เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 โรงเรียน (อ่านฟรี)

บทที่ 14 โรงเรียน (อ่านฟรี)

บทที่ 14 โรงเรียน (อ่านฟรี)


 

........

เฝิงตันอิงและหลี่ซื่อเฉียงกระซิบกระซาบกันอย่างหวานแหววเป็นเวลาห้านาทีแล้ว เฝิงตันอิงจึงส่งโทรศัพท์ไปให้เฝิงหยู่ บอกเฝิงหยู่ให้ขอ 10,000หยวนกลับ

ทั้งสองคนคุยกันตั้งนาน แต่ไม่ได้กล่าวถึง 10,000 หยวนเลยหรือไง? จากนั้น เฝิงหยู่จึงขอให้หลี่ซื่อเฉียงส่งเงิน 10,000หยวนกลับมา แม้ว่าไม่มี 10,000 หยวนนี้แล้ว จะทำให้พวกเขามีรายได้น้อยลง แต่ผลกระทบไม่มากนัก

พอได้ยินดังนั้น หลี่ซื่อเฉียงคิดว่าอาจจะมีความเสี่ยง ดังนั้น เขาจึงได้เอาเงินของตัวเองออกมา5,000 หยวนด้วยเช่นกัน เผื่อในกรณีที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด เขาจะได้ไม่สูญเสียเงินทั้งหมด

พอกลับบ้าน เฝิงหยู่บอกพ่อแม่ว่าพวกเขากว้านซื้อมาได้แค่พันกว่าๆเท่านั้น และหลี่ซื่อเฉียงจะส่งเงิน 10,000 หยวนกลับมาให้ พวกเขาจะได้รับเงินภายในสามวัน และไม่เป็นการเสียเวลาใดใดต่อการที่ป้าใหญ่จะได้ซื้อรถแทรกเตอร์

ส่วนเงินที่เหลือละ? แน่นอน เงินที่เหลือนั้นยังคงอยู่กับหลี่ซื่อเฉียง ธุรกิจนี้ทำเงินได้มากกว่าการเพาะปลูกเสียอีก

เฝิงหยู่พยายามชักชวนให้พ่อแม่ของเขาหยุดทำไร่ทำสวน ให้ซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น พวกเขาสามารถทำได้อย่างน้อยๆเป็นร้อยเป็นพันปี การเพาะปลูกเป็นเรื่องที่เหนื่อยและทำเงินได้ไม่มากนัก

แต่พ่อแม่ของเขาปฏิเสธ ประการแรก เฝิงหยู่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในหมู่บ้าน ประการที่สอง ถ้าธุรกิจนี้ล้มเหลว อย่างน้อยพวกเขายังคงมีที่ดินทำกิน และครอบครัวจะไม่ลำบากยากจน ประการที่สาม พวกเขาเคยชินการใช้ชีวิตที่นี่และไม่อยากย้ายไปไหน

ภาพที่วาดฝันโดยเฝิงหยู่ทำให้พ่อแม่ของเขาหวั่นไหวเล็กน้อย เขาบอกกับพวกเขาว่าพวกเขาสามารถซื้อบ้านหลังเล็ก ๆหลายหลังซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆเมืองปิง และจะมีรถรุ่นไหม่เป็นของตัวเองในเร็วๆนี้ แม้ว่าธุรกิจนี้จะล้มเหลว แต่ก็ยังคงเป็นเจ้าของพันธบัตรรัฐบาล ที่จะครบกำหนดภายในเวลาไม่กี่ปี

โชคดี ชีวิตครั้งก่อนของเฝิงหยู่ เขาชักชวนให้ลูกค้ามาลงทุน มีหลายคนที่เป็นเกษตรกรการศึกษาไม่สูงนัก ซึ่งยินดีที่จะลงทุนเพิ่มเติม หากเชื่อมั่นได้ว่าพวกเขาจะสามารถที่จะทำเงินเป็นจำนวนมากได้  เฝิงหยู่เคยเห็นเพื่อนร่วมงานของเขาบางคนที่ล่อลวงคนปลดเกษียรให้มาลงทุนกับการลงทุนมีความเสี่ยงสูง เมื่อผู้ปลดเกษียรเหล่านี้สูญเสียเงิน เพื่อนร่วมงานของเขาก็จะผลักความรับผิดชอบให้กับผู้เกษียณเหล่านี้ เฝิงหยู่รังเกียจคนจำพวกนี้จริงๆ

ในตอนที่พวกเขาได้รับเงิน 10,000 หยวนนี้กลับมา แม่ของเขาแบ่งเงิน 5,000 หยวนให้แก่ป้าใหญ่และเก็บส่วนที่เหลือไว้

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เฝิงตันอิงกลับไปที่เมืองปิง หลี่ซื่อเฉียงติดต่อโรงพยาบาลที่เธอจะไปฝึกงานแล้ว รองคณบดีของโรงพยาบาลที่เป็นเพื่อนเก่าของพ่อของเขาได้ให้สัญญากับพ่อของเขาว่า หลังจากที่การฝึกงานสิ้นสุดลง ลูกสะใภ้ในอนาคตของเขาจะได้ไปทำงานที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอน

เฝิงตันอิงไปเมืองปิงโดยที่มีเงินติดตัว30หยวน ถ้าเธอต้องการเงินเธอแค่ไปขอหลี่ซื่อเฉียงก็ได้แล้ว เพราะอย่างไรเสีย เงินเก็บเกือบทั้งหมดของตระกูลเฝิงอยู่ที่หลี่ซื่อเฉียง

ในช่วงเวลานี้ เฝิงหยู่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่บ้าน เฝิงซิ่งไท่ขู่เฝิงหยู่ว่า ถ้าเขาไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมในเมืองปิงได้ เขาจะหักขาของเขา! เช่นนั้นแล้ว เฝิงหยู่จึงอยู่ที่บ้านและได้ทบทวนบทเรียนอย่างเชื่อฟัง เขาเกือบจะลืมฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาไปแล้ว แต่โชคดีสำหรับเขา เพราะเขาสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่านักเรียนทั่วๆไป

พ่อแม่ของเฝิงหยู่ยินดีปรีดากับท่าทีของเฝิงหยู่เป็นอย่างยิ่ง เด็กคนนี้ตั้งใจเรียนและพูดภาษาต่างประเทศได้อย่างดีเยี่ยม เขาจะได้เข้าโรงเรียนมัธยมดีๆในเมืองปิงอย่างแน่นอนและได้เข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อในอนาคต

หลังจากวันหยุดปีใหม่ผ่านไป ก็เปิดเทอม

เฝิงหยู่อาศัยอยู่ในไร่ในสวน แม้ว่าจะไม่ไกลจากเมืองมากนัก แต่ก็ต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงในการขี่จักรยาน จากการที่ครอบครัวของเขาสามารถจับจ่ายได้ เขาจึงเลือกที่จะอยู่ในบริเวณโรงเรียน

ในวันแรกของโรงเรียน เฝิงซิ่งไท่ขี่รถแทรกเตอร์ของเขาไป วันนี้ มีนักเรียน 19 คนจากหมู่บ้านที่จะไปโรงเรียนในเมือง พวกเขาล้วนติดรถแทรกเตอร์ของเขาไปในเมืองด้วย

ทุกคนถือถุงกระสอบที่ใส่ชุดเครื่องนอนและแต่ละคนมีกระเป๋าไม้ของทุกคนใส่เสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้

โรงเรียน เฉกเช่นองค์กรภาครัฐจะมีวันหยุดหนึ่งวันต่อสัปดาห์ นักเรียนสามารถเลือกที่จะอยู่ในโรงเรียนหรือกลับบ้านได้

รถแทร็คเตอร์เต็มไปด้วยผู้คน มีคนอื่นอีกหลายคนที่ตามไปในเมืองด้วยเพื่อทำธุระ

ทุกๆปี ชาวบ้านจะสลับสับเปลี่ยนที่ขับขับรถไปส่งคนที่เมือง ปีนี้เป็นคิวของเฝิงซิ่งไท่แล้ว เฝิงหยู่มีความสุขมาก เพราะเขาสามารถนั่งอยู่ตรงด้านหน้าคนขับ และไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเย็นเหมือนคนอื่นๆ

แน่นอนว่า เหวินตงจุนที่เป็นถึงลูกชายของผู้นำหมู่บ้าน ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของเฝิงหยู่ก็ได้นั่งอยู่ในด้านหน้าคนขับด้วยเช่นกัน ตอนนี้อุณหภูมิเกินกว่า -10 องศาเซลเซียสแล้ว

ไม่เกิน 20 นาที พวกเขาก็มาถึง ผู้โดยสารบางคนลงจากรถไปแล้ว

เฝิงซิ่งไท่ไปที่โรงเรียนประถมก่อน เฝิงหยู่และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นคนอื่นๆช่วยนักเรียนที่พ่อแม่ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยการยกกระเป๋าของพวกเขาหอพักไปให้

พอเห็นลูกชายของเขากระตือรือร้นช่วยเด็กๆตัวเล็กๆยกกระเป๋าเดินทางและถุงชุดเครื่องนอน  เฝิงซิ่งไท่จึงรู้สึกพอใจ "ดูสิ ลูกของฉันทำประโยชน์แก่ผู้อื่น เหมือนฉันไม่มีผิด" เขาคิดกับตัวเอง แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ทำงานบ้านใดใดที่บ้านเลย ภรรยาของเขาต่างหากที่เป็นคนทำทุกอย่าง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฝิงซิ่งไท่พานักเรียนมัธยมต้นไปส่งที่โรงเรียนของพวกเขา

พ่อแม่ของนักเรียนชั้นมัธยมต้นเหล่านี้ไม่ได้มากับพวกเขาด้วย พวกเขาอายุมากพอที่จะดูแลตัวเองแล้ว พวกเขาช่วยกันขนสัมภาระของพวกเขาและพากันขึ้นไปบนหอพัก

หอพักเป็นอาคารสามชั้น ชั้นที่สามสงวนไว้สำหรับผู้หญิง ส่วนผู้ชายอยู่บนชั้นสอง  หอพักของครูอยู่ที่ชั้น 1

เฝิงซิ่งไท่ช่วยหิ้วกระสอบผ้าใส่เครื่องนอน ส่วนเฝิงหยู่และเหวินตงจุนถือกระเป๋าไม้ของตัวเองเท่านั้น

เมื่อมองไปที่นักเรียนคนอื่นๆที่พยายามจะเคลื่อนย้ายกระเป๋าเดินทางของพวกเขา เฝิงหยู่รู้สึกโล่งใจ โชคดีที่ครั้งนี้เป็นคิวที่พ่อของเขาต้องมาส่งนักเรียนทั้งหลายเหล่านี้ พ่อของเขาจึงกลายเป็นผู้ช่วยไปโดยปริยาย

มีนักเรียนแปดคนในหอพักรวมห้องหนึ่ง นักศึกษาแยกตามระดับชั้นเรียนและห้องเรียน ดังนั้น เฝิงหยู่จึงถูกกำหนดให้อยู่หอพักเดียวกันกับเหวินตงจุน เหวินตงจุนเลือกนอนเตียงล่างซึ่งอยู่ด้านล่างของเฝิงหยู่

ทุกคนในหอพักนี้ล้วนเรียนชั้นเดียวกัน แต่มาจาก 3 หมู่บ้านที่แตกต่างกัน

หมู่บ้านของพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่มาถึง แต่ทั้งสองกลุ่มไม่ได้จัดกระเป๋าออก ในตอนที่ทุกคนมาถึงกันแล้ว พวกเขาจะต้องทำความสะอาดหอพัก

หลังจากที่ล็อกหอพักแล้ว พวกเขาก็ไปหอพักอื่นเพื่อไปหานักเรียนคนอื่น ๆ

ที่โรงอาหารของโรงเรียนไม่มีอะไรอร่อยเลย เฝิงซิ่งไท่จึงจะพานักเรียนมัธยมต้นที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันออกไปรับประทานอาหารกลางวัน อย่างไรก็ตาม พวกเขามากันเจ็ดคนเท่านั้น

พวกเขาขับรถไปที่ร้านอาหารเล็ก ๆ และสั่งอาหารเต็มโต๊ะ ค่าอาหารกลางวันไม่เกิน 20 หยวน

หลังจากที่จ่ายเงินค่าอาหารแล้ว เฝิงซิ่งไท่ก็กลับไป เหวินตงจุน บุตรชายผู้นำหมู่บ้านเช็ดปากของเขาและกล่าวว่า " ตอนบ่ายไปร้องคาราโอเกะกัน ใครจะไปบ้าง? "

จบบทที่ บทที่ 14 โรงเรียน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว