- หน้าแรก
- เสิร์ฟร้อนต่างมิติ
- บทที่ 17: เผ่าแมลงจู่โจม
บทที่ 17: เผ่าแมลงจู่โจม
บทที่ 17: เผ่าแมลงจู่โจม
บทที่ 17: เผ่าแมลงจู่โจม
【ไม่มีพิษ】
ระบบตอบข้อสงสัยของเซิ่งจิ่วทันที
ในตอนนี้เซิ่งจิ่วรู้สึกประหม่าอย่างมาก ระบบบอกเธอว่า ตำแหน่งร้านอาหารที่ลูกค้าต่างโลกเห็นนั้นตายตัว ครั้งแรกอยู่ที่ไหน ครั้งต่อไปพวกเขาก็ต้องไปยังสถานที่เดิม ถึงจะมองเห็นประตูบานนั้นได้ แต่ว่า เซิ่งจิ่วไม่เหมือนกัน ประตูบานนั้นสำหรับเธอคือจุดเชื่อมต่อ มันเคลื่อนที่ไปตามความคิดของเธอ เธออยากจะเข้าไปเมื่อไหร่ ข้างมือก็มีลูกบิดประตูให้ใช้ได้ทุกเมื่อ
ในตอนนี้ เซิ่งจิ่วก็วางมือลงบนลูกบิดประตูแล้ว แค่สถานการณ์ไม่ดีเมื่อไหร่ เธอก็จะหนีทันที ส่วนอาเรสล่ะ? การที่เธอไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาก็ถือเป็นการปกป้องอีกฝ่ายที่ดีที่สุดแล้วใช่ไหม? เซิ่งจิ่วกำลูกบิดประตูแน่นด้วยความประหม่า ฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาจับจ้องร่างของอาเรสเขม็ง
อาเรสตอบสนองเร็วมาก พอพบว่าผิดปกติ ก็คว้าตัวเซิ่งจิ่วไปไว้ข้างๆ ก่อน แล้ววางกล่องข้าวลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พุ่งออกไปรับศึกทันที
เซิ่งจิ่วได้แต่มองตาค้าง เห็นแขนของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากเนื้อหนังมังสา กลายเป็นเหมือนไอรอนแมน บนหัวของเธอปรากฏเครื่องหมายคำถามลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ 'แดนดารา เจ๋งขนาดนี้เลยเหรอ? บอกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้เลยเหรอ?'
แขนของอาเรสไม่ใช่แค่เปลี่ยนเป็นเหล็กกล้าได้ แต่ยังสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจชอบอีกด้วย พอพบว่าหนวดของกุ้งดำวารีเย็นพุ่งออกมา แขนเหล็กกล้าของอาเรสก็เปลี่ยนเป็นมีดทันที แล้วสะบัดออกไปข้างนอก มีดนั่นยังยืดออกได้อีก! หนวดยาวๆ ของกุ้งดำวารีเย็น ถูกมีดเหล็กกล้าของอาเรสตัดขาดในพริบตา
กลัวว่าเซิ่งจิ่วจะสงสัย อาเรสตะโกนเสียงดัง: "มีพิษ อย่าแตะต้อง!"
【มีพิษ อย่าแตะต้อง】
เสียงของอาเรสกับคำเตือนของระบบดังขึ้นพร้อมกันพอดี
เดิมทีเซิ่งจิ่วก็ไม่กล้าแตะอยู่แล้ว! เธอไม่ใช่คนบุ่มบ่ามซะหน่อย เห็นแล้วจะพุ่งเข้าไปเลยได้ยังไง เธอก็รักตัวกลัวตายเหมือนกันนะ! เซิ่งจิ่วหดตัวอยู่กับที่ไม่ขยับ
อาเรสเคลื่อนไหวเร็วมาก แต่กุ้งมันตัวใหญ่เหลือเกินนี่สิ ดังนั้น เขาจึงต่อสู้พัวพันกับอีกฝ่ายอยู่ประมาณสิบกว่านาที ในสายตาของเซิ่งจิ่ว หนวดกุ้งที่ใหญ่โตน่ากลัวเหมือนหนวดปลาหมึก ถูกมีดแหลมคมของอาเรสเกี่ยวตัดทิ้งทีละเส้นๆ แล้วก็มาถึงหัวกุ้ง หลังจากหัวขาดแล้ว กุ้งดำวารีเย็นก็ยังกระตุกอยู่ครู่หนึ่ง
เซิ่งจิ่วยืนมองอยู่ข้างๆ จนตาค้างไปแล้ว มองกุ้งดำที่ยังดิ้นกระแด่วๆ ในใจก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา: 'กุ้งนี่...พลังสันหลังแข็งแกร่งขนาดนี้ เนื้อต้องเด้งดึ๋งมากแน่ๆ'
【กุ้งดำวารีเย็น เนื้อเด้งสดอร่อย เป็นวัตถุดิบหลักของสารเร่งการเจริญเติบโต】
พอเซิ่งจิ่วฟังจบก็รู้สึกว่าไม่ค่อยถูกต้อง: "ก่อนหน้านี้ไม่ได้บอกว่า พริกต่างหากที่ทำให้ตัวสูงเหรอคะ?"
【กุ้งดำวารีเย็นเป็นวัตถุดิบหลัก พริกหนามเป็นส่วนประกอบเสริมอย่างหนึ่ง】
พอเซิ่งจิ่วได้ยินก็เข้าใจทันที ทั้งสองอย่างมีสารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกัน แค่ปริมาณมากน้อยต่างกันเท่านั้นเอง
เดิมทีอาเรสคิดจะจุดไฟเผากุ้ง พวกเขาจัดการแบบนี้มาตลอด เพราะมันมีพิษ ทิ้งไว้นานๆ ก็จะปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม แต่ตอนนี้... หลังจากเขาล้มกุ้งลงได้แล้ว ก็หันกลับไปมองเซิ่งจิ่ว: "...อันนี้ จัดการได้ไหมครับ?" สายตาที่อีกฝ่ายมองมานั้น เจือไปด้วยความคาดหวังต่ออาหารแปลกใหม่
เซิ่งจิ่วพยักหน้าเบาๆ: "ได้ค่ะ" ขณะพูด ระบบก็เริ่มทำงานแล้ว ทั้งหนวดกุ้งและอื่นๆ ถูกระบบเก็บกวาดจนเกลี้ยงเกลา
อาเรสไม่ได้เห็นเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก ถึงแม้ว่า พวกเขาก็มีมิติเก็บของเหมือนกัน แต่ต้องลงมือทำเองนี่นา แค่ยืนอยู่ตรงนี้ ก็เก็บของจากระยะไกลได้...น่าอิจฉาสุดๆ ไปเลย!
หลังจากการต่อสู้ผ่านไป บนตัวอาเรสไม่เห็นร่องรอยความมอมแมม เซิ่งจิ่วคิดในใจ: 'แดนดารานี่คงไม่ถือว่าอันตรายเกินไปมั้ง? อาเรสคนเดียวพลังต่อสู้ก็เต็มหลอดแล้วนี่นา'
หลังจากอาเรสหิ้วกล่องข้าวขึ้นมาใหม่แล้ว ก็ส่งสัญญาณให้เซิ่งจิ่วเดินอยู่ข้างๆ เขา: "เผ่าแมลง...พลังต่อสู้ของกุ้งดำวารีเย็นไม่ถือว่าแข็งแกร่ง แต่พวกมันมีประสาทรับกลิ่นที่ไวมาก แถมยังชอบทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม น้อยครั้งที่จะอยู่ตัวเดียว หนวดของพวกมันมีพิษและมีเงี่ยงแหลม หากถูกเกี่ยวเข้าจะตกอยู่ในภวังค์ ปล่อยให้ถูกเชือดได้ตามใจชอบ คุณเดินตามผมมาใกล้ๆ นะครับ จะได้ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน"
พอเซิ่งจิ่วฟังจบ ก็เพิ่มความระมัดระวังขึ้นทันที เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากในป่า เซิ่งจิ่วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังอาเรสอย่างรวดเร็วด้วยความประหม่า อีกฝ่ายเงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง ก็รีบพยักหน้า: "ไม่ต้องกลัว เป็นเพื่อนร่วมทีมของผมเอง"
เพื่อนร่วมทีมของอาเรสได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบตามมา พอเห็นว่าในที่เกิดเหตุมีเพียงหญ้ารกที่กระจัดกระจาย ไม่เห็นซากศพของเผ่าแมลง หลายคนก็มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ สำหรับความสงสัยของเพื่อนร่วมทีม อาเรสก็รีบอธิบายคร่าวๆ หลังจากนั้นก็แนะนำเซิ่งจิ่วให้ทุกคนรู้จัก: "นี่คือคุณเจ้าของร้านตัวน้อย เซิ่งจิ่วครับ"
เซิ่งจิ่วโบกมือทักทายทุกคนอย่างใจกว้าง: "สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อเซิ่งจิ่ว เซิ่งที่หมายถึงรุ่งเรือง จิ่วที่หมายถึงหยกงามค่ะ"
ก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมทีมของอาเรสก็สงสัยใคร่รู้มาตลอด เกี่ยวกับร้านอาหารที่พวกเขามองไม่เห็นแต่สามารถกินอาหารได้ร้านนั้น รวมถึงคุณเจ้าของร้านตัวน้อยที่ว่ากันว่ามีวิธีการลึกลับในการจัดการกับพิษของเผ่าแมลงด้วย ตอนนี้พอเห็นตัวจริง ทุกคนก็อุทานออกมาอย่างตกตะลึง
เซี่ยอี้อายุน้อย ร่าเริงที่สุด พอได้ยินเซิ่งจิ่วพูดจบ ก็ก้าวออกมายืนข้างหน้า: "สวัสดีครับ คุณเจ้าของร้านตัวน้อย ผมชื่อเซี่ยอี้ เซี่ยในคำว่าขอบคุณ อี้ในคำว่าสบายๆ ครับ" เซี่ยอี้มีใบหน้าเหมือนเด็ก ตอนยิ้มดูซื่อๆ น่ารัก เซิ่งจิ่วเงยหน้ามองเขายิ้มๆ
ในตอนนี้ ในใจเธอมีเพียงเสียงอุทานประโยคเดียว: 'ฉันเข้ามาอยู่ในแดนยักษ์แล้วเหรอเนี่ย?' จริงๆนะ เพื่อนร่วมทีมของอาเรสน่ะ สูงเกินไปแล้วจริงๆ! แม้แต่ผู้หญิงที่ดูองอาจกล้าหาญคนนั้น ก็ยังสูงเมตรแปดสิบกว่า! เซิ่งจิ่วที่คิดมาตลอดว่าตัวเองไม่ได้เตี้ยในหมู่ผู้หญิงด้วยกัน ตอนนี้กลับรู้สึก...ด้อยค่า...เล็กน้อยเกี่ยวกับความสูงของตัวเอง แต่ว่า เซิ่งจิ่วปรับอารมณ์ได้เร็วมาก พยักหน้าให้เซี่ยอี้อย่างสุภาพ
ต่อจากเซี่ยอี้คือซางอิง เธอหัวเราะอย่างร่าเริง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวยจนทันตแพทย์ต้องอิจฉาและทึ่ง: "สวัสดีค่ะ คุณเจ้าของร้านตัวน้อย ฉันชื่อซางอิง ซางในคำว่าการค้า อิงในคำว่าวีรบุรุษค่ะ" เซิ่งจิ่วยิ้มหวานให้ซางอิง ซางอิงถูกยิ้มใส่จนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ใบหูแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ
ซ่งจื่อฉียืนมองอยู่ข้างๆ แล้วเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ น่ารัก: "สวัสดีครับคุณเจ้าของร้านตัวน้อย ผมเป็นผู้ช่วยของผู้การ ผมชื่อซ่งจื่อฉีครับ" ซ่งจื่อฉีสูงเกินเมตรเก้าสิบ แต่กลับมีเขี้ยวเล็กๆ ที่น่ารักมาก ตอนยิ้มจึงดูมีเสน่ห์ต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไม่น่าเชื่อ
คนที่เดินมาสุดท้าย เป็นชายร่างสูงใหญ่ที่ดูเย็นชาหยิ่งผยองเล็กน้อย อีกฝ่ายเอ่ยปากเป็นคนสุดท้าย น้ำเสียงค่อนข้างเคร่งขรึม: "สวัสดีครับคุณเจ้าของร้านตัวน้อย ผมชื่อหยวนโย่ว" ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรไปมากกว่านี้ ในมุมมองของเขา กินข้าวก็ส่วนกินข้าว แต่ทุกคนยังไม่ถือว่าสนิทกัน ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลมากเกินไป
เซิ่งจิ่วก็คิดเหมือนกัน ยิ่งเปิดเผยน้อยเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งดูลึกลับมากขึ้นเท่านั้น พวกเขาก็จะยิ่งเกรงกลัวคุณมากขึ้น ต่อให้เกิดความโลภขึ้นมา ก็ไม่กล้าลงมือง่ายๆ
หลังจากทุกคนทำความรู้จักกันง่ายๆ แล้ว อาเรสกำลังจะอ้าปาก ส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับไปกินข้าวที่แคมป์ชั่วคราวก่อน ก็ได้ยินเสียงซ่าๆ ดังขึ้น
พอเซิ่งจิ่วได้ยินเสียง ก็เกิดอาการประหม่าตามสัญชาตญาณ แล้วกำลูกบิดประตูไว้ พวกหยวนโย่วก็เตรียมพร้อมป้องกันตัวทันทีเช่นกัน
หลังจากอาเรสวางกล่องข้าวลงบนพื้น ก็ดึงเซิ่งจิ่วมาไว้ข้างหลังเพื่อปกป้อง: "คุณเจ้าของร้านตัวน้อย ระวังตัวด้วยนะครับ ถ้าผิดท่าเมื่อไหร่ คุณรีบถอยทันทีเลยนะ"