เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 8 (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 8 (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 8 (รีไรท์อ่านฟรี)


บทที่ 8

ในวันที่ 6 ของช่วงปีใหม่ครอบครัวสกุลหลี่โดยสารรถจิ๊บ 212 มาถึงบ้านของครอบครัวสกุลเฝิงในเวลานี้แล้ว ซึ่งทุกคนจากสกุลเฝิงต่างออกมาต้อนรับพวกเขาที่ลานบ้านด้วยความกระตือรือร้น ( รถจี๊บ 212 รุ่นนี้มาจากบริษัทจี๊บในกรุงปักกิ่ง)

ครอบครัวสกุลหลี่นำบุหรี่สองกล่องออกมาจากด้วยจิ๊ป รวมทั้งไวน์สองขวด ชาสองกล่องและไส้กรอกแดงอีกสองถุงแต่ในมือของหลี่ซื่อเฉียงถือห่อผ้าที่หนาห่อหนึ่งไว้แน่น

จางมู่วาเข้ามาปรุงอาหารในครัวพร้อมกับเฝิงตันอิง  ในขณะที่เฝิงซิ่งไท่เดินเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมด้วยคุณหลี่และคุณนายหลี่  ส่วนหลี่ซื่อเฉียงถือกระเป๋าที่เป็นห่อผ้าไว้กับตัวแน่นและเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเฝิงหยู่

“เฮียหลี่...เฮียแลกเงินรูเบิ้ลได้ทั้งหมดแล้วหรือครับ?”

“ใช่ นี่คือเงิน 91,200 หยวน...เงินทั้งหมดอยู่นี่แล้ว”

เฝิงหยู่เลิกคิ้วเล็กน้อย มันมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะมีคนจำนวนมากในเมืองปิงที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินต่างประเทศ นี่จึงทำให้สามารถทำเงินได้อย่างมากมาย เขาควรจะรีบคว้าโอกาสนี้ไว้แล้วสินะ

“ขอบคุณเฮียหลี่จริงๆครับ...เฮียคงทำงานอย่างหนักเลยทีเดียว...ผมคิดว่าป๊าต้องพอใจมากแน่ๆ... แต่ถ้าผมยังมีเงินสกุลรูเบิ้ลอีก...เฮียจะยังเอามันไปแลกเปลี่ยนได้อีกมั้ยครับ?”

“แน่นอน!...อันที่จริงก็ยังมีคนมาขอให้เฮียแลกเงินรูเบิ้ลให้พวกเขาอีกอยู่แต่เฮียไม่มีเงินแล้วนะสิ?  นายมีหนทางจะหาเงินรูเบิ้ลมาได้อีกอย่างนั้นเหรอ?”

หลี่ซื่อเฉียงรู้สึกสงสัย มันไม่ง่ายเลยที่จะมีสกุลเงินต่างประเทศไว้ในครอบครอง  ขนาดตัวเขาเองที่ทำงานในไปรษณีย์หรือแม้แต่พ่อของเขาที่ทำงานให้กับรัฐบาลก็ยังไม่สามารถจะหาเงินสกุลต่างประเทศมาได้ง่ายๆเล้วนับประสาอะไรกับเด็กหนุ่มลูกชาวนาที่ยังต้องขอเงินพ่อแม่ไปโรงเรียนจะมีความสามารถหาเงินสกุลต่างประเทศมาได้ง่าย?

เฝิงหยู่อมยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมา

“ภัตตาคารนานาชาติ”

“ภัตตาคารนานาชาติงั้นหรือ? อืม....ภัตตาคารนานาชาติต้องมีลูกค้าชาวต่างชาติไปใช้บริการเป็นจำนวนมากอย่างนั้นสินะ? แต่เราจะเข้าไปที่นั่นได้อย่างไรล่ะ? อย่าบอกเฮียนะว่านายรู้จักกับผู้จัดการในภัตตาคารนั่น?”

 

“เราจะเข้าไปหาแขกต่างชาติด้วยตัวเราเองเพื่อแลกเปลี่ยนเงินกับพวกเขา...บางทีเราอาจจะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าปกติสักเล็กน้อย... ถ้าหากเราทำแบบนั้นนะเฮีย...พวกแขกต่างชาติก็จะรีบฉวยโอกาสนี้หากรู้ว่าเราให้อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่า”

หลี่ซื่อเฉียงใช้ฝ่ามือของตนแตะไปที่หน้าผากเบาๆ  ทำไมเขาถึงคิดเรื่องนี้ไม่ได้กันนะ? แต่การที่จะเข้าไปเจรจากับแขกต่างชาติได้นั้นจำเป็นต้องใช้คนที่มีความเข้าใจในภาษาต่างประเทศเพื่อที่จะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้อย่างสะดวกมากขึ้น

“แต่เฮียต้องหาล่ามสักคน...มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะหาล่ามได้”

เฝิงหยู่ยกมือทั้งสองข้างของตนขึ้นไปโบกตรงหน้าของหลี่ซื่อเฉียงก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“เฮีย...ผมพูดภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษได้”  ก่อนจะพูดประโยคตัวอย่างออกมา2-3ประโยคด้วยภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษเพื่อยืนยันเรื่องนี้ให้กับหลี่ซื่อเฉียง

ปากของหลี่ซื่อเฉียงเปิดกว้างด้วยความตกใจ

“นายพูดได้สองภาษาเลยหรือ?”  เขาเป็นอัจฉริยะอย่างนั้นหรือ?  เฝิงหยู่อายุเท่าไรกันนะ? แล้วเขาไปเรียนรู้การใช้สองภาษานี้จากไหนกัน?

ในสมัยนี้หากมีใครสามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้สักหนึ่งภาษา ผู้คนรอบข้างก็ล้วนแต่ชื่นชมและให้ความนับถือพวกเขาเป็นอย่างมากและยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยหากมีใครสักคนที่สามารถพูดได้ถึงสองภาษาเช่นนี้ แต่ในช่วงปี 2558 มันจะกลายเป็นเรื่องปกติทันทีที่จะมีผู้คนที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ถึงสองภาษาหรือมากกว่านั้น  เฝิงหยู่เองก็เคยรู้จักอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่พูดภาษาต่างประเทศได้ถึงแปดภาษาและสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วเลยทีเดียว

เมื่อเฝิงหยู่เห็นท่าทางลังเลใจของหลี่ซื่อเฉียงจึงได้เอ่ยขึ้น

“ครับเฮีย..ผมพูดได้สองภาษาจริงๆ..วันนี้ผมจะไปเมืองปิงพร้อมกับเฮียนะครับ..ผมกำลังจะไปเยี่ยมคุณครูของผมแล้วพรุ่งนี้ผมจะนำเงินรูเบิ้ลมาให้เฮียหลังจากที่ผมจัดการแลกเปลี่ยนมันเสร็จแล้ว”

หลี่ซื่อเฉียงรู้สึกว่าเฝิงหยู่ที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีมีลักษณะความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก  น้องเขยคนนี้อนาคตจะไปไกลได้อย่างแน่นอน เพราะว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่เข้าใจภาษาต่างประเทศได้ถึงสองภาษา

เมื่อกลับมายังห้องนั่งเล่นที่ได้กลายเป็นห้องรับรองแขกในวันนี้  ทุกคนต่างก็จ้องมาที่พวกเขาทันที  เฝิงหยู่เผยรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าก่อนที่ทุกคนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

เฝิงซิ่งไท่กังวลว่าเงินที่นำไปแลกเปลี่ยนนั้นจะเกิดปัญหาซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกภรรยาเกี่ยวกับเรื่องนี้  บอกเพียงแค่ว่าสามารถขายหมีได้เจ็ดพันหยวน  แม้ว่าเงินเจ็ดพันหยวนจะน้อยไปกว่าที่ภรรยาของเขาคาดไว้แต่เธอยังคงมีความสุขและกระชุ่มกระชวยในใจอยู่ดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับแฟนหนุ่มของลูกสาวตนว่าเขานั้นเป็นหนุ่มมาจากเมืองใหญ่และทำงานอยู่ที่ว่าการไปรษณีย์

พ่อแม่ของหลี่ซื่อเฉียงก็กังวลว่าครอบครัวสกุลเฝิงจะไม่พอใจกับเงินจำนวนนี้และอาจจะคิดว่าพวกเขาแอบยักยอกเงินบางส่วนเอาไว้  แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนครอบครัวสกุลเฝิงแต่พวกเขาไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเป็นอันขาด  พ่อแม่ของหลี่ซื่อเฉียงต่างชื่นชอบตันอิงและอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ยิ่งนักแล้วใครมันจะไม่อยากได้ลูกสะใภ้ที่มีความประพฤติดีและเฉลียวฉลาดแบบนี้กันบ้างเล่า?

ตามธรรมเนียมของครอบครัวสกุลเฝิง อาหารกลางวันนั้นจะเป็นเนื้อสัตว์ทั้งหมดแปดจานด้วยกัน  ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารที่ทำมาจากเนื้อไก่ฟ้า เนื้อกระต่ายป่า และเนื้อปลาที่จับมาได้

แม้ว่าพวกเขาครอบครัวสกุลหลี่จะเป็นคนในเมืองใหญ่แต่อาหารการกินในเมืองก็ไม่ได้ดีเท่ากับอาหารจากต่างจังหวัด  ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวของลูกสะใภ้ยังเป็นคนดีอีกด้วย  เมื่อทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้วครอบครัวสกุลหลี่จึงรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อเห็นว่าบิดาของตนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เฝิงหยู่จึงเดินตามออกไปทันที

“ป๊า...เงินรูเบิ้ลของเราถูกแลกเป็นเงินหยวนหมดแล้วนะครับ... มันรวมเป็นยอดเงินทั้งหมด 91200 หยวน...อย่างน้อยเราก็ได้เงินเพิ่มมาอีกตั้ง7-8พันหยวนซึ่งมันได้มากกว่าที่เรานำไปแลกที่ธนาคารเสียอีกนะป๊า...เอ่อป๊าครับ...ผมอยากจะขอตามเฮียหลี่กลับไปเมืองปิงด้วย..อย่างแรกผมต้องไปเยี่ยมครูซุนที่พักอยู่ในเมืองปิงอย่างน้อยผมก็ควรจะต้องไปเยี่ยมอาจารย์ในวันปีใหม่บ้าง...อย่างที่สอง...ผมต้องการนำเงินจำนวนนี้ไปแลกเป็นเงินรูเบิ้ลกับแขกที่มาใช้บริการในภัตตาคารนานาชาติ...ด้วยวิธีนี้ถ้าเรานำกลับไปแลกเป็นเงินหยวนอกครั้ง..เราก็จะสามารถได้เงินเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกสองสามพันหยวน”

เฝิงหยู่คิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะชักชวนบิดาให้คล้อยตามได้และเขาก็ไม่คาดหวังว่าบิดาจะตอบตกลงอย่างยินดีก่อนที่เขาจะได้ยินบิดากล่าออกมา

“ตกลง..ป๊าจะให้สมุดบัญชีธนาคารกับลูกไปด้วย....แต่ลูกจำทำเรื่องนี้ได้อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ”

“ป๊าครับ!....ป๊าแน่ใจได้เลยว่าเราจะสามารถหาเงินด้วยวิธีนี้ได้อีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว”

เฝิงหยู่กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ

“หลังพ้นปีนี้ไปแล้ว...ลูกก็ต้องเข้าเรียนม.ปลายแล้วนะ..แถมหมู่บ้านของเราก็ไม่มีโรงเรียนมัธยมแล้ว...อีกอย่างโรงเรียนในชนบทก็เป็นโรงเรียนธรรมดาๆ...ลูกควรจะไปเข้าโรงเรียนมัธยมดีๆในเมืองใหญ่ๆ  มันย่อมดีต่อตัวลูกเองที่จะเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้ง่ายขึ้นในอนาคต”

ค่าใช้จ่ายในเมืองปิงนับสูงมากหากเทียบกับค่าใช้จ่ายในหมู่บ้าน ดังนั้นเฝิงหยู่จึงจำเป็นที่จะต้องหาเงินให้มากขึ้นกว่านี้ให้ได้

“ป๊าครับ...ป๊ามั่นใจได้เลยว่าโรงเรียนมัธยมดีๆและมหาวิทยาลัยดีๆในเมืองปิงจะต้องตอบรับผมเข้าเรียนต่อในอนาคตอย่างแน่นอน!”

เฝิงหยู่ไม่ค่อยมั่นใจกับการสอบวิชาฟิสิกส์และเคมีมากนัก แต่สำหรับการสอบเข้าเรียนต่อมันจะง่ายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก  คณิตศาสตร์ ภาษารัสเซีย และภาษาจีน จะทำให้เขาได้คะแนนสูงอย่างแน่นอน แต่เขายังคงต้องเรียนอีกหนึ่งเทอมสินะถึงจะเริ่มสอบเข้าม.ปลายได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะตนจะเข้าโรงเรียนมัธยมชั้นหนึ่งในเมืองปิงได้หรือเปล่า? แต่เขามั่นใจได้ว่าสามารถเข้าโรงเรียนธรรมดาๆในเมืองปิงได้อย่างสบาย

“ดี! อย่าเดินตามรอยป๊ามาเป็นชาวไร่ชาวนาล่ะ..อาเจ๊ของลูกก็กำลังจะเรียนจบปีนี้จากวิทยาลัยพยาบาล แล้วเดี๋ยวป๊าจะซื้ออพาร์ทเม้นท์ในเมืองปิงให้กับอาเจ๊ของลูก...จะได้ไปอยู่ด้วยกันได้..อาเจ๊ของลูกจะได้ดูแลลูกได้อีกแรกหนึ่งด้วย”

เขาได้ตรวจสอบราคาอพาร์ทเม้นในเมืองปิงแล้ว  ห้องหนึ่งที่เหมือนกับห้องของหลี่ซื่อเฉียงนั้นมีราคาประมาณสองหมื่นหยวน  ตอนนี้ครอบครัวสกุลเฝิงมีเงินมากกว่าแสนหยวนแล้ว! เขาจึงมีเงินมากพอที่จะสามารถซื้ออพาร์ทเม้นได้3-5ห้องเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าแม่ของเฝิงหยู่จะต้องไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน

ประมาณเกือบบ่ายสองโมง ครอบครัวสกุลหลี่ก็เตรียมตัวเดินทางกลับ  เฝิงหยู่และมารดาช่วยกันลำเลียงผลผลิตจากไร่ใส่ขึ้นไปบนรถจิ๊บ

“ม๊าครับ...วันนี้ผมจะเข้าไปเมืองปิงกับพี่หลี่นะครับ...ผมว่าจะไปเยี่ยมครูซุนเสียหน่อย”

จางมู่วาพยักหน้าอนุญาตเมื่อได้ยินเฝิงหยู่บอกแก่ตน

“ดีแล้ว...ลูกควรทำแบบนั้น... ครูซุนเขาดีต่อลูกมากเลย...อ้าว! แต่ลูกยังไม่ได้เตรียมของขวัญไปให้เขาเลยนี่...รอเดี๋ยวนะ! แม่จะเข้าไปเอาเงินให้เงินลูก...เดี๋ยวลูกค่อยไปหาซื้ออาหารกระป๋อง เครื่องดื่มมอลท์ หรืออะไรก็ได้ที่ลูกเห็นว่ามันเหมาะกับครูซุน....จะได้เอาไปฝากครูซุนได้”

ไม่เพียงแต่ครอบครัวสกุลเฝิงเท่านั้น ทุกคนในหมู่บ้านล้วนแต่เคารพนับถือคุณครูซุน เขามักให้ทุนการศึกษามากมายแก่นักเรียนที่ยากจนและยังละทิ้งโอกาสที่จะทำงานในเมืองใหญ่เพื่อนักเรียนเหล่านี้  เขาจึงเป็นคนมีชื่อเสียงในหมู่บ้านนี้ยิ่งนัก

เฝิงหยู่เคารพเขาเป็นอย่างมากและต้องการจะไปเยี่ยมเยียนท่านจริงๆ

“ม๊าครับ! ไม่ต้องหรอก...ป๊าได้ให้เงินผมแล้ว”

เมื่อรู้ว่าเฝิงหยู่กำลังจะไปเมืองปิงกับพวกเขาด้วย  ครอบครัวสกุลหลี่ต่างก็เต็มใจเป็นอย่างยิ่งเพราะ อย่างไรก็ตามรถจิ๊ป 212คันนี้สามารถนั่งได้สี่คนอยู่แล้วแต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่ของหลี่ซื่อเฉียงไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเฝิงหยู่จึงนำเอากระเป๋าเสื้อผ้าติดไปด้วย เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?

บนรถจิ๊ป เฝิงหยู่ได้อธิบายว่าเขาจะแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลและหารายได้จากผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยน  ถ้าพวกเขาทั้งสองมีเงินสดเหลือก็สามารถนำมาร่วมลงทุนกับเขาได้การใช้เงินหนึ่งหมื่นหยวนเพื่อหาเงินรายได้เข้ามาหนึ่งพันหยวนก็คงไม่เป็นปัญหา

พ่อแม่ของหลี่ซื่อเฉียงต้องการหารายได้พิเศษด้วยเช่นกัน  อย่างไรก็ตามเงินจำนวนนั้นจะเป็นของลูกชายของพวกเขาเพราะเมื่อลูกชายแต่งงาน พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากด้วยเหมือนกัน

เมื่อกลับมาถึงบ้าน  พ่อแม่ของหลี่ซื่อเฉียงก็ให้สมุดธนาคารกับลูกชายของตนเพื่อนำไปถอนเงินที่ธนาคารในวันรุ่งขึ้น

คืนนั้นเฝิงหยู่นอนเตียงเดียวกับหลี่ซื่อเฉียง  เขานอนหลับสนิทไปทันทีแต่ครอบครัวสกุลหลี่กลับนอนหลับไม่สนิทสักเท่าไรนัก

จบบทที่ EG บทที่ 8 (รีไรท์อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว