เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ร้านนั่งเล่นสำหรับรับชมวิดีโอ (อ่านฟรี)

บทที่ 15 ร้านนั่งเล่นสำหรับรับชมวิดีโอ (อ่านฟรี)

บทที่ 15 ร้านนั่งเล่นสำหรับรับชมวิดีโอ (อ่านฟรี)


 

ในยุคสมัยนี้ การอยู่แต่ในหอพักเป็นเรื่องที่น่าเบื่ออย่างยิ่ง ไม่มีทั้งโทรศัพท์มือถือ ไม่มีอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ไม่มีแม้กระทั่งโทรทัศน์ นอกจากการไปโรงเรียนแล้ว ก็มีเพียงการแอบเล่นไพ่โป๊กเกอร์ในหอพักของพวกเขา

 

นับตั้งแต่ที่เพื่อนร่วมชั้นบอกพวกเขาว่ามีร้านนั่งเล่นสำหรับรับชมวิดีโออยู่ใกล้ๆโรงเรียน การไปดูภาพยนต์ในร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอจึงกลายเป็นงานอดิเรกที่พวกเขาชื่นชอบในสมัยนั้น

 

มีโรงภาพยนตร์เก่าแก่ภายในหมู่บ้านของเฝิงหยู่ แต่จะเปิดทำการในช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น และจะฉายละครพื้นบ้านซึ่งไม่เป็นที่นิยมนิยมนัก แต่ โรงภาพยนตร์กลับกลายเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เป็นศาลากลางสำหรับการประชุมและอื่นๆอีกมาก

เฝิงหยู่เคยไปดูภาพยนตร์หลายเรื่องที่โรงภาพยนตร์ด้วยกันกับอาจารย์มาก่อน แต่ล้วนเป็นการจัดการโดยโรงเรียนของเขา เขายังจดจำบทความคลาสสิกบรรทัดหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้ กล่าวคือ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่คุณจะสามารถเดินทางรอบโลกได้โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว!

 

หากใครต้องการดูภาพยนตร์จริงๆ ร้านนั่งเล่นชมวิดีโอจะเป็นสถานที่ที่สมควรไป ที่นั่นมีทีวีสีขนาด 17 นิ้ว และมีที่นั่ง 3-4 แถว ราคาตั๋วเข้าชมประมาณ 10 เฟิน* สำหรับการเข้าชมภาพยนตร์สองเรื่องในเวลาสามชั่วโมง

เฝิงหยู่และเพื่อนร่วมชั้นของเขาเคยมาที่ร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอนี้หลายครั้งแล้ว ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ฟาร์มยุ่งกับการเก็บเกี่ยวแล้วพวกเขาไม่ได้กลับบ้าน.. ทุกคนต่างสนับสนุนข้อเสนอแนะของเหวินตงจุน เป็นเพราะเพิ่งจะเปิดภาคเรียน ทุกคนจึงยังพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง

 

God of Gambles คนตัดคน

 

พอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของทุกคน เฝิงหยู่จึงตัดสินใจที่จะตามไปด้วย ยุคสมัยนี้เป็นยุคของภาพยนตร์เกี่ยวกับอาชญากรรมและภาพยนตร์แอ็คชั่นสัญชาติฮ่องกง ซึ่งแน่นอนว่า ภาพยนตร์เรื่อง คนตัดคน เพิ่งจะได้รับความนิยม

ภาพยนตร์คลาสสิกสัญชาติฮ่องกงหลายต่อหลายเรื่องแทบจะไม่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตในสมัยปัจจุบัน แต่ในยุคสมัยนี้ แทบจะสามารถรับชมเรื่องใดก็ได้ในร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอนี้

ภายในร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอ ภาพยนตร์เกือบจะ80% หรือมากกว่านั้นล้วนเป็นภาพยนตร์สัญชาติฮ่องกง ส่วนที่เหลือ จะเป็นภาพยนตร์สัญชาติยุโรป อเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภาพยนตร์จากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์ท้องถิ่นอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีผู้ใดรับชม

ร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอจะฉายภาพยนตร์ 3 เรื่องในตอนกลางวัน และ 2 เรื่องในตอนกลางคืน ภาพยนตร์ที่จัดฉายในเวลากลางคืนไม่เหมาะสำหรับเด็ก

A Better tomorrow โหด เลว ดี

 

นี่ไม่ใช่แหล่งรายได้ที่สร้างกำไรมากที่สุดให้กับร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอ การเช่าเทปวิดีโอต่างหากที่ทำกำไรมากที่สุด ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บางครัวเรือนจึงมีเครื่องเล่นเทปวิดีโอเป็นของตัวเอง มีคนน้อยที่เลือกซื้อเทปวิดีโอ เพราะหลังจากที่ดูวิดีโอเทปนั้นเพียงครั้งเดียว เทปวิดีโอนั้นจะไม่มีประโยชน์ใดใดอีก ดังนั้น การเช่าจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

เมื่อเฝิงหยู่และสหายเดินเข้ามาในร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องที่สามกำลังจะฉายพอดี คือเรื่อง " โหด เลว ดี" ซึ่งเป็นภาพยนตร์คลาสสิกสัญชาติฮ่องกง

Dragon Tiger Gate ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ

 

หลังจากจ่ายเงินซื้อตั๋วแล้ว ทุกคนรีบวิ่งเร็วรี่ไปนั่งแถวหน้าที่อยู่ใกล้กับทีวีมากกว่า ทำให้พวกเขาสามารถรับชมวิดีโอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนเจ้าของร้านนั่งอ่านการ์ตูนเรื่อง "ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ" อยู่ที่ประตู เพราะภาพยนตร์เหล่านี้เจ้าของเคยดูมาแล้วอย่างน้อยเป็นสิบๆครั้ง เขาจึงไม่สนใจที่จะรับชมอีก

เฝิงหยู่ซื้อเมล็ดแตงโมราคา 5 เฟิน นำมาแบ่งกินกับคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าเขาเคยดูหนังเรื่องนี้หลายครั้งแล้วก็ตาม แต่เขายังสนุกกับการรับชมมันอีกครั้ง

ประตูร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอถูกเปิดออก มีสายลมเย็นๆพัดเข้ามาในห้อง เฝิงหยู่ชายตามองเด็กวัยรุ่นอายุ17-18ปีสามคนเดินเข้ามาในห้อง

“เชี่ย เปิดเทอมวันแรก ต้องมาทำความสะอาด ข้าไม่ทำหรอกโว้ย ปล่อยให้ไอ้พวกนั้นทำกันเองไปเหอะ!”

"ฮ่าๆๆ เดี๋ยวคืนนี้เรามาดื่มไวน์กันสักสองขวด"

"คืนนี้? เราจะออกไปข้างนอกหาอะไรยัดใส่ปากสักพัก แล้วมาดูภาพยนตร์ตอนกลางคืน ภาพยนตร์ที่ฉายตอนกลางคืนแหล่มกว่านี้อีกวะ "

ทั้งสามคนพูดคุยกันในขณะที่กำลังจ่ายเงิน เจ้าของร้านนั่งเล่นสำหรับชมวิดีโอฉีกตั๋วเข้าดูขนาด 1 เซ็นที่ทำขึ้นมาเอง พร้อมกับจับเวลาในการเข้าชม ก่อนจะปล่อยให้พวกเขาเหล่นั้นเข้าไป

"เฮ้ พวกนายนะ ไปนั่งแถวหลัง!" วัยรุ่นหนึ่งในสามคนนั้นตะโกนออกมา

เหวินตงจุนเงยหน้าขึ้นมองคนเหล่านั้นด้วยท่าทางที่ไม่สนใจ พวกเขามาก่อนแล้วทำไมพวกเขาจะต้องไปแถวหลัง

"เชี่ย ข้ากำลังพูดกับเอ็งนะโว้ย ไอ้เวร! หูหนวกกันหมดหรือไง? "

เหวินตงจุนลุกขึ้นยืนทันที "พวกเรามาก่อน ทำไมพวกเราต้องยอมย้ายที่นั่ง?  พวกนายเลือกจะไปนั่งข้างหลังหรือจะไปนั่งที่ไหนก็ไป! "

“ห๊า? เอ็งกล้าข้ากับข้าอย่างนี้ได้ยังไงหะ? คันไม้คันมืออยากจะมีเรื่องหรือไง?”

เจ้าของร้านพูดไล่เกลี่ยสถานการณ์ "อย่ามาก่อเรื่องที่นี่ เงียบ แล้วก็ดูวิดีโอ หรืออยากจะโดนเตะออกไป "

ในยุคสมัยนี้ คนที่เปิดร้านนั่งเล่นรับชมวิดีโอล้วนเป็นพวกอันธพาล มิเช่นนั้น หากมีผู้ใดที่มาสร้างปัญหา พวกเขาคงไม่สามารถขับไล่ตัวปัญหาออกไปได้

"พี่หวาง อย่ามาห้ามผม ผมสะสั่งสอนไอ้เวรพวกนี้สักหน่อย! "

"ถ้าเอ็งอยากตีกัน ก็ออกไปตีกันข้างนอก ถ้าพวกเอ็งตีกันในร้านแล้วทำข้าวของเสียหายข้าจ่ายไม่ไหว " พี่หวางเป็นหัวหน้าร้านนั่งเล่นชมวิดีโอ เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักวัยรุ่นสามคนนี้ และไม่อยากมีปัญหาด้วย

เฝิงหยู่มองดูเหตุการณ์ เฮ่ย  ถ้าจะตีกันจริงๆพวกเขาคงเสียเปรียบ แม้ว่าพวกเขาจะมีกันเจ็ดคน วัยรุ่นสามคนนี้อายุมากกว่า ร่างกายก็สูงใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่าพวกเขามาก เรื่องคงจบไม่สวย แต่ถ้าพวกตนยอมอ่อนข้อให้กับวัยรุ่นทั้งสามคนนี้ ใครจะรู้ว่าวัยรุ่นพวกนี้จะมารังแกพวกเขาอย่างไร

เฝิงหยู่พิจารณาอายุของวัยรุ่นกลุ่มนี้และคิดถึงเรื่องที่พวกเขาพูดกันก่อนหน้านี้ เขามั่นใจได้ว่าวัยรุ่นสามคนนี้ยังไม่ได้ทำงาน และน่าจะยังเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาของฟาร์ม!

เฝิงหยู่คิดหาวิธีในการรับมือกับทั้งสามคน

“ลุงของชั้นคือผู้อำนวยการซูของสำนักงานอาชีวศึกษา พวกนายสามคนมาจากโรงเรียนอาชีวศึกษาใช่ไหมวะ?” เฝิงหยู่ยืนขึ้นและพูดด้วยท่าทีแบบเดียวกับตัวเอกที่ตะโกน " My Dad is Li Gang* " ของนิยายเกี่ยวกับวีรชนในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา

"ผู้อำนวยการซู? ผู้อำนวยการซูคนไหน? " ชายวัยรุ่นคนหนึ่งถามขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขากลัวเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจด้วยว่าว่าเด็กผู้ชายคนนี้กำลังข่มขู่เขาหรือเปล่า

“ซูเหลียงลู่ ผู้อำนวยการซู ที่โรงเรียนอาชีวศึกษาของพวกเอ็งมีผู้อำนวยการซูสักกี่คนเชียว?” เฝิงหยู่ถาม

"ขอโทษ พวกเราไม่รู้ว่านายคือหลานชายของผู้อำนวยการซู คนเหล่านี้เป็นเพื่อนร่วมห้องของนายทั้งหมดหรือ? มันเป็นความเข้าใจผิด พวกเราเป็นแค่ล้อเล่น พี่หวาง ขอโซดาให้พวกเรา 10 ขวด "

โซดาถูกยกมาเสริฟและชายวัยรุ่นทั้งสามคนมอบโซดาให้แก่เฟิงหยู่และเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนละขวด แล้ววัยรุ่นสามคนก็ไปนั่งข้างหลังอย่างเงียบ ๆ

ผู้อำนวยการซูจะย้ายไปเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนมัธยมฟาร์มในอีกสองปีหลังจากนี้ ดังนั้น เฝิงหยู่จึงรู้จักเขา ในยุคสมัยนี้ ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนอาชีวศึกษาไม่ได้ราคาถูกนัก และผู้อำนวยการสำนักวิชาการมีอำนาจไล่นักเรียนออก

ถ้าทั้งวัยรุ่นทั้งสามคนมีเรื่องชกต่อยกับหลานชายของผู้อำนวยการสำนักงาน แม้ว่าจะไม่ถูกไล่ออก แต่พวกเขาจะถูกคาดโทษด้วยคะแนนทำความผิด  ถ้าพวกเขามีคะแนนความผิดติดตัว พวกเขาจะสูญเสียโอกาสที่จะทำงานที่ฟาร์มหลังจากสำเร็จการศึกษา

เพื่อนคนอื่นๆไม่ได้สนิทกับเฝิงหยู่สักเทาไหร่ แต่เหวินตงจุนรู้ดี มันเป็นเรื่องแหกตา! แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่จะข่มขวัญชายวัยรุ่นเหล่านี้ แถมพวกนั้นยังเลี้ยงโซดาพวกเขาคนละขวด

หลังจากดูหนังทั้งสองเรื่องจบแล้ว พวกของเฝิงหยู่ลุกขึ้นยืนและเตรียมพร้อมที่จะกลับไปโรงเรียน ทุกคนควรจะกลับเข้าหอพักได้แล้ว พอกลับไปที่หอพักจะได้เล่นไพ่โป๊กเกอร์กันต่อ หรือนั่งโม้พูดคุยเรื่องน่าสนใจที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดฤดูหนาว

"น้องชาย จะกลับแล้วหรือ? คืนนี้ไปดื่มต่อที่บาร์กันหน่อยไหม แล้วค่อยกลับมาดูวิดีโอที่นี่ต่อ พี่เลี้ยงเอง วิดีโอที่ฉายตอนกลางคืนมันสุดสะเด่วกว่านี้อีก" วัยรุ่นคนหนึ่งกล่าว

"ไม่ละ พวกเราต้องกลับโรงเรียน ครูจะมาตรวจสอบหอพักตอนเย็น " เฝิงหยู่ตอบ

แม้ว่าเฝิงหยู่จะสนใจดูวิดีโอที่ฉายในเวลากลางคืน แต่เขาจะไม่ดูตอนที่ยังอายุแค่นี้หรอก นอกจากนี้ ยังต้องไปดูกับวัยรุ่นพวกนี้อีก แต่ดูเหมือนเหวินตงจุนถูกข้อเสนอนี้ล่อลวงเสียแล้ว เด็กผู้ชายที่อายุเท่ากับพวกเขาต่างก็มีความสนใจกับวิดีโออย่างว่านี้ แต่พวกเขาไม่มีโอกาสได้ดู

"เสี่ยวหยู่ อยู่ต่อเลยได้ไหม อยากดู" เหวินตงจุนอ้อนวอน

เฝิงหยู่รีบส่ายหัวทันที่ และกระซิบที่ข้างหูของเขาว่า "รีบไปเดี๋ยวนี้เลย ในตอนกลางคืนจะมีนักเรียนหลายคนจากโรงเรียนอาชีวศึกษา และพวกนั้นจะจับได้ง่ายๆว่าพวกเราโกหก พวกนั้นฆ่าเราแน่ "

เหวินตงจุนกลับไปพร้อมเฝิงหยู่อย่างไม่เต็มใจกับ  แต่ระหว่างทางกลับโรงเรียน  เหวินตงจุนยังขอร้องอ้อนวินเฝิงหยู่ให้ไปที่ห้องนั่งเล่นรับชมวิดีโอที่อื่น เพื่อพวกเขาจะได้ไม่พบวัยรุ่นเหล่านั้นอีก

เฝิงหยู่ถอนหายใจ เจ้านี่นี่ดื้อดึงเสียจริง

"พวกเอ็ง! หยุดนะเว้ย! "

 

*** my dad is li gang ไม่มีการบัญญัติชื่อไทยอย่างเป็นทางการ แต่แปลเป็นไทยได้ว่า พ่อของผมชื่อหลี่กัง  มักใช้เป็นสำนวน สื่อถึงการคอรัปชั่น โดยเฉพาะการที่เด็กทำความผิดโดยมีพ่อแม่คอยหนุนหลัง.. เรื่องก็คือเด็กน้อยขโมยลูกอม เจ้าของร้านบอกให้จ่ายตังค์ไม่งั้นจะเรียกตำรวจ เด็กน้อยถือลูกอมวิ่งหนีไป พร้อมพูดว่า พ่อผมชื่อหลี่กัง! ถ้าเป็นภาษาไทยน่าจะประมาณว่า รู้ไหมพ่อกูเป็นใคร

(** เฟิน ฉบับอิ้งแปลว่า cent แต่ค่าเงินควรทับศัพท์ของภาษาจีนมากกว่า จึงขอใช้ค่าเงิน เฟิน จากต้นฉบับจีนแทนคำว่า เซนต์ )

จบบทที่ บทที่ 15 ร้านนั่งเล่นสำหรับรับชมวิดีโอ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว