไม่เคยได้ยินอะไรเพิ่มเติมจากแม่ของคุณเลยหรือครับ?”
“ไม่เลยค่ะ ตอนนั้นฉันยังเด็กมากจริงๆ โตขึ้นมาก็เริ่มลืมไปบ้าง... เอ่อ... อาจจะเป็นเพราะตั้งใจจะลืมก็ได้ ทุกวันนี้ฉันยังไม่ใส่กระโปรงเลย แล้วพอเห็นเสื้อผ้าที่มีสีแดงจัดๆแบบนั้น ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นิดๆ เฮ้อ... ขอโทษด้วยนะคะ เอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง คงไม่ได้ช่วยคุณได้มากเท่าไหร่...”
“ไม่เลยครับ เรื่องที่คุณเล่า มันช่วยเราได้มากแล้วครับ”
“นอกจากนี้ยังมีอีกคำถามหนึ่งครับ ผมอยากจะถามเพิ่มเติมนิดหน่อย”
“เชิญถามได้เลยค่ะ”
“แม่ของคุณเคยพูดถึงเรื่องบ้านเกิดบ้างไหม?”
“หือ?”
“จากที่เราทราบมา พื้นที่แถบนั้นสมัยที่เริ่มสร้างโรงงาน ผู้คนก็ไม่ได้ย้ายบ้านกันมากนัก พอมีโรงงาน ผู้คนก็แค่เปลี่ยนจากชาวนามาเป็นคนงาน แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่เดิม แม่ของคุณเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ย้ายออก คุณแม่เคยพูดถึงบ้านเกิดบ้างไหม? หรือการแต่งงานของพ่อแม่คุณมีอะไรพิเศษหรือเปล่า?”
“อืม... เหมือนไม่เคยพูดอะไรนะคะ เรื่องแต่งงานของพ่อแม่... ก็ถือว่าพิเศษในยุคนั้นล่ะค่ะ พวกเขารักกันเอง แม่ไปทำธุระในเมืองแล้วเจอพ่อ สองคนถูกใจกันก็เลยเริ่มคบ แล้วก็ตัดสินใจแต่งงานกัน”
“เข้าใจแล้วครับ ถ้าคุณนึกอะไรออกอีก ติดต่อเราได้ตลอดเลยนะครับ”
“ค่ะ ได้เลยค่ะ”
วันที่ 14 กรกฎาคม 2015
ได้ทำการสอบสวนสมาชิกของสหกรณ์หมู่บ้านเขตเจียว และอดีตพนักงานโรงงานหงซิง รวมทั้งสิ้น 14 คน ไม่พบเบาะแสใดๆ
รวมถึงตรวจสอบประวัติของสหกรณ์หมู่บ้านเขตเจียวเช่นกัน ก็ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 17 กรกฎาคม 2015
ได้รับโทรศัพท์จากหลินจวน ไฟล์บันทึกเสียง: 201507171109.mp3
“สวัสดีค่ะ ขอเรียนถาม คุณคือนักสืบเย่ จากรายการ เรื่องลึกลับพิศวง ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ คุณคือคุณหลินจวนใช่ไหม?”
“อ่า...ใช่ค่ะ ฉันเอง...ฉันนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคุณ”
“เชิญพูดมาได้เลยครับ”
“อืม เรื่องนี้ฉันเคยได้ยินแม่พูดเมื่อตอนฉันยังเด็ก จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นฉันทำอะไรผิดไป แต่แม่กำลังดุฉัน แล้วขู่ว่าถ้ายังดื้ออีกจะจับไปขังไว้ใน ‘บ้านร้าง’ — บ้านร้างหลังนั้นเหมือนจะเป็นลานบ้านหลังหนึ่งที่บ้านเกิดของแม่ ไม่มีคนอยู่มาเป็นสิบๆปี ไม่มีใครดูแล ปล่อยให้ว่างเปล่า คนเฒ่าคนแก่แถวนั้นชอบเอาเรื่องแบบนี้มาขู่เด็กๆ ว่าถ้าไม่เชื่อฟังจะจับไปขังไว้ในบ้านร้าง แล้วตอนกลางคืนก็จะมีปีศาจออกมากินเด็ก”
“แบบนี้นี่เอง... แล้วมีตัวอย่างจริงๆบ้างไหมครับ?”
“จะมีได้ยังไงล่ะคะ? ฮ่ะๆ ก็แค่ตำนานท้องถิ่น บางทีก็อาจเป็นเรื่องที่คนแถวนั้นแต่งขึ้นมาขู่เด็กเฉยๆ พวกคุณคงสนใจเรื่องแบบนี้ใช่ไหมล่ะ?”
“ใช่ครับ เรื่องนี้น่าสนใจมาก ขอบคุณที่แบ่งปันข้อมูลให้เรานะครับ”
วันที่ 17 กรกฎาคม 2015
ได้ทำการสอบสวนเรื่อง “บ้านร้าง” ไฟล์เสียง: 09120150717.wav
เสียง ซ่า... ซ่า... (สัมภาษณ์คนที่1)
“...บ้านร้างเหรอ? รู้จักสิ...ใช่ มีที่แบบนั้นจริงๆ แต่ก็แค่บ้านที่ถูกทิ้งร้างไว้นั่นแหละมั้ง? ฉันไม่เคยเข้าไปหรอก”
ซ่า... ซ่า... (สัมภาษณ์คนที่2)
“...อ๋อ! บ้านที่ว่ามีปีศาจอยู่นั่นน่ะเหรอ! ก็แค่เรื่องเล่าไว้ขู่เด็กๆ นั่นแหละ! เคยไปนะ แต่จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว คนไปกันเยอะจะตาย!”
ซ่า... ซ่า... (สัมภาษณ์คนที่3)
แปะ!
“อุ๊ย! พอเธอพูด ฉันก็นึกออกเลยนะ หัวหน้าหลี่ตอนเด็กๆ ก็เคยไปบ้านร้างกับพวกเด็กคนอื่นๆ นั่นแหละ! ไปกันตั้งหลายคน พอกินข้าวเย็นเสร็จก็ยังไม่กลับบ้าน พ่อแม่ต้องออกตามตัวแล้วไล่ตีพากลับบ้านกันเป็นแถว วุ่นวายมากเลย!”
“ป้าครับ ป้าแน่ใจนะว่าคนนั้นคือหัวหน้าหลี่?”
“จะเป็นใครได้ล่ะนอกจากเขา! เอ๊ะ! หรือว่า... หัวหน้าหลี่ไม่ใช่แค่เจอผี แต่จริงๆ แล้วโดนปีศาจตามล่าเหรอ?”
วันที่ 19 กรกฎาคม 2015
ติดต่อ หลี่อ้ายหมิน ไฟล์เสียง: 09120150719.wav
“บ้านร้างเหรอ? เรื่องนั้น... ฉันไปกับพี่ชาย แล้วก็มีคนอื่นไปอีกหลายคน ทำไมถึงไปน่ะเหรอ ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ รู้แค่ว่ากลับบ้านกันจนดึก แล้วแต่ละคนก็โดนพ่อแม่ตีด้วย”
“แล้วบ้านร้างหลังนั้น คุณยังจำอะไรได้บ้างไหม?”
(จบบทนี้)