เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 9 (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 9 (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 9 (รีไรท์อ่านฟรี)


บทที่ 9

เช้าตรู่วันถัดมา

เฝิงหยู่และหลี่ซื่อเฉียงเดินทางไปที่ธนาคารและดำเนินการถอนเงินฝากประจำของครอบครัวทั้งหมดก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างแน่นหนา   โดยครอบครัวสกุลหลี่มียอดเงินถึง 143.600 หยวน  และจำนวนเงินของครอบครัวตระกูลเฝิงมีทั้งหมด 111,280 หยวน

หลังเสร็จภารกิจจากธนาคารทั้งสองคนจึงขับรถไปที่ภัตตาคารนานาชาติทันที  เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีแขกเข้าใช้บริการมากที่สุด

เมื่อพวกเขาไปถึงจึงเห็นชาวต่างชาติสามคนยืนอยู่ข้างถนนกำลังโบกมือเรียกรถแท็กซี่อยู่  เมืองปิงเป็นเมืองแรกในประเทศจีนที่มีรถแท็กซี่  การพัฒนาของอุตสาหกรรมแท็กซี่ในเมืองนี้รวดเร็วที่สุดและดีที่สุดแล้วในประเทศจีน

“ขอโทษนะครับ...พวกคุณกำลังรอรถแท็กซี่อยู่เหรอ”  เฝิงหยู่เดินเข้าไปใกล้ๆและเอ่ยถามพวกเขา เป็นภาษาอังกฤษ

ชาวต่างชาติมผมสีทองผู้หนึ่งมองดูเฝิงหยู่อย่างใคร่รู้และเหลือบมองไปที่รถจิ๊ปที่จอดอยู่ห่างๆ พวกเขาก่อนพยักหน้าและเอ่ยถามเฝิงหยู่ว่า

“จากที่นี่ไปยังริมฝั่งแม่น้ำ....พวกเธอคิดค่าโดยสารเท่าไรหรือ?”

พวกเขาเคยถูกหลอกลวงโดยการนั่งรถเช่าส่วนตัวแบบนี้มาก่อน  ปกติแท็กซี่จะคิดราคาเพียงห้าหยวน แต่รถแท็กซี่เช่าส่วนตัวแบบนี้ คิดราคาถึงห้าสิบหยวนบนเส้นทางเดียวกัน

“สิบดอลล่าร์....แต่เราขอรับเงินหยวนนะครับ” เฝิงหยู่กล่าว

“ทำไมล่ะ? ...ผมจะจ่ายเงินใหคุณเป็นอเมริกันดอลล่าร์....ห้าดอลล่าร์เชียวนะ...คุณสามารถแลกเป็นเงินได้มากกว่าสิบหยวนเชียว”

ชาวต่างชาติตอบด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจเพราะเขาเคยใช้เงินอเมริกันดอลล่าร์ที่นี่มาก่อนและร้านค้าส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะรับเงินอเมริกันดอลล่าร์ยกเว้นร้านเล็กๆข้างถนนเท่านั้น  แล้วทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงปฏิเสธที่จะรับเงินอเมริกันดอลล่าร์ด้วยล่ะ?

“ไม่ครับ...เราต้องการเงินหยวน..คุณไม่มีเงินหยวนหรือครับ?...ผมสามารถแลกเปลี่ยนเงินอเมริกันดอลล่าร์เป็นเงินหยวนได้นะ.. และให้ในอัตราที่สูงกว่าด้วยเมื่อเทียบกับราคาตลาด”

เฝิงหยู่อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ในช่วงเวลานี้  ไม่ง่ายเลยที่คนต่างชาติจะแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินหยวน  ยิ่งไปกว่านั้นชาวอเมริกันมักจะคิดว่าเงินอเมริกันเป็นสกุลเงินของโลกและเป็นที่ยอมรับทุกหนทุกแห่งอีกด้ว       ชาวต่างชาติผมสีทองยิ้มเยาะความตั้งใจที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้คือแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศและไม่ได้มีเจตนาให้เช่ารถเลยสักนิดเดียว

“เงินหยวนเท่าไรล่ะที่คุณเสนอให้สำหรับหนึ่งอเมริกันดอลล่าร์?”  ชาวต่างชาติผมทองถามขึ้น

เฝิงหยู่ตอบตอบกลับทันที

“3.8 หยวนและมันเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดนะครับ..ตอนนี้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 3.7 หยวน”

ชาวต่างชาติผมสีบลอนด์พูดขัดขึ้น

“ไม่...พวกเราขอ 4 หยวน”

“อืม...ถ้าเช่นนั้นผมคงไม่รับข้อเสนอนี้...ยังมีแขกมากมายที่โรงแรมแห่งนี้ที่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงิน..เช่นนั้นผมจะไม่รั้งพวกคุณไว้แล้ว...ขอตัวก่อนนะครับ” เฝิงหยู่กล่าวขึ้น

“เฮ้!...เดี๋ยวก่อนสิ... คุณสามารถแลกเปลี่ยนให้เราได้เกี่หยวนกัน?”

ชาวต่างชาติผมสีทองสังเกตว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะตกลงด้วยง่ายๆและบางทีเขาคงเป็นพวกที่มีความรู้สูงทีเดียว

“พวกคุณมีเงินอเมริกันดอลล่าร์เท่าไหร่ครับ?” เฝิงหยู่ถามขึ้นอีกครั่

“$5,000 USD!”

ชาวต่างชาติทั้งสามยืนถกเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงให้คำตอบเฝิงหยู่ในเวลาต่อมา

“เรามีเงินอยู่ห้าพันอเมริกันดอลล่าร์”

“อืม...ไม่มีปัญหาครับ...กรุณาตามผมไปที่รถจิ๊ปสักครู่ครับ”

ข้อตกลงดำเนินไปด้วยดีและทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้สึกพึงพอใจ  ชาวอเมริกันรู้สึกว่าพวกเขาได้รับข้อเสนอที่ดี  การได้ใช้เงินสกุลหยวนในประเทศจีนนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ดีซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการถูกโกงได้และด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่เฝิงหยู่เสนอยังสูงกว่าราคาตลาดอีกด้วย  ส่วนเฝิงหยู่ก็มีความสุขสุดๆเพราะยังมีคนมากมายที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเป็นเงินอเมริกันดอลล่าร์อีกจำนวนมาก

เฝิงหยู่ถามหลี่ซื่อเฉียงว่า

“เฮีย...สามารถหาคนที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเป็นเงินดอลล่าร์ได้ไหม?”

“แน่นอน! ...เฮียรับประกันได้ว่าอัตราจะสูงกว่าสี่หยวน!”

หลี่ซื่อเฉียงตอบอย่างมั่นใจเพราะเมื่อตอนที่เขาดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลอยู่นั้น มีคนจำนวนหนึ่งเข้ามาหาเขาเพื่อถามหาแลกเงินสกุลอเมริกันดอลล่าร์อยู่เช่นกัน

เฝิงหยู่ยังคงเตร็ดเตร่และอ้อยอิ่งไปรอบๆทางเข้าภัตตาคารนานาชาติ

เฝิงหยู่จะเข้าหาคนที่ใส่สูทหรือท่าทางดูเหมือนคนรวยและเอ่ยถามพวกเขาว่าจำเป็นต้องแลกเงินหยวนหรือเงินต่างชาติ หรือไม่

สิ่งนี้ดำเนินไปจนกระทั่งเที่ยง  ทั้งคู่สามารถใช้เงินหยวนประมาณห้าหมื่นหยวนเพื่อแลกกับเงินอเมริกันดอลล่าร์และเงินรูเบิ้ล  ส่วนสกุลเงินต่างชาติอื่นๆไม่ได้เป็นที่ต้องการมากนัก

พวกเขาทานอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆและกลับมาที่ภัตตาคารนานาชาติอีกครั้ง

จีหลี่เหลียนเคอเสร็จงานของเขาในเมืองปิงพอดีและจะเดินทางกลับบ้านภายในสองวันนี้ เขาตั้งใจจะซื้อผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนกลับไปเป็นของที่ระลึกแก่เพื่อนๆ และครอบครัวอีกด้วย

ในประเทศจีน ชาวต่างชาติมักจะถูกโกงเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น การติดป้ายราคามักจะแสดงว่าสินค้าเป็นอันดับ“หนึ่ง” แต่ชาวต่างชาติจะคิดว่าหนึ่งหยวนแต่ที่จริงมันหมายถึงสิบเซ็นต์  เมื่อคนต่างชาติจ่ายเป็นเงินสกุลต่างชาติเช่น เงินรูเบิ้ล  อีกพวกหนึ่งจะแสร้งทำเป็นไม่รู้และทำกับเงินเหล่านี้เหมือนเงินหยวน

ก่อนหน้านี้ จีหลี่เหลียนเคอคิดอยากจะให้ผู้จัดการภัตตาคารเพื่อให้เขาช่วยแลกเปลี่ยนเงินรู้เบิ้ลเป็นเงินหยวนให้  ธนาคารก็อยู่ไกลเกินไปและที่นั่นไม่มีใครเข้าใจภาษารัสเซียเลย

แต่ว่านั่น! เป็นเด็กหนุ่มที่ขายหนังหมีดำให้เขาด้วยราคาแพงลิบลิ่วมิใช่หรือ?   ดีล่ะ! ฉันจะให้บทเรียนที่สาสมแก่เขาที่บังอาจมาโกหกฉันได้!

จีหลี่เหลียนเคอเดินไปหาเฝิงหยู่ด้วยความโกรธเคืองอย่างมาก

“มิสเตอร์จีหลี่เหลียนเคอ...เราเจอกันอีกแล้วนะครับ”

เฝิงหยู่ยิ้มต้อนรับจีหลี่เหลียนเคอที่เดินเข้ามาหาตนอย่างรวดเร็ว

“เธอมาที่นี่เพื่อมองหาเหยื่อของเธออยู่หรือไง?  ครั้งล่าสุด..เธอก็ขายหนังหมีให้ฉันในราคาถึงสองหมื่นรูเบิ้ล...แต่พอฉันไปถามคนแถวๆนี้ดู...หนังหมีในราคาท้องตลาดมันมีราคาเพียงห้าพันหยวนเท่านั้น  เธอมันเป็นจอมหลอกลวง!”

จีหลี่เหลียนเคอตะคอกใส่เฝิงหยู่ในขณะที่ยึดแขนของเฝิงหยู่มาจับไว้แน่น

ก่อนที่เฝิงหยู่จะรีบอธิบายขึ้นทันที

“มันมีหมีมากมายหลายชนิด..แต่ที่ผมขายให้คุณมีคุณภาพยอดเยี่ยมเชียวนะครับ!...ราคาห้าพันหยวนนั้นเป็นราคาสำหรับขนเก่าที่ตกมาตรฐาน มีรอยเจาะของลูกปืนและตัวหนอนไชอยู่... คุณลองไปถามรอบๆนี้ได้เลยครับ”

“อืม...มันเป็นอย่างนั้นหรือ? ...งั้นฉันอาจเข้าใจผิดเธอไป...แล้วเธอล่าเสือไซบีเรียได้หรือเปล่า?  ฉันต้องการขนเสือชั้นดีอีกด้วย”

จีหลี่เหลียนเคอกล่าวพร้อมทั้งปล่อยแขนของเฝิงหยู่ออกและเขาก็ต้องการซื้อหนังเสือเพิ่มอีกด้วย

เศรษฐีที่มีไอคิวต่ำ!  นี่เป็นความประทับใจของเฝิงหยู่ที่มีต่อจีหลี่เหลียนเคอ

ตลอดช่วงชีวิตของเฝิงหยู่ มีเวลาเดียวที่เขาเคยได้เห็นเสือไซบีเรียนก็ตอนที่ไปเที่ยวสวนสัตว์เท่านั้น

“ขอโทษด้วยครับ...ขนเสือไม่ได้หากันได้ง่ายๆ... แต่ถ้าคุณต้องการขนสัตว์อื่นเช่น ขนมิ้งหรือ ขนสุนัขจิ้งจอก..ผมก็สามารถช่วยคุณหาได้ครับ”

จีหลี่เหลียนเคอส่ายศีรษะของตนอย่างผิดหวัง   ถ้าเขาได้หนังของเสือสักตัวกลับไปประเทศของตนเขาสามารถคุยโม้กับเพื่อนๆได้อีกนานทีเดียว  มันจะมีใครอีกที่สามารถล่าเสือและหมีได้ในการเดินทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น! ดูเหมือนว่าความฝันของเขาจะไม่เป็นจริงเสียแล้วสินะแต่ล่าหมีดำได้สำเร็จก็เพียงพอสำหรับเขาแล้วที่จะคุยโม้ได้ตลอดชีวิตได้

พอเห็นจีหลี่เหลียนเคอจะลาจากไปแล้ว  เฝิงหยู่ก็รีบรั้งเขาไว้อย่างรวดเร็ว

“คุณจีหลี่เหลียนเคอ..ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด...คุณยังมีเงินรูเบิ้ลอยู่เยอะใช่ไหมครับ?  ผมจำได้ว่าคุณจะกลับบ้านในไม่ช้านี้แล้ว... คุณจะซื้อของที่ระลึกจากจีนไหม?  มันจะสะดวกและถูกมากกว่านะครับถ้าใช้เงินหยวน...ผมสามารถแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลของคุณเป็นเงินหยวนได้..ด้วยค่าดำเนินการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เมื่อต้องคุยกับแขกอื่นๆ เฝิงหยู่จะเสนออัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าให้แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่ร่ำรวยอย่างจีหลี่เหลียนเคอ เฝิงหยู่มีหนทางอื่นที่จะหารายได้จากชายคนนี้อีกแล้ว

จีหลี่เหลียนเคอเลิกคิ้วขึ้นและตอบอย่างใจเย็นว่า

“ค่าดำเนินการหรือ?... ถ้าฉันไปแลกที่ธนาคารมันก็ไม่เสียค่าดำเนินการนะ”

“ที่ธนาคารไม่มีค่าดำเนินการ..แต่คุณยังต้องเข้าแถวเพื่อตอคิวใช้บริการ... และคุณไม่สามารถแลกเปลี่ยนเงินจำนวนมากที่ธนาคารได้...อีกอย่างที่นั่นไม่มีใครที่สามารถพูดภาษารัสเซียได้...คุณจีหลี่เหลียนเคอ..คุณไม่เห็นด้วยหรือว่าการใช้เงินหยวนในประเทศจีนมันสะดวกมากกว่า?”

เฝิงหยู่กล่าวชี้แจ้งแก่จีหลี่เหลียนเคอเพราะจากคำตอบของจีหลี่เหลียนเคอทำให้เฝิงหยู่รู้ว่าเขาต้องการแลกเงินรูเบิ้ลเป็นเงินหยวน

“เธอสามารถรับแลกได้เท่าไรล่ะ?  และค่าธรรมเนียมเป็นเงินเท่าไรกัน?”

จีหลี่เหลียนเคอเอ่ยถาม

“อัตราแลกเปลี่ยนคือหนึ่งรูเบิ้ลต่อสี่หยวน...ที่เหลือเป็นค่าดำเนินการของผม..หากมันมากกว่าสองหมื่นรูเบิ้ล..คุณจะต้องรอหนึ่งหรือสองวันครับ”

เฝิงหยู่เอ่ยตอบสำหรับคนที่สามารถซื้อหนังหมีได้เป็นเงินถึงสองหมื่นรูเบิ้ลต้องเป็นคนที่ร่ำรวยมากทีเดียว   เฝิงหยู่สงสัยว่าจีหลี่เหลียนเคอทำธุรกิจอะไรกันนะ?

จีหลี่เหลียนเคอมองดูเฝิงหยู่ซึ่งไม่ได้ถือกระเป๋าอะไรมาเลยและเอ่ยถามขึ้นว่า

“เธอสามารถแลกสองหมื่นรูเบิ้ลได้ตอนนี้ไหม?”

เฝิงหยู่จึงชี้ไปที่รถจิ๊ปซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก  เมื่อมองเห็นเฝิงหยู่ชี้มาหลี่ซื่อเฉียงก็รีบโบกมือกลับไปทันที

“ตกลง..ฉันจะแลกเปลี่ยนเงินสองหมื่นรูเบิ้ล..รอสักครู่..ฉันจะกลับไปที่ห้องเพื่อไปนำเงินมาให้เธอ”      จีหลี่เหลียนเคอตอบในเวลาต่อมา

เฝิงหยู่กำหมัดแน่นด้วยความดีใจ เหมือนเขาจะสามารถแลกเปลี่ยนเงินทั้งหมดของตนได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว

การดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินและการได้รับค่าดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นในรถจิ๊ปของหลี่ซื่อเฉียงและก่อนที่จะขับรถจี๊ปออกไป   จีหลี่เหลียนเคอได้ถามเฝิงหยู่ว่าเขาจะซื้อของฝากจากร้านค้าที่ขายของขึ้นชื่อของจีนได้จากที่ไหน ? เฝิงหยู่รู้สึกลิงโลดขึ้นอีกครั้งจีหลี่เหลียนเคอกำลังจะทำให้เขาได้เงินเพิ่มขึ้นอีกแล้ว

เฝิงหยู่จึงเอ่ยถามหลี่ซื่อเฉียงเป็นภาษาจีน

“เฮียหลี่...เฮียรู้ไหมที่ไหนขายแฮม ไส้กรอก เจี้ยนลี่เป่า (ยี่ห้อของเครื่องดื่มสุขภาพ) และผลไม้กระป๋องบ้าง?”

ในยุคสมัยนี้ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจีนเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมมากในประเทศรัสเซีย

“เฮียมีเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่ทำงานในสหกรณ์...เพื่อนของเฮียเป็นฝ่ายตลาดอยู่ที่นั่น...เฮียได้ยินว่าเขามีสินค้าบางอย่างซึ่งขายไม่สู้ดีนัก..คนรัสเซียคนนี้ต้องการสินค้ามากเท่าไรล่ะ?”

หลี่ซื่อเฉียงตอบและถามกลับเฝิงหยู่ทันที

เฝิงหยู่กระซิบหลี่ซื่อเฉียงเบาๆ

“ควบคุมสีหน้าของเฮียหน่อย...อย่าแสดงอาการว่าเฮียกำลังมีความสุข...พยายามปั้นหน้าเหมือนกับว่าเฮียกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ...เขาต้องการใช้เงินทั้งหมดแปดหมื่นหยวนเชียวล่ะ”

ถ้าไม่ใช่เพราะเฝิงหยู่เอ่ยเตือน หลี่ซื่อเฉียงคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว  ในตอนนี้ใบหน้าของเขาจึงถูกเสแสร้งแสดงถึงความทุกข์ยากออกมาแทน

“มันยากมากสินะ...ที่จะได้ของขึ้นชื่อจากจีนพวกนั้นได้?”

จีหลี่เหลียนเคอเอ่ยถามอย่างลำบากใจเมื่อเห็นสีหน้าอันทุกข์ทนบนใบหน้าของคนขับรถก่อนที่จะได้ยินเฝิงหยู่เอ่ยตอบให้เขาคลายความกังวล

“ไม่หรอกครับ...เราพอมีเส้นสายออยู่บ้างแต่เราก็ต้องการให้พ่อของเขาช่วยเล็กน้อย.. ดังนั้นเราอาจต้องมีเงินพิเศษสักเล็กหน่อยครับ”

“อืม...ฉันเข้าใจล่ะ...แต่ฉันจะบินกลับมอสโคว์วันมะรืนนี้แล้ว...ดังนั้นจงไปรีบจัดการให้เร็วที่สุด  เงินหนึ่งพันรูเบิ้ลนี้เป็นของเธอ...มันพอใช่มั้ย?”

มันเป็นเรื่องปกติที่จะให้สินน้ำใจเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือ

“ไม่มีปัญหาครับ”

เฝิงหยู่กล่าวออกมาอย่างสุขใจเหลือล้น

จบบทที่ EG บทที่ 9 (รีไรท์อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว