เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 7  การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 7  การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 7  การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (รีไรท์อ่านฟรี)


บทที่ 7  การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เฝิงหยู่ยังไม่ทันได้อธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง อาหารกลางวันก็ถูกยกนำมาเสิร์ฟพอดี  เฝิงซิ่งไท่ดื่มเบียร์ไปเพียงขวดเดียวเพราะว่าเขายังต้องขับรถกลับบ้านซึ่งต้องใช้เวลาประมาณสามถึงสี่ชั่วโมงทีเดียว

ทั้งสองครอบครัวเข้ากันได้เป็นอย่างดีหากไม่ใช่เพราะเฝิงหยู่เตือนพ่อไว้  เฝิงซิ่งไท่คงเปิดประเด็นเรื่องรายละเอียดของการแต่งงานกับลูกเขยไปแล้ว

เอ่อ...พี่สาวของเขาอายุเพียงสิบเก้าปีเองและยังเรียนหนังสืออยู่อีกแม้ว่าพวกเขาต้องการจะแต่งงานกันจริงๆก็ควรรอให้พี่สาวของเขาเรียนจบจากวิทยาลัยพยาบาลเสียก่อน

เฝิงหยู่ยังคงกวนใจหลี่ซื่อเฉียงในช่วงทานอาหารกลางวันเช่นเดิม อย่างไรตามก็มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องพันธบัตรรัฐบาลอีกแต่เฝิงหยู่ต้องทำให้หลี่ซื่อเฉียงเชื่อมั่นให้ได้ว่าเขามีความสามารถที่จะทำเงินได้

“นายพูดว่าอะไรนะ? ป๊าของเธอมีเงินสองหมื่นรูเบิ้ลอยู่ในกระเป๋าอย่างนั้นหรือ?...นายล้อเฮียเล่นแล้วล่ะมั้ง?”

พอหลี่ซื่อเฉียงได้ยินว่าเฝิงซิ่งไท่มีเงินสองหมื่นรูเบิ้ลอยู่ในกระเป๋าก็แทบกระโดดลุกออกจากเก้าอี้ทันที  ‘เงินสองหมื่นรูเบิ้ล’ มันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก มันมากพอที่จะซื้ออพาร์ทเม้นได้ 2-3หลังเหมือนกับบ้านของเขาที่อยู่ในเมืองปิงนี้

ตันอิงไม่เคยพูดมาก่อนว่าครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวมีเงิน? แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะพกเงินเยอะขนาดนี้เข้ามาในเมืองปิงได้?

“มันไม่ใช่เรื่องตลกนะเฮียหลี่...เฮียทำงานที่ไปรษณีย์ไม่ใช่หรือ?..เฮียต้องรู้สิว่ามีคนจำนวนมากที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเป็นเงินรูเบิ้ล..แต่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นอัตราต่างประเทศที่ธนาคารมันจำเป็นต้องเขียนใบคำร้องนอกจากมันจะยุ่งยากแล้วยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนเงินที่เราต้องการว่าจะแลกเปลี่ยนได้เท่าไหร่อีก?...ผมได้ยินว่าหากแลกเปลี่ยนกันเองจะได้อัตราที่ดีกว่าถ้าเทียบกับธนาคาร”

หลี่ซื่อเฉียงเหลือบมองเฝิงหยู่อย่างแปลกใจ

“......นายอยากจะให้เฮีย..หาคนที่เต็มใจให้อัตราที่สูงกว่าหากนายจะแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลของนายใช่มั้ย?”

“ถูกต้อง!เฮียจะบอกว่าเฮียทำไม่ได้อย่างนั้นเหรอ? ...นี่เป็นความคิดของป๊าผมแต่เขารู้สึกอึดอัดใจหากจะเอ่ยปากขอร้องเฮียด้วยตัวเอง”

เฝิงซิ่งไท่ยังคงไม่รู้ตัวว่าเขาถูกลูกชายแอบอ้างชื่อของตนอยู่

เพราะมันเป็นความคิดของพ่อตันอิงดังนั้นหลี่ซื่อเฉียงจึงไม่สามารถปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้ถนัดนัก  อย่างไรก็ตามตัวเขาก็ทำงานอยู่ที่ว่าการไปรษณีย์และมีผู้คนมากมายที่เข้ามาหาเขาเพื่อมาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ถึงแม้ว่าเงินสองหมื่นรูเบิ้ลจะเป็นเงินจำนวนมากแต่เขาก็ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนมันเป็นเงินหยวนในอัตราที่สูงกว่าที่อื่นได้ภายในสาม3-5วันนี้

“ได้!...ให้เป็นหน้าที่ของเฮียเอง..เฮียขอรับประกันว่าจะช่วยนายแลกเปลี่ยนเงินสองหมื่นรูเบิ้ลให้เป็นเงินหยวนในอัตราที่สูงกว่าที่อื่นให้ได้!”

“เยี่ยมไปเลย!...ป๊าของผมจะมอบเงินให้เฮียทีหลังนะและอีกอย่าง...นี่จะเป็นการทดสอบเฮียไปในตัว”

มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต่างก็ไว้วางใจตัวเขาเป็นอย่ามากแล้วเขาจะทำให้พ่อตาในอนาคตผิดหวังได้อย่างไรกัน?  เขาจึงให้คำสัญญากับเฝิงหยู่ทันทีว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จภายในสามวัน!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา  เฝิงซิ่งไท่ออกไปด้านนอกเพื่ออุ่นเครื่องรถแทร็คเตอร์ ในยุคสมัยนี้ไม่มีเครื่องป้องกันความเย็นถ้ารถไม่ได้อุ่นเครื่องมันจะไม่สามารถสตาร์ทติดได้ทันที

หลี่ซื่อเฉียงเสนอตัวเข้าช่วย  เฝิงหยู่เองก็ตามออกไปด้วยเช่นกัน

“ป๊า...ผมมีเรื่องต้องคุยกับป๊า...ผมเอาเงินไปใช้ก่อนได้ไหม?”

เฝิงหยู่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

เฝิงซิ่งไท่จับกระเป๋าไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วและมองดูเฝิงหยู่อย่างสงสัย

“...ลูกกำลังพูดอะไรอยู่?...ยังเป็นเด็กเป็นเล็กจะไปรู้วิธีใช้เงินมากขนาดนี้ได้ยังไงกัน ?  แล้วลูกจะเอาเงินไปทำอะไรเนี่ย?”

“ป๊า...ครูของผมเคยบอกว่าเมื่อคนในเมืองต้องการจะเดินทางไปต่างประเทศพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินสกุลของประเทศนั้น...แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นพวกเขาไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินที่มากกว่านั้นได้..พวกเขาก็เลยจะมองหาคนที่รับแลกเปลี่ยนเองในอัตราที่สูงกว่า...พี่หลี่ทำงานที่ไปรษณีย์และมีหนทางที่จะช่วยเรา...ถ้าเราให้เขาช่วยแลกเปลี่ยนเงินสองหมื่นรูเบิ้ลนี้นะ...เงินหยวนที่เราได้กลับมาจะต้องดีกว่าที่ธนาคารให้เราอย่างแน่นอน”

เฝิงหยู่อธิบายให้พ่อของตนฟัง เขากำลังจะหลอกล่อพ่อของตนด้วยเทคนิค ‘การทำเงินให้มากขึ้น’

การเจรจาการค้าที่เกิดขึ้นในตอนเช้าได้ทำให้เฝิงซิ่งไท่รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง เขาได้พบว่าหลังจากที่ลูกชายเข้าโรงเรียนแล้วก็ดูมีความสามารถมากกว่าเดิม มันจะได้เงินมากกว่าเดิมอย่างนั้นหรือ? มันย่อมแน่นอนอยู่แล้วว่าตัวเขาเองก็อยากได้เงินจำนวนมากเช่นกัน

“แล้วที่ไปรษณีย์เขาแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศด้วยหรือ?  เงินจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไรกัน?”

“อย่างน้อยก็น่าจะได้อีกสัก2-3....2-3พันหยวนเชียวนะป๊า”

เฝิงหยู่รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงของเขาในเวลานั้นมันฟังดูเหมือนตอนที่เขากำลังพูดเชิญชวนลูกค้าให้เข้าร่วมลงทุนเมื่อครั้งที่เขาเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆในตอนที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในสมัยตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ในอดีต

“2-3พันหยวนเชียวหรือ? มากขนาดนั้นเลยเหรอ?  โอ้....เงินรูเบิ้ลนั้นดีจริงๆมันมีค่ามากกว่าเงินหยวนเสียอีก?...เสี่ยวหลี่จะเป็นคนแลกเปลี่ยนมันให้กับพวกเราอย่างนั้นหรือ? แล้วถ้าครอบครัวของเขารู้เรื่องนี้ขึ้นมา  พวกเขาจะคิดว่าพวกเราโลภกันมั้ยเนี่ย?..มันอาจทำให้พวกเขารู้สึกแย่กับอาเจ๊ของลูกได้นะเสี่ยวหยู่??”

เฝิงซิ่งไท่ยังคงลังเลแม้ว่าเงินจะสำคัญแต่ความสุขของลูกสาวของเขาสำคัญยิ่งกว่า

“ป๊า... มันเป็นความคิดริเริ่มของเฮียหลี่เอง!... ผมแค่เอ่ยเรื่องที่เราจะไปที่ธนาคารเพื่อไปแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลนั่นแต่เฮียหลี่ก็เสนอที่จะแลกเปลี่ยนมันให้กับเรา...เฮียยังบอกอีกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารได้เงินไม่สูง.... อีกอย่างตอนนี้..เฮียหลี่และอาเจ๊ก็อยู่ด้วยกันแล้ว...อาแป๊ะหลี่ก็กำลังจะไปเยี่ยมเราที่บ้านอีก2-3วันนี้ล่ะ... ส่วนเฮียหลี่เองก็จะนำเงินกลับมาให้เราในวันที่พวกเขามาเยี่ยมเรานั่นแหละป๊า...”

เฝิงซิ่งไท่ยืนลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะนำห่อกระดาษที่ถูกพันไว้อย่างแน่นหนาจำนวนสองห่อซึ่งมันได้เก็บเงินรูเบิ้ลไว้ออกมาพร้อมกับกำชับให้เฝิงหยู่นำมันไปส่งให้ถึงมือหลี่ซื่อเฉียงให้ได้

เฝิงหยู่นำเงินรูเบิ้ลที่ได้จากพ่อของตนไปให้หลี่ซื่อเฉียงทันที

“เฮียหลี่...ถ้าเฮียทำงานนี้ได้สำเร็จ! ความสัมพันธ์ระหว่างเฮียกับอาเจ๊ของผมจะต้องได้รับการเห็นชอบแน่นอน!”

หลี่ซื่อเฉียงหน้าแดงด้วยความตื่นเต้น  เขารับเงินรูเบิ้ลมาเก็บไว้แล้วพยักหน้าตอบรับด้วยเกรงว่าเฝิงซิ่งไท่จะเปลี่ยนใจไปเสียก่อน

รถแทร็คเตอร์เกือบจะอุ่นดีแล้ว เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เฝิงซิ่งไท่นำเชือกออกมาและสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติดขึ้นทันที หลี่ซื่อเฉียงเดินขึ้นบันไดเพื่อร้องเรียกตันอิงว่าภารกิจของบิดาของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ครอบครัวสกุลหลี่ลงไปข้างล่างเพื่อไปส่งพวกเขาและยังมอบขาแกะให้กับเฝิงซิ่งไท่พร้อมเงินสิบหยวนให้แก่เฝิงหยู่อีกด้วย

หลังจากที่ครอบครัวสกุลเฝิงกลับไปแล้ว นายหลี่ผู้เป็นบิดาสังเกตเห็นห่อกระดาษทั้งสองที่อยู่ในมือของลูกชายตน

“ถืออะไรอยู่หรือลูก?”   นายหลี่ผู้เป็นบิดาถาม

“อ้อ!!...นี่เป็นเงินที่อาเจ็กเฝิงได้มาจากการขายหมีนะครับ...มันเป็นสกุลเงินรูเบิ้ลเป็นสกุลเงินต่างประเทศนะป๊า...พอดีเขาขอให้ผมช่วยหาคนที่จะแลกเป็นเงินหยวนให้...ถ้าวิธีนี้มันจะได้อัตราที่ดีกว่าที่จะไปแลกจากธนาคาร”

“อาเจ็กเฝิงของลูกเนี่ยไว้วางใจลูกจริงๆ...พยายามแลกให้เสร็จภายใน2-3วันนี้แล้วกัน..เราจะได้นำไปให้พวกเขาตอนไปเยี่ยมบ้านของพวกเขาทีเดียวเลย...อ้อ! แล้วมีเงินรูเบิ้ลอยู่เท่าไรละ?”

นายหลี่ผู้เป็นบิดามีความสุขมากที่ได้ทราบว่าครอบครัวของลูกสะใภ้ในอนาคตไว้วางใจในตัวบุตรชายของเขาอย่างมากมายเช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ

“20,000”

“เท่าไรนะ?” นายหลี่ถามขึ้นอีกครั้ง

“20,000 รูเบิ้ลครับป๊า”

“20,000 รูเบิ้ลเลยเหรอ? หมีนั้นตัวใหญ่ขนาดไหนเชียว?  20,000 รูเบิ้ลมันมากพอที่จะซื้อบ้านเลยนะ...การเป็นชาวนานี่ทำกำไรมากกว่าทำงานในเมืองเสียอีก”

นายหลี่ผู้เป็นบิดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“แล้วมันยังไง..ลูกชายของเราเป็นคนเมืองปิงนะเฮีย... แถมยังทำงานที่ว่าการไปรษณีย์อีกด้วย”

แม้ว่าคุณนายหลี่จะไม่ได้ดูถูกครอบครัวตระกูลเฝิงแต่ เธอก็ยังรู้สึกว่ามีสถานะที่เหนือกว่าในฐานะที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตัวเมืองใหญ่กว่าพวกเขา

“มันเป็นเงิน20,000 รูเบิ้ล...แต่ตามอัตราการแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ..มันจะเป็นเงินถึงแปดหมื่นหยวนเลยนะม๊า”

หลี่ซื่อเฉียงพูดเสริมเมื่อได้ยินมารดาของตนพูดเช่นนั้น

ในตอนนี้คุณนายหลี่ไม่อาจทำใจให้สงบลงได้และเอ่ยถาม

“เงินแปดหมื่นหยวนหรือ?  จะต้องล่าหมีถึงกี่ตัวกันเนี่ย?”

“ม๊า...ป๊าครับรับเงินนี้แล้วเข้าบ้านไปก่อนแล้วกัน...ผมจะออกไปข้างนอกสักหน่อย..ช่วงก่อนปีใหม่มีหลายคนที่เข้ามาถามผมเรื่องแลกเปลี่ยนเงินรูเบิ้ลอยู่... ผมจะไปถามพวกเขาหน่อยว่าต้องการแลกเปลี่ยนเท่าไรกัน”

หลี่ซื่อเฉียงกล่าว ขณะที่ส่งห่อกระดาษใส่เงินรูเบิ้ลให้แม่ของตน

คุณนายหลี่กอดห่อเงินสกุลรูเบิ้ลไว้แน่นและดึงสามีขึ้นไปข้างบน เธอตื่นเต้นอย่างมากเพราะยังไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

งานของหลี่ซื่อเฉียงในที่ทำการไปรษณีย์นั้นสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เขาเป็นอย่างมาก ในยุคสมัยนี้ที่ว่าการไปรษณีย์จะต้องทำงานหลายบทบาท  เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจึงทำให้คนอื่นประทับใจในตัวหลี่ซื่อเฉียงและต่างชื่นชมว่าเขาเป็นคนมีความสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้

ในที่สุดมีรองประธานบริษัทคนหนึ่งที่กำลังเดินทางไปทำธุรกิจในโซเวียตและต้องการซื้อของที่ระลึกไปฝากภรรยาและลูกๆของเขาแต่เงินต่างประเทศที่เขาแลกมานั้นน้อยเกินไป  และบังเอิญว่าหลานของภรรยานักธุรกิจเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับหลี่ซื่อเฉียงพอดีจึงได้เข้ามาถามหาหลี่ซื่อเฉียงเพื่อติดต่อขอแลกเปลี่ยนเงินสกุลรูเบิ้ลจำนวนหนึ่งกับเขา

หลังจากเจรจากันในตอนบ่าย  หลี่ซื่อเฉียงจัดการแลกเปลี่ยนเงิน8,000 รูเบิ้ล ด้วยอัตร1 รูเบิ้ลต่อ 4.5 หยวน และเขาได้นำเงินรูเบิ้ลไปส่งถึงมือรองประธานบริษัทเป็นการส่วนตัวที่บ้านของเขาอีกด้วย

สามวันต่อมา หลี่ซื่อเฉียงเสร็จสิ้นการแลกเงินทั้งหมด20,000 รูเบิ้ลเป็นยอดเงินหยวนถึง 91,200 หยวน  และมีอยู่สองครั้งที่อัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าปกติอีกด้วย

หลี่ซื่อเฉียงตื่นเต้นอย่างมาก เขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จสิ้นและสามารถช่วยครอบครัวของแฟนสาวให้ได้เงินเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งและทำให้คนอื่นคิดว่าเขาช่างเป็นคนที่มีความสามารถมากเหลือก แต่มีสิ่งหนึ่งที่คอยรบกวนจิตใจของเขาอยู่ตอนนี้ คือ มีคนจำนวนมากที่เริ่มเรียกหาตัวเขาเพื่อขอแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนเป็นเงินรูเบิ้ลแต่เขาก็ไม่มีเงินรูเบิ้ลเหลืออีกแล้ว

จบบทที่ EG บทที่ 7  การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (รีไรท์อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว